กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 363 : มังกรเทวะ
เมื่อได้พบกับคนที่ตรงไปตรงมาซึ่งกล้าที่จะกล่าว
ออกมาต่อหน้าสาธารณะชนเช่นนี้ ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกชื่นชอบนิสัยของ เจียง เสวี่ยชวน ผู้นี้เป็น
อย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามเขาก็กล่าวออกมาว่า “ผู้บัญชาการ
เจียง ข้าเพิ่งจะออกมาจากนิกายเซียนซูซัน โปรด
อย่าได้ถือสา โปรดให้ข้าได้ใช้เวลาครุ่นคิดอีก
สักครู่”
เขาต้องการไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกสักหน่อย
เฉิน ชิงหยู๋ กล่าวว่า ความจริงหากเข้าต้องการเข้า
ร่วมทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงก็ไม่นับว่ามีปัญหาอัน
ใด ตราบใดที่ไม่ได้เป็นแกนหลักของเมืองชั้นใน
สถานะเช่นทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ย่อมสามารถ
ถอนออกได้ตลอดเวลา
เช่นพวกทหารยามที่รักษาประตูนครจักรพรรดิ
เพลิง
แม้กระทั่งมีสาวกบางคนของพรรคนิกายบางแห่งก็
มีสถานะเป็นทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
แต่ว่า เจียง เสวี่ยชวน ต้องการให้เขาเข้ากับเมือง
เขตชั้นใน และเมื่อเข้าไปแล้ว เขายังจะมอบ
ทรัพยากรที่ดีที่สุดให้กับตัวเขา แม้กระทั่งมีการ
กล่าวถึงเจ้านครจักรพรรดิเพลิง
อู่ อวี้ เป็นผู้ฝึกตนผู้เยาว์ที่เซียนกระบี่เทียนจีให้
ความสนใจ ถ้าหากว่าเขาเข้าร่วมกับนคร
จักรพรรดิเพลิง คงเป็นไปได้เช่นกันว่าเขาจะได้รับ
การดูแลจากตัวตนระดับสูงเช่นเจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง
เจ้านครหวงเหยียน เป็นตัวตนอันดับหนึ่งในทวีป
แห่งทวยเทพ!
ส่วนอีกหนึ่งที่เทียบเคียงนั่นก็คือ ประมุขศักดิ์สิทธิ์
ไท่ซูแห่งพรรคซ่างหยวน
สำหรับผู้แข็งแกร่งทั้งสองคนนี้ ย่อมไม่มีใครที่ไม่
รู้จัก ดูเหมือนว่าพวกเขาพวกเขาจะไม่เคยต่อสู้
หรือแม้กระทั่งปะทะกันเลย หรือก็เป็นการประมือ
แบบลับๆโดยไม่ได้บอกกล่าวกับคนธรรมดาทั่วไป
แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทั้งสองคนนี้ได้รับการ
ยอมรับอย่างแท้จริงว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดใน
ทวีปแห่งทวยเทพ
ส่วนผู้แข็งแกร่งที่เหลือ เช่นเจ็ดเซียนแห่งซูซัน
จักรพรรดิอิง จักรพรรดิจู้ หรือว่าหัวหน้าตระกูล
เทียนอี้ทั้งสองคน แปดราชันจักรพรรดิของทะเล
ตะวันออก แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นผู้
ฝึกตนระดับสูงที่คานอำนาจปกครองทวีปแห่งทวย
เทพแห่งนี้
และแม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายเซียนซูซัน
เซียนกระบี่เทียนซู ผู้ลึกลับ ก็ยังอ่อนแอกว่าเจ้า
นครหวงเหยียนอยู่ส่วนหนึ่ง
อู่ อวี้ เคยได้ยินมาว่า นอกจากเจ้านครจักรพรรดิ
เพลิงแล้ว ยังมีผู้แข็งแกร่งอยู่อีกคนหนึ่งดู
เหมือนว่าจะเป็น ‘จอมทัพ’ แห่งทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งเป็นน้องชายในสายเลือดของ
เจ้านคร คาดว่าเขาน่าจะมีความแข็งแกร่งมากกว่า
เซียนกระบี่เทียนจี เสียอีก
ผู้คนจึงเรียกขานเขาว่า ‘จอมจักรพรรดิ’
อู่ อวี้ คิดว่า ถึงเจ็ดเซียนแห่งซูซันจะผนึกกำลังกัน
ก็ไม่อาจจะที่จะคาดเดาถึงผลการต่อสู้กับ เจ้านคร
หวงเหยียนที่ร่วมมือกับจอมจักรพรรดิได้
ในตอนนี้นครจักรพรรดิเพลิงเป็นสถานที่อันดับ
หนึ่งในทวีปแห่งทวยเทพ
ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดึงดูดผู้คนได้จำนวนมาก
แต่ว่าปัญหาก็คือ ถึงแม้ว่านครจักรพรรดิเพลิงจะ
ไม่ได้รังเกียจ อู่ อวี้ แต่เขาก็เพิ่งที่จะออกมาจาก
นิกายเซียนซูซัน ถ้าหากว่าเข้าร่วมกับเมืองชั้นใน
ของนครจักรพรรดิเพลิงโดยตรง และกลายเป็น
แกนหลักของนครจักรพรรดิเพลิง นี่ก็ดูเหมือนว่า
เขาทรยศต่อนิกาย และไปเข้าร่วมกับกองกำลังอื่น
ในทันที ซึ่งมันจะไม่ค่อยน่าดูชมเท่าไหร่นัก
ผู้คนในใต้หล้านี้ จะกล่าวเช่นไรกับ อู่ อวี้?
เป็นคนทรยศ? เป็นคนขี้ขลาดตาขาว? หรือว่าเป็น
คนที่เนรคุณ?
ประโยคเหล่านี้ อู่ อวี้ ไม่อาจที่จะทนรับมันได้
สำหรับนิกายเซียนซูซัน เขาทั้งละอายใจ และก็
เกลียดชังในเวลาเดียวกัน
ดังนั้น เมื่อ เจียง เสวี่ยชวน เอ่ยออกมาเช่นนี้ เขา
จึงปฏิเสธออกไปก่อน
เจียง เสวี่ยชวน เข้าใจได้ในทันทีว่าเขากำลังคิดสิ่ง
ใดอยู่ เขาจึงหัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า “ไม่มีปัญหา
ประตูเมืองของนครจักรพรรดิเพลิงของข้า เปิด
ต้อนรับเจ้าเสมอ ตราบใดที่เจ้าคิดดีแล้ว ก็ให้ไปที่
เมืองชั้นใน และแจ้งถึงตัวตนของเจ้า ตราบที่ข้ายัง
อยู่ในนครจักรพรรดิเพลิง ข้าจะแนะนำเจ้าให้เข้า
ร่วมกับเมืองชั้นในเอง”
“ขอบคุณท่านผู้บัญชาการเจียงอย่างมาก” เขา
ไม่ได้มากดดันตัว อู่ อวี้ แถมยังให้เวลาเขาได้
ไตร่ตรอง และก็เห็นถึงความสำคัญในตัวของ อู่ อวี้
อย่างแท้จริง
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าสำหรับกองกำลังที่
ยิ่งใหญ่แล้ว มีการให้ความสำคัญกับอัจฉริยะ
ผู้เยาว์มาอันดับแรก ถึงแม้นิกายเซียนซูซันจะขับ
ไล่ อู่ อวี้ และพรรคซ่างหยวนก็ไม่สะดวกที่จะรับ
เขาเข้าไป แต่ว่านครจักรพรรดิเพลิงแห่งนี้กลับไม่
สนใจ พวกเขาเป็นคนที่ซื่อตรง อีกทั้งเห็นคุณค่าใน
ตัวของ อู่ อวี้ อย่างแท้จริง จึงไม่ปฎิเสธที่จะเปิด
ประตูอ้ารับเขาเอาไว้
อู่ อวี้ เตรียมตัวที่จะจากไปและหาที่พักอาศัย
จากนั้นก็ครุ่นคิดว่าควรจะทำสิ่งใดต่อในอนาคต
เจียง เสวี่ยชวน รอส่งเขาจากไปด้วยตัวเอง
ทันใดนั้น หมิงซวง ก็รู้สึกตื่นเต้นสุดขีด อู่ อวี้ ยังไม่
ทันได้ก้าวออกไป นางก็ตะโกนเสียงดังขึ้นภายใน
ร่างของ อู่ อวี้ กล่าวว่า “โอ้วสวรรค์ นี่เป็นไปได้
อย่างไร? นางปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้อย่างไร! สวรรค์
พ่อจ๋า แม่จ๋า บรรพบุรุษของข้า!”
“เจ้าเป็นบ้ารึไง?” อู่ อวี้ เห็นนางขนลุกขนพอง
หลังจากนั้น นางก็ตะโกนเสียงดังขึ้น
“เจ้าหน่ะสิบ้า บรรพบุรุษของเจ้านะสิ เจ้าตาบอด
หรืออย่างไร แม้กระทั่งนางเจ้าก็ยังมองไม่เห็น โอ้
ใช่ เจ้าไม่อาจที่จะเห็นนางได้ เพราะว่าเจ้าไม่เคย
เห็นสัตว์สวรรค์มาก่อน!”
“เจ้าหมายความว่าอะไร?” อู่ อวี้ มองเห็นนาง
กระโดดโลดเต้น มันช่างผิดปกติจริงๆ
“สตรีผู้นั้น ที่ยืนอยู่ด้านหลังของคนที่ชื่อว่า เจียง
เสวี่ยชวน นางไม่ใช่คน!”
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึง และหันกลับไปมองอีกที ผู้
บัญชาการลั่วก็ยังคงจับจ้องมาที่ตัวเขาอยู่ ด้วย
ดวงตาสีฟั้าครามคู่นั้น ราวกับเป็นทะเลลึก อู่ อวี้
ไม่เคยได้เห็นดวงตาของสตรีที่สวยงามเช่นนี้มา
ก่อน
แต่ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่านางเป็นคน และก็ไม่ใช่
ปีศาจอย่างแน่นอน
“นางไม่ใช่ปีศาจ ถึงแม้ว่าจะคล้ายกับปีศาจ แต่ว่า
สัตว์สวรรค์และปีศาจนั้นแตกต่างกันมัน นางคือ
สัตว์สวรรค์! โลหิตที่บริสุทธิ์ของสัตว์สวรรค์ ไม่
อาจเห็นได้บ่อยนัก ความสามารถของนางสามารถ
แปลงกลายเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้
สามารถอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ได้ มันเป็นเรื่องยาก
ที่จะได้พบ เกรงว่าการได้พบกับสัตว์สวรรค์ตัว
เป็นๆใน นครจักรพรรดิเพลิง แห่งนี้ ถือเป็นโอกาส
ที่ยากจะพานพบอย่างยิ่ง” หมิงซวงกล่าว
“สัตว์สวรรค์!”
ว่ากันว่าสัตว์วิญญาณเป็นลูกหลานของสัตว์
สวรรค์ และสัตว์สวรรค์นั้นเป็นตัวตนที่เปรียบดั่ง
ตำนานก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์ แต่ว่าเป็นสัตว์
ที่มีบริสุทธิ์มากกว่าพวกปีศาจ มีสายเลือดที่ทรง
เกียรติ และมีพลังฝึกตน ซึ่งแทบจะไม่แตกต่างกับ
ผู้ฝึกตน โดยปกติแล้วสัตว์สวรรค์นั้นหายากอย่าง
ยิ่ง สัตว์สวรรค์ส่วนใหญ่ สายเลือดของพวกมัน
เทียบเท่าได้กับพวกปีศาจระดับสูงในทวีปแห่งทวย
เทพแห่งนี้ได้เลย
สิ่งที่ หมิงซวง กล่าวมานั้นเป็นความจริงเช่นนั้นรึ
นี่?
สตรีผู้ที่มีผมและดวงตาที่งดงามไม่เหมือนกับคน
ทั่วไป นางคือ สัตว์สวรรค์ จริงๆ?
“นางเป็นสัตว์สวรรค์ประเภทไหน?” อู่ อวี้ รู้สึก
ตกใจอยู่เล็กน้อย
ถ้าหากนางเป็นสัตว์สวรรค์ เช่นนั้นนางจึงหลบ
ซ่อนและทำตัวให้กลมกลืนกับโลกมนุษย์ หรือว่า
ทุกคนต่างก็รู้ถึงตัวตนของนางแล้วกันแน่? จาก
ตำแหน่งที่นางยืนอยู่ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความ
สนใจมากนัก ดูเหมือนว่าคนอื่นจะยังไม่รู้ถึงตัวตน
ของนาง
เป็นไปได้ว่านางกำลังหลบซ่อนตัวอยู่
นางเป็นถึงสัตว์สวรรค์แล้วทำไมนางจะต้องหลบ
ซ่อนด้วย?
ในเวลานี้ หมิงซวง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้ว
กล่าวว่า ”ถ้าหากข้าเดาไม่ผิด นางจะต้องเป็น
มังกร! และสายเลือดของนางยังเป็นมังกรที่สูงศักดิ์
ยิ่งอีกด้วย! มังกรประเภทนี้ ไม่น่าที่จะปรากฏตัว
บนทวีปแห่งทวยเทพได้! นอกจากนี้นางก็ไม่น่าจะ
อยู่เพียงแค่ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต มังกร
ประเภทนี้เมื่อกำเนิดเกิดมาก็อยู่ในขั้นจิตเทวะแล้ว
ข้าเดาว่า นางอาจจะได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส
ดังนั้นจึงต้องมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ หากว่าไม่ใช่
เพราะว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสนางย่อมแข็งแกร่ง
เป็นอย่างมาก อาจจะแข็งแกร่งมากกว่าข้าในยาม
นั้นตอนที่อยู่ในจุดสูงสุด!”
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้บัญชาการลั่วคนนี้
จะมีตัวตนเป็นมังกร และแม้แต่ หมิงซวง ก็ยัง
ยอมรับด้วยตนเองว่าถ้าหากนางไม่ได้บาดเจ็บ
สาหัส ย่อมแข็งแกร่งกว่านางในตอนที่นางอยู่ใน
จุดสูงสุด นี่ไม่เท่ากับว่าเมื่อเทียบกับเจ้านครหวงเห
ยียนแล้วนางยังแข็งแกร่งกว่าอีกหรือ? สัตว์สวรรค์
เช่นนี้ ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?
มังกร?
เขาเคยเห็น วูซาน เสวี่ยชือ มาก่อน วูซาน เสวี่
ยชือ ก็นับได้ว่าเป็นมังกรที่แข็งแกร่ง แต่ว่ามันเป็น
มังกรที่มีสายเลือดชั่วร้าย ทำให้ไม่ได้รับการ
ยอมรับว่าเป็นสัตว์สวรรค์ อีกทั้งเมื่ออยู่ต่อหน้า
สัตว์สวรรค์ มันก็นับได้ว่าอ่อนแอกว่า
เช่นเดียวกับมังกรประกายแสง ถึงแม้ว่าจะอยู่ใน
ระดับที่สูงกว่า แต่ก็ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นสัตว์สวรรค์
เช่นกัน
ผู้บัญชาการลั่วที่อยู่เบื้องหน้าดูเหมือนว่าแทบจะ
ไม่มีความสำคัญอะไรเลย แต่นางคือสัตว์สวรรค์
เป็นมังกรเทวะที่แท้จริง! อู่ อวี้ กล่าวได้เพียงแต่ว่า
นี่มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง!
แน่นอนว่าในตอนนี้เขาเชื่อมั่นใน หมิงซวง อย่าง
มาก
หมิงซวง ไม่จำเป็นที่จะต้องหลอกเขา อีกทั้งการที่
เห็นนางตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่เช่นนี้ ยิ่งทำให้
เขามั่นใจขึ้นไปใหญ่
“เดินไป อย่าทำให้นางรู้ว่าเจ้ารู้ตัวตนที่แท้จริงของ
นาง มิฉะนั้นจะทำให้นางมาสังหารเจ้าได้” หมิ
งซวงรีบกล่าวให้เขาเดินต่อ
เพราะยังไงแล้ว อู่ อวี้ ในตอนนี้รู้สึกตกตะลึงเป็น
อย่างมาก อาการนี้มันมากกว่าตอนที่เขาได้พบกับ
เซียนกระบี่กุ้ยหยาง และ เซียนกระบี่เทียนจี เสีย
อีก เนื่องจากมันทำใจยากที่จะเชื่อเรื่องแบบนี้ได้
หลังจากที่สายตาของเขาได้ประสานกับนาง อู่ อวี้
ก็รีบหันหน้าหนี พร้อมค่อยๆหมุนกายเดินไปจาก
วังวายุบุปผาหิมะจันทรา แต่ความจริงแล้วในตอน
ที่ออกมา ขาของเขาค่อนข้างสั่นเล็กน้อย ภายใน
ใจยังคงรู้สึกสั่นสะท้าน
เมื่อหันกลับไปมองพวก เจียง เสวี่ยชวน อีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้
บัญชาการลั่ว
ในสมองของ อู่ อวี้ กำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องของ
สายเลือดอันสูงส่งของมังกรเทวะ และทำไมนางจึง
มาปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้? ตัวนางนั้นมาจาก
ไหน? หรือว่าเป็นดินแดนที่อยู่ด้านนอกของทวีป
แห่งทวยเทพ?
หมิงซวง ก็เช่นกัน เมื่อนางออกไปจากที่แห่งนี้ นาง
ก็ยังคงพูดคุยต่อว่า “เผ่ามังกรทั่วโลกต่างได้
ประสบกับภัยพิบัติมาก่อน จึงทำให้มีจำนวนน้อย
มาก ข้าเคยเห็นมังกรเทวะเพียงแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น
แต่พวกที่เห็น เมื่อวัดจากความบริสุทธิ์และความ
สูงส่งของสายโลหิต ก็ยังไม่เท่ากับแม่มังกรน้อยตัว
นี้ นี่มันช่างแปลกจริงๆ ที่แม่มังกรน้อยจะปรากฏ
บนสถานที่แห่งนี้ แปลกมาก แปลกจริงๆ!”
“แม่มังกรน้อย?” อู่ อวี้ รู้สึกว่าชื่อที่นางเรียกขาน
ออกมาเช่นนี้จะน่ารักเกินไปหรือไม่? บัดนี้เขาแทบ
จะพูดอะไรออกมาไม่ออกเลยทีเดียว
ในความรู้สึกของเขา เส้นผมและดวงตาของนาง
ทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้าน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางต้องการที่จะปกปิดตัวตน
ของนาง ถ้าหากไม่เป็นเช่นนี้ เมื่อนางมาถึงที่นี่
จะต้องเป็นที่สนใจของทุกคนอย่างแน่นอน
“อู่ อวี้ เจ้าจะต้องปรับอารมณ์ของเจ้าก่อน ทำไม
ถึงไม่เข้าร่วมกับเมืองชั้นในของ นครจักรพรรดิ
เพลิง ซะเลยเล่า ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของเจ้า มัน
เป็นเพียงแค่ลมตด นิกายเซียนซูซันไม่ต้องการเจ้า
จะเกิดอะไรขึ้นหากเจ้าเข้าไปอยู่ในเมืองชั้นในของ
นครจักรพรรดิเพลิง? เจ้าจะกลายเป็นสตรีเฒ่ารึ
ยังไง หากนิกายเซียนซูซันกล้าที่จะทำเช่นนี้กับข้า
ข้าจะเข้าร่วมกับ นครจักรพรรดิเพลิง ในทันที รอ
สักวันหนึ่งเมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้น แล้วข้าจะหวนคืนสู่
นิกายเซียนซูซัน จัดการเผามันให้สิ้น ให้เทือกเขา
ชิงเทียนนั้นราบเป็นหน้ากลอง!” หมิงซวง กล่าว
ออกมาอย่างตื่นเต้น
“อู่ อวี้ ถ้าหากว่าคนไม่ทำเพื่อตนเอง สวรรค์จะลง
ทัณฑ์เอาได้! นิกายเซียนซูซันนั้นเป็นเพียงแค่พวก
ไร้สาระ เข้าไปสู่เมืองชั้นในซะ! “ หมิงซวง ปรากฏ
ตัวอยู่เบื้องหน้าของเขา และมองเขาด้วยสายตาที่
เบิกกว้าง
“ทำไมเจ้าถึงได้ตื่นเต้นเช่นนี้?” ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยัง
ไม่ตกลงตอบกลับ เจียง เสวี่ยชวน เนื่องจากจริงๆ
แล้วเป็นเพราะว่าตัวเขาเพิ่งจะออกมาจากนิกาย
เซียนซูซัน การที่เข้าร่วมกับ นครจักรพรรดิเพลิง
ในทันที หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปมันดูไม่ค่อย
ดีนัก และถ้าหากเรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงนิกาย
เซียนซูซัน เขาจะต้องถูกคนมากมายเกลียดชังและ
ประนามด่าว่าเอาได้
โดยเฉพาะ หนานกง เหว่ย หากนางรู้เข้า…………..
“หนานกง เหว่ย ไม่ใช่ว่านางต้องการที่จะสังหาร
เจ้าหรือไร เจ้ายังคงคิดว่าในใจของนางมีเจ้าอยู่
หรืออย่างไร? ” หมิงซวง เบ้ปากกล่าวออกมา
“อย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร?” อู่ อวี้ ถลึงตาใส่นาง
หมิงซวง เอ่ยเปลี่ยนประเด็นขึ้น “ข้าอยากจะรู้ว่า
แม่มังกรน้อยตัวนี้ต้องการจะทำอะไร นาง
กลายเป็น ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง จะต้องมี
จุดประสงค์บางอย่าง เจ้าจะต้องจับตาดูนางเอาไว้
ไม่แน่ว่าบางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ข้า
แนะนำให้เจ้าจัดการแม่มังกรน้อยตัวนี้ ใช้
ประโยชน์จากตอนที่นางได้รับบาดเจ็บสาหัสนี่ ทำ
ให้นางหลงรักเจ้า ฮ่าฮ่า เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าอาจจะ
ได้ขี่มังกรบินไปมาไปได้ทุกที่ หรือขี่มังกรให้บินไป
ถึงบนสวรรค์ชั้นฟั้าก็ได้!”
“มารดาของเจ้าหน่ะสิ” อู่ อวี้ มองเห็นนางคุยโวโอ้
อวด จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาอย่างหยาบคาย
แต่หากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ สุดท้ายเขาจะเข้า
ร่วมกับนครจักรพรรดิเพลิงดีหรือไม่?
ยังไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องของมังกรเทวะตัวนั้นก่อน
เพียงแค่คำนึงถึงอนาคตของตนเองว่าควรจะไปต่อ
เช่นไร…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ