กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 361 : ผู้บัญชาการลั่ว
จี ชิงอัน ฝึกฝนบำเพ็ญตนจนบรรลุสู่ขั้น ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5 มาตั้งแต่ 30 ปีก่อนแล้ว
เทียบเท่ากับสาวกระดับกระบี่สวรรค์ ของนิกาย
เซียนซูซัน ส่วนผู้ฝึกตนที่มีความแข็งแกร่งอยู่ใน
ระดับนี้ของ ‘พรรคซ่างหยวน’ จะถูกเรียกว่า ‘ ขั้น
สมุทรเมฆา ‘
ผู้ฝึกตนของ พรรคซ่างหยวน ซึ่งอยู่ใน ‘ ขั้นสมุทร
เมฆา’ มีไม่มากนักที่จะรับภารกิจออกมานอกนิกาย
เช่นนี้ เหตุผลที่ จี ชิงอัน ออกมาก็เพราะต้องการ
เชื่อมความสัมพันธ์ กับพรรคนิกายอื่น ๆ เพื่อเพิ่ม
อิทธิพลให้กับพรรค โชคดีที่มันได้รับภารกิจให้มา
จัดการดูแล ‘ วังวายุบุปผาหิมะจันทรา ‘ ในนคร
จักรพรรดิเพลิง สถานที่แห่งนี้มีกำไรหมุนเวียนอยู่
ไม่ขาดสาย กว่า 20 ปีที่ผ่านมา จี ชีอัง รู้สึกราว
กับว่าตนเองนั้นร่ำรวยมั่งคั่งเป็นอย่างยิ่ง
มันคืองานที่ดีอย่างมาก จี ชิงอัน ทำให้ไม่พร้อมที่
จะมอบให้กับผู้อื่น ในตอนนี้อายุไขจริงของมันยัง
อยู่ในช่วง 200 ปีเท่านั้น ย่อมถือว่ามันยังมีอนาคต
กว้างไกลอีกมากนัก
การที่มันเข้ามาทำธุรกิจการค้าอยู่ใน นคร
จักรพรรดิเพลิง นอกจาก นครจักรพรรดิเพลิง กับ
พรรคซ่างหยวน จะร่วมมือกันแล้ว ตัวมันกับคน
ของ นครจักรพรรดิเพลิง ก็ยังมีความสัมพันธ์อันดี
ต่อกัน ฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดมาสร้าง
ปัญหาให้กับมันที่นี่
ในวันนี้ จี ชิงอัน ได้เชิญเหล่าสหายเก่าแก่มายัง
‘วังวายุบุปผาหิมะจันทรา’ เพื่อมารับชมการ
ประลองของที่นี่ และ ถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดใน
สนามเดินพัน ทั้งยังได้ลิ้มรสชาชั้นเลิศซึ่งมีเส้น
วิญญาณเซียนถึง 4 เส้น มันเป็นสมบัติที่ถูกขนส่ง
มาจากเกาะบนมหาสมุทรทางใต้อันไกลโพ้น กลิ่น
หอมหวานละมุนของชาชั้นเลิศโชยแตะจมูก หาก
ผู้ใดได้กลืนกินมันลงไปในช่องท้อง หากได้ซึมซับ
วิญญาณเซียนนี้เข้าไป คงจะเพลิดเพลินรื่นรมย์ไม่
น้อยประดุจดั่งได้กลายเป็นเซียนก็มิปาน
หากฝึกตนทั่วไปที่อยู่ในระดับสร้างแกนนภา ดื่มชา
นี้เข้าไป เป็นไปได้ว่าไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ร่างกายของคนผู้นั้นจะระเบิดแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
เนื่องเพราะไม่อาจแบกรับพลังวิญญาณอันเข้มข้น
นี้ได้
ภายในนครจักรพรรดิเพลิง จี ชิงอัน ถือเป็นคนที่
ได้รับความนิยมผู้หนึ่ง ทั้งยังมีใจคอกว้างขวาง จิต
กุศลเมตตา จึงทำให้มีมิตรสหายอยู่มากมาย
นอกจากนี้ พรรคซ่างจงหยวน ยังมีการค้าขนาด
ใหญ่หลายแห่งอยู่ในเขตเมืองชั้นนอก ด้วยอิทธิพล
อันล้นหลามนี้ คนธรรมดาสามัญย่อมไม่มีผู้ใดกล้า
ขัดใจแข็งขืน
ถึงกระนั้นผู้คนภายใน นครจักรพรรดิเพลิง ต่าง
ล่วงรู้ดีว่า เหตุที่ไม่สมควรไปยั่วยุ จี ชิงอัน นั่น
เพราะมันมีสหายสนิทเป็นถึง หัวหน้ากองพันผู้มี
ชื่อเสียงเลื่องลือ อยู่ในกองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง
ภายใน นครจักรพรรดิเพลิง กล่าวได้ว่าผู้ที่ทรง
พลังมากที่สุด นั่นก็คือ กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง กองทัพจะเป็นผู้บริหารจัดการแทบทั้งหมด
เป็นกองทัพที่มีระเบียบวินัยเข้มงวด ทั้งยัง
เลือดเย็นไร้ความปราณี อีกทั้งหัวหน้ากองร้อย ยัง
มีหน้าที่ควบคุมดูแลเหล่าพลทหารในกองทัพเซียน
หลายร้อยคน ซึ่งอย่างน้อย ๆ ต้องมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
หนึ่งหัวหน้ากองพัน ควบคุมดูแล 10 กองร้อย และ
ถ้าหากปรารถนาจะกลายเป็นหัวหน้ากองพันใน
ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง แล้วล่ะก็ คนผู้นั้นต้องมี
ความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับสาวกกระบี่สวรรค์ของ
นิกายเซียนซูซัน ส่วนพรรคซ่างหยวน จะต้อง
เทียบเท่ากับระดับ ขั้นสมุทรเมฆา หรือ อาจจะ
แข็งแกร่งยิ่งกว่า
และกองทัพ เซียนจักรพรรดิเพลิง ที่รับผิดชอบ
ดูแลในบริเวณ คือหัวหน้าหนึ่งกองร้อย กับ
หัวหน้าหนึ่งกองพัน พวกเขาล้วนเป็นคนของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค
สมัย ฝึกคนจำนวนมากต่างทำการค้าอยู่ภายใน
นครจักรพรรดิเพลิง แห่งนี้ ยังต้องคอยเอาใจ
ประจบประแจง เพื่อทำให้พวกเขาพอใจ
ซึ่งในวันนี้ เจียง เสวี่ยชวน เป็นหนึ่งในแขกที่
มาร่วมจิบน้ำชากับ จี ชิงอัน ด้วย ผู้มีรายชื่อเป็น
หนึ่งในหัวหน้ากองพันของ กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง นอกจากนี้มันยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลยิ่ง ภายใน
นครจักรพรรดิเพลิง ว่ากันว่าครั้งหนึ่งมันเคยสร้าง
ผลงานโดดเด่นจนเป็นที่กล่าวขาน ภายใน กองทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิง นิสัยแลภาพลักษณ์ของมัน
เป็นคนเถรตรง ใจคอกว้างขวางประดุจดั่ง
มหาสมุทรก็ไม่ปาน อีกทั้งยังมีจิตใจจงรักภักดี
อย่างยิ่งยวด
ภายในห้องรับรองอันหรูหราของ วังวายุบุปผา
หิมะจันทรา จี ชิงอัน มันสวมใส่อาภรณ์ด้วยชุดจีน
โบราณเครื่องประดับประดาไปด้วยลายปักบุปผา
สวมใส่ชุดนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของมันไม่เหมือนกับผู้
ฝึกตนแม้แต่น้อย แต่เสมือนกับพ่อค้าที่มั่งคั่งร่ำรวย
เสียมากกว่า แม้ว่าจะอยู่ในวัยกลางคน แต่ก็ยังมี
รูปโฉมหล่อเหลา ผิวพรรณขาวผ่องประดุจดั่งหิมะ
ดูมีเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่
คนที่อยู่ถัดไป เป็นชายสวมชุดเกราะสีทองดำ เส้น
ผมดำขลับรวบมัดตึง ดูอ่อนเยาว์กว่า จี ชิงอัน
ใบหน้าคมคาย ดูโดดเด่นประดุจรูปแกะสลัก
ดวงตาดูขึงขังดุดันอย่างยิ่ง โครงร่างดูใหญ่โตมาก
ใบหน้าเผยเห็นถึงอำนาจของผู้บังคับบัญชาแผ่
ขยายออกมาอย่างรุนแรง น้ำเสียงหนักแน่นทรง
พลัง เป็นผู้แข็งแกร่งอย่างยากจะปฏิเสธได้ คนผู้นี้
คือหนึ่งในหัวหน้ากองพันของนครจักรพรรดิเพลิง
เจียง เสวี่ยชวน
” น้องชายเจียง เชิญจิบชา ” จี ชิงอัน ยิ้มบาง ๆ
แล้วรินน้ำชาให้ เจียง เสวี่ยชวน
เจียง เสวี่ยชวน พยักหน้าเล็กน้อย
ต่อจากนั้น จี ชิงอัน ก็รินชาเทใส่ถ้วยของคนถัดไป
ที่อยู่ทางด้านขวา ของ เจียง เสวี่ยชวน จากนั้นก็
กล่าวกับคนผู้นั้นว่า ” ผู้บัญชาการลั่ว ท่านก็ลอง
จิบชานี้ดูด้วยสิ”
มีสามคนที่นั่งอยู่ภายในห้องรับรองนี้ นอกจาก
เจียง เสวี่ยชวน กับ จี ชิงอัน แล้ว ยังมีอีกคน
บุคคลที่สามนี้สวมใส่ชุดเกราะสีทองสลับดำ แม้แต่
รองเท้าที่สวมใส่ก็ยังเป็นเหล็กกล้าสีดำ มีหมวก
สวมใส่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ เปิดเผยให้เห็นเพียงแค่
ดวงตาคู่สีครามเข้มเท่านั้น ดูลึกซึ้งสงบนิ่งอย่างยิ่ง
แม้ว่าคนผู้นี้จะสวมใส่ชุดเกราะ แต่เมื่อมองจาก
รูปร่างอันสง่างามแล้ว สามารถบอกได้ว่าคนผู้นี้
เป็นสตรี
ในความเป็นจริงแล้วชุดเกราะเซียนเหยียนหวงที่
เจียง เสวี่ยชวน กับ ผู้บัญชาการลั่ว สวมใส่นั้น
ความแตกต่างกัน นอกจากนี้ชุดเกราะของพล
ทหารจักรพรรดิเพลิงก็ยังมีระดับที่แตกต่างกันอีก
ด้วย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชุดเกราะเซียนเหยียนหวง ที่
เจียง เสวี่ยชวน สวมใส่นั้นถือเป็นระดับสูงสุด บน
ชุดเกราะมีวงเวทย์ประทับอยู่กว่าร้อยวง มันคือวง
เวทย์ปั้องกันที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง
คาดว่า ผู้บัญชาการลั่ว น่าจะเป็นหัวหน้ากองร้อย
ผู้หนึ่ง
แม้ว่า จี ชิงอัน จะรินชาจนเสร็จสิ้นแล้ว ทว่าผู้
บัญชาการ ลั่ว ก็ยังไม่ยกดื่ม เมื่อเห็นดังนั้น เจียง
เสวี่ยชวน จึงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “นางไม่ดื่ม
ชา”
“แล้วแม่นางจะดื่มอันใด ? ข้ายังมีเครื่องดื่มอื่นอีก
…”
“นางยังไม่ดื่ม” เจียง เสวี่ยชวน กล่าวยิ้ม ๆ
จี ชิงอัน พยักหน้ารับทราบ มันยิ้มแล้วกล่าวว่า ”
ถ้าเช่นนั้นตามแต่ใจของผู้บัญชาการลั่วจะ
ปรารถนา ”
มันกับ เจียง เสวี่ยชวน ต่างมองหน้าแล้วสบตากัน
ก็รู้ได้ในทันทีว่าถึงนางจะเป็นหัวหน้ากองร้อย ทั้ง
ยังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ เจียง เสวี่ยชวน แต่
ว่าบางที เจียง เสวี่ยชวน อาจกลายเป็นผู้ติดตาม
นางเสียเอง คาดว่าในวันนี้เขาแค่เพียงพานางมา
เที่ยวเล่นด้วยเท่านั้น
แม้จะดูจากภายนอก แต่ก็สามารถเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่า สตรีผู้นี้หาใช่คนที่จะสามารถเอาชนะได้
ง่าย ๆ ถึงแม้นางจะยังเยาว์วัยนัก แต่เมื่อดูจาก
การกระทำของนาง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ หรือ
ความอดทน นางล้วนอยู่บนจุดสูงสุดทั้งสิ้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียง เสวี่ยชวน ก็โค้งตัวลงไป
กล่าวกับผู้บัญชาการลั่ว ซึ่งนางก็ตอบรับมัน
กลับมาเพียงแค่คำว่า อืม หนึ่งคำ หลังจากนั้นก็
ไม่ได้กล่าวอะไรอีก เจียง เสวี่ยชวน รู้สึกหน่ายใจ
เล็กน้อย เมื่อเห็นเช่นนี้มันก็หันไปพูดคุยเรื่อง
สัพเพเหระกับ จี ชิงอันแทน ทั้งยังสนใจวางเดิม
พันอีกด้วย แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเม็ดยาสร้างแกน
นภาจำนวนมากมาย เรื่องนี้ทำให้ เจียง เสวี่ยชวน
ค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อย จึงกล่าวขึ้นว่า ”
เด็กหนุ่มที่ข้าวางเดิมพันไปชนะอีกแล้วเช่นนั้นหรือ
”
“ใช่”
จี ชิงอัน สังเกตเห็น อู่ อวี้ ที่ยังอยู่ มันคิ้วขมวด
แล้วมันก็กล่าวขึ้นว่า ” เด็กผู้นี้ดูเหมือนกำลังแสดง
ละครตบตาอยู่ หากครั้งนี้ยังสามารถเอาชนะได้อีก
เขาจะได้ เม็ดยาสร้างแกนนภา 20,000 เม็ด”
” จริงดั่งท่านว่า เด็กหนุ่มผู้นี้ข่มพลังของตัวเอง
เอาไว้ ทั้งยังมีกายเนื้อที่แข็งแกร่งประดุจดั่งปีศาจ!
”
อันที่จริงแล้ว มันสังเกตเห็นว่า ผู้บัญชาการลั่ว
มักจะคอยเหลือบมอง อู่ อวี้ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งดู
เหมือนนางจะให้ความสนใจกับเขาอย่างยิ่ง
” เหนือยิ่งกว่าปีศาจเสียด้วยซ้ำ ” จี ชิงอัน โบกมือ
ให้คนที่อยู่ด้านข้างของมันเขาแล้วกล่าวว่า ” ไป
ตรวจสอบเด็กหนุ่มผู้นี้ดู ว่าในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
เขาทำอะไรมาบ้าง ? บิดามารดาของเขาคือใคร
อาจารย์ของเขาคือใคร จงตรวจเช็คอย่างละเอียด
ถี่ถ้วน ”
” รับทราบเจ้าค่ะ ” สาวใช้รูปโฉมงดงาม เร่งรีบรับ
คำสั่งแล้วออกไป ในเวลานี้ด้านล่างเริ่มต่อรองเดิม
พันกันจ้าละหวั่น เจียง เสวี่ยชวน พลันหัวเราะขึ้น
แต่ทันใดนั้น ผู้บัญชาการลั่ว ก็กล่าวขึ้นว่า ” ข้าขอ
เดิมพันด้วย 50 เม็ดยาปรานมรกต ว่าเขาจะเป็น
ฝั่ายชนะ ”
จี ชิงอัน จ้องมองนางด้วยความตกใจ สำหรับมัน
แล้วเพียง 50 เม็ดยาปรานมรกต ไม่ได้มากมาย
อะไร ทว่าการต่อสู้ระดับนี้กลับวางเงินเดิมพันสูง
มาก ถึง 50,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา ดังนั้นมันจึง
ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ข้าไม่คิดไม่ฝันว่า น้ำเสียงของ
แม่นาง ผู้บัญชาการลั่ว จะเสนาะไพเราะเช่นนี้ ข้า
คิดว่าท่านควรจะหมั่นพูดให้มากขึ้นกว่านี้อีกสัก
หน่อย ”
อย่างที่มันได้กล่าว น้ำเสียงของนางช่างน่า
ประทับใจอย่างยิ่ง ฟังดูเงียบสงบเช่นดั่งชลธารไร้
คลื่น เสียงไพเราะเสนาะหูก้องกังวานเสมือนดั่ง
พูดคุยอยู่ในหุบเขา เป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนหวาน
ละมุน แต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นแข็งกร้าว เป็น
เสียงที่เปรียบเช่นดั่งแสงสว่างนำทาง ทำให้นาง
พิเศษยิ่งกว่าหัวหน้ากองพันหลายคน แต่ช่างน่า
เสียดายที่ไม่อาจมองเห็นรูปโฉมของนางได้
หากไม่ใช่เป็นเพราะความงามซึ่งไม่อาจหาผู้ใด
เปรียบ ไหนเลยนางต้องปกปิดใบหน้าจนมิดชิด
เช่นนี้ ?
” นางเข้าร่วม กองทัพจักรพรรดิเพลิง ได้เพียงไม่
นานนัก นางจึงยังไม่ค่อยคุ้นเคย พี่ชายจีอย่าได้
แปลกใจ” เจียง เสวี่ยชวน กล่าว
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น ผลการ
ต่อสู้เป็นดังคาด อู่ อวี้ เอาชนะฝั่ายตรงข้ามมาได้
ด้วยความ ‘ยากลำบาก’ ซึ่งผลลัพธ์แห่งชัยชนะครั้ง
นี้ ทำให้เขาได้รับรางวัล เม็ดยาสร้างแกนนภากว่า
20,000 เม็ด ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงไม่ยุติการ
ประลอง
เขาวางทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ตนเองมี บางทีอาจ
เป็นเพราะชัยชนะอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ยามนี้เขา
หยิ่งผยองอหังการไปแล้ว พร้อมกับปั่าวประกาศ
ท้าทายออกไปว่า ตนเองต้องการจะต่อสู้กับผู้มี
ฝีมืออยู่ในระดับ สร้างแกนนภา ขั้นที่ 9 !
หลังจากประสบการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่ผ่านมา
สำหรับในตอนนี้พวกมันทุกคนเริ่มไม่ค่อยมั่นใจว่า
จะสามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้ ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขึ้น
ไปท้าประลอง อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้มี เม็ดยา
สร้างแกนนภา ติดตัวถึง 20,000 เม็ด
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังมองหาคู่ต่อสู้อยู่นั้น บนห้อง
รับรองด้านบนก็มีข้ารับใช้ผู้หนึ่งวิ่งกุลีกุจอเข้ามา
จากนั้นก็รีบเร่งกล่าวขึ้นด้วยท่าทาง
กระสับกระส่ายว่า ” ท่านเจ้าวัง ผู้บัญชาการเจียง
ผู้บัญชาการลั่ว ข้าน้อยไปตรวจสอบมาแล้ว ตัวตน
ของบุคคลนี้ชัดเจนอย่างยิ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนมี
เหตุการณ์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับ ห้วงทะเลปีศาจ
อนันต์ และ นิกายเซียนซูซัน คาดว่าท่านคงเคยได้
ยินเรื่องนี้แล้ว ผู้เยาว์คนนี้คือคนที่ถูกเจ้านิกายซู
ซันขับไล่ออกมา นามว่า อู่ อวี้ ! ร่ำลือกันว่า เซียน
กระบี่เทียนจี ตั้งใจจะรับเขาเป็นศิษย์ แต่เนื่องจาก
เขาเป็นสหายกับบุตรแห่งจักรพรรดิอิง ดังนั้นจึง
เป็นเหตุให้ต้องถูกขับไล่ออกจากนิกาย ข้าไม่เคย
คาดคิดเลยว่าผู้ที่มีตัวตนสูงส่งเช่นนี้ จะอับจน
หนทาง สิ้นไร้ไม้ตอก ถึงขนาดต้องมาอาศัยพึ่งพิง
นครจักรพรรดิเพลิง เช่นนี้!”
“ คือเขางั้นหรือ? ” เจียง เสวี่ยชวน จี ชิงอัน กับ
คนอื่น ๆ เคยได้ยินนามของเขามาบ้างแล้ว
จี ชิงอัน อดหัวเราะขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็
กล่าวว่า ” ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าเด็กน้อยแสนเจ้าเล่ห์ ร่ำ
ลือกันว่าตอนที่เขามีความแข็งแกร่งอยู่ใน สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 7 สามารถเอาชนะผู้ที่อยู่ในขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกตได้ ตอนนี้ผ่านไปเพียง
พริบตาก็บรรลุเข้าสู่สร้างแกนนภาขั้นที่ 8 แล้วจะมี
ผู้ใดในขั้นสร้างแกนนภา จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
เล่า ? ”
แสงสว่างภายในดวงตาของ เจียง เสวี่ยชวน
เปลี่ยนแปลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทันใดนั้นเขาก็ลุก
ขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “จำได้หรือไม่คราแรกข้ากล่าว
ว่า ทำไมเด็กผู้นี้ถึงได้น่าอัศจรรย์นัก ทั่วทั้งร่างของ
เขาเปียมล้นไปด้วยอำนาจคุกคามจากจิตวิญญาณ
แห่งวีรชน ถึงแม้จะพยายามปกปิดอย่างไร แต่ก็ไม่
สามารถปิดซ่อนมันได้ สุดยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่ง
เช่นนี้ กลับถูกเจ้ากลุ่มวัวปั่าบนภูเขาขับไล่ออกมา
จากนิกายซะได้ ช่างใช้ทรัพยากรอันแสนล้ำค่าได้
สูญเปล่าเสียนี่กระไร ในเมื่อเข้ามาในนคร
จักรพรรดิเพลิงของข้าแล้ว เช่นนั้นข้าจะดึงตัวเข้า
มาร่วมกับกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงให้จงได้
ยอดอัจฉริยะที่ซูซันไม่ต้องการ ข้า เจียง เสวี่ยชวน
จะรับไว้เอง!
ในวันนี้ชื่อเสียงของ อู่ อวี้ เลื่องลือขจรขจายไปทั่ว
ทั้งใต้หล้าแล้ว
เนื่องจากอำนาจบารมีของซูซันคอยขัดขวาง จึง
ทำให้ไม่มีพรรคนิกายใดกล้ารับ อู่ อวี้ เข้าเป็นศิษย์
แม้แต่พรรคซ่างหยวนก็ไม่ต้อนรับ มีเพียงสถานที่
เดียวเท่านั้นที่แตกต่างออกไปที่นั่นคือ นคร
จักรพรรดิเพลิง พวกเขาไม่สนใจสายสัมพันธ์ หรือ
ไมตรีอันดีกับ นิกายเซียนซูซัน แม้แต่น้อย ในเวลา
นี้มีมหาสมบัติมาจ่อถึงปากทางเข้าประตู พวกเขา
ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไม่ยอมรับ อู่ อวี้
จี ชิงอัน กล่าวว่า “ น้องชายเจียง อย่าเพิ่งมั่นใจ
เกินไปนัก ข้าคิดดูแล้ว อู่ อวี้ ผู้นี้น่าจะเป็นคนหยิ่ง
ยโสอยู่บ้าง รอดูไปก่อนว่าเขาตัดสินใจไว้เช่นไร
จากนั้นท่านค่อยไปเชื้อเชิญก็ยังไม่สาย”
” มีเหตุผลๆ ” เจียง เสวี่ยชวน พยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้น เราก็ลงไปกันเถอะ ” เจียง เสวี่ยชวน
กล่าวเสียงดังกับ ผู้บัญชาการลั่ว เมื่อได้ข้อสรุป
เป็นที่ตรงกันคนทั้งสามก็ลงไปด้านล่าง ในกลุ่มของ
พวกเขา ผู้บัญชาการ ลั่ว ไม่ได้ปริปากพูดคำใด
ออกมาแม้แต่ถ้อยคำเดียว นางเพียงเดินตามหลัง
พวกเขาอย่างเงียบ ๆ
จะเห็นได้ว่า ภายใต้หมวกเกราะหมวกเส้นผมสี
ขาวของนางยาวสายถึงเอว เป็นเส้นผมที่ขาว
ประดุจดั่งหิมะ ยามเมื่อต้องสะท้อนกับแสงแดด
มันได้ส่องประกายแสงระยิบระยับเฉกเช่นอัญมณี
เพชรพลอยก็มิปาน มันช่างเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมน่า
อัศจรรย์อย่างยิ่ง
อย่างน้อย จี ชิงอัน ก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ว่าเส้น
ผมของผู้ใดยาวสยายขาวบริสุทธิ์ สวยสดงดงามได้
ถึงเพียงนี้
” ผู้บัญชาการลั่ว คนนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่รู้ว่า
เจียง เสวี่ยชวน ไปเชิญชวนนางมาได้อย่างไร ”
กล่าวกันว่าผู้มียศระดับหัวหน้ากองร้อย หรือ สูง
กว่านั้น ถือเป็นกองกำลังที่แท้จริงของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ทั้งพวกเขาสามารถพำนักอยู่ใน
นครได้ตลอดไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอัจฉริยะหนุ่ม
สาวได้รับเลือกให้อบรมฝึกฝนใน นครจักรพรรดิ
เพลิง ตั้งแต่เยาว์วัย สำหรับผู้ที่อยู่ในเขตเมือง
ชั้นนอก และ ปรารถนาเข้ามาในเขตเมืองชั้นใน มี
เพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือต้องได้รับคำเชื้อเชิญ หรือ
คัดเลือกมาจากหัวหน้ากองพัน หรือ เป็นเครือญาติ
ใกล้ชิดกัน แต่ก็เป็นจำนวนที่มีจำกัด
จี ชิงอัน มิใช่คนโง่ที่จะไม่ล่วงรู้เรื่องนี้ ถึงแม้ว่า ผู้
บัญชาการลั่ว จะเข้ามาในเขตเมืองชั้นในฐานะ
เครือญาติของ เจียง เสวี่ยชวน จากนั้นก็กลายเป็น
ผู้บังคับการกองร้อย แต่แท้จริงแล้วคนทั้งสอง อาจ
มีความสำคัญเกี่ยวข้องกันในด้านอื่น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ