กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 366 : โรงเตี้ยมทะยานเซียน
ช่างหนักยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อ อู่ อวี้ เพิ่มแรงขึ้นอีกเล็กน้อย
‘เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า’ ก็ถูกดึงออกมา ซึ่งมันทำให้
เขารู้สึกได้ว่าจักรพรรดิแห่งศาสตราเล่มนี้ มี
น้ำหนักมหาศาลอย่างยิ่ง อันที่จริงแล้ว ‘วงเวททวี
ยอดเทวะ’ กลับทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัว
เช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตามสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว กลับรู้สึกว่านี่เป็น
เรื่องดี ยิ่งหนักมากเท่าไหร่ ก็เหมาะสมสำหรับการ
ใช้งานกับ อู่ อวี้ มากเท่านั้น
ตึง!
ในขณะนี้เขาไม่ได้ใช้พลังจากแกนกำเนิดมาแต่
น้อย มันคือพลังจากกายเนื้อของเขาล้วน ๆ ด้วย
พละกำลังอันมหาศาลจาก ‘กายาสักการะราชันมณี
จันทราพุทธเจ้าทองคำ’ ทำให้เขาสามารถยก ‘เสา
เหยียนหวงเบิกฟั้า’ ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
หึ่งหึ่ง
‘เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า’ ในมือของ อู่ อวี้ ดูเหมือน
จะพยายามต่อต้าน แสงสีดำและ แสง สีทองส่อง
สว่างท่ามกลางหมอกควัน ส่งเสียงหวีดหวิวกรีด
ร้องดังสะเทือนเลือนลั่น ทันใดนั้นเอง วิญญาณ
อสูรก็พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของ อู่ อวี้ ทันที อย่างไร
ก็ตาม อู่ อวี้ หาได้แยแสแม้แต่น้อย เขาควบคุม
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า พร้อมกับวาดมันออกไป
ด้วยท่วงท่าผ่อนคลายยิ่ง
ตูม!
เพียงแค่วาดออกไป ก็บังเกิดเป็นพลังอำนาจ
มหาศาลฉีกกระชากมิติ แหวกฝั่าบดขยี้ทำลาย
ความว่างเปล่าจนสิ้น
กายเนื้อของ อู่ อวี้ พลันรัดตัวกันแน่นอน
กล้ามเนื้อทองคำปูดนูน ราวกับว่ามันแข็งแกร่งขึ้น
อีกเล็กน้อย ทำให้ยามนี้ อู่ อวี้ สามารถกวัดแกว่ง
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ในมือได้อย่างอิสระ และ
การกวัดแกว่งในครั้ง ยังอยู่ในกรณีที่เขายังมิได้ทำ
พันธสัญญากับมันอีกด้วย เมื่อใดที่เขาทำพันธ
สัญญากับเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าแล้ว มันจะไม่
ต่อต้าน อู่ อวี้ อีก หากนำมันมาใช้งานอีกครั้ง
น้ำหนักของมันจะไม่สูงถึงขนาดนี้
ในขณะนี้ทั่วทั้งห้อง กำลังสั่นสะเทือนไปกับการ
หมุนควงกวัดแกว่งเสาอย่างรุนแรง
” ท่านใช้งานมันได้! ” สีหน้าของ จาง เทียนเต๋อ
แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง มันจ้องมองไปยัง อู่ อวี้
ด้วยความตกตะลึงที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งจิตใจ มันไม่
คาดคิดเลยว่า อู่ อวี้ อาศัยพลังจากกายเนื้อเพียง
เท่านั้น นอกจากนี้เขายังแสดงให้เห็นว่าสามารถ
ควบคุม เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ได้อย่างอิสระ คงมี
เพียงกายเนื้อซึ่งเปียมล้นไปด้วยพลังมหาศาลเช่นนี้
เท่านั้น ถึงจะสามารถใช้งานมันได้!
จาง เทียนเต๋อ รู้สึกราวกับว่า คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ของมันตอนนี้ เป็นเสมือนดั่งเทพปีศาจก็มิปาน
เมื่อ อู่ อวี้ กวัดแกว่งหมุนควง เสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้า อยู่ในมือ เขาก็รู้สึกราวกับว่า เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า เกิดมาเพื่อตน มันเหมาะสมกับเขาเป็น
อย่างยิ่ง ราวกับว่า 1 คน 1 เสากำลังผสานกันเป็น
หนึ่ง
ในเวลานี้เอง อู่ อวี้ ก็วางเสากลับคืนไปอย่างแผ่ว
เบา จากนั้น เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ก็ถูกเสียบ
กลับคืนไปในผืนทรายสีทอง สามารถแลเห็นได้ถึง
ความไม่ยินยอมจากสีหน้าของ อู่ อวี้ อย่างชัดเจน
เขาหันไปยิ้มให้กับ จาง เทียนเต๋อ จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า ” สมแล้วที่เป็น จักรพรรดิแห่งศาสตรา ช่าง
วิเศษยิ่งนัก เหล่าพลอง และ กระบองที่ตั้งขายอยู่
ในที่แห่งนี้ ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับมันได้
เลย ”
จาง เทียนเต๋อ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ในความ
เป็นจริงข้าตั้งราคาขายอยู่ที่ 600,000 เม็ดยาสร้าง
แกนนภา ก็ถือว่าถูกมากแล้ว แต่เนื่องจากมีผู้ใช้
ศาสตราชนิดนี้น้อยลง ซึ่งถ้าหากเป็นกระบี่มี
คุณภาพในระดับนี้ ราคาของมันจะอยู่ที่ 1 ล้านเม็ด
ยาสร้างแกนนภา ”
ขณะกล่าวอยู่นั้น เขาก็คงคิดถึงปัญหาไปด้วย
” อู่ อวี้ อยากได้ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เป็นอย่าง
มาก ”
” พื้นฐานฝึกตนของเขาเพียงแค่อยู่ในระดับ สร้าง
แกนนภา ขั้นที่ 8 แต่กลับสามารถสยบ เสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า ได้ ซึ่งแม้แต่ผู้อยู่ในระดับ ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ขั้นที่ 2 ก็ยังไม่อาจจะทำเช่นนี้ได้ ”
” การที่ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า จะยอมรับผู้ใดนั้น
หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ทว่า
ภาพที่เห็นราวกลับว่ามันเกิดมาเพื่อเขา ”
” สำหรับตอนนี้ เจียง เสวี่ยชวน ต้องการเชื้อเชิญ
อู่ อวี้ เข้าร่วม กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ซึ่งเขา
ต้องเข้าร่วมกับกองทัพอย่างแน่นอน จากนั้นเมื่อ
เจ้าเมืองกับจอมจักรพรรดิให้การสนับสนุนแก่ อู่
อวี้ อนาคตภายภาคหน้าของภาพหน้าของเขา
จะต้องรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน แม้จะไม่
โดดเด่นในซูซัน ทั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็นศิษย์ที่ถูก
ขับไล่ แต่สำหรับ นครจักรพรรดิเพลิง ไม่
จำเป็นต้องอาศัยความรุ่งโรจน์โดดเด่นเช่นนั้น
อย่างน้อย ๆ อนาคตภายภาคหน้าก็ยังสามารถ
กลายเป็น ‘แม่ทัพใหญ่’ แห่ง กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง ”
” หากข้าสร้างบุญคุณโดยช่วยเหลือ ก่อนที่เขาจะ
กลายเป็น ‘แม่ทัพใหญ่’ คาดว่าการค้าของเรา
พรรคซ่างหยวน ที่อยู่นอกเมือง นครจักรพรรดิ
เพลิง จะได้รับความคุ้มครองภายใต้ปีกของ อู่ อวี้
ซึ่งจะทำให้เราค้าขายสะดวกมากยิ่งขึ้น … ”
สมองของมันคิดคำนวณรวดเร็ว เพียงแค่ช่วงเวลา
สั้น ๆ มันก็คิดถึงผลประโยชน์ในภาคหน้ามากมาย
อู่ อวี้ มีท่าทีลังเลสองจิตสองใจ มิอยากจะไปจาก
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เมื่อ จาง เทียนเต๋อ เห็น
ดังนั้นสมองของเขาก็เริ่มทำงาน แล้วก็ตัดสินใจ
ทันที
” อู่ อวี้ เอาอย่างนี้ดีหรือหากท่านอยากได้ เสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้า จริง ๆ ข้าก็พอคิดวิธีดี ๆ ออก ”
จาง เทียนเต๋อ กล่าวขึ้นพร้อมแสดงสีหน้าเคร่ง
ขรึมจริงจัง เห็นได้ชัดว่าเขายังคงครุ่นคิดพิจารณา
อย่างหนักหน่วง ถึงความเสี่ยงบางอย่างที่อาจจะ
เกิดขึ้น
อันที่จริงแล้ว เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ที่จัดแสดงอยู่
ที่นี่ หาได้มีผู้ใดสนใจแลเหลียว คิดจะซื้อหาไป
ครอบครองแต่อย่างใด
ได้ยินเช่นนั้นดวงตาของ อู่ อวี้ ก็ส่องสว่างเจิดจ้า
ขึ้นในทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสเช่นนี้
เกิดขึ้น หลังจากได้แลเห็น เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
แล้ว หากเขาต้องใช้เพียงแค่ ‘พลองสามพันอัคนี’
คงรู้สึกห่อเหี่ยวใจเป็นอย่างยิ่ง หากรู้มาก่อนว่า
สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ เขาคงจะหยุดตั้งแต่
‘พลองสามพันอัคนี’
ยิ่งมองเข้าไปด้านในห้องเล็ก มันก็ยิ่งทำให้หัวใจ
ของเขานั้น ‘ปันปั่วนวุ่นวาย’
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาอยากจะได้ศาสตราชิ้นนี้จริง
ๆ
เมื่อความปรารถนาอยากได้อย่างรุนแรง ต่อให้ต้อง
เป็นหนี้กับคนผู้หนึ่งก็จะไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย
หลังจากนั้น จาง เทียนเต๋อ ก็กล่าวอย่างตรงมาว่า
” ในงวดแรกสามารถจ่ายให้ข้า 40,000 เม็ดยา
สร้างแกนนภาก่อนก็ได้ จากนั้นเดือนต่อ ๆ ไปท่าน
ก็จ่ายให้ข้า 40,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา เป็น
เวลา 10 เดือน รวมทั้งหมดก็จะอยู่ที่ 400,000 เม็ด
ยาสร้างแกนนภา เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ก็จะเป็น
ของท่านอย่างสมบูรณ์ แน่นอนว่าท่านสามารถเอา
มันไปเชยชมได้เลยตอนนี้ แล้วก็อย่าลืมทำพันธ
สัญญากับมันด้วยล่ะ ”
นับว่าวิธีของ จาง เทียนเต๋อ นั้นอยู่บนความเสี่ยง
อย่างแท้จริง
แน่นอนว่าหากต้องการอยากได้กำไรมากยิ่งขึ้น ฉัน
นั้นตนเองก็ต้องยอมเดิมพันกับความเสี่ยง
หนึ่งความเสี่ยงที่ว่านี้ก็คือ ถ้าหาก อู่ อวี้ ได้รับ เสา
เหยียนหวงเบิกฟั้า ไปแล้วหลบหนีออกจาก นคร
จักรพรรดิเพลิง เขาก็ไม่อาจทำอันใดได้
อย่างไรก็ตามความเสี่ยงนี้มีโอกาสเป็นไปได้น้อย
มาก ประการแรกเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ หาได้เป็นคน
เช่นนั้นไม่ ประการที่สอง อู่ อวี้ จะต้องไว้หน้าเขา
บ้าง
ความเสี่ยงที่สองก็คือ อู่ อวี้ ไม่สามารถผ่อนจ่าย
40,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา ให้กับตนเองได้ทุก
เดือนตามกำหนด ซึ่งถ้าหากเป็นกรณีนี้ จาง เทียน
เต๋อ ยังสามารถหาวิธีอื่นมารองรับ หรืออย่างมาก
เขาก็แค่ยึดสินค้าอย่าง เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า คืนก็
เท่านั้น
ความเสี่ยงที่สามก็คือ หาก อู่ อวี้ ไม่สามารถมีชีวิต
อยู่ได้ก่อนจ่ายชำระครบกำหนด 10 เดือน หากเป็น
เช่นนั้น มันคิดว่าศาสตราชิ้นนี้คงต้องหายไปอย่าง
แน่นอน จึงนับได้ว่าการเดิมพันในครั้งนี้ ถือเป็น
การเดิมพันครั้งที่ใหญ่หลวงยิ่ง ถึงแม้ จาง เทียน
เต๋อ จะค่อนข้างวิตกกังวล แต่การเดิมพันในครั้งนี้
จาง เทียนเต๋อ ก็ตัดสินใจลงไปแล้วว่าตนเองเตรียม
ใจพร้อมยอมแบกรับกับความเสี่ยง
สำหรับเรื่องอื่น ๆ ก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
เมื่อมองไปที่ อู่ อวี้ ในวันนี้ เขารู้สึกว่าตนเอง
จำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับชายหนุ่มผู้นี้
เอาไว้
รายละเอียดเหล่านี้ อู่ อวี้ สามารถเข้าใจได้ดวย
ตัวเอง เพราะว่าอันที่จริงแล้วการที่ จาง เทียนเต๋อ
คิดวิธีนี้ขึ้นมา มันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกเป็น
อย่างยิ่ง เนื่องจากหากเขาตกลงรับวิธีการนี้ มันก็
เท่ากับว่าเขาจะเป็นหนี้ 360,000 เม็ดยา อีกทั้งยัง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจ่ายชำระ 40,000 เม็ดยาสร้าง
แกนนภา ต่อเดือน ซึ่งดูจากสภาพการทุกอย่างของ
เขาในเวลานี้ ช่างเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญเสีย
เหลือเกิน ที่จะหาเม็ดยา 40,000 เม็ด ได้เป็นครั้งที่
สองเช่นเดียวกับวันนี้
ถึงแม้จะตกใจอยู่บ้างทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ตึงเครียด
กังวลเกินไปนัก เนื่องจากเขาเชื่อมั่นใน
ความสามารถของตนเองพอควร
เมื่อได้ยินรายละเอียดถึงวิธีนี้ทั้งหมดจนสิ้นแล้ว
เราก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจว่า ”
ข้า อู่ อวี้ คงไม่อาจจะรับปากได้ว่าจะจ่ายชำระ ให้
ท่านได้ทุกเดือนตามกำหนด มันคือเรื่องจริงที่ไม่
อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ท่านก็ยังไว้ใจโดยส่งมอบ เสา
เหยียนหวงเบิกฟั้า เล่มนี้ให้แก่ข้า ฉะนั้นพี่ชายจาง
ข้า อู่ อวี้ จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ”
จาง เทียนเต๋อ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เอาน่า ๆ ถือว่า
ถ้อยอาศัยกันฉันท์พี่น้อง ท่านอย่าได้คิดมากเราหา
ใช่คนอื่นไกล ”
โดยทั่วไปของต้องกล่าวว่า เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
ได้ตกเป็นของ อู่ อวี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การที่ จาง เทียนเต๋อ ยอมปล่อยให้ผ่อนสินค้าที่มี
มูลค่ามากกว่า 300,000 เม็ดยา นับว่าเป็นการ
ตัดสินใจที่บ้าบิ่นกล้าหาญไม่น้อย ซึ่งคงต้องกล่าว
ตามตรงว่ายอดเม็ดยาจำนวนนี้ไม่ใช่เล็กน้อย
สำหรับเขาเลย
ท่ามกลางบทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง เฟิงเอ๋อ
ล้วนรู้เห็นเนื่องจากนางก็อยู่ที่นี่ด้วย เมื่อได้ยิน
ข้อตกลงที่กล่าวมาข้างต้น นางก็อยู่ในอาการตก
ตะลึงอย่างยิ่ง เนื่องจากยอดจำนวนของสินค้าที่
กล่าวมานี้ มันมากมายเสียจนทำให้ร่างของนาง
ถึงกับสั่นเทา ถึงกระนั้นนางก็ยังกล่าวกลับ อู่ อวี้
อย่างรวดเร็วว่า ” ข้า เฟิงเอ๋อ ขอแสดงความยินดี
กับพี่ชายอู่ด้วย เฟิงเอ๋อ วันนี้ถือเป็นวันดีพี่ชายอู่
ได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าถูกใจ หากท่านไม่
รังเกียจ เฟิงเอ๋อ อยากเชิญท่านดื่มโรงเตี๊ยมใกล้ ๆ
แถว ๆ นี้ เพื่อเป็นการฉลอง! ”
เนื่องจากว่า อู่ อวี้ ยังรู้สึกอารมณ์ดีอย่างยิ่งเขาจึง
ตอบกลับไปว่า ” ย่อมได้ไม่มีปัญหา พี่ชายจางไป
ดื่มด้วยกันหรือไม่ ? ”
หลังเขา ‘จ่าย’ 40,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา ให้แก่
จาง เทียนเต๋อ ถือว่าขั้นตอนเป็นอันเสร็จสมบูรณ์
หากให้เขียนตั๋วสัญญาหนี้ผู้ฝึกตนก็คงเป็นเรื่องไร้
ประโยชน์ สำหรับตอนนี้ จาง เทียนเต๋อ ยังไม่อาจ
มองเห็นหนทางที่ อู่ อวี้ ชำระหนี้ได้ตาม
กำหนดเวลา อย่างน้อยด้วยนิสัยของ อู่ อวี้ หาใช่
คนที่ไม่ยอมจ่ายหนี้ไม่
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ได้ใช้จ่ายออกไปในงวดแรก
เรียบร้อยแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ ได้รับ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า มาแล้วก็
เก็บมันใส่ลงไปในถุงจักรวาล พร้อมกับแขวนถุง
จักรวาลไว้ที่เอว อันที่จริงในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจ
บางอย่างแล้ว ถึงแม้ในตอนแรกเขายังคงลังเลที่จะ
ซื้อ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า มาไว้ในครอบครอง
หลังจากตัดสินใจได้ว่า นับต่อจากนี้เขาจะไล่ตาม
ทุกสิ่งทุกอย่างตามใจปรารถนา โดยไม่แยแสใส่ใจ
เสียงซุบซิบนินทาของนกกาอีกต่อไป
หลังจากเขาได้ทำพันธสัญญากับ เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า แล้วเขาเข้าร่วม กองทัพจักรพรรดิเพลิง!
เขาไม่ชอบที่จะเป็นหนี้ ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนมาก
ที่สุดในยามนี้ คือแสวงหาความมั่งคั่งให้กับตนเอง
ให้ได้มากที่สุด
ไม่เพียงแค่เรื่องการชำระหนี้เท่านั้น แต่ยังต้องทำ
ให้ร่างอวตารทั้ง 10 มีฝีมือก้าวหน้ายิ่งขึ้น เมื่อ
ต้องการให้สิ่งที่ตนเองสมปรารถนา สิ่งที่ต้อง
กระทำก็คือมุ่งไปข้างหน้า เนื่องจากร่างอวตารทุก
คนล้วนต้องการใช้ ‘โอสถ’ จำนวนมากในการบ่ม
เพาะตน
หลังจาก ‘จ่าย’ ค่าสินค้าเป็นจำนวนเงิน 40,000
เม็ดยาสร้างแกนนภา ไปแล้ว อู่ อวี้ ก็ยังพอเหลือ
โอสถอยู่อีกประมาณสองพันถึงสามพันเม็ด ซึ่งก็
เพียงพอที่จะให้เขาประทังชีวิตอยู่รอดไปได้
ประมาณเดือนหรือสองเดือน
สำหรับช่วงเวลานี้คงมีแต่ กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง ที่จะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมของเขาได้
การเข้าสู่กองทัพเสมือนดั่งเส้นทางลัด ที่จะนำพา
เขาไปสู่ความมั่งคั่งได้อย่างเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งเพียง
พอที่จะนำไปชดใช้หนี้ให้แก่ จาง เทียนเต๋อ
หลังจากได้ยินคำเชื้อเชิญของ อู่ อวี้ จาง เทียนเต๋อ
กล่าวขอบคุณในน้ำใจ ทั้งนี้ จาง เทียนเต๋อ เห็นว่า
ตัวเขากับ เฟิงเอ๋อ ล้วนเป็นชายหนุ่มแลหญิงสาว
เขาจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า ” พวกท่านทั้งสองหนุ่มสาว
ไปกันเถอะ พี่ชายผู้นี้ยังมีการค้าขนาดใหญ่ที่ต้อง
คอยดูแล เดี๋ยวเราค่อยเสวนากันในวันหลังก็ได้
สำหรับในวันนี้ถ้าไม่ขอรบกวนพวกเจ้าทั้งสอง
ดีกว่า”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ สีหน้าของ เฟิงเอ๋อ ก็ขึ้นสีแดง
ระเรื่อด้วยความเขินอาย
อันที่จริงการที่เขาตัดสินใจปล่อยให้ อู่ อวี้ ผ่อน
สมบัติวิเศษชิ้นนี้ อีกทั้งเขาต้องเร่งรีบรายงานเรื่อง
นี้ ให้แก่เบื้องบนได้รับทราบ เนื่องจากทั้งหมดทั้ง
มวลล้วนเป็นการตัดสินใจ โดยพละการของ
‘ตนเอง’ จึงไม่ควรปกปิดหลบซ่อนสิ่งที่ตนเอง
กระทำ
” ซูซันไม่ถูกกับพรรคของข้า ในตอนนี้ อู่ อวี้ ถือ
เป็นกบฏต่อซูซัน แน่นอนว่าเราเกลียดชังซูซัน ซึ่ง
เป็นศัตรูของข้า ดังนั้นศัตรูของศัตรูก็คือเป็นสหาย
ของเรา ด้วยเหตุนี้คาดว่าท่านอาจารย์กับคนอื่น
ไม่น่าจะตำหนิข้าในการตัดสินใจโดยพละการรีบ
ร้อนเช่นนี้ ” จาง เทียนเต๋อ ล่วงรู้อยู่แก่ใจถึง
สถานการณ์ในตอนนี้
เขาหัวเราะแล้วส่ง อู่ อวี้ กับ เฟิงเอ๋อ ออก
จาก วิหารบัญญัติเวหา
อันที่จริงแล้วหลังจาก อู่ อวี้ ได้รับ เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า มาครอบครอง เขาก็รู้สึกกระสับกระส่าย
เป็นกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่อาจอดใจรอที่จะทำ
พันธสัญญากับมัน แต่ในวันนี้ เฟิงเอ๋อ กลับดึง
ตนเองมา นอกจากนี้ยังได้รับความเมตตาเอื้ออาทร
จากคนของ พรรคซ่างหยวน ทำให้เขาสามารถ
ครอบครองสมบัติมาได้ล่วงหน้า ฉะนั้นตนเองจึงไม่
สามารถปฏิเสธคำเชื้อเชิญของหญิงสาวได้อย่างไร
ดังนั้นการ “ตอบรับ” คำเชื้อเชิญของนางย่อม
เหมาะสมแล้ว
“พี่ชายอู่ ท่านคิดจะทำอะไรต่อไป?”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดกับเรื่องนี้แล้วกล่าวว่า ” ลำดับแรก
ข้าคงต้องหาโรงเตี๊ยม เพื่อปักหลักเอาไว้เป็นที่พัก
อาศัยหลับนอน ข้าเองก็ต้องขอบคุณในน้ำใจของ
เจ้าอีกครั้ง ที่วันนี้ช่วยเป็นธุระนำทางให้แก่ข้า ”
” อย่าได้เกรงใจ! พรรคซ่างหยวนของข้า มี
โรงเตี๊ยมนามว่า ‘โรงเตี้ยมทะยานเซียน ‘ อยู่! ถือ
เป็นโรงเตี๊ยมที่เยี่ยมที่สุดใน นครจักรพรรดิเพลิง
หากข้าบอกกล่าวตัวตนของท่าน บางทีท่านอาจ
พักอาศัยอยู่ฟรี ๆ ได้หนึ่งหรือสองเดือน ” เฟิงเอ๋อ
กล่าวอย่างร่าเริงสดใส
ยามนี้ อู่ อวี้ ชักเริ่มมึนเมาแล้ว
คน พรรคซ่างหยวน นั้นเป็นผู้มีน้ำใจมากเกินไป
แต่เขาก็ไม่เคยลืมเลือนว่าตนเอง มาจากทิศ
ตะวันออกอันไกลโพ้น ทั้งพรรคจงหยวนที่นั่นยัง
พบจุดจบเพราะเขาอีกด้วย
อู่ อวี้ ติดตาม เฟิงเอ๋อ ไปยัง ‘โรงเตี้ยมทะยาน
เซียน’ เมื่อมาถึงเขาก็พบว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่หรูหรา
อย่างยิ่ง ไม่เพียงห้องพักจะเป็นส่วนตัว แต่ยัง
หนาแน่นมิดชิด ซึ่งเปรียบเสมือนถ้ำของซูซัน
ภายในห้องช่างกว้างขวางยิ่งนัก ทั้งนี้โรงเตี้ยมของ
พรรคซ่างหยวน ยังถือเป็นอาณาเขตลี้ภัย ทั้งยังมี
การรักษาความปลอดภัยค่อนข้างสูง ซึ่งไม่
จำเป็นต้องกังวลเรื่องการปิดด่านฝึกตนแม้แต่น้อย
เป็นจริงดั่ง เฟิงเอ๋อ กล่าว ตัวเขาสามารถพักอาศัย
อยู่ที่นี่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย 1 เดือน
คาดว่าผู้คุมหางเสือของ ‘โรงเตี้ยมทะยานเซียน’ ก็
คือ จาง เทียนเต๋อ ผู้ให้เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าแก่ อู่
อวี้ ดังนั้นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมจึงแสดงท่าทีสุภาพกับ อู่
อวี้ เป็นพิเศษ
หลังจากได้ที่พักปักหลัก อู่ อวี้ ก็ถูก ‘โรงเตี้ยม
ทะยานเซียน’ เลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี บนจานนั้น
ถูกปรุงแต่งจากวิญญาณเซียนซึ่งหาได้ยากยิ่ง
แม้แต่สุรารสเลิศที่นำมาส่งก็ถูกกลั่นขึ้นมาจาก
วิญญาณเซียนเช่นเดียวกัน หากมนุษย์ธรรมดาดื่ม
กินเข้าไป คงได้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นประจุดดั่งโคเก้า
ตัว
ในเวลานี้ เฟิงเอ๋อ ล่วงรู้ตัวดีว่า อู่ อวี้ หาได้ชอบ
พอสนใจในตัวนางแต่อย่างใด หลังจากที่นาง
พยายามที่จะเพิ่มคะแนนให้ตนเองมานานกว่าครึ่ง
ชั่วยาม ด้วยเหตุนี้เองจึงอยากกลับไปยัง วังวายุ
บุปผาหิมะจันทรา
“พี่ชายอู่ หากในอนาคตน้องสาวผู้นี้ต้องประสบ
ปัญหายากลำบาก คงจะต้องให้ท่านยื่นมือเข้า
ช่วยเหลือข้าสักเรื่องสองเรื่องได้หรือไม่? ” เฟิงเอ๋อ
หยอดคำหวานประจบประแจงเข้าเรื่องในทันที
หากให้กล่าว สิ่งที่นางร้องขอย่อมไม่ใช่ปัญหา
สำหรับเขา หากเป็นการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันแล
กัน จะอย่างไรวันนี้เขาก็ได้ครอบครอง เสาหวงเห
ยียนเบิกฟั้า ก็เพราะนาง เพียงคำร้องขอเล็กน้อย
เท่านี้ อู่ อวี้ ย่อมตบปากรับคำไม่ปฏิเสธอย่าง
แน่นอน
เขาไปส่ง เฟิงเอ๋อ ที่วังวายุบุปผาหิมะจันทรา
หลังจากนั้นก็ย้อนกลับมายังที่พักของตนเอง นั่นก็
คือ ‘โรงเตี้ยมทะยานเซียน’
มองไปที่ นครจักรพรรดิเพลิง มันก็ทำให้เขาอด
รู้สึกไม่ได้ว่าโลกแห่งนี้ช่างแตกต่างจาก นิยายเซียน
ซูซัน เสียเหลือเกิน…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ