กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 367 : อาวุธอันทรงพลัง
นิกายเซียนซูซัน จัดเป็นนิกายอันเงียบสงบ เปียม
ล้นไปด้วยความลึกล้ำ ทั้งยังมีกฎระเบียบอัน
เข้มงวด ทั้งบรรยากาศหนาวเย็น จัดเป็นพรรค
นิกายของเซียนเต๋าอย่างแท้จริง
ส่วน นครจักรพรรดิเพลิง แห่งนี้ กลับเปียมล้นไป
ด้วยบรรยากาศแห่งจอมยุทธ์ และ สภาพแวดล้อม
แห่งโลกฆราวาส ถึงแม้จะเป็นนครที่ลอยอยู่เหนือ
ท้องฟั้า เสมือนดั่งวิหารเซียนก็มิปาน แต่ถ้าหาก
รู้จักมักจีกับผู้คนที่อยู่ภายในนคร จะพบว่าสถานที่
แห่งนี้มีความสัมพันธ์อันซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง
ยังเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลาย ๆ อย่าง ถ้าเป็น
ผู้ที่มีทุนทรัพย์มาบ้าง เมื่อเข้ามาในสถานที่แห่งนี้
ก็เป็นไปได้ว่าคนผู้นั้นจะรุ่งโรจน์ทะยาน ขึ้นอย่าง
ง่ายดาย
ดูเหมือนว่าที่นี่หาได้ถือเรื่องของศักดิ์ฐานะ หรือภูมิ
หลังครอบครัว มาเป็นหลักสำคัญในการตัดสินคน
ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ ‘นิกายเซียนซูซัน’
อย่างสิ้นเชิง ดั่งเช่น หนานกง เหว่ย กับ ลูกหลาน
ของจอมกระบี่อีกหลายคน พวกนางมีศักดิ์ฐานะ
สูงส่งตั้งแต่เยาว์วัย ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมีพรสวรรค์สูง
ล้ำมากเพียงใด แต่ก็ต้องประสบพบเจอกับความ
ลำบาก ทนอยู่ภายใต้การกลั่นแกล้งจากผู้เกลียดชัง
ริษยาอยู่มากมาย
จนกระทั่งในวันนี้เขาได้พบพานกับ เจียง เสวี่ย
ชวน, จาง เทียนเต๋อ, จี ชิงอัน สำหรับ เจียง เสวี่ย
ชวน นั้นมีอุปนิสัยกล้าหาญ ตรงไปตรงมา ส่วน จี
ชิงอัน มีอุปนิสัยละเอียดอ่อนรอบคอบ ส่วนจาง
เทียนเต๋อ มีใจคอกว้างขวางเชื่อใจ อู่ อวี้ อุปนิสัย
ของพวกเขาเหล่านี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่
อู่ อวี้ อยู่ลึก ๆ ภายในใจ
อู่ อวี้ เติบโตขึ้นมาในกองทัพ ผสมกลมกลืนกับ
บรรยากาศแห่งจอมยุทธ กินดื่มร่ำสุรากับทหาร
ระดับจอมพลไปจนถึงทหารชั้นประทวน ดังนั้นเขา
จึงรู้ว่าเสรีภาพที่เขาได้รับ ภายใน นครจักรพรรดิ
เพลิง ช่างเหมาะสำหรับเขาอย่างยิ่ง
ส่วน นิกายเซียนซูซัน นั้นมีกฎเกณฑ์มากเกินไป
สำหรับเขา
แม้กระทั่ง สาวน้อยอย่าง เฟิงเอ๋อ ที่อยู่ใน พรรค
ซ่างหยวน ช่างแตกต่างจากผู้ฝึกตนวิถีกระบี่แห่ง
นิกายเซียนซูซัน อย่างชัดเจนโดยสิ้นเชิง
คาดว่าเป็นผลมาจากอยู่ภายใน นครจักรพรรดิ
เพลิง มาเป็นเวลาเนิ่นนาน จนทำให้คนบางคนมี
บางอย่างเปลี่ยนแปลงไป
” ดูเหมือนอยู่ ๆ ข้าชักจะรู้สึกชอบที่นี่ขึ้นมาแล้วสิ
”
เขาปิดล็อคประตูห้องพัก ภายในห้องมิดชิดอย่าง
ยิ่ง เหมาะแก่การฝึกฝนบ่มเพาะเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจาก นครจักรพรรดิเพลิง ปกคลุมล้อมรอบไป
ด้วย ‘พลังฟั้าดินบรรพกาล’ เมื่อสูดลมหายใจเข้า
ภายใน ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นมีชีวิตชีวาอย่าง
ยิ่งยวด
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ นั่งเข้าฌานอยู่บนพื้นห้อง ซึ่งก็
เปรียบเสมือนเขานั่งอยู่บนพื้นดินของ นคร
จักรพรรดิเพลิง เนื่องจาก เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า มี
พลังแข็งแกร่งมากเกินไป ถ้าหากอยู่บนชั้นลอย
แล้วล่ะก็ ถึงแม้จะมีวงเวทคอยควบคุมน้ำหนัก
เอาไว้อยู่ แต่ก็อาจพังถล่มลงมาได้
ในที่สุด เฟิงเอ๋อ จาก พรรคซ่างหยวน ก็จากไป ซึ่ง
ยามนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถอดทนรอที่จะตรวจสอบ
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ไว้อีกต่อไป
” เพื่อเจ้าทำให้ข้าต้องยอมเป็นหนี้หัวโต คงต้องใช้
เวลานานกว่า 10 เดือนข้าถึงจะเป็นเจ้าของเจ้า
อย่างแท้จริง ” อู่ อวี้ หยิบ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า
ออกมาจากถุงจักรวาล ด้วยเพราะเขานั่งอยู่บนพื้น
ในท่าขัดสมาธิ เขาจึงวางศาสตราเอาไว้บนขาของ
ตนเอง โดยมีสองแขนช่วยประคองจับ
เป็นเรื่องยากจะจินตนาการได้ว่า ศาสตราเต๋าอัน
แข็งแกร่งเช่นนี้ มีความรู้สึกได้เช่นดั่งมนุษย์ถึง
เพียงไหน
อู่ อวี้ เอื้อมมือออกไปลูบสัมผัส เสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้า แล้ววางมันลงอย่างทะนุถนอมแผ่วเบาประดุจ
ดั่งคนรัก จาง เทียนเต๋อ กล่าวว่าราคาที่แท้จริง
ของ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า มีมูลค่ากว่า 1,000
เม็ดยาปราณมรกต ซึ่งจะเทียบเท่ากับ 1 ล้านเม็ด
ยาสร้างแกนนภา สำหรับราคาเช่นนี้ อู่ อวี้ กล้าพูด
ได้อย่างเต็มปากเลยว่า สามารถซื้อเสาเก้าจัตุรัส
สยบมารได้นับพันเล่ม
อู่ อวี้ พยายามตรวจสอบมันอย่างระมัดระวัง เสานี้
มีวงเวทศาสตราเต๋าอยู่ทั้งหมด 999 วงโดยมี ‘วง
เวทเหยียนหวงเบิกฟั้า’ เป็นวงเวทหลัก เมื่อมองดู
อย่างพินิจจะเห็นว่ามันก่อรูปเป็นภาพของเสาเบิก
ฟั้า โดยมี ‘ วงเวททวียอดเทวะ ’ กับ ‘ วงเวทมหา
กัมปนาท ‘ ถูกวาดล้อมรอบวงเวทหลักไว้อีกลำดับ
หนึ่ง ส่วนเวทย์ศาสตราโจมตีทั้งสองนั่นก็คือ ‘ วง
เวทจักรพรรดิเหยียนแหวกฟั้า ’ กับ ‘ วงเวท
จักรพรรดิหวงผ่าปฐพี ’ ได้ถูกวาดประทับไว้ตรง
ส่วนปลายด้ามซ้ายขวาของเสาเบิกฟั้า เนื่องจาก
การดำรงอยู่ของเวทศาสตราโจมตีทั้งสองนี้ ทำให้
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เปียมล้นไปด้วยอำนาจ
ทำลายล้างอันมหาศาล ทำให้ผู้คนต้องตื่นตระหนก
หวาดกลัว
“เป็นเจตจำนงที่รุนแรงอย่างยิ่ง!”
อู่ อวี้ มีลางสังหรณ์ว่า หากเขาสามารถควบคุม
‘เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า’ ได้ เจตจำนงแห่งจิตนี้ อาจ
ส่งผลกระทบต่อตัวเขาไปด้วย สิ่งนี้อาจทำให้จิตใจ
แห่งเต๋าของเขากระจ่างแจ้งมากยิ่งขึ้น
” ข้าจะสามารถทำพันธสัญญากับมันได้หรือไม่ นี่
ยังเป็นคำถามที่ข้าต้องหาคำตอบด้วยตนเอง ”
สำหรับเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นจริงที่ว่า เสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้า จะยอมรับ อู่ อวี้ เป็นนายหรือไม่
อันที่จริง อู่ อวี้ นั้นยังมีเคล็ดลับบางอย่าง มันก็คือ
เขาจะใช้ภาพจำแลงหัวใจวานรบีบบังคับให้มัน
ยอมสยบ!
ซึ่งถ้าหาก เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า เลือกตัวเขาเป็น
นาย ก็เป็นตัวการันตีได้เลยว่า เขากลายเป็น
หัวหน้ากองพันใน กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ไป
ครึ่งก้าวแล้ว! ฉะนั้นเขาจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
” สมบัติวิเศษเอ๋ย เมื่อโชคชะตาชักนำให้เจ้ากับข้า
มาพบกัน หากเจ้ายอมเชื่อฟังข้า จะไม่ทำให้เจ้า
ต้องอับอาย”
อิสตรีไม่ควรค่าแก่การกล่าวขวัญ! เพียงแค่มีอาวุธ
คู่กายก็เพียงพอแล้ว อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงสายใย
บางอย่างกับ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า บัดนี้เขาจึงอด
ยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างช่วยไม่ได้
เขาฝักใฝั่อาวุธ ฝักใฝั่การต่อสู้ ฝักใฝั่ที่จะเป็นกลาย
เซียนอมตะ!
ครู่ต่อมาเขาก็ค่อย ๆ จมเข้าสู่โลกแห่งจิตของ เสา
เหยียนหวงเบิกฟั้า
” ข้า อู่ อวี้ จักนำพาเจ้าสู่ความรุ่งโรจน์ ”
” นับตั้งแต่วันนี้ ข้าเป็นนายของเจ้าแล้ว ข้าย่อม
เห็นคุณค่าของเจ้า พาเจ้ายกระดับข้ามขีดจำกัด !”
” เจ้านายเก่าของเจ้า แข็งแกร่งกว่าข้าในตอนนี้
อย่างเทียบกันไม่ติด อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่พวก
เขาอยู่ในวัยเดียวกับข้า พวกเขาย่อมด้อยกว่าข้า
มากนัก! ”
” เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า …”
เขาได้จมลงสู่โลกแห่งจิต ในที่แห่งนี้ พื้นดินปฐพี
เป็นสีเหลืองทอง เปลวเพลิงสีดำเผาผลาญลุกท่วม
ส่องแสงเจิดจ้าโชติช่วงชัชวาล
สุดขอบโลกหล้าอันไกลโพ้น อู่ อวี้ แลเห็นเทวรูป
ขนาดใหญ่อย่างเลือนลาง มีเทวรูปขนาดใหญ่
ด้านหนึ่งเป็นสีทอง อีกด้านหลังเป็นสีดำ เมื่อความ
แตกต่างของทั้งสอผสมผสานรวมกัน กลับยิ่งทำให้
คมชัดดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามเทวรูปนี้มีพลังกดดันรุนแรงมหาศาล
อย่างยิ่ง มันขับไล่ อู่ อวี้ ออกจากโลกแห่งจิตของ
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ทันที
“อีกครั้ง”
“อีกครั้ง!”
“อีกครั้ง! อีกครั้ง!”
ในทุก ๆ ครั้งที่เขาถูกผลักกระเด็นออกมา เขากลับ
เข้าไปใหม่ซ้ำอีกครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่ละความ
พยายามแต่อย่างใด
” ฉีเทียนต้าเซิ่น ยิ่งใหญ่เสมอฟั้าดิน เป็นเสมือนดั่ง
เทพศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน! ”
“หาญกล้าต่อกรทัดเทียมพระพุทธองค์! แม้ข้าจะไม่
ทราบว่าพระพุทธองค์คืออะไร แต่ก็รู้ว่าการต่อสู้นี้ก็
เพื่อแลกมาซึ่งด้วยชัยชนะและฝืนลิขิตชะตาฟั้า!”
ภาพจำแลงหัวใจวานร! ท่ามกลางเปลวเพลิงลุก
โหมกระหน่ำ มีราชาวานรอันไร้เปรียบสวมใส่ชุด
เกราะทองคำ ผ้าคลุมหลังเอวพริ้วไสวไปตามสาย
ลม บนศีรษะสวมใส่มงกุฎปีกหงส์ทองทะยานขึ้น
ไปถึงสวรรค์ เพียงเอื้อมมือก็บดขยี้สยบฟั้าได้
ในสายตาของ อู่ อวี้ เขายังคงมีชีวิตอยู่เสมอ โดย
ส่งต่อเจตจำนงให้กับ อู่ อวี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
ใช้สยบศาสตรา ด้วยพลังแห่งจิตอันมหาศาลนี้ ยิ่ง
ดึงดันต้านทานมากเท่าใด ก็ยิ่งถูกบดขยี้ทำลาย
มากเท่านั้น!
” จงยอมศิโรราบให้กับข้าเสีย! ”
เผชิญหน้าห้ำหั่นกับเทวรูป ซึ่งอยู่ห่างไกลโพ้น
อย่างต่อเนื่อง
เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาเข้า ๆ ออก ๆ ภายในโลก
แห่งจิต นับ 30,000 ครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่า เขาต้องประสบกับความพ่ายแพ้ทั้ง
30,000 ครั้ง
นี่หมายความว่าเช่นไรกัน?
แม้แต่ ศาสตราสถิตวิญญาณ ยังไม่อาจสยบมันได้
อู่ อวี้ เพียรเฝั้าถามตัวเองว่า หากได้เผชิญหน้ากับ
ผู้คนที่ขับไล่เขานับหมื่นอีกครา ไม่ใช่ว่าเขาต้องทน
ก้มหน้าก้มตารับอีกครั้งโดยไม่สามารถใช้ความ
แข็งแกร่งเปลี่ยนแปลงได้อีกเช่นนั้นหรือ?
แล้วที่ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ตบเขาล่ะจะปล่อยไป
ได้อย่างนั้นหรือ?
ถูกต้อง หาก อู่ อวี้ ต้องการชำระหนี้นี้กลับคืน ไม่
ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร แต่การตบเขาท่ามกลางผู้คน
นับหมื่น เรื่องนี้ อู่ อวี้ ไม่มีทางยอมได้
” เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า! ท่ามกลางสวรรค์และ
ปฐพีแห่งนี้ มีเพียงข้า อู่ อวี้ คนเดียวเท่านั้น ที่มี
โชควาสนาเหมาะสมกับเจ้ามากที่สุด! ”
“หากวันนี้เจ้ายอมสยบ อีก 1 ปีนับจากนี้ เจ้าจะรู้
ว่าการตัดสินใจของเจ้านั้นถูกต้องแล้ว!”
” หากอีก 1 ปีต่อจากนี้ เจ้ายังคงไม่ยอมรับข้า เมื่อ
ถึงวันนั้นข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป ”
ด้านหนึ่งคือจำนงค์แห่งจิตวิญญาณซึ่งอยากจะ
เอาชนะให้ได้ อีกด้านหนึ่งคือพลังแห่งจิตอันไร้
เปรียบของราชาวานร ท่ามกลางผืนปฐพีสีทอง จิต
วิญญาณทั้งสองต่างเข้าปะทะห่ำหันกัน บังเกิดเป็น
พลังอำนาจมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกหล้านี้
ส่วนอีกด้านหนึ่งคือคำสัญญาแห่งความเชื่อมั่น
วันต่อมา ภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของ อู่ อวี้
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ก็ชักเริ่มมีอาการสั่นคลอน
” ข้าให้เวลาเจ้า 1 ปี”
ท่ามกลางความเลือนราง ศาสตราชิ้นนี้ก็แสดงให้
เห็นถึงสัญญาณแห่งการเชื่อมโยงสายหนึ่ง มีแสดง
ให้เห็นว่าจิตวิญญาณที่อยู่ในเสามีความแข็งแกร่ง
เป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้บางชิ้น ก็
ยังไม่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่งขนาดนี้เลย!
ทันใดนั้นก็เกิดการสั่นสะเทือนเปลี่ยนแปลงขึ้น
อย่างรุนแรง พลังอำนาจมหาศาลพลิกฟั้าพลิก
ปฐพีแผ่ขยายออกไปทั่วทุกแห่งหน
อู่ อวี้ ถือ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ไว้ด้วยมือทั้งสอง
ข้าง จากนั้นศาสตราเต๋าก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบน
อากาศ จนกระทั่งยามนี้ราวกับว่าศาสตราเต๋าและ
มือของเขาได้ผสานกลมกลืนเข้าด้วยกัน ซึ่ง
ระหว่างกระบวนการนี้ เสาก็ปลดปล่อยหมอกควัน
สีดำ และ สีทองม้วนกวาดผ่านออกมาหนาแน่น
ห้อมล้อมร่างกายของ อู่ อวี้ ผสานรวมเป็นหนึ่ง
เข้าสู่ร่างกายของเขา
เดิมที เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า มีลักษณะราบเรียบ
สามัญ ทว่าบัดนี้ได้ปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้า
ออกมาทันที วงเวททั้งหมดที่อยู่บนเสาเริ่มหมุนวน
ทำงานอย่างฉับพลัน วงเวทศาสตราเต๋าทั้ง 999
วง สาดประกายสุกใสระยิบระยับออกมาอย่าง
พร้อมเพรียง ผสานเรียบเนียนไปตลอดทั้งตัวเสา
บ้างเล็กบ้างใหญ่ บ้างเป็นวงเวทหลัก บ้างเป็นวง
เวทรองหนุนสอดเสริมประสานส่องประกาย
ระยิบระยับดูงดงามอย่างยิ่ง
เมื่อความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับ เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันมหาศาล
พุ่งพล่านปันปั่วนทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน! เสมือน
ราวกับว่ายามนี้ กายาสักการะราชันมณีจันทรา
พุทธเจ้าทองคำ ได้ถูกหลอมสร้างผสานกับ
ศาสตราเทวะ
ผสานเป็นหนึ่ง!
” เมื่อได้รับการสนับสนุนจากศาสตราชิ้นนี้ ความ
แข็งแกร่งของข้าก็จะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น! แม้แต่
ผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 2 ทั่วไป ก็หาใช่คู่มือของข้าไม่ ”
” ยามนี้ เปั่ยซาน ม่อ น่าจะมีความสามารถในการ
ต่อสู้กับผู้ที่อยู่เหนือกว่าระดับตนเองได้ 2 ขั้น มัน
สามารถจัดการกับผู้ที่อยู่ใน ระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ขั้นที่ 4 ได้อย่าง่ายดาย คาดว่า
ท่ามกลางเหล่าสาวกกระบี่สวรรค์ คงมีหลายคนที่
ไม่ใช่คู่ต่อกรของพวกมัน ”
ในซูซันผู้อยู่ใน ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่
1-4 ถือเป็นสาวกระดับกระบี่โลกา
ส่วนขั้นที่ 5-7 ถือเป็นสาวกระดับกระบี่สวรรค์
และขั้นที่ 8-10 คือจอมกระบี่แห่งซูซัน!
สำหรับ เจ็ดเซียนแห่งซูซัน ทั้งหมดคือผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ในขณะนี้ อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าอารมณ์ของตนเองพลุ่ง
พล่านปันปั่วนอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เขาพยายามสงบสติลงอีกครั้ง ยามนี้
เขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ถือ เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้า ด้วยมือทั้งสองข้าง ในท่าทางยกขึ้นแนบ
หน้าอก หลับตาสงบนิ่ง เรียวนิ้วแตะสัมผัสตัวเสา
ถ่ายโอนพลังจากแกนกำเนิดสัมผัสกับวงเวทแต่ละ
วงบนเสา ทำความคุ้นเคยกับวงเวทเหล่านี้
ทั้งหมดก็เพื่อให้เขาสามารถควบคุม เสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า ได้อย่างสมบูรณ์
หรือกระทั่งอาจทำให้เขาสามารถปลดปล่อยเวท
ศาสตรา ทั้งสองออกมาได้
” จักรพรรดิเหยียน จักรพรรดิหวง! ” บังเกิดเสียง
ที่เสมือนดังบุคคลทั้งสองดังขึ้น
อู่ อวี้ มิได้คิดอะไรให้มากความ
อู่ อวี้ ตัดสินใจเข้าร่วมกับ กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง ก้าวเดินไปตามวิถีแห่งความอิสระเสรี ไม่
แยแสสนใจเสียงซุบซิบนินทาเห่าหอนของพวก
สุนัขข้างทางอีกต่อไป
แน่นอนว่าเขาจะออกไปก็ต่อเมื่อ ทำความเข้าใจใน
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ได้อย่างถ่องแท้สมบูรณ์แล้ว
และกำหนดจ่าย 40,000 เม็ดยาสร้างแกนนภาใน
เดือนหน้า ยังเหลือเวลาอยู่อีก 25 วัน ซึ่งถ้าหาก
เขาไม่สามารถทำความเข้าใจมันได้ในช่วงเวลานี้ อู่
อวี้ ก็ทำได้เพียงจำใจเข้าร่วมกับ กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง เท่านั้น
เขากำหนดเวลาทำความเข้าใจให้แก่ตนเอง 15 วัน
สำหรับ 40,000 เม็ดยาสร้างแกนนภา เวลาอีก 10
วันที่เหลือน่าจะเพียงพอ
อันที่จริงแล้วหลังจากทำพันธสัญญากับ เสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้า มันก็แสดงความจงรักภักดีกับ อู่
อวี้ อย่างสิ้นเชิง อู่ อวี้ ปรารถนาทำความเข้าใจ
มหาเวทศาสตราโจมตีหลักทั้งสองให้จงได้ ซึ่งใน
เวลานี้เขายังไม่สามารถใช้งานมันได้อย่างเต็ม
ประสิทธิภาพ
เนื่องจากอยู่ในสถานที่ ที่สามารถรับประกันความ
ปลอดภัยได้ อู่ อวี้ จึงสามารถใช้เวลาครุ่นคิด
ไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ ได้นานกว่า 10 วัน ถึงแม้จะยัง
ไม่ได้แสดงพลังของมันออกมาให้ประจักษณ์ แต่
เขาก็ตระหนักดีถึงอำนาจของมัน หากต้องต่อสู้
ขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเคล็ดตรึงกาย
” ในเวลานี้ข้าต้องห้ำหั่นกับคู่ต่อสู้ที่มีพื้นฐานฝึกตน
เหนือกว่าข้าหลายระดับ ซึ่งเกรงว่าเคล็ดตรึงกาย
ก็ไม่มีผลอันใดกับคู่ต่อสู้เหล่านั้น”
” ดังนั้นเคล็ดระเบิดพลังคลั่งของข้าในตอนนี้ จึงถือ
ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง ถูกใช้งานสอดประสานกับ เสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้า โดยปลดปล่อยพลังอำนาจควบคู่ไปกับมหาเวท
ศาสตราทั้งสอง ย่อมบังเกิดเป็นพลังทำลายล้าง
มหาศาลยิ่ง! ”
อู่ อวี้ มั่นใจเป็นอย่างมาก
หลังจากหยุดการฝึกฝนในวิถีกระบี่มาได้ระยะหนึ่ง
มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งร่างฝั่าด่านแห่ง
ความรู้แจ้งระเบิดเปิดจุดไปทั่วทุกหนแห่ง นี่แสดง
ให้เห็นว่าวิถีแห่งพลอง ได้กระตุ้นโลหิตในกายของ
เขาให้พุ่งพล่านอย่างรุนแรง
ในวันนี้เขาออกจาก โรงเตี้ยมทะยานเซียน มุ่งหน้า
ไปยังนครชั้นใน ก็พบว่าผู้คนต่างเฝั้าจับตาดู ทั้งยัง
เสวนาถึงตนเอง
” ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ออกมา ”
” ใช่! เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องเป็นเขาแน่ ๆ ”
” ดวงตาแผ่แรงกดดันออกมามากมายเช่นนี้
จะต้องเป็นอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย ”
ถึงแม้เป็นผู้ฝึกตนธรรมดา แต่พวกเขาทั้งหมดกลับ
รู้จัก อู่ อวี้ จากปฏิกิริยาของคนเหล่านี้สามารถ
อธิบายได้ว่า ข่าวคราวเรื่องของตนเองได้
แพร่กระจายไปทั่วทั้ง นครจักรพรรดิเพลิง แล้ว
แม้กระทั่งรายละเอียดปลีกย่อย อย่างเรื่องที่เขามี
สายสัมพันธ์อันดีกับ วังวายุบุปผาหิมะจันทรา ยังมิ
อาจปกปิดเอาไว้ได้
แม้ว่าพวกเขาจะล่วงรู้ศักดิ์ฐานะของตนเอง แต่ก็
ไม่ได้มาวุ่นวายสร้างความรำคาญใจแต่อย่างใด
อย่างมากก็พูดคุยเสวนากันเพียงเท่านั้น
” เจ้ากำลังจะบอกว่าเขายอมรับคำเชิญของ เจียง
เสวี่ยชวน เข้าร่วม กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
เช่นนั้นรึ? ”
” ในเวลานี้หากไม่พูดถึงคงไม่ได้ ข้าคิดว่า อู่ อวี้
ยังคงมีเยื่อใยกับซูซันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เพื่อ
หลีกเลี่ยงคำติฉินนินทา เขาไม่ควรเร่งรีบมาก
เกินไปนัก แต่ถ้าปล่อยเวลาเนิ่นนานมากเกินไป
เกรงว่าก็คงจะใช่เรื่อง”
” จะอย่างไรแล้ว ก็มีเพียงนครจักรพรรดิเพลิง
เท่านั้นที่กล้าต้อนรับเขา ”
” หากคาดเดาไม่ผิด ทิศทางที่เขากำลังจะมุ่งหน้า
ไปก็คือ นครชั้นใน! ”
” เขาจะไปที่นั่นเช่นนั้นหรือ? ”
สำหรับเวลานี้ทุกผู้คนรู้สึกว่า อู่ อวี้ นั้นเป็นคนดื้อ
รั้นหัวแข็งยิ่งนัก ถึงได้กระทำการหาญกล้าบ้าบิ่น
เช่นนี้
” ใช่แล้ว… ข้าได้ยินมาว่ากี่วันนี้คนของ จอมกระบี่
ชั่วฮวา ได้ส่งคนจากนิกายเซียนซูซัน แฝงตัวเข้า
มาในนครจักรพรรดิเพลิงแล้ว ใช้ว่าจะมาดักรอให้
อู่ อวี้ ปรากฏตัวหรือไม่? ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ