กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 364 : วิหารบัญญัติเวหา
ถึงแม้ว่าจะกล่าวเช่นนั้น แต่ นครจักรพรรดิเพลิง
ก็ค่อนข้างจะดึงดูดเขาเป็นอย่างมาก ส่วน หมิ
งซวง ก็อยากจะรู้เป็นอย่างมากกว่ามังกรเทวะเช่น
ผู้บัญชาการลั่ว มาทำอะไรที่ นครจักรพรรดิเพลิง
แห่งนี้ อีกทั้งทำไมถึงยังได้รับบาดเจ็บมาอีก แต่
กระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังไม่อาจที่จะเอาชนะอุปสรรคที่อยู่
ในใจเขาได้อยู่ดี
“ไม่ต้องกังวลไป ก่อนอื่นไปพักอยู่แถวเมือง
ชั้นนอกก่อนแล้วจากนั้นค่อยตัดสินใจอีกที”
ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่า หมิงซวง จะใจร้อนยังไง แต่
ว่า อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจหาที่พักก่อนแล้วค่อยมาคิด
กันอีกที
ไม่เพียงแต่กลัวว่าเรื่องนี้จะแพร่ไปถึงนิกายเซียนซู
ซัน จนทำให้คนเหล่านั้นดูถูกตัวเอง แต่ตัวเขาก็ยัง
ไม่อาจที่จะรับได้ว่าสถานะ สาวกนิกายเซียนซูซัน
ของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็น ทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง ในทันทีเช่นนี้
ก่อนหน้านี้อาจารย์ เฟิง ซัวหยา ได้คาดหวังกับเขา
ส่งเขาเข้ามาอยู่ในนิกายเซียนซูซัน แล้วเขาจะ
คาดคิดได้อย่างไรว่าตนจะถูกขับไล่ออกมาจาก
นิกาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็เดินทางไปบนทวีป
แห่งทวยเทพในฐานะ ‘สาวกที่ถูกซูซันขับไล่’
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปพิจารณาเสียก่อนเถอะ! ไม่ต้องคิด
พิรี้พิไรก็ได้ ยังไงเจ้าจะต้องเข้าร่วมอยู่ดีนั่นแหละ
อดีตก็ส่วนอดีต ส่วนอนาคตก็ส่วนอนาคต คนเรา
จะต้องมองไปข้างหน้า หนานกง เหว่ย ไม่อาจ
เทียบกับความงดงามของแม่มังกรน้อยตัวนี้ได้แม้
เพียงเสี้ยว” หมิงซวง เอ่ยพร้อมกับหัวเราะ
ยิ่งพูดยิ่งออกทะเลไปเรื่อยๆ
อย่างน้อยชีวิตของเขาในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ยังไม่มีคำ
ว่า ‘สหายเต๋าเคียงคู่’ สองคำนี้อยู่ในจิตใจ
เขายืนอยู่ที่ประตูของ วังวายุบุปผาหิมะจันทรา
พร้อมในมือที่ถือเม็ดยาสร้างแกนนภา 40,000 เม็ด
ที่เพิ่งจะได้รับมา ทำให้ยามนี้เขาไม่ต้องกังวล
เกี่ยวกับการหาโรงเตี๊ยมเซียนเพื่อเข้าพักแล้ว
“ข้าว่าควรที่จะไปซื้อศาสตราเต๋ามาก่อนสักหนึ่ง
ชิ้น ถ้าหากไม่มีศาสตราเต๋า มันก็ไม่สะดวกที่จะ
รับมือกับศัตรู”
เขาได้คืนศาสตราเต๋าของตนให้กับ หนานกง เหว่ย
ไปแล้ว ซึ่งสิ่งที่ อู่ อวี้ รู้สึกไม่เต็มใจอยากจะคืน
มากที่สุดนั่นก็คือเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร นั่นคือ
ศาสตราเต๋าที่เขาใช้มานานที่สุดและนอกจากนี้ก็ยัง
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาอีกด้วย
“ที่นี่ก็คือเมืองชั้นนอกของ นครจักรพรรดิเพลิง มี
ร้านขายศาสตราเต๋าอยู่นับหมื่นแห่ง ข้าควรจะไปที่
ไหนก่อนดี?” อู่ อวี้ เตรียมที่ไปเดินเล่นดูของ
ทันใดนั้นก็มีบางคนมาตะโกนเรียกเขาอยู่ด้านหลัง
“ช้าก่อน พี่ชายอู่ อย่าเพิ่งไป”
ซุ่มเสียงที่นุ่มหวาน ทำให้จิตใจของผู้คนละลาย
เมื่อหันกลับไปมอง ปรากฏว่าเป็น เฟิงเอ๋อ แห่ง
พรรคซ่างหยวนกำลังวิ่งเข้ามา หลังจากผ่านไปไม่
นานนางก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ ใบหน้าของ
นางพลันแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย และกล่าวว่า
“ท่านเจ้าวังจีคาดการณ์ว่าพี่ชายอู่เพิ่งจะเข้ามาที่
นครจักรพรรดิเพลิง อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชีวิตที่นี่
และไม่ค่อยรู้เรื่องภายใน นครจักรพรรดิเพลิง มาก
นัก ดังนั้นจึงให้ เฟิงเอ๋อ มาถามว่าพี่ชายอู่จะทำ
อะไรต่อ มีอะไรที่ เฟิงเอ๋อ ผู้นี้สามารถแนะนำให้
ท่านได้บ้าง? ถ้าหากว่าพี่ชายต้องการที่พักเช่นนั้น
ก็ไม่ต้องเกรงใจ เฟิงเอ๋อ”
โดยทั่วไปแล้วสาวกสตรีของนิกายเซียนซูซันนั่น
ค่อนข้างเย็นชา ไม่เหมือนกับ เฟิงเอ๋อ ที่ใช้คำพูด
คำจาอ่อนหวานตั้งแต่ที่เจอกับ อู่ อวี้ ในครั้งแรก
อู่ อวี้ ต้องการที่จะหาซื้อศาสตราเต๋า จึงต้องให้
นางแนะนำร้านค้าบางแห่ง เขาจึงกล่าวว่า “เจ้า
มาก็ดีแล้ว จริงๆแล้วมีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ต้องการให้
เจ้าช่วย”
“จริงหรือ? วิเศษไปเลย การที่ได้รับใช้พี่ชายอู่ ถือ
ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว พี่ชายอู่ไม่ต้องเกรงใจ
ข้า” เฟิงเอ๋อ กล่าวออกมาอย่างกระตือรือร้น
ใบหน้าแดงสีแดงระเรื่อ ด้วยท่าทางที่ดูอ่อนหวาน
และอ่อนโยนมันทำให้ อู่ อวี้ แทบจะต้านทานไม่
ไหว
เมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้ ต้องการหาศาสตราเต๋าสักชิ้น
เฟิงเอ๋อ ก็กล่าวอย่างอวดอ้างว่า “ไอ้หยา เฟิง
เอ๋อคาดไม่ถึงเลย? ได้ยินมาว่าก่อนที่พี่ชายอู่จะ
ออกมาจากนิกายเซียนซูซัน ก็ได้คืนศาสตราเต๋าทุก
ชิ้นที่มีคืนให้กับ หนานกง เหว่ย ในตอนนี้ตัวท่าน
จึงไม่มีศาสตราเต๋าเลยสักชิ้น นี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
โชคดีที่ เฟิงเอ๋อ รู้จักร้านค้าที่อยู่ในเมืองเขต
ชั้นนอกเป็นอย่างดี เฟิงเอ๋อจะพาพี่ชายอู่ไปหา
ร้านค้าที่เหมาะสมกับท่านเอง”
เฟิงเอ๋อหมุนกายไปยังทิศทางอื่น เพื่อนำทาง อู่ อวี้
เรื่องที่ อู่ อวี้ ได้คืนศาสตราเต๋ากลับไปจนไม่เหลือ
สักชิ้นได้ถูกแพร่กระจายออกไปจนรู้กันทั่ว ดังนั้น
เขาจึงรู้สึกหดหู่ยิ่ง
“เฟิงเอ๋อ เจ้าบอกว่า ‘วิหารบัญญัติเวหา’แห่งนี้
เหมาะกับข้าอย่างนั้นรึ?” อู่ อวี้ ถามขึ้นในขณะที่
กำลังเดินทาง
เฟิงเอ๋อ หันกลับมาและยิ้มให้เขา กล่าวว่า “นั่นก็
เป็นเพราะว่า นี่ก็คือร้านค้าที่พรรคซ่างหยวนของ
เราเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ และเขาก็คือศิษย์พี่ของ
ท่านเจ้าวังจี พี่ชายอู่ท่านเป็นสหายของท่านผู้
บัญชาการลั่วกับท่านเจ้าวังจี เมื่อข้าจะบอกเขา
เกี่ยวกับสถานะของท่าน ท่านเจ้าวังจาง จะต้องลด
ราคาให้กับท่านอย่างแน่นอน ถ้าหากว่าไปที่อื่นๆก็
คงไม่ได้สิทธิประโยชน์เช่นนี้”
บางครั้งการไปทำธุระภายนอก สายสัมพันธ์ก็เป็น
สิ่งที่สำคัญ
เจียง เสวี่ยชวน นั้นให้ความสำคัญกับเขาเป็น
อย่างยิ่ง อีกทั้ง จี ชิงอัน ก็คอยให้ความสนับสนุน
เขาอีกเช่นกัน ในตอนที่ตนตกอยู่ในห้วงมรสุมชีวิต
เช่นนี้ พวกเขากลับไม่ถือสาและให้ความเป็น
ส่วนตัวกับเขา
หากว่าสามารถซื้อได้ในราคาถูกมันก็ดี แต่แน่นอน
ว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าในตอนนี้ตัวเขามี
เม็ดยาสร้างแกนนภาถึง 40,000 เม็ด ถึงเขาจะไม่รู้
ว่าเม็ดยาสร้างแกนนภาเหล่านี้สามารถซื้อศาสตรา
เต๋าที่เขาต้องการได้ก็ตามที
“ว่ากันว่าพี่ชายอู่สามารถใช้ศาตราเต๋าสถิต
วิญญาณได้ใช่หรือไม่? เฟิงเอ๋อ ละอิจฉาท่าน
จริงๆ” ตลอดทางที่แม่นางน้อยผู้นี้พูดคุยกับเขา
มันช่างเต็มไปด้วยความสดใสและร่าเริงเสียจริง
คนที่อยู่ใน นครจักรพรรดิเพลิง แล้วพบเห็น
ใบหน้าที่แท้จริงของ อู่ อวี้ นั้นมีอยู่ไม่มาก ดังนั้น
จึงมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ให้ความสนใจเขา
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เพิ่งจะเห็นว่า นครจักรพรรดิ
เพลิง แท้จริงแล้วเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างมาก
มีผู้ฝึกตนอยู่ทุกระดับชั้นเต็มไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
อีกทั้งยังมีปีศาจอยู่ที่นี่อีกด้วย อย่างไรก็ตามปีศาจ
เหล่านั้นก็แปลงกายอยู่ในรูปแบบมนุษย์ ซึ่งมองดู
แล้วก็ค่อนข้างสุภาพอ่อนโยนและเป็นมิตรไมตรียิ่ง
เขาได้เดินไปอีกระยะหนึ่ง พรรคช่างหยวนนั้นไม่
เหมือนกับนิกายเซียนซูซันที่จะต้องใช้กระบี่บิน
จักรพรรดิในการเดินทาง เช่นเฟิงเอ๋อ นางใช้
ศาสตราเต๋าที่เป็นปีกสองข้างติดอยู่ที่ด้านหลังของ
นาง พร้อมกับขยับปีกคู่นี้ ราวกับเป็นวิหค ซึ่ง
ศาสตราเต๋าชนิดนี้ทำให้สามารถบินไปได้อย่าง
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกตนอยู่หลายรูปแบบตามท้อง
ถนน ทำให้ปรากฎเคล็ดวิชาเหินเวหาอยู่มากมาย
แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เป็นกระบี่บินจักรพรรดิ ซึ่ง
อาจจะมีสาวกของนิกายซูซันอยู่บ้าง แต่ อู่ อวี้ ก็
ไม่ต้องการที่จะพบเจอกับพวกเขา
หลังจากที่เดินทางไปประมาณครึ่งชั่วยาม ก็มาถึง
วิหารบัญญัติเวหา หากมองจากภายนอก ขอบเขต
ของวิหารบัญญัติเวหา นั้นยังใหญ่กว่า วังวายุบุป
ผาหิมะจันทรา มาก มีร้านค้ามากมายกว่าที่ อู่ อวี้
เห็นภายนอกเสียอีก เห็นได้ชัดว่าเฟิงเอ๋อได้พาเขา
มายังสถานที่ที่มีตัวเลือกมากมาย
“พี่ชายอู่โปรดตามเฟิงเอ๋อมา”
นางได้พา อู่ อวี้ มาถึงหน้าประตู นางได้กล่าวไม่กี่
ประโยคกับข้ารับใช้ที่อยู่หน้าประตูทางเข้า ข้ารับ
ใช้ผู้นั้นก็รีบก้าวเข้าไปด้านในทันที จากนั้น เฟิง
เอ๋อก็ได้พา อู่ อวี้ เดินเข้าไปข้างใน พร้อมกล่าวว่า
“วันนี้เจ้าวัง จาง เทียนเต๋อ อยู่ที่นี่พอดี เขาจะพา
ท่านไปพบ”
ในตอนที่เพิ่งจะมาถึง วิหารบัญญัติเวหา อู่ อวี้ ก็
ถูกดึงดูดจากศาสตราเต๋ามากมายที่วางเรียงราย
ที่แห่งนี้ไม่เหมือนกับนิกายเซียนซูซัน ศาสตราเต๋า
แปดในสิบส่วนของนิกายเซียนซูซันเป็นกระบี่ แต่
ในที่แห่งนี้มีมากมายทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก
กระบี่หรือง้าว ไม่ว่าจะอาวุธแบบไหนก็มีพร้อมทุก
อย่าง นอกจากนี้ก็ยังมีศาสตราเต๋าที่ยอดเยี่ยมไม่
ว่าจะเป็น แหวน สร้อยคอ หรือว่าชุดเกราะ และก็
ยังมี เจดีย์ เตาหลอม ไม้เท้า แส้ หรือแม้กระทั่ง
น้ำเต้าก็ยังมี
หลังจากที่ อู่ อวี้ เดินไปสักพัก เขาก็ได้เห็น
ศาสตราเต๋ามากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และยังมี
ความสามารถหลากหลายรูปแบบ เช่นรูปแบบ
โจมตี รูปแบบปั้องกัน รูปแบบที่คอยช่วยเหลือ
สนับสนุนและอื่นๆอีกมากมาย
ภายใน วิหารบัญญัติเวหา มีชีวิตชีวาเป็นอย่าง
มาก มีผู้ฝึกตนจำนวนมากมายเลือกซื้อศาสตรา
เต๋าที่นี่ ส่วนสาวกพรรคซ่างหยวน ซึ่งดูเหมือนว่า
จะสามารถใช้แต้มความสำเร็จมาแปลกเปลี่ยนที่นี่
ได้
เฟิงเอ๋อ ได้แนะนำ อู่ อวี้ ด้วยท่าทางที่
กระตือรือร้น
หลังจากนั้นสักพักหนึ่งก็มีเสียงหัวเราะดังออกมา อู่
อวี้ จึงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็ได้เห็นว่าที่ด้านหน้า
เป็นคนผู้หนึ่งแต่งตัวคล้ายคลึงกับ จี ชิงอัน แต่ว่า
มีรูปร่างค่อนข้างอ้วนและเตี้ย ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้
เฒ่าที่มีอายุย่าง 60 ปี ดูท่าทางเป็นคนที่มีความสุข
ในชีวิตเป็นอย่างมาก ที่เอวของมันคาดเหยือกสุรา
ไว้อยู่หนึ่งเหยือก อีกทั้งในร่างของมันยังเต็มไปด้วย
กลิ่นสุรา
ชายชราที่อยู่เบื้องหน้านั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ฝึก
ตนขั้นสมุทรเมฆาของพรรคซ่างหยวน ควรที่จะ
เป็น จาง เทียนเต๋อ ที่เฟิงเอ๋อได้กล่าวมาก่อนหน้า
นี้
แน่นอนว่าคนผู้นั้นได้มายืนอยู่เบื้องหน้า และกล่าว
แนะนำตัว “ท่านคือสหายน้อย อู๋ อวี้ ใช่หรือไม่?
ข้ามีชื่อว่า จาง เทียนเต๋อ ”
“ผู้อาวุโสจาง” อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจะเรียกขานเขาว่า
อะไร จึงเรียกเขาว่าผู้อาวุโส
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ อย่าได้เรียกข้าว่าผู้
อาวุโสเลย เรียกชายชราผู้นี้ว่า พี่ใหญ่จาง ก็ได้”
จาง เทียนเต๋อ กล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะ
เกี่ยวกับด้านความสัมพันธ์ เห็นได้ชัดว่าเฟิงเอ๋อได้
จัดการให้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ จาง เทียนเต๋อ รู้ว่า
อู่ อวี้ จะมา และยังรู้ด้วยว่า เจียง เสวี่ยชวน
ต้องการที่จะแนะนำ อู่ อวี้ เข้าไปอยู่ในทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง เขาซึ่งต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับ
ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง จะเป็นการดีที่ทำให้พวก
เขาสามารถทำกิจการในนครจักรพรรดิเพลิงได้ง่าย
ขึ้น
ดังนั้นมันจึงยอมกระทำเต็มที่เพื่อพิชิตผูกมัดใจ
ต่อมา จาง เทียนเต๋อ ก็เข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา
“ในวันนี้น้องอู่ ต้องการศาสตราเต๋าแบบไหน? ถ้า
หากไม่เกินความสามารถของข้า ข้าจะช่วยเหลือ
น้องอู่อย่างสุดความสามารถ โดยทั่วไปแล้วสาวก
ของพรรคซ่างหยวน ต่างไม่ได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้
หรอกหนา”
อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ เพราะเขามาที่นี่เพื่อใช้
เงิน ถึงแม้ได้รับส่วนลดจาก จาง เทียนเต๋อ ราวกับ
ปลอกกล้วยเข้าปาก แต่เขาก็ไม่โลภมากจนเกินไป
คิดแค่ว่าต้องให้ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝั่าย
เขาจึงกล่าวออกไปตรงๆว่า “ข้าต้องการศาสตรา
เต๋าสถิตวิญญาณ ที่มีความคล้ายคลึงกับเสาเก้า
จัตุรัสสยบมาร”
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารเดิมทีเป็นศาสตราเต๋าของ
ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง เมื่อกล่าวออกมาเช่นนี้
จาง เทียนเต๋อ ย่อมเข้าใจอย่างลึกซึ้งดี
ทำไมถึงไม่ใช่กระบี่?
หลังจากที่ออกมาจากนิกายเซียนซูซันแล้ว อู่ อวี้
ก็ไม่คิดที่จะใช้กระบี่อีกต่อไป สำหรับศาสตราเต๋า
แล้ว อันดับแรกที่อยู่ในใจของเขาก็คือพลอง ยิ่งมี
รูปลักษณ์คล้ายคลึงกับพลองทองสมปรารถนามาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งดี
หลังจากที่พิจารณาจากทั้งหมดแล้ว หากเป็น
ศาสตราเต๋าประเภทเดียวกับเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร
ย่อมเป็นศาสตราเต๋าที่เหมาะกับ อู่ อวี้ มากที่สุด
หลังจากที่เขาได้ใช้พลองแล้ว หัวใจของเขาก็เปิด
กว้างขึ้น สามารถทำได้ตามที่ใจปรารถนา และนั่น
ก็คือตัวเขา!
“เข้าใจแล้ว” จาง เทียนเต๋อ มีตัวเลือกอยู่ในใจ
แล้ว มันเดินนำ อู่ อวี้ ไป ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
“คนที่ใช้ศาสตราเต๋าประเภทนี้ ต้องเป็นคนที่มี
จิตใจที่ซื่อตรง มีนิสัยตรงไปตรงมา มีจิตวิญญาณ
ที่หนักแน่นเด็ดเดี่ยว ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ
น้องชายอู่ช่างเป็นผู้เยาว์ที่เปียมไปด้วยพรสวรรค์
ข้าขอชื่นชมจากใจจริง นับถือๆ!” จาง เทียนเต๋อ
ถือโอกาสสรรเสริญเยินยอ อู่ อวี้
ตัวตนเช่นเขาทำไมถึงสุภาพกับ อู่ อวี้ เช่นนี้
เหตุผลก็น่าจะมาจาก เจียง เสวี่ยชวน ในใจของ อู่
อวี้ ได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว ในมุมมองของ จาง
เทียนเต๋อ ตราบใดที่ อู่ อวี้ เข้าร่วมกับนคร
จักรพรรดิเพลิง ในอนาคตเขาจะต้องเป็นเสาหลัก
ของนครจักรพรรดิเพลิงอย่างแน่นอน เขาเป็น
ตัวแทนของพรรคซ่างหยวนที่มาเปิดกิจการที่นี่ ซึ่ง
จุดประสงค์จริงๆแล้วก็เพื่อที่จะประจบประแจง
นครจักรพรรดิเพลิง
นี่เป็นการผูกมิตรตั้งแต่เยาว์วัยอย่างแท้จริง
กิเลนทองคำที่แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรอันกว้าง
ใหญ่ แต่เมื่อพานพบกับโชควาสนาก็จะเปลี่ยน
กลายเป็นมังกร
จาง เทียนเต๋อ และ จี ชิงอัน ได้เดิมพันว่า อู่ อวี้
จะต้องกลายเป็นมังกรที่แข็งแกร่ง
“ทางนี้!”
จาง เทียนเต๋อ เปิดประตูสีทองอร่ามขนาดใหญ่
ออก เบื้องหน้าปรากฎเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ พลัง
ของศาสตราเต๋าม้วนกวาดไปทั่ว ในตอนที่เพิ่งจะ
ก้าวเข้าไป อู่ อวี้ ก็ถูกแรงกดดันของศาสตราเต๋า
ภายในพุ่งเข้ามาคุกคามจนยากจะหายใจ
พรรคซ่างหยวน ช่างร่ำรวยโดยแท้!
ภายในวิหารแห่งนี้ เป็นศาสตราเต๋าประเภท พลอง
เสา และกระบอง ทั้งหมดล้วนแต่เป็นศาสตราสถิต
วิญญาณทั้งสิ้น! เมื่อมองไปรอบๆ สถานที่แห่งนี้ก็
มีศาสตราอยู่นับพันชิ้น!
เสาเก้าจัตุรัสสยบมารไม่ใช่ศาสตราสถิตวิญญาณ
ดังนั้นศาสตราทุกชิ้นที่อยู่ในห้องนี้ ต่างก็ทรงพลัง
มากกว่าเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร และแบ่งแยกย่อย
ตามคุณสมบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธาตุวายุ อัคคี
วารี พิภพ ดวงตะวัน จันทรา หรือแม้กระทั่งดวง
ดารา ต่างก็มีเพรียบพร้อม!
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบที่ต่างกัน มีบางชิ้นเล็กราว
กับเป็นเข็ม บางชิ้นเป็นเสาต้นมหึมาที่ค้ำจุน
ท้องฟั้า บางชิ้นสามารถแบ่งออกไปเป็นหลายส่วน
ได้เช่นเดียวกับเสาเก้าจัตุรัสสยบมาร และบางชิ้น
ปรับเปลี่ยนตรงส่วนปลายให้กลายเป็นหอกได้
มีบางอย่างที่เป็นสองท่อนขนาดใหญ่ ราวกับเป็น
ค้อนดาวตก มองครั้งแรกก็ทำให้รู้สึกถึงความน่าสะ
พรึง
วงเวทย์ที่อยู่บนศาสตราสถิตวิญญาณ มีความ
สมดุลและสมบูรณ์แบบ จำนวนวงเวทย์ที่อยู่บนตัว
ของศาสตรามีอยู่นับร้อยวงเวทย์
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงจนยืนเซ่ออยู่ท่ามกลางศาสตรา
สถิตวิญญาณนับพันเหล่านี้
“วิเศษ วิเศษยิ่งนัก!” หลังจากที่เห็นศาสตราสถิต
วิญญาณมากขนาดนี้ อย่างน้อยต้องมีหนึ่งในสาม
ที่เหมาะสมกับตัวของเขาอย่างแน่นอน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ