กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 289 การรวมมือของสองหมาปา
อาณาเขตล่าด่านที่ 6 มีกลิ่นอายหยินหนาแน่น
เข้มข้นกว่าอาณาเขตล่าด่านที่ 1
โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนพื้นดิน แทบจะไม่มีไว้ให้
เท้าก้าวเดินได้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหนอง
น้ำเน่าเสีย เต็มไปด้วยกลิ่นอายเหม็นเน่าลอย
คละคลุ้ง ดูน่าสะอิดสะเอียนชวนคลื่นเหียนอาเจียน
อย่างยิ่ง
ภายในดินโคลนที่กำลังเดือดพล่าน บางครั้งบาง
คราจะปรากฏ โครงกระดูกของใครบางคนโผล่
ขึ้นมาให้เห็น แน่นอนว่าโครงกระดูกเหล่านั้นย่อม
ไม่ใช่ของปีศาจ ถือเป็นเรื่องปกติที่ปีศาจจะไม่ตก
ตายภายในอาณาเขตล่า นี่คือความแตกต่าง
ระหว่างเหยื่อกับผู้ล่า ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าผู้ฝึกตน จะถูกส่งมาเติมเต็มอยู่เสมอแล
ต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ที่ตกตาย
ไป ไม่ใช่เพราะพวกมันมีฝีมืออ่อนด้อย แต่เป็น
เพราะพวกมันคือเปั้าหมายในการทดสอบหา
ประสบการณ์
ท่ามกลางหมอกควันกระจายปกคลุมอยู่ทั่วทุก
พื้นที่ ต้องเดินฝั่าบึงแลหนองน้ำอันไร้สิ้นสุด อู่ อวี้
รู้สึกว่าปีศาจช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง ด้วย
เพราะมีปีศาจอยู่จำนวนมากเกินไป ฉะนั้นทั่วทุก
หนทุกแห่ง จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายปีศาจมากมาย
หลายชนิด ทว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เป็นเรื่อง
ยากที่จะระบุว่าพวกปีศาจอยู่แห่งหนใดบ้าง
“ คิดว่าอาณาเขตล่าในด่าน 6 คงจะเป็นหนองน้ำ
ทั้งหมด แต่ถ้าบินอยู่บนอากาศไม่ว่ามนุษย์ หรือ
ปีศาจ ต้องตกเป็นเปั้าหมายอย่างแน่นอนที่สุด
ด้วยชัยภูมิที่เป็นดิโคลนเช่นนี้ ข้าคิดว่าพวกมัน
จะต้องซ่อนตัวอยู่ในโคลน!”
แม้จะกวาดสายตามองดูรอบ ๆ แต่ก็ไม่อาจสัมผัส
ได้ถึงสิ่งมีชีวิตแม้แต่น้อยนิด ในเมื่อพวกมันไม่ได้
บินอยู่บนอากาศ มันก็ต้องหลบซ่อนอยู่ในโคลน
ภายในโคลนที่เดือดพล่านนี้อาจมีทั้งผู้ฝึกตน และ
ปีศาจ หลบซ่อนตัวอยู่
ขณะ อู่ อวี้ กำลังเดินอยู่บนพื้นผิวโคลนอยู่ได้ไม่
นาน หูของเขาได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจาก
ทิศทางด้านข้าง เสียงต่อสู้นี้ดูดุเดือดราวกับว่าต้อง
แลกมาด้วยชีวิตเป็นตาย เขารู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อย
ก่อนจะตัดสินใจบินไปยังทิศทางของเสียงด้วย
ความรีบเร่ง
“ ถ้าปีศาจกำลังเสียท่าข้าจะไม่สนใจ แต่ถ้าผู้ที่เสีย
ท่านั้นเป็นฝังผู้ฝึกตน ข้าจะยื่นมือเข้าไป
ช่วยเหลือ”
ถึงแม้เขาจะล่วงรู้ว่า ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘
เกิดจากความเกลียดชังของทั้งสองเผ่าพันธุ์ แต่
อย่างไรก็ตามหากว่า อู่ อวี้ ต้องอยู่ท่ามกลาง
สงครามการต่อสู้ เป็นเรื่องแน่นอนว่าเขาต้องยืน
อยู่ข้างฝังมนุษย์ การเคลื่อนตัวของเขารวดเร็ว
อย่างยิ่ง อันสืบเนื่องมาจาก ความแข็งแกร่งทาง
กายภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการแตะพื้นผิวโคลน
เพียงแผ่วเบา คนอื่น ๆ เห็นการเคลื่อนตัวนี้เป็น
เพียงแค่แสงสีทองกระพริบแล่นผ่านไป โดยพวก
มันไม่ทันเอะใจ หรือ เคลื่อนไหวตอบสนองใด ๆ
แม้แต่น้อย
ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ยิ่งสัมผัสได้ถึงการต่อสู้ที่ทวี
ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ!
“เห็นได้ชัดว่าผู้ฝึกตนและปีศาจที่อยู่รอบ ๆ
บริเวณนี้ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้เช่นเดียวกัน หาก
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะมีปีศาจเข้ามาสมทบ
เพิ่ม ซึ่งมันคงเป็นอันตรายต่อตัวของผู้ฝึกตนอย่าง
แน่นอน เพราะอย่างไรแล้วก็มีกฎห้ามผู้ฝึกตนปิด
ล้อมปีศาจเด็ดขาด”
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าตนเองจะสามารถช่วยอะไรได้
บ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็จะไม่ถอยหลังกลับ
ฟึบ!
เพียงชั่วพริบตาเขาก็เข้าสู่เขตการต่อสู้ โคลนใน
บริเวณนี้กำลังเดือดพล่าน ด้วยหมอกที่ปกคลุม
หนาแน่นจึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นหนองน้ำแล
ท้องนภา ได้อย่างชัดเจน
ภายในรัศมีหลายร้อยลี้ โคลนใต้เท้าก็เกิดการปะทุ
สั่นสะเทือน ระเบิดพวยพุ่งสาดกระจายขึ้นสู่
ท้องฟั้าแลพื้นที่โดยรอบ !
โคลนที่กำลังระเบิดแตกกระจายอยู่ดี ได้ปิดกั้น
วิสัยทัศน์การมองเห็นของ อู่ อวี้ แต่ไม่นานนักเขา
ก็พบเห็นว่าทั้งสองฝั่ายกำลังต่อสู้กัน ซึ่งยามนี้การ
ต่อสู้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตสำคัญ สถานะการต่อสู้
ของทั้งสองฝั่าย ทางด้านฝั่ายผู้ฝึกตนอยู่ในสภาพ
โลหิตไหลอาบโทรมกาย ดูคล้ายใกล้จะตกตายเต็ม
ที ร่างของมันถูกอัดกระแทกจะลอยละลิ่วจมลงไป
ในบ่อโคลน เหนือร่างของผู้ฝึกตน ดูเหมือนว่าจะมี
ปีศาจซึ่งคล้ายคลึงกับสุนัขจันทรา มันพุ่งโจมตีลง
มาจากด้านบน พร้อมกับกระโจนกัดเข้าใส่ผู้ฝึกตน!
“ เก็บรวบรวม ตรายกเลิกพันธะทาส อีกเพียงหนึ่ง
ชิ้น เราจะสามารถเข้าสู่อาณาเขตล่าด่านที่ 7!” ไม่
นานนักก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความ
ตื่นเต้น ด้วยคำพูดนี้ทำให้ อู่ อวี้ ได้ล่วงรู้ว่ามีปีศาจ
อยู่ที่นี่สองตัว!
ความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกตนกับเวทย์ปีศาจ ส่วน
ใหญ่แล้วจะสะท้อนให้เห็นอยู่บนร่างกาย ถึงแม้
พลังทำลายล้างเพื่อปิดฉากการต่อสู้ของปีศาจ จะ
ไม่อาจเทียบเท่าได้กับผู้ฝึกตน แต่กระนั้นพวกมันก็
ยังมีพลังที่มากกว่าอยู่ดี
ตูม แควก!
ภายใต้การพุ่งจู่โจม โคลนก็สาดกระจายระเบิด
พวยพุ่งออกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ร่างของผู้ฝึกตนถูก
แรงอัดกระแทกจนลอยละลิ่วปลิวขึ้น ซึ่งในชั่ว
พริบตานั้นร่างของมันกำลังจะถูกปีศาจกลืนกินลง
ไป
อู่ อวี้ ไม่รอช้า เขาพุ่งทะยานเข้าไปทันที เสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร ซึ่งถูกรวมผสานเป็นหนึ่ง บัดนี้ได้
ยืดขยายออกอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตานั้นมันก็ยืด
ขยายออกไปนับ 10 จั้ง ขณะที่ปีศาจกำลังกลืนกิน
ผู้ฝึกตน เสาก็กระแทกร่างของผู้ฝึกตนจนกระเด็น
ลอยออกไป!
“ตึ้ง!” ปีศาจกัดเข้าไปที่เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
นับว่าพลังของปีศาจตนนี้มากมายมหาศาลอย่าง
ยิ่ง มันเกือบจะแย่งชิง เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร จาก
อู่ อวี้ ไปได้เป็นผลสำเร็จ
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็กระแทกเสา พร้อมกับดึงเสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร กลับคืนมา จากนั้นเขาก็ทะยาน
ผ่านร่างออกไป เพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็ปรากฏ
กายขึ้นอีกฝังหนึ่ง พร้อมกับคว้าจับร่างของผู้ฝึก
ตนซึ่งได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสเข้าไว้
ผู้ฝึกตนผู้นี้เป็นชายวัยกลางคน สวมใส่ชุดเกราะสี
ทองสลับดำมาดดูองอาจเยี่ยงวีรบุรุษ วงเวทย์ที่
ปรากฏขึ้นอยู่บนชุดเกราะ เป็นเสมือนดั่งศาสตรา
เต๋าเชื่อมจิต
บัดนี้ร่างกายของมัน ถูกปกคลุมไปด้วยพลังอำนาจ
ของปีศาจ ซึ่งกำลังบดขยี้ทำลายร่างกายอย่างบ้า
คลั่ง ทันใดนั้นเขาก็หยิบเอาโอสถ ซึ่งมีผลในการ
ควบคุมยับยั้งการลุกลามของพลังปีศาจ ออกมา
จากถุงจักรวาล จากนั้นก็ปั้อนมันให้กับผู้ฝึกตน ต่อ
ด้วยโอสถอีกหนึ่งชนิดซึ่งมีผลในการชำระล้าง
กระดูกเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทั้งหมดนี้ได้มาจาก
เฮยซาน กุ่ยอี้ ซึ่งก็นับได้ว่าคุณสมบัติและผลลัพธ์
ของมันช่างมีประโยชน์อย่างยิ่ง
“ผู้ใดกัน!”
เมื่อขั้นตอนเสร็จสิ้นลง สิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่คาดคิดก็
เกิดขึ้น ปีศาจทั้งสองเริ่มปิดล้อมตัวเขา ในที่สุดเขา
ก็ได้เห็นรูปลักษณ์ของมันอย่างชัดเจน ปีศาจที่ต่อสู้
อย่างโหดเหี้ยมก่อนหน้านี้ หาใช่ปีศาจสุนัขจันทรา
ไม่ แต่พวกมันกลับมีอำนาจสะกดข่มน่าเกรงขาม
เสียยิ่งกว่า พวกมันทั้งสองมีเส้นขนสีขาวดำ สิ่งที่
โดดเด่นสะดุดตาคงหนีไม่พ้น กรามของมันมีคู่เขี้ยว
แหลมคมงอกออกมา คมเขี้ยวนี้ดุจดั่งคมกระบี่ก็มิ
ปาน นี่คือลักษณะซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด อู่
อวี้ จำได้ว่าปีศาจชนิดนี้มีอยู่ในบันทึก รวม
ประวัติศาสตร์ทวีปแห่งทวยเทพ มันมีชื่อว่า หมา
ปั่าเขี้ยวกระบี่
ปีศาจที่บำเพ็ญจนกลายเป็น หมาปั่าเขี้ยวกระบี่
นับว่าพบพานได้ยากยิ่ง ปีศาจที่อยู่เบื้องหน้าของ
เขาในยามนี้ ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วพวกมันมีความ
เยาว์วัยเท่าใดกัน แต่สามารถบำเพ็ญตนจนบรรลุ
ความสำเร็จถึงขั้นนี้ได้
ปีศาจอีกตนหนึ่งอยู่ในร่างมนุษย์ เป็นสตรีผู้มีรูป
โฉมทรวดทรงงดงามน่าหลงใหล บนร่างของนาง
ถูกคลุมไว้ด้วยอาภรณ์ขนสัตว์สีดำ ผิวพรรณขา
วนวล หางซึ่งอยู่ด้านหลังยังคงกวัดแกว่งไปมาตาม
ธรรมชาติ ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายซึ่งเปียมล้นไป
ด้วยความบ้าคลั่งโหดเหี้ยมดังเช่นกฎแห่งปั่า คม
เขี้ยวทั้งสองหดย่อขนาดลง เผยให้เห็นเพียง
เล็กน้อยอยู่ภายในริมฝีปากอันเรียวบาง ต้อง
สะท้อนส่องแสงประกายวิบวับอันหนาวเย็น
ออกมา
“ ไม่มี ตรายกเลิกพันธะทาส งั้นหรือ? ข้ารู้จักเจ้า
เจ้าคือ อู่ อวี้” หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ เปียมไปด้วย
ความดุร้าย ขณะที่โทสะของมันกำลังพวยพุ่ง
ปีศาจหญิงอีกตนก็กล่าวขึ้น ทำให้หมาปั่าเขี้ยว
กระบี่สงบลงเล็กน้อย อู่ อวี้ ฉกฉวยชิ้นเนื้อของมัน
ไป ทำให้ยามนี้ไม่อาจรับรู้ได้ว่ามันมีโทสะมาก
เพียงใด
“ เจ้ารู้จักข้าได้เช่นไร?” อู่ อวี้ ซักถามกลับด้วย
ความสงสัยอีกทั้งคำถามนี้ยังช่วยถ่วงเวลา ให้กับผู้
ฝึกตนได้มีโอกาสดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากคมเขี้ยว
ของยมทูตแห่งความตาย ในความเป็นจริงตัวเขา
ก็กำลังมองหาโอกาสช่องทางหลบหนีอยู่ด้วย
เช่นเดียวกัน
เนื่องจากว่าพวกเขาทั้งคู่ มีหนึ่งคนที่รับบาดเจ็บอยู่
ในยามนี้ ซึ่งมั่นใจได้เลยว่า ปีศาจที่อยู่โดยรอบ
กำลังจ้องเขม็งมายังพวกเขา ราวกับพยัคฆ์กำลัง
จ้องตะครุบเหยื่อก็ไม่ปาน เกรงว่าหากไม่ระวัง
พวกเขาจะถูกฉุดลากลงสู่หุบเหวแห่งความตายเอา
ได้ง่าย ๆ
ปีศาจหญิงยิ้มแล้วกล่าวว่า” แน่ล่ะ ก่อนที่ข้ากับ
สามีจะเข้าสู่ ‘ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ‘ ได้ยิน
ชื่อเสียงของเจ้าในอาณาเขตล่าด่านที่แรก เราสอง
ผัวเมียได้ฆ่าสังหารเหยื่อมาตลอดทางจนมาถึงที่นี่
ว่าแต่เจ้าเถอะเหตุใดมาอยู่ที่นี่ได้ ความจริงแล้ว
ระดับฝีมือความแข็งแกร่งของเจ้า ควรจะอยู่ใน
อาณาเขตล่าที่ต่ำกว่านี้ หรือเป็นแผนการของ จิ่
วอิง ส่งเจ้ามาตายที่นี่กันแน่”
“ เจ้าไม่มี ตรายกเลิกพันธะทาส ฉะนั้นไม่ว่าผู้ใดก็
สามารถสังหารเขาได้อย่างอิสระใช่หรือไม่ ?” หมา
ปั่าเขี้ยวกระบี่คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงดุร้าย
เดือดดาล
ปีศาจหญิงซึ่งอยู่ด้านข้างหมาปั่าเขี้ยวกระบี่ ก็
เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับ
กล่าวขึ้นมา” หิหิ ความเกลียดชังในครั้งนี้ ได้กลืน
กินละเลงโลหิตด้วยอาหารมื้อใหญ่ ก็นับว่าไม่เลว
ทีเดียว เอาล่ะ ๆ ข้าไม่อยากหยอกล้อเจ้าเล่นอีก
ต่อไปแล้ว อู่ อวี้ ส่งเหยื่อมาให้เราเสียดี
ๆ จากนั้นก็จงไปเสีย เราไม่ได้โง่ เจ้ากับจิ่วอิงเป็น
สหายกัน เราไม่อยากข้องแวะอันใดกับเจ้า”
อีกฝั่ายกล่าวขึ้นอย่างสุภาพ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ กับผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านหลังต่าง
มองหน้ากัน แน่นอนว่าคนผู้นี้ไม่มีทางหลบหนีไป
ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น อู่ อวี้ จึงกล่าวขึ้นว่า” ถ้า
ไม่ละ”
ปีศาจหญิงรู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อย นางจึง
กล่าวว่า” การที่เรากล่าวออกไปเช่นนั้น หาใช่ว่า
เราเกรงกลัวมนุษย์อย่างเจ้าไม่ ตัวเจ้าเองก็ถือได้ว่า
เป็นเหยื่อครึ่งหนึ่ง ตามกฎของ ‘ อาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศ ‘ จะต้องต่อสู้กันในแบบหนึ่งต่อหนึ่ง อีก
ทั้งเหยื่อก็ห้ามช่วยเหลือกัน แม้แต่เผ่าปีศาจอย่าง
พวกเราก็ยังห้ามช่วยเหลือกัน เจ้ากำลังทำลายกฎ
ของ อาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ แม้ว่าเราจะกิน
เนื้อนุ่ม ๆ ของเจ้าที่นี่ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่อง
สมเหตุสมผล เจ้าจงอย่าสับสนไป”
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ที่อยู่ถัดออกไป ได้แลบลิ้น
ออกมาเลียริมฝีปาก จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
สายตาที่กำลังจ้องดูเหยื่ออันโอชะ ตามกฎของการ
ล่าแล้วพวกมันสามารถจับเหยื่อกินเป็นอาหารได้
เลย ซึ่งไม่แตกต่างกับกฎแห่งปั่าของมนุษย์แต่
อย่างใด
“ งั้นข้าให้เวลาเจ้าหลบหนี สามลมหายใจ !” หมา
ปั่าเขี้ยวกระบี่กระซิบ
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ฝึกตนที่อยู่เบื้องหลัง อู่ อวี้ ก็สูด
ลมหายใจพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า” เจ้าหนุ่ม จงรีบไป
เถิด ข้าเข้าใจความคิดของเจ้าดี แต่ในวันนี้ข้าได้
มาถึงขีดจำกัดแล้ว หากข้าต้องจบชีวิตลงด้วย
น้ำมือของ ‘หมาปั่าเขี้ยวกระบี่’ กับ ‘หมาปั่าเนตร
ปีศาจ’ ก็นับว่าไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่นัก ข้าไม่
อาจดึงเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องได้ ในฐานะที่เจ้าเป็น
เหยื่อ แต่กลับแหกกฎของอาณาเขตลาแห่ง
เกียรติยศ … ชีวิตของเจ้าจะต้องจบลงอย่างน่า
อนาถ จงรีบไปเสียเถิด”
ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับคนตาย
“หนึ่ง!” หมาปั่าเขี้ยวกระบี่เริ่มนับ
อู่ อวี้ มองลึกเข้าไปภายในดวงเนตรของ ปีศาจ
หญิงที่รู้จักกันในนามว่า”หมาปั่าเนตรปีศาจ” เขา
ก็พบว่าดวงเนตรของนางนั้นมีความพิเศษอย่างยิ่ง
เปลี่ยนล้นไปด้วยพลังอำนาจลี้ลับดูลึกล้ำพิสดาร
อย่างยิ่ง นับตั้งแต่โบราณนี่คือหมาปั่าที่กระทำสิ่ง
เลวร้ายเอาไว้มากมาย หมาปั่าสายพันธ์นี้พิการมา
ตั้งแต่กำเนิด นั่นคือขาหน้าของมันนั้นสั้นและเล็ก
กว่าปกติ แต่ข้อบกพร่องอันเล็กน้อยนี้ ถูกแทนที่
ด้วยความเฉลียวฉลาดล้ำลึกอย่างยิ่ง หากพวกมัน
ร่วมมือกัน หนึ่งพละกำลัง หนึ่งปัญญา คงเป็นเรื่อง
ยากที่จะจัดการได้
หมาปั่าเนตรปีศาจ ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า” ในเมื่อ
พวกข้าให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับเจ้าแล้ว ก็จงรีบ
คว้าจับมันเสีย ฝีมือของเจ้าอยู่เพียงระดับ สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 4 การที่เจ้าถูกส่งมายังอาณาเขต
ล่าด่านนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องโหดร้ายยิ่งแล้ว งาน
อดิเรกของสามีข้ายิ่งชอบกินเนื้อสด ๆ นุ่ม ๆ ของ
มนุษย์วัยละอ่อนเสียด้วยสิ หากเจ้ายังไม่รีบออกไป
เกรงว่า แม้แต่กระดูกก็ยังไม่เหลือ”
นางได้พรั่งพรูถ้อยคำชวนน่าสะพรึง ด้วยน้ำเสียง
อันนุ่มนวลอ่อนโยน เมื่อเทียบกับหมาปั่าเขี้ยว
กระบี่แล้ว นางนั้นน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่า
“สอง!” หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ยังคงนับต่อไป
อู่ อวี้ ไม่สามารถทำอันใดได้ นอกจากรีบคว้าแขน
ผู้ฝึกตนที่อยู่เบื้องหลัง การกระทำนี้ได้ทำให้อีกฝั่าย
จ้องมองด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ เขาโยนผู้ฝึกตน
ออกนอกอาณาเขตการต่อสู้ ด้วยพลังกายเนื้อ
อย่างสุดแรงเกิดในทันที
“ ไม่รู้ว่าท่านจะไปได้ไกลสักแค่ไหน ?” เมื่อ อู่ อวี้
พูดจบเขาก็หันหลังกลับ พร้อมกับชูเสาเก้าจัตุรัส
สยบมารออกไปด้านข้าง ขวางกั้นเส้นทางของ
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ กับ หมาปั่าเนตรปีศาจ เอาไว้
ด้วยท่าทีองอาจภาคภูมิใจ
“ ถ้าเจ้าต้องการตรายกเลิกพันธะทาส เจ้าก็ต้อง
ผ่านข้าให้ได้ก่อน” อู่ อวี้ มองพวกเขาด้วยท่าทาง
ยั่วยุเย้ยหยัน
ทั้งหมาปั่าเขี้ยวกระบี่ รวมถึงหมาปั่าเนตรปีศาจ
ต่างมองเขาด้วยท่าทางงุนงำ ราวกับว่าตนเอง
กำลังแลเห็นเด็กทารกแรกเกิด มันกวัดแกว่งมือไป
ข้างหน้าเล็กน้อย และทันใดนั้นหมาปั่าเนตรปีศาจ
ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแบบงอหาย จนต้อง
เอามือกุมท้อง จากนั้นนางก็กล่าวขึ้นว่า” ท่านไป
เอาตรายกเลิกพันธะทาสมา เดี๋ยวข้าจะอยู่เล่นกับ
เจ้าเด็กอวดดีผู้นี้เอง ข้าจะเตรียมอาหารโอชะ
เตรียมไว้รอท่านกลับมา”
“ โฮกกกก!” หลังจากสิ้นเสียงคำรามหมาปั่าเขี้ยว
กระบี่ก็พุ่งทะยานไปยังทิศทางของผู้ฝึกตน จน
แทบจะกระแทงร่างเข้าใส่ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่ามัน
ไม่ได้เห็น อู่ อวี้ อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง!
อู่ อวี้ ปลดปล่อยพลังกายเนื้อ เสาเก้าจัตุรัสสยบ
มารขยายใหญ่ขึ้น พวยพุ่งทะยานผ่าอากาศอัด
กระแทกเข้าใส่ร่างหมาปั่าเขี้ยวกระบี่ แม้ความเร็ว
ของฝั่ายตรงข้ามจะร้ายกาจอย่างยิ่ง แต่ความเร็ว
ในการโจมตีของ อู่ อวี้ ก็ยังเหนือล้ำยิ่งกว่า หมา
ปั่าเขี้ยวกระบี่มีกายเนื้อที่แข็งแกร่งมาก แต่ทันใด
นั้นเอง หน้าผากอันแข็งแกร่งของมัน ก็อัดกระแทก
เข้าใส่ เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร อย่างไม่อาจหลบ
เลี่ยง!
ตึ้งงงงง!
ครู่ต่อมาสุรเสียงก็ดังกึกก้องขึ้น หมาปั่าเขี้ยวกระบี่
แผดเสียงร้องคำรามออกมาอย่างโหยหวน จากนั้น
ก็บินทะยานกลับมาอยู่ด้านข้างหมาปั่าเนตรปีศาจ
หากมองอย่างใกล้ชิดจะเห็นว่าบนหน้าผากของมัน
ได้เกิดการแตกแยก โลหิตไหลเยิ้มอาบใบหน้า ยิ่ง
ทำให้ภาพลักษณ์ของหมาปั่าเขี้ยวกระบี่ดูดุร้าย
มากยิ่งขึ้น
ในเวลานี้ปีศาจทั้งสองตัว เริ่มรู้ซึ้งแล้วว่าเพราะ
เหตุใด อู่ อวี้ ถึงถูกส่งตัวมายังด่านนี้
“ สหายของ จิ่วอิง ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”
ดวงตาของหมาปั่าเนตรปีศาจแปลเปลี่ยนเป็นมืด
สลัว หลังจากนั้นร่างมนุษย์ ก็เริ่มแปรเปลี่ยน
กลับคืนสู่ร่างปีศาจ…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ