กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 288 อาณาเขตลาดานที่หก
ผู้อาวุโสนิกายเซียนซูซันตกตายไปในการต่อสู้ แต่
มันกลับกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะของเหล่าสุนัขล่า
จันทรา
เมื่อ อู่ อวี้ ได้พบเจอกับภาพเช่นนี้ ความขัดแย้งที่
อยู่ในใจก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่ยังไงเรื่องนี้ก็
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับ จิ่วอิง แม้แต่น้อย
ยามนี้ จิ่วอิง รุกลี้รุกลนจนทำอะไรไม่ถูก ตัวมัน
เกลียดชังอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศเข้ากระดูกดำ
ดังนั้นเมื่อฝูงสุนัขล่าจันทรา พูดจาเยาะเย้ยถาก
ถางเช่นนี้ ใบหน้าของมันจึงกลายเป็นเย็นยะเยือก
พร้อมตะโกนว่า”พวกเจ้าทั้งหมดหุบปากเดี๋ยวนี้!”
เจียง จู่เยว่ รีบแจ้งเตือนให้ทุกคนเงียบปากของมัน
ลงทันที หลังจากนั้นก็กล่าวพร้อมกับมีรอยยิ้ม
ประดับอยู่บนใบหน้า”เจ้าอย่าได้กล่าวโทษพวกมัน
เลย ในฐานะที่เป็นปีศาจ เมื่อได้เห็นบุตรชายหัวรั้น
ของจักรพรรดิอิงเติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง พวกข้าก็
อยากที่จะแสดงความดีใจออกมา”
บัดนี้เหล่าผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ไม่ได้เข้ามาโจมตี จิ่วอิง
อีกต่อไป
แต่สายตาของพวกมันก็ยังเต็มไปด้วยความเกลียด
ชัง ไม่ใช่เพียงแค่กับ จิ่วอิง เท่านั้น แต่เป็นกับพวก
ปีศาจทั้งหมด
เมื่อมาถึงตอนนี้ อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่ส่งสัญญาณ
ให้พวกมันออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็วเพียงอย่าง
เดียวเท่านั้น มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาขึ้น
“อู่ อวี้ คิดให้ดีๆ อย่าปล่อยให้ ฉือ ห่ายอิน ต้อง
ตายเปล่า” ในขณะที่เหล่าผู้ฝึกตนกำลังหลบหนี
ออกไป ก็มีบางคนกล่าวเช่นนี้กับ อู่ อวี้ เห็นได้
ชัดเจนว่าพวกมันไม่ปล่อยวางความเกลียดชังของ
มันลง เกรงว่าเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้แล้ว พวกมัน
ทั้งหมดก็จะไม่เชื่อใจ จิ่วอิง อีกต่อไป
อู่ อวี้ เข้าใจพวกมันดี
หลังจากที่ผู้ฝึกตนทั้งหมดจากไปแล้ว เจียง จู่เยว่
กล่าวออกมาอย่างไม่แยแสว่า”จิ่วอิง เรื่องก่อน
หน้านี้ พวกข้าทั้งหมดจะยอมหลีกให้ ในตอนนี้เจ้า
ได้รับตรายกเลิกพันธะทาสของ ฉือ ห่ายอิน
มาแล้ว ตามกฏของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
เจ้าจะต้องถูกย้ายไปยังอาณาเขตด่านที่สอง ข้าจะ
รีบพาเจ้าไปในทันที เป็นเช่นไร?”
สำหรับ เจียง จู่เยว่ แล้ว การที่ จิ่วอิง ยังคงอยู่ใน
อาณาเขตล่าด่านที่หนึ่ง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของมัน
ตัวมันจึงกระตือรือร้นที่จะส่ง จิ่วอิง ออกไปให้เร็ว
ที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ จิ่วอิง ส่ายศีรษะของตนเอง มันเกียจคร้าน
เกินไปที่จะสนใจ เจียง จู่เยว่ จึงโยนปั้ายยกเลิก
พันธะทาสไปให้ เจียง จู่เยว่ เตรียมตัวที่จากไป
ดำเนินการบ่มเพาะพลังต่อ เพื่อเติบโตและ
แข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อ เจียง จู่เยว่ เห็นว่าเขาทำเช่นนี้ ในเวลานี้มัน
จึงหันไปมอง อู่ อวี้ พร้อมกล่าวขึ้นว่า” อู่ อวี้ เจ้า
ไม่ใช่คนธรรมดาๆอย่างแน่นอน! ไม่เพียงแต่จะ
ขัดขวางการโจมตีของ ‘เหยื่อ’ ทั้งหลายเหล่านั้น
ได้ แต่ยังสามารถต่อต้านสุนัขล่าจันทราที่อยู่ในขั้น
สร้างแกนปีศาจระดับที่แปดได้อีกด้วย นี่แสดงให้
เห็นว่า เจ้ามีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่
สามารถจะอยู่ในอาณาเขตล่าด่านที่หนึ่งได้อีก
ต่อไป เมื่อเปรียบเทียบในด้านของความแข็งแกร่ง
แล้ว เจ้าควรที่จะต้องไปอยู่ในอาณาเขตล่าด่านที่
หก! นี่คือข้อตกลงระหว่างพวกเรา ข้าคิดว่า เจ้าไม่
อาจที่จะปฏิเสธเงื่อนไขนี้ได้! ถ้าหากเจ้าปฏิเสธ
ข้อตกลงนี้ ต่อให้เจ้าสามารถรวบรวมตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสได้ครบห้าสิบตรา ข้าก็จะไม่ยอม
ทำตามคำสัญญาอย่างเด็ดขาด”
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ถูกบังคับให้ต้องแสดงพลังของ
เขาออกมา ทำให้ เจียง จู่เยว่ ได้เห็นถึงความ
แข็งแกร่งของเขา และเขาก็รู้ว่า เจียง จู่เยว่ ย่อม
ไม่ปล่อยโอกาสในการที่จะแยกตัวเขาออกจาก จิ่
วอิง ให้หลุดมือได้
เหตุการณ์ของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ ความเป็นจริงแล้ว
มันเลวร้ายกว่าการที่ จิ่วอิง ได้สังหารผู้ฝึกตนลงไป
เสียอีก
ก่อนหน้านี้ เจียง จู่เยว่ ได้ทำข้อตกลงบางอย่างกับ
อู่ อวี้ แต่เมื่อมันได้เห็นความแข็งแกร่งของเขาแล้ว
ซึ่งอยู่เหนือจินตนาการของมัน ก็ไม่สามารถที่จะ
ปล่อยให้เขาอยู่ในอาณาเขตล่าด่านที่หนึ่งได้อีก
ต่อไป นี่เป็นกฏของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
เพื่อเพิ่มระดับความยากในการที่เหล่าผู้ฝึกตนจะ
สามารถรวบรวมตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสให้ได้
ครบห้าสิบตรา
ความจริงแล้ว ต่อให้ เจียง จู่เยว่ ต้องการที่จะ
ปฏิบัติตามสัญญาที่มันได้ให้เอาไว้ก็ตามที แต่ตัว
มันเองก็ไม่สามารถที่จะละเมิดกฏของอาณาเขตล่า
แห่งเกียรติยศลงได้อยู่ดี
จิ่วอิง รู้ดีว่าอาณาเขตล่าด่านที่หกนั้นเป็นอันตราย
ต่อ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงกล่าวขัดออกไป”
เจียง จู่เยว่ เจ้าต้องการที่จะตั้งตนเป็นศัตรูกับข้าใช่
หรือไม่?”
เจียง จู่เยว่ โบกมือออกไปอย่างจนปัญญา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ตัวมันมีความจำเป็นที่จะต้องทำ
เช่นนี้
อู่ อวี้ หยุดคิดสักครู่หนึ่ง หันไปกล่าวกับจิ่วอิงว่า”
พื้นที่การล่าด่านที่หกก็ไม่เป็นไร สุดท้ายก็ต้องขึ้น
ไปอยู่ดี ไม่ใช่หรือ?”
นื่คือกฏของอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ ซึ่ง จิ่วอิง
ในตอนนี้ไม่สามารถที่จะฝั่าฝืนมันได้
จิ่วอิง กัดฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เมื่อ อู่ อวี้
ได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาแล้ว เห็นได้ชัดว่า
เรื่องเช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งอยู่ดี
ในใจของ จิ่วอิง เป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย
ของสหายผู้นี้ของตน แต่ปัญหาก็คือ ตัวมันยังคง
ติดอยู่ใน อาณาเขตล่าด่านที่หนึ่ง หรือ อาณาเขต
ล่าด่านที่สอง อยู่ ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของมัน
สามารถไต่ไปถึงอาณาเขตล่าด่านที่หกได้อย่าง
สบายๆ ฉะนั้นหมายความว่าเพื่อความปลอดภัย
ของ อู่ อวี้ แล้ว นั้นหมายความว่ามันจะต้องทำ
การสังหารผู้คน!
ตัวมันรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง
“อู่ อวี้ เชิญ!”
“จิ่วอิง เจ้ายังต้องการที่จะเป็นสหายกับ อู่ อวี้
และต้องการที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การฝึกตน
กับเขาอยู่หรือไม่? เช่นนั้นก็จงไปอยู่ในอาณาเขต
ล่าด่านที่สองเสียเถิด เพราะยังไงแล้วกฏของอาณา
เขตการล่าแห่งเกียรติยศก็ค่อนข้างจะบังคับให้
พวกปีศาจทุกๆตัวจะต้องยกระดับขึ้นไปอย่างช้าๆ
จนสามารถไปอยู่ในอาณาเขตด่านที่หกได้อยู่ดี ไม่
เหมือนกับ อู่ อวี้ ที่ก้าวเดียวก็พุ่งทะยานได้แล้ว!”
เจียง จู่เยว่ หัวเราะออกมา
“เจ้าอย่าลำพองใจให้มันมากเกินไป ตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสทั้งห้าสิบตราของข้า หนึ่งในนั้น
จะต้องเป็นเจ้า เจียง จู่เยว่” อู่ อวี้ มองไปที่มัน
ด้วยสายตาเย็นชา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ….. ถึงแม้เจ้าจะกล่าวเช่นนี้แต่ว่าบน
ตัวของข้าไม่มีตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส แต่
หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าจะนำมันมาไว้ในตัวข้า
สักหนึ่งตราเป็นไง? อู่ อวี้ ชายชราผู้นี้จะรอคอยให้
เจ้าเข้ามาท้าทายอยู่นะ” เจียง จู่เยว่ หัวเราะขึ้น
ฝูงปีศาจสุนัขที่อยู่ด้านข้าง พลันหัวเราะออกมา
เช่นกัน
“จิ่วอิง วันนี้คงต้องแยกจากกันไปก่อน ไว้เจอกัน
ใหม่ในวันข้างหน้า” อู่ อวี้ นั้นไม่ได้ลังเลที่จะเอ่ย
คำอำลากับ จิ่วอิง มีลางสังหรณ์ว่าตั้งแต่วันนี้เป็น
ต้นไป ตัวมันคงต้องเริ่มการต่อสู้และเข่นฆ่าสังหาร
เสียแล้ว
“แล้วเจอกันใหม่ รักษาตัวด้วย” จิ่วอิง ยังคงรู้สึก
เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันหันกลับไป
มองที่ เจียง จู่เยว่ กล่าวว่า”ถ้าหากเกิดเรื่องอันใด
ขึ้นกับ อู่ อวี้ ในอาณาเขตล่าด่านที่หกละก็ เจ้า
จะต้องเจอปัญหาแน่นอน”
เจียง จู่เยว่ โบกมือแล้วกล่าวว่า”บนตัวของเขาไม่
มีตรายกเลิกพันธะทาส ก็ไม่มีปีศาจตนใดที่จะ
สนใจจัดการเขาหรอก นอกเสียจากว่าตัวเขาไปทำ
การต่อสู้กับปีศาจตนอื่นแล้วพลาดท่าเสียเอง ซึ่ง
เรื่องนี้ข้าไม่สามารถที่จะเข้าไปแทรกแซงได้”
อาณาเขตล่าด่านที่หกนั้น ไม่ได้เป็นอาณาเขตของ
มันตามที่ว่า
“ข้ายอมไปยังอาณาเขตล่าด่านที่สองกับพวกเจ้า”
จิ่วอิง ได้ทำการตัดสินใจแล้ว เมื่อ อู่ อวี้ ต้อง
ออกไปจากอาณาเขตล่าด่านที่หนึ่ง มันจึงไม่มี
ความจำเป็นใดๆที่จะต้องอยู่ในอาณาเขตล่าด่านที่
หนึ่งอีกต่อไป ดูเหมือนว่ามันจะโทษตัวเองเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ ที่ต้องปล่อยให้สหายของตนเข้าไปเสี่ยง
อันตราย มันจึงคิดที่จะมุ่งหน้าไปหา อู่ อวี้ ใน
อาณาเขตล่าด่านที่หก และแน่นอนว่ามันจำต้อง
ฝืนเจตจำนงแห่งจิตใจของตนเอง!
ในใจของ จิ่วอิง บังเกิดความชัดเจนขึ้น ไม่จำเป็น
ที่จะให้ อู่ อวี้ เตือนสติอีกต่อไป
ฝูงปีศาจสุนัขของ เจียง จู่เยว่ ได้เปลี่ยนกลับอยู่ใน
รูปแบบปีศาจแล้วกระจายตัวออกไปในเงามืด ส่วน
เจียง จู่เยว่ พา อู่ อวี้ และ จิ่วอิง ออกเดินไปยัง
พื้นที่การล่าที่อันตรายยิ่งกว่านี้ ว่ากันว่าอาณาเขต
ล่าแต่ละระดับ จะมีทางเชื่อมต่อไปยังอาณาเขตล่า
พื้นที่อื่นๆได้ ภูมิประเทศของอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศแห่งนี้เป็นโลกที่ลึกลับซับซ้อน อู่ อวี้ ไม่
อาจจะเข้าใจมันได้อย่างชัดเจน นี่แสดงให้เห็นว่า
ค่ายกลเวทย์ที่อยู่ในนี้เป็นค่ายกลเวทย์ระดับสูง ไม่
แน่ว่าอาจจะเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นจิตเทวะที่ก่อตั้ง
ค่ายกลเวทย์นี้ขึ้นมา และนี่ก็ไม่ใช่วงเวทย์คัดลอก
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้อง
หน้าประตูสัมฤทธิ์บานหนึ่ง ประตูสัมฤทธิ์บานยักษ์
นี้ตั้งอยู่บนกำแพงของยอดเขาลูกหนึ่ง มีทั้งหมด
เก้าบาน แบ่งแยกเป็นด่านที่สองถึงด่านที่สิบ ซึ่ง
สอดคล้องกับอาณาเขตล่าในระดับต่างๆ
อู่ อวี้ มีลางสังหรณ์ว่า ประตูสัมฤทธิ์เหล่านี้ เป็น
ค่ายกลที่สำคัญที่สุดในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
แห่งนี้
“จิ่วอิง เชิญ” เจียง จู่เยว่ เปิดประตูอาณาเขตล่า
ระดับที่สองออกก่อน และให้ จิ่วอิง ก้าวเข้าไปข้าง
ใน จิ่วอิง กล่าวว่า”อู่ อวี้ รักษาตัวด้วย ข้าจะต้อง
พาเจ้าออกไปจากห้วงสมุทรเมฆาลวงตาแห่งนี้ให้
ได้ จงเชื่อมั่นในตัวของข้า!”
เป็นเพราะ จิ่วอิง ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว อู่ อวี้
จึงเชื่อมั่นในตัวของมัน
หลังจากที่กล่าวจบ จิ่วอิง ก็พุ่งทะยานเข้าไปอยู่
ในประตูของอาณาเขตล่าด่านที่สอง เมื่อประตู
อาณาเขตล่าด่านที่สองปิดลง ก็เหลือเพียงแค่
เจียง จู่เยว่ กับ อู่ อวี้ เท่านั้น ในเวลานี้ เจียง จู่เยว่
เดินไปเปิดประตูยักษ์ของอาณาเขตด่านที่หกออก
ในขณะที่กำลังตรวจสอบ อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้นว่า”เมื่อ
ดูๆไปแล้ว กายเนื้อของเจ้ามีความแข็งแกร่งมาก
ซึ่งหาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้ เรียกได้ว่าแข็งแกร่ง
ราวกับสัตว์ประหลาด เมื่อมีความสามารถเช่นนี้
แล้ว คาดว่าอยู่ในนิกายเซียนซูซัน เจ้าจะต้องเป็น
บุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างแน่นอน บางทีอาจจะเป็น
ถึงลูกศิษย์ของหนึ่งในเจ็ดเซียนแห่งซูซันก็เป็นได้!”
อู่ อวี้ กล่าวออกมาอย่างเย็นชา”เจ้านั้นประเมินข้า
สูงเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงแค่สาวกแกนกระบี่
สามัญธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น แม้แต่อาจารย์ข้าก็
ยังไม่มี”
เจียง จู่เยว่ ไม่เชื่อในคำกล่าวของเขา มันเปิด
ประตูของอาณาเขตล่าด่านที่หกออกมา แล้วจับ
จ้องไปที่ อู่ อวี้ มอง อู่ อวี้ เดินเข้าไปในอาณาเขต
ล่าด่านที่หก จากนั้นก็กล่าวออกมา”ถ้าหากข้า
สังหารเจ้าไปในวันนี้ นิกายเซียนซูซันจะต้องเกิด
การสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน แต่น่าเสียดายที่
จิ่วอิง และเจ้าเป็นสหายกัน ถ้าหากข้าสังหารเจ้า
ไปเขาก็จะสร้างความยากลำบากให้แก่ข้าได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ข้าแน่ใจได้เลยว่า มนุษย์และ
ปีศาจต่างเกลียดชังซึ่งกันและกันจนไม่สามารถจะ
อยู่ร่วมฟั้าดินเดียวกันได้ พวกเจ้าในตอนนี้ยัง
เยาว์วัยยิ่งนัก จึงมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ข้า
สามารถบอกเจ้าได้เลยว่า สักวันหนึ่ง เจ้าจะต้อง
กลายเป็นศัตรูกับ จิ่วอิง เมื่อถึงเวลานั้น จิ่วอิง
จะต้องเป็นคนสังหารเจ้าด้วยตัวของมันเอง! ดังนั้น
เจ้าจงหยุดฝันกลางวันเสียเถอะ!”
“หุบปาก”
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินไปที่จะให้ความสนใจมัน เขา
จึงเดินเข้าไปในประตูสัมฤทธิ์บานยักษ์ของอาณา
เขตล่าด่านที่หก หลังจากที่เดินเข้าไปแล้ว เจียง จู่
เยว่ พลันคำรามออกมาพร้อมกระแทกปิดประตู
อย่างรุนแรง ชั่วพริบตาก็สามารถสัมผัสได้ถึง
บรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อู่ อวี้ ใน
ฐานะที่เป็นเหยื่อคนหนึ่ง ที่มาจากอาณาเขตล่า
ระดับต่ำก้าวกระโดดไปยังอาณาเขตล่าระดับสูง
เบื้องหน้าของเขาปรากฎเป็นทางเดินที่มืดมิดขึ้น
เส้นหนึ่ง สามารถมองเห็นได้ว่ามีแสงสลัวอยู่อีกฝัง
ที่ห่างไกล ซึ่งนั่นก็คือประตูทางออก
เขารู้สึกว่าตนเองได้อยู่ใจกลางของภูเขาลูกหนึ่ง
ตรงกลางของภูเขาลูกนี้เต็มไปด้วยความ
สลับซับซ้อน แม้แต่พื้นดินทั้งหมดก็ยังมีความ
ลึกลับไม่น้อย ปลายทางของบนถนนที่อยู่ด้านหน้า
แพร่กระจายพลังอันดุร้ายออกมา เห็นได้ชัดว่านั่น
เป็นบรรยากาศของการต่อสู้ในอาณาเขตล่าด่านที่
หก แตกต่างจากพื้นที่ระดับที่หนึ่งอย่างมหาศาล!
ได้ยินมาว่าในอาณาเขตล่าด่านที่หก มีผู้ฝึกตนอยู่
จำนวนน้อยนิดที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภาระดับที่
เจ็ด ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่แล้วอยู่ในขั้นสร้างแกนนภา
ระดับที่แปด! ซึ่งเหมาะสมกับเหล่าปีศาจที่อยู่ในที่
แห่งนี้ หากคิดจะล่าพวกเขา ก็ควรที่จะแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่าพวกเขา โดยทั่วไปแล้วพวกเขาทั้งหมดจะ
ทำการท้าทายมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อาณาเขตล่า
ระดับที่ห้าจนย้ายมาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้
ความเป็นจริงแล้วในอาณาเขตล่าแต่ละแห่ง ยังมี
ฐานทัพที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้เหล่าปีศาจได้
ทำการบ่มเพาะพลัง มีเพียงแต่ปีศาจเท่านั้นที่จะ
เข้าได้ ผู้ฝึกตนไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไป ปีศาจจำนวน
มากจะทำการบ่มเพาะอยู่ที่ฐาน จนกระทั่งเกี่ยว
เก็บผลประโยชน์ได้สำเร็จ จากนั้นมันก็จะออกมา
ทำการล่าสังหาร
ภายในห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ มีปีศาจขั้นสร้าง
แกนปีศาจระดับที่ห้าจำนวนมากเข้ามาในอาณา
เขตล่าแห่งเกียรติยศ จนกระทั่งสามารถเข้าไปท้า
ทายในอาณาเขตล่าด่านที่สิบได้ และสามารถก้าว
ข้ามขอบเขตของผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนนภาระดับที่
สิบได้ จึงจะออกมา
ในขั้นตอนเหล่านี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้
ของพวกมันอย่างมหาศาล
อู่ อวี้ ต้องการที่จะออกไปจากอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศแห่งนี้ แต่ก็ไม่อยากจะรบกวน จิ่วอิง เขา
ได้พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าบน
เส้นทางนี้จะยาวไกลอย่างมาก แต่ อู่ อวี้ ก็
ปรารถนาที่จะออกไปให้ได้เร็วที่สุด ดวงตาของเขา
ทันใดนั้นก็ส่องประกายขึ้น พริบตาเดียวเขาพุ่ง
ออกไปปะทะเข้ากับลำแสง ปรากฎบนนภากาศอัน
ว่างเปล่า เขารู้สึกประหลาดใจที่ตนเองมาปรากฏ
ตัวขึ้นอยู่กลางอากาศ ยามที่หันหลังไปก็พบว่า
ภูเขาและประตูสัมฤทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังได้อันตรธาน
หายไปแล้ว
เบื้องหน้าเป็นบึงที่มีหมอกแพร่กระจายปกคลุมอยู่
ไปทั่ว ไม่สามารถจะมองเห็นที่ที่อยู่ในระยะไกลได้
กลิ่นอายปีศาจแพร่กระจายอยู่เต็มท้องนภา เห็นได้
ชัดว่ามีปีศาจจำนวนมากกำลังซ่อนตัวอยู่ในบึง
แห่งนี้ พริบตาที่ อู่ อวี้ ปรากฏตัวออกมา ก็ได้ยิน
เสียงคำรามกึกก้อง พิจารณาได้ว่าปีศาจส่วนใหญ่
ที่อยู่ที่นี่ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่เกินขีดจำกัดของตน ตัวเขา
จึงทำการซ่อนตัวในทันที หายตัวเข้าไปอยู่ภายใน
เมฆหมอก มุ่งตรงไปยังพื้นดินที่อยู่ในอาณาเขตล่า
ด่านที่หก
ตอนนี้ปัญหาของเขาก็คือตัวเขาไม่มีตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสแม้แต่ชิ้นเดียว
“ข้าไม่สามารถจะพึ่งพา จิ่วอิง ไปได้ตลอด ข้า
จะต้องออกไปจากที่นี่ กลับนิกายเซียนซูซันด้วยตัว
ของข้าเอง”
ทางฝังนิกายเซียนซูซัน ก็ถือได้ว่าเขาเพิ่งจะเข้าไป
เป็นศิษย์ได้ไม่นาน การหายตัวไปของเขา ทำให้
เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วนิกายเซียนซูซัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนานกง เหว่ย ที่เป็นห่วง อู่
อวี้ มากที่สุด ยามนี้ก็ผ่านไปหนึ่งปีกว่าๆแล้ว ไม่รู้
ว่านางยังสบายดีอยู่หรือไม่?
เขาต้องรีบกลับไปที่นิกายเซียนซูซันให้เร็วที่สุด อู่
อวี้ จึงเดินไปในบึงอย่างเงียบๆ มองหาปีศาจ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ