กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 291 ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
ตำหนักทั้งเก้าปรากฏขึ้นอยู่กลางท้องฟั้า มาปิด
ล้อมหมาปั่าเขี้ยวกระบี่ตัวที่สองเอาไว้ อู่ อวี้ ได้
ปล่อยให้หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ตัวอื่นพุ่งทะยานเข้ามา
หาตน จากนั้นพร้อมเปิดใช้เคล็ดวิชา ‘เก้าจัตุรัส
สยบมาร’ !
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารสำหรับเหล่าปีศาจแล้ว ถือ
ว่าเป็นสิ่งที่สามารถกำราบพวกมันได้อย่างสิ้นเชิง
ก่อร่างขึ้นมาสกัดกั้นพวกมัน พริบตาเดียวก็
สามารถกักขังหมาปั่าเขี้ยวกระบี่เอาไว้ข้างใน และ
ในขณะเดียวกัน หมาปั่าเขี่ยวกระบี่ตัวอื่นๆทั้งหมด
พุ่งตรงเข้าไปโจมตี อู่ อวี้ พวกมันทั้งหมดพลัน
กลับเปลี่ยนกลายเป็นควันและสลายหายไป
นี่แสดงให้เห็นว่า หมาปั่าตัวที่ อู่ อวี้ ใช้เสาเก้า
จัตุรัสสยบมารกักขังมันเอาไว้อยู่ภายใน มันก็คือ
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ตัวจริง
อู่ อวี้ แทบจะสามารถจัดการล้มพวกมันทั้งสอง
ตัวได้ในพริบตา ในตอนที่หมาปั่าเขี้ยวกระบี่กำลัง
ดิ้นรนอยู่ในเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร อู่ อวี้ ได้กระโดด
ขึ้นไปบนท้องฟั้า และพุ่งทะยานลงมาเบื้องล่าง
อย่างรวดเร็ว ในมือของเขาแยกกระบี่เต๋าหยินห
ยางออกเป็นสองเล่ม หนึ่งเล่มสีขาว หนึ่งเล่มสีดำ!
“กระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ!”
“สุดยอดกระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ!”
ทักษะเคล็ดวิชากระบี่ แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่
บ่งบอกได้ว่าเป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน เคล็ด
วิชากระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพควบแน่นพลังกระบี่
ไร้ลักษณ์เข้าด้วยกัน สั่นคลอนนภากาศที่ว่างเปล่า
พุ่งตรงไปยังหมาปั่าเนตรปีศาจ ส่วนสุดยอดกระบี่
ไร้ลักษณ์สังหารเทพได้ซ่อนอยู่ภายในกระบี่สังหาร
เทพ ไร้รูปลักษณ์ไร้ซึ่งเสียง กล่าวได้ว่าเป็นการ
ลอบสังหารที่แท้จริง!
การผสานพลังของเคล็ดวิชากระบี่ทั้งสองนี้จะทำ
ให้ฝั่ายตรงข้ามไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของ สุดยอด
กระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ โดยสิ้นเชิง!
“ทำลาย!” หมาปั่าเนตรปีศาจไม่สามารถรับมือได้
อย่างหมดจด ในเวลาเดียวกันจึงเปิดใช้ขอบเขต
แดนปีศาจลวงตา นางได้ใช้ห่วงแสงสีน้ำเงินเข้ม
ออกมาเพื่อห่อหุ้มร่างกายของนางเอาไว้ให้อยู่
ภายใน เมื่อตอนที่กระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพได้พุ่ง
โจมตีเข้าไป อากาศที่ว่างเปล่าบิดเบี้ยว สั่นคลอน
ทั้งสี่ทิศอย่างรุนแรง หมาปั่าเนตรปีศาจถูกโจมตี
กระแทกเข้ากับพลังอำนาจอันร้ายกาจของกระบี่ไร้
ลักษณ์สังหารเทพ โดยการเพิ่มระดับของขอบเขต
แดนปีศาจลวงตาขึ้น ทำให้อาการปวดหัวของ อู่
อวี้ ยิ่งแย่ลงเข้าไปอีก จนเกือบจะปล่อยให้หมาปั่า
เขี้ยวกระบี่หลบหนีออกมาจากเก้าจัตุรัสสยบมาร
“จงเจ็บปวด!”
ในเวลานี้เองที่สุดยอดกระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพ
สำแดงพลังอำนาจของมันออกมา กลายเป็นปราณ
กระบี่นับพันนับหมื่นที่ไร้ซึ่งรูปร่างบินพุ่งไป จาก
ทั่วทุกสารทิศ เจาะทะลวงเข้าไปยังจุดอ่อนของ
ห่วงแสง การโจมตีนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
พริบตาเดียวก็สามารถเจาะทะลวงไปโดนร่างของ
หมาปั่าเนตรปีศาจ แค่เพียงเวลาสั้นๆหมาปั่าเนตร
ปีศาจถูกปราณกระบี่นับหมื่นจนราวกับห่าฝนทิ่ม
แทงเข้าไป ปรากฎเสียงกรีดร้องโหยหวน ทั่วร่าง
ของมันชุ่มโชกไปด้วยโลหิตและล้มลงไป โดยการ
โจมตีอย่างรุนแรงของ อู่ อวี้
เคล็ดวิชาสุดยอดกระบี่ไร้ลักษณ์สังหารเทพเป็น
เคล็ดวิชากระบี่ที่มีพลานุภาพร้ายกาจยิ่ง การ
ปั้องกันของหมาปั่าเนตรปีศาจนั้นอ่อนด้อยกว่า
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ ดังนั้นจึงได้รับการกระแทก
อย่างรุนแรง ส่วนเขตแดนปีศาจลวงตาของมัน
บัดนี้ก็ได้สลายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงทำให้ใน
ที่สุด อู่ อวี้ ก็สามารถฟืนตัวขึ้น อีกทั้งการมองเห็น
ของเขาก็กลับมาชัดเจนดั่งเดิม
ย้าก!
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่มองเห็นหมาปั่าเนตรปีศาจพ่าย
แพ้ต่อหน้าต่อตา ในเวลานี้มันจึงเกิดอาการคุ้มคลั่ง
ขึ้น
“เจ้ารนหาที่ตาย!”
อู่ อวี้ หันมองกลับไปที่มันอย่างเงียบๆแล้วกล่าว
ว่า”พ่ายแพ้ใต้เงื้อมมือของข้า เป็นเพียงแค่
ขั้นบันไดให้ข้าเหยียบย่ำ ไฉนยังไม่ยอมรับอีก”
เขาถอนเก้าตำหนักสยบมารออก และเปลี่ยน
ตำหนักทั้งเก้าให้กลายเป็นกระบองสีทองหนึ่งด้าม
และถือมันขึ้นมาไว้ในมือของเขา อู่ อวี้ ในตอนนี้
เหยียดหยันทุกสิ่ง กดดันทุกอย่าง ใช้สายตาบดขยี้
ไปที่หมาปั่าเขี้ยวกระบี่!
ดวงตาสีทองคู่นั้น ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง ราวกับ
เป็นเทพสวรรค์จุติลงมาบนโลกใบนี้
ตูม ตูม
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่พุ่งกระโจนโจมตีออกมาจาก
โคลน ตัวมันมีความเร็วที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก
ในช่วงเวลาที่กำลังพุ่งเข้ามา ได้มีแสงสีน้ำเงินพุ่ง
ออกมาระหว่างกรงเล็บของมัน สัญลักษณ์โบราณ
ส่องประกายเจิดจ้าออกมา
นั่นก็คือเครื่องมือสังหารอันร้ายกาจ!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เพียงแค่เคลื่อนไหวอย่างเรียบ
ง่าย แต่พลังทำลายล้างของเขากลับมีความรุนแรง
มหาศาลมากกว่ามันหลายเท่านัก!
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!
ระดับพลังของมันนั้นสูงมากเกินไป จึงทำให้ไม่
สามารถใช้เคล็ดตรึงกายาได้ อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังใช้
เคล็ดระเบิดพลังคลั่งไปหลายครั้งจนชำนาญแล้ว
บัดนี้เขาไม่ได้ใช้เคล็ดจำแลงเซียนวานรเข้าช่วย
แต่ทว่าแขนทั้งสองข้างพลันขยายใหญ่ขึ้น เส้น
เลือดข้างในส่องประกายสีทองออกมาอย่างไม่มีที่
สิ้นสุด
“เก้าจัตุรัสทำลายล้าง”
เขากระตุ้นวงเวทย์ที่อยู่บนเสาเก้าจัตุรัสทำลายล้าง
ขึ้น พลังที่บดขยี้โลก พุ่งออกไปสังหารอย่าง
รุนแรง!
หนึ่งพลองฟาดลงมาจากฟากฟั้า ปะทะเข้ากับ
ศีรษะของหมาปั่าเขี้ยวกระบี่!
ตูม!
เพราะว่าหมาปั่าเขี้ยวกระบี่พุ่งออกมาอย่าง
รวดเร็ว จึงทำให้แรงกระแทกที่มันได้รับจึงรุนแรง
ตามไปด้วย มันกระเด็นลอยไปดั่งกับลูกบอลที่ถูกตี
ออกไปอย่างรวดเร็วจนจมเข้าไปในส่วนลึกของ
โคลน
ภายใต้การเสริมส่งจากเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ทำให้
อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่นี้มา เกรงว่า อาการ
บาดเจ็บของหมาปั่าเขี้ยวกระบี่จะหนักหนาสาหัส
เสียยิ่งกว่าหมาปั่าเนตรปีศาจ ความจริงแล้วเมื่อ
อยู่ในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศแห่งนี้ อู่ อวี้ ไม่
เคยคิดที่จะใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งแม้แต่น้อย นั่น
เป็นเพราะว่าหลังจากที่สำแดงพลังของมันเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว จะทำให้แขนทั้งสองข้างของเขา
รู้สึกเจ็บปวดซึ่งแลกกับพลังรบที่มหาศาล ในเวลา
นี้ถ้าเกิดปีศาจตนอื่นปรากฏตัวขึ้นมา สถานการณ์
ของเขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน
“ตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส หากไม่นำมันมาก็น่า
เสียดาย”
หลังจากที่จัดการคู่ต่อสู้ทั้งสองลงไปได้ ก่อนอื่นเขา
จึงเข้าจับกุมหมาปั่าเนตรปีศาจที่คิดจะหลบหนี
เพราะอีกฝั่ายได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึง
ถูก อู่ อวี้ ใช้กระบี่เต๋าหยินหยางเข้าไปสกัดเอาไว้
ได้อย่างง่ายดาย
หมาปั่าเนตรปีศาจแปรเปลี่ยนกลับไปอยู่ในรูปแบบ
มนุษย์ ล้มลงไปที่พื้นด้วยสภาพที่ดูน่าอเนจอนาถ
และน่าสงสารยิ่ง
มันกัดริมฝีปากแดงๆของมัน แล้วมองไปที่ อู่ อวี้
ด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ กล่าวออกมาว่า”ที่แท้
เจ้าเป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน? เจ้ามี
ความสามารถเช่นนี้ เมื่ออยู่ในดินแดนปีศาจของ
ข้า ยังกล้าที่จะทำตัวหยิ่งผยอง ไม่กลัวว่าพรรค
พวกปีศาจของข้าจะสังหารเจ้าไปรึยังไง!”
“หยุดกล่าววาจาไร้สาระมาได้แล้ว ส่งตราปีศาจ
ยกเลิกพันธะทาสออกมา” อู่ อวี้ กล่าวขัดขึ้น
“เจ้าไม่ได้เป็นแม้กระทั่งเหยื่อ แล้วเจ้าจะเอาตรา
ปีศาจยกเลิกพันธะทาสไปทำไมกัน?” หมาปั่าเนตร
ปีศาจถาม
“ก็เพื่อที่จะออกไปจากที่นี่ยังไงล่ะ”
หมาปั่าเนตรปีศาจครามหัวเราะออกมา”เจ้าช่างไร้
เดียงสาเกินไปแล้ว เมื่อเข้ามายังอาณาเขตล่าแห่ง
เกียรติยศนี้แล้ว หากไม่ใช่ปีศาจก็ไม่สามารถ
ออกไปจากที่แห่งนี้ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะรวบรวม
ตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสได้ตรบ”
โดยทั่วไปแล้วตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสจะถูก
ห้อยเอาไว้อยู่บนร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ไม่สามารถที่จะซ่อนมันเอาไว้ในถุงจักรวาลได้ อู่
อวี้ จึงควานหาทั่วตัว แล้วยึดตราปีศาจยกเลิก
พันธะทาสมาหนึ่งตรา หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยหมา
ปั่าเนตรปีศาจไป แล้วเดินไปทางหมาปั่าเขี้ยว
กระบี่
หมาปั่าเขี้ยวกระบี่นั้นจมเข้าไปอยู่ในส่วนลึกของ
โคลน ถูกกระแทกจนสลบไป หลังจากที่ อู่ อวี้
ได้รับตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสเรียบร้อยแล้ว
เขาก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงจาก
ทั่วทุกทิศทาง เห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้แข็งแกร่ง
จำนวนมาก ได้ยินเสียงการต่อสู้จากที่แห่งนี้ จึง
กำลังมุ่งตรงมายังที่นี่
“มัวรออะไรอยู่ยังไม่รีบไปอีก!” ผู้ฝึกตนคนนั้น
กล่าวออกมาอย่างรีบร้อน
แน่นอนว่าเขากำลังเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก จึง
ทำให้ไม่สามารถที่จะหนีไปได้เร็วนัก ความตั้งใจ
ของ อู่ อวี้ ก็คือเมื่อช่วยคนแล้วก็จะต้องช่วยให้ถึง
ที่สุด โดยไม่กล่าวอะไร อู่ อวี้ พุ่งเข้าไปพยุงผู้ฝึก
ตนคนนั้นแล้วพาบินเขาจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่บินมาได้ครึ่งชั่วยาม อีกฝั่ายก็กล่าว
ออกมาว่า”ในอาณาเขตล่าด่านที่หก อย่าได้เข้าไป
อยู่ใกล้โคลนมากนักที่นั่นมันเต็มไปด้วยอันตราย
เจ้าหยุดบินได้แล้ว ไปหาที่ซ่อนกันก่อนแล้วค่อยว่า
กันอีกที”
“เช่นนั้นรึ?” อู่ อวี้ พยักหน้า เขารู้สึกว่ายิ่งเขา
เคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ดึงดูดความสนใจ
มากเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงคิดได้ถึงวิธีการหนึ่ง ให้เสาเก้าจัตุรัส
สยบมารล้อมรอบตนเองเอาไว้ สร้างเป็นข่ายผนึก
ขึ้นมา ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเพียงการเปิดใช้งานวง
เวทย์เก้าจัตุรัสสยบมารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงไม่
ค่อยกินพลังงานมากนัก หลังจากนั้นด้วยข่ายผนึก
นี้ทำให้เขาสามารถตรงเข้าไปอยู่ในส่วนลึกของ
โคลน เช่นนี้ก็สามารถจะเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ลึก
ที่สุดได้ อีกทั้งยังคงมีพื้นที่ว่างเปล่าหลงเหลืออยู่
ในไม่ช้าพวกเขาก็จมลงไปในโคลน พวก อู่ อวี้
ยังคงจมลงไปอย่างต่อเนื่อง เขาไม่ได้คาดคิดว่า
โคลนแห่งนี้จะมาความลึกมากมายเช่นนี้ มันลึก
ราวกับเป็นก้นของมหาสมุทร หลังจากผ่านไปนาน
ในที่สุดก็ถึงจุดล่างสุด ดินโคลนทั้งสี่ทิศได้เปลี่ยน
กลายเป็นพื้นดิน
อู่ อวี้ ใช้เสาเก้าจัตุรัสสยบมาร ในการสร้างพื้นที่
ขนาดใหญ่ขึ้นมา จึงไม่มีเวลาที่กำจัดสิ่งสกปรกบน
ร่างกายออกไป และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจนั่น
คือเส้นชีพจรของพลังวิญญาณที่อยู่ในจุดนี้ พลัง
ฟั้าดินในที่แห่งนี้มีความหนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง เห็น
ได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้ปลอดภัยและเหมาะสมกับ
การบ่มเพาะเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีคนมาพบ
พวกเขา และโจมตีเข้ามาในทันที แต่เสาเก้าจัตุรัส
สยบมารก็สามารถที่จะปกปั้องการโจมตีเหล่านั้น
ได้อยู่
ในตอนนี้ อู่ อวี้ สามารถเรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่
ปลอดภัยแล้ว
พึ่งจะเข้ามาในอาณาเขตล่าด่านที่หก ก็ได้รับตรา
ปีศาจยกเลิกพันธะทาสมาแล้วสองตรา มันจึงทำ
ให้ อู่ อวี้ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในอาณาเขตล่าด่านที่
หกแห่งนี้ เขาคาดการณ์ว่าความแข็งแกร่งของตัว
เขาสมควรที่จะจัดอยู่ในขั้นผู้แข็งแกร่ง
“ข้าน้อย หวง เหยียนอู่ ขอขอบคุณผู้มีพระคุณที่
ได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้” ผู้ฝึกตนผู้นี้มีใบหน้าที่ซีด
เซียว พร้อมฝืนบังคับตัวมาประสานมือคาราวะ
อย่างยากลำบาก อู่ อวี้
“เรียกข้าว่า อู่ อวี้ ก็พอแล้ว ท่านวางใจแล้วรักษา
อาการบาดเจ็บของท่านเถิด ฟืนฟูร่างกายของท่าน
ให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดออก
จากอาณาเขตล่าแห่งนี้ได้” อู่ อวี้ ได้เอ่ยแนะนำ
เขาออกไป จริงๆแล้วเขารู้ดีว่าความสามารถของ
ตนมีขีดจำกัด เป็นไปไม่ได้ที่จะปกปั้อง หวง เห
ยียนอู่ ผู้นี้ได้เป็นเวลานาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการ
ปกปั้องคนทั้งหมดในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ
ทั้งหมดให้มีชีวิตรอดได้เลย
เมื่อนับตามอายุแล้ว อู่ อวี้ เป็นเพียงแค่คนรุ่นเยาว์
เท่านั้น
หวง เหยียนอู่ นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น เวลาต่อมาสี
หน้าของเขาพลันเริ่มดีขึ้น แต่ว่ายังคงต้องจัดการ
ขับพลังปีศาจของหมาปั่าเขี้ยวกระบี่ที่อยู่บนร่าง
ของเขาออกไป
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รีบร้อนและมีท่าทีกังวลใดๆ
พร้อมเอ่ยถามออกมาว่า”ได้ยินมาว่า เจ้าเป็น
สาวกของนิกายเซียนซูซัน? แต่ทำไมบนร่างของ
เจ้ากลับไม่มีตรายกเลิกพันธะทาสเลยล่ะ?”
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกสงสัยมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ย
ถามขึ้น
อู่ อวี้ จึงตอบกลับไปว่า”ข้าเป็นสาวกนิกายเซียนซู
ซัน อีกทั้งยังเป็นสหายของบุตรชายของจักรพรรดิ
อิง จิ่วอิง ครั้งนี้ข้าได้จับพลัดจับผลูหลงเข้ามาอยู่
ในอาณาเขตล่าแห่งเกียรติยศ จึงจำเป็นที่จะต้อง
รวบรวมตราปีศาจยกเลิกพันธะทาสให้ได้ครบห้า
สิบตรา สิ่งที่แตกต่างกับท่านก็คือบนร่างข้าไม่มี
ตรายกเลิกพันธะทาส แต่ความเป็นจริงแล้ว
โชคชะตาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากท่านเท่าใดนัก”
เขาไม่ค่อยที่จะมองโลกในแง่ดีนักเกี่ยวกับ
สถานการณ์ในอนาคต ดังที่หมาปั่าเขี้ยวกระบี่ได้
กล่าวเอาไว้ หลังจากที่ตัวเองได้แสดงความ
แข็งแกร่งที่ต่อต้านสวรรค์ออกมาแล้ว อาจจะทำ
ให้เหล่าปีศาจทั้งหลายเกิดความหวาดกลัวขึ้น แต่
ปัญหาก็คือถ้าหากไม่แสดงพลังออกมาเช่นนี้ แล้ว
จะสามารถรวบรวมตราปีศาจยกเลิกพันธะทาส
เพื่อหลบหนีอย่างไร?
และ อู่ อวี้ ก็ยังอยากที่กลับไปยังนิกายเซียนซูซัน
อีกด้วย
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” หวง เหยียนอู่ พยักหน้า
หลังจากนั้นก็กล่าวแนะนำตัวของมันออกมา”ตัว
ข้านั้นเป็นคนของนครจักรพรรดิเพลิง เป็นหนึ่ง
สมาชิกของทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ได้รับ
มอบหมายภารกิจมาให้จัดการ แต่โชคร้ายกลับถูก
ปีศาจจับตัวเข้ามา ซึ่งข้าติดอยู่ในสถานที่เช่นนี้มา
สามสิบกว่าปีแล้ว ตัวข้าเองยังไม่กล้าที่จะเชื่อเลย
ว่า ข้าจะมีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้…….”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ หวง เหยียนอู่ ก็ยิ้มขึ้นมาอย่าง
จนปัญญา
“ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง?” อู่ อวี้ จำได้ว่า นี่ก็คือ
กองกำลังหลักของนครจักรพรรดิเพลิง เป็น
องครักษ์ที่คอยปกปั้องกำแพงเมืองและจะมีกลุ่มผู้
ฝึกตนหนึ่งกลุ่มได้รับมอบหมายให้ออกไปปฏิบัติ
ภารกิจข้างนอก แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มนี้ก็ถือเป็น
กองกำลังของกองทัพ กล่าวได้ว่าเป็นกองกำลังผู้
ฝึกตนกองกำลังหลัก มีคนมากมายต้องการที่จะ
เข้าไปอยู่ในกองกำลังนี้ ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่ได้คาดคิดว่า
หวง เหยียนอู่ จะเป็นถึงหนึ่งในทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง
เหล่าทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงนั้นน่ากลัวเป็นอย่าง
มาก หวง เหยียนอู่ ที่อยู่ในขอบเขตเช่นนี้ คาดว่า
อาจจะเป็นเพียงทหารนายหนึ่ง ซึ่งเหนือกว่านั้นก็
จะเป็น นายร้อย นายพัน นายพล และผู้บัญชาการ
ที่มีสิทธ์ดูแลจัดการกองทัพทหารได้โดยสมบูรณ์
เพื่อการปกปั้องนครจักรพรรดิเพลิง ก่อนหน้านี้มี
กองกำลังมากมายหมายที่จะบุกโจมตีนคร
จักรพรรดิเพลิง แต่พวกมันทั้งหมดก็ถูกทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิงค้ำยันไว้เป็นปราการที่แข็งแกร่งจน
ต้องล่าถอยกลับไป อู่ อวี้ คาดว่าจะต้องมีแม่ทัพที่
แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยสติปัญญาเข้ามาคอย
เสริมกลยุทธ์ให้ จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการรบที่
น่าหวาดกลัว ดังนั้นเขาจึงคิดว่า ทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง นั้นมีความร้ายกาจเป็นอย่างมาก
เพราะยังไงแล้วการที่พรรคนิกายอื่นๆร่วมมือกัน
มาโจมตีนั้น ส่วนมากจะเป็นการใช้จำนวนและ
กำลังพลเข้าสู้ โดยจะไม่มีการวางแผนรบเอาไว้
อย่างแยบยลเท่าใดนัก จึงไม่แปลกที่ผู้บุกรุกจะไม่
สามารถต่อกรกับแนวรับที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์
มากมาย
อู่ อวี้ นั้นเกิดขึ้นมาภายใต้กองทัพ ได้ต่อสู้เพื่อ
อาณาจักรของตัวเองมาตั้งแต่ยังเล็ก มี
ความคุ้นเคยกับกลยุทธ์ในสงคราม ดังนั้นในด้านนี้
ก็พอที่จะมีความรู้อยู่บ้าง
“เจ้าเป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน แต่กลับใช้
ศาสตราเต๋าเชื่อมจิตเสาเก้าจัตุรัสสยบมารของนคร
จักรพรรดิเพลิง ดูเหมือนว่าเจ้าจะพอรู้เรื่องของ
นครจักรพรรดิเพลิงอยู่บ้างสินะ” หวง เหยียนอู่
ถามขึ้น
แน่นอนว่าเขาสามารถจดจำเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
นี้ได้
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า”ถึงจะมีความเข้าใจ
แต่ก็ไม่ได้ลึกล้ำเท่าใดนัก”
เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกอึดอัดใจ
นิดหน่อย เป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ยังไม่รู้ชะตากรรม
ชีวิตของตนเอง ทำให้ตนจึงไม่รู้เช่นกันว่าจะ
ช่วยเหลือ หวง เหยียนอู่ ยังไง
การฝึกตนก็คือการปล้นชิง ผู้ที่แข็งแกร่งจะ
สามารถกลายเป็นวีรบุรุษ แต่เขาในตอนนี้ยังไม่
แข็งแกร่งเพียงพอ ดังนั้นจะกลายเป็นวีรบุรุษได้
อย่างไร และจะช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้อย่างไร?
หวง เหยียนอู่ อยู่ในที่แห่งนี้มาหลายสิบปีแล้ว
ความเป็นจริงเขาพร้อมที่จะตายมานานแล้ว
ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกไปอย่างไม่คิดมากว่า”
สถานการณ์ของเจ้าค่อนข้างที่จะดี ข้าอยู่ในที่แห่ง
นี้ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ จิ่วอิง ผู้นั้นอยู่บ่อยครั้ง
คาดว่าเขาคงจะสามารถปล่อยให้เจ้าสามารถ
หลบหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย สำหรับคนเช่น
พวกเรา ความจริงแล้วก่อนที่จะเข้ามาก็ราวกับว่า
ได้ตกตายไปแล้ว อีกทั้งสำหรับโลกภายนอกนั้น ข้า
ก็เป็นเพียงแค่ผู้ที่ตกตายไปแล้วเมื่อสามสิบกว่าปี
ก่อน บัดนี้ข้าได้หมดห่วงทางโลกแล้ว ไม่ว่าจะตาย
เร็วตายช้ามันก็เหมือนๆกัน รอให้ข้าได้รับการ
ฟืนฟูอีกนิดหน่อย เจ้าก็สามารถที่จะปล่อยให้ข้า
ออกไปได้แล้ว”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ