กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 37 : องค์ชายหยวนเฉิน
เช้าตรู่ของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ช่างดูมีชีวิตชีวา
อย่างยิ่ง หากมองดูจากไกล ๆ แล้ว จะเห็นก าแพงสูง
ดูยิ่งใหญ่ ส่วนด้านในของก าแพงเมืองยังมีผนังหนา
ยากจะท าลายสร้างไว้อีกชั้นหนึ่ง ควันไฟลอย
คละคลุ้งไปทั่วผสมปนเปกับเสียงที่ดังเซ็งแซ่นั้น ท า
ให้สัตว์ป่าที่อยู่รอบ ๆ อาณาจักรบูรพาเย่วอู่เริ่ม
แตกตื่นตระหนกขึ้น
หากมองดูดีๆแล้ว จะเห็นผังเมืองสีเหลืองอร่ามราว
กับทองค า มันช่างงดงามวิจิตรตระการตาอย่างยิ่ง
แม้ผู้มองลงมานั้นจะมองลอดผ่านหมู่ก้อนเมฆก็ตาม
ที
“อาณาจักรบูรพาเย่วอู่…”
ท่ามกลางแสงอัสดงยามเช้า อู่ อวี้ สวมใส่หน้ากาก
วานรพร้อมกับสะพายพลองทองพิชิตมาร ก าลัง
เดินทางออกมาจากรอบนอกของป่าชั้นในสุด อู่
อวี้ ก าลังยืนอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่งเพื่อมองดูแสงแห่ง
ยามเช้าที่สาดส่องลงมายังตัวเมืองของ อาณาจักร
บูรพาเย่วอู่
“ ดูเหมือนว่าในเมืองจะคึกคักเป็นพิเศษแหะ ไม่รู้
ว่ามีตลาดมืด หรือ ว่ามีปีศาจบุกเมือง ”
อู่ อวี้ จ าจดเรื่องราวทุกอย่างได้เป็นอย่างดี เมื่อครั้ง
นั้นเขาต้องตกอยู่ในสภาพเป็นตายเท่ากัน เขาโดนขับ
ไล่เนรเทศออกจากอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ อีกทั้งยังมี
ปีศาจอสรพิษติดตามไล่ล่าอยู่เบื้องหลัง
“ พี่หญิง อู่ หยู๋ ”
เขาหวนค านึงถึงฤดูเหมันต์ในค่ าคืนนั้น ท่านพี่หญิง
ได้วิ่งไล่ตามรถเกวียนของเขามา มันท าให้เขาห่วง
กังวลในตัวนางอย่างยิ่ง หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไป
นับจากนั้นเขาก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับนางอีก
เลย
อู่ อวี้ ไม่ได้ควบคุมปักษาเมฆาสวรรค์ ให้บินเข้าไป
ยังอาณาจักรบูรพาเย่วอู่อย่างโจ่งแจ้ง เหตุเพราะ
ก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือแก้แค้น ศัตรูซึ่งอยู่ภายใน
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ได้อย่างเต็มที่นั้น เขาจะต้องท า
การช่วยเหลือ อู่ หยู๋ ออกมาให้ได้เสียก่อน
“ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน มันได้เข้าสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปราณมาเป็นเวลานานแล้ว จึงเป็นเรื่องยากที่จะ
ก าจัด ฉะนั้นก่อนที่ข้าจะไปรับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์
อาณาจักรมนุษย์ ข้าจะต้องปลอมตัวเข้าไปสอดแนม
จะได้ล่วงรู้ถึงความสามารถอันแท้จริงของมัน
เสียก่อน จากนั้นข้าจึงค่อยลงมือกับมันในท้ายที่สุด”
ถึง อู่ อวี้ จะอยากล้างแค้นมากเพียงใดก็ตาม แต่ถ้า
เขากระท าการผลีผลามเร่งรีบ เข้าไปยังอาณาจักร
บูรพาเย่วอู่อย่างโจ่งแจ้ง มันคงจะเป็นเรื่องโง่เขลา
อย่างยิ่ง
“ ไป ”
อู่ อวี้ ได้บังคับปักษาเมฆาสวรรค์ให้ออกจากที่นี่
ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าของมัน ท าให้สายตา
ของเหล่ามนุษย์มองเห็นได้เพียงแค่แสงสีทอง ซึ่ง
ปรากฎให้เห็นเพียงแค่ชั่วครู่ราวกับสิ่งนั้นเป็นดาวตก
หายวับลับไปกับตาเท่านั้น และด้วยความที่ไม่มีใคร
สามารถสังเกตเห็นได้ อู่ อวี้ ก็ได้ลักลอบเข้าสู่
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่แถมยังแทรกซึมเข้าสู่ท้องถนน
ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่คึกคักได้เป็นผลส าเร็จ
ฟู่วว!
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ นั้นใหญ่โตโอ่อ่าเป็นอย่างยิ่ง
แต่ในสายตาของ อู่ อวี้ แล้ว มันกลับเล็กกะจ้อยร่อย
อย่างมาก
“พระราชวัง อู่ หยู๋”
เมื่อเงยหน้าขึ้นไป ก็จะได้พบกับพระราชวังทางทิศ
ตะวันออกตั้งตระหง่านอยู่ มันคือพระราชวัง อู่ หยู๋
แน่นอนว่านี่ก็คือพระราชวังที่ฮ่องเต้คนก่อนได้มอบ
ให้กับ องค์หญิงอู่ หยู๋ พอมาถึงที่นี่ท าให้ภายในใจ
ของ อู่ อวี้ รู้สึกตึงเครียดขมขื่นขึ้นมาเล็กน้อย เขา
รู้จักอุปนิสัยของ ซีเฟย อย่างดีว่านางนั้นเป็นเช่นไร
ยังไงเสียนังจิ้งจอกนั่นก็ไม่มีทางให้ อู่ หยู๋ อยู่อย่าง
สงบสุขอย่างแน่นอน แล้วการที่เขาห่างหายจากที่นี่
ไปนานขนาดนั้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแย่ ๆ
อะไรขึ้นกับนางบ้าง
“ พี่หญิง ท่านจะต้องปลอดภัย ” อู่ อวี้ นั้นเป็น
ชายอกสามศอก เขาไม่เกรงกลัวต่อเภทภัยภยันตราย
ทั้งหลายแหล่ที่ถาโถมเข้ามา ไม่เกรงกลัวแม้แต่ความ
ตาย แต่พอมายืนอยู่ยังเบื้องหน้าพระราชวังของอู่
หยู๋แล้ว ในจิตใจของเขากลับเกิดอาการหวั่นไหว
ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ ได้แอบลอบเข้ามาภายใน
พระราชวังของ อู่ หยู๋ อย่างเงียบ ๆ ซึ่งการป้องกัน
ของพระราชวังชั้นในแห่งนี้นั้นถือว่าปรกติดี เหล่า
สาวใช้ท าความสะอาดต าหนักได้อย่างเป็นระเบียบ
เรียบร้อยตามหน้าที่ พอเห็นเช่นนั้นแล้วมันก็ท าให้
จิตใจของ อู่ อวี้ เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาจึงเร่ง
ฝีเท้าเข้าไปยังห้องนอนของ อู่ หยู๋ ในทันที แต่
ปรากฏว่าไม่พบนาง
“ นางควรจะอยู่ที่นี่ ”
อู่ หยู๋ เป็นผู้ที่รักการอ่านต ารามาตั้งแต่เยาว์วัย
ถึงแม้นางจะอายุไม่มาก แต่นางกลับเป็นบุคคลผู้ซึ่ง
อยู่ในล าดับต้น ๆ ที่มีความรู้มากที่สุดในอาณาจักร
แถบภูมิภาคตะวันออกเลยก็ว่าได้ ซึ่งตรงข้ามกับ อู่
อวี้ อย่างสิ้นเชิงตัวเขารักในศิลปะการต่อสู้ฝักใฝ่วร
ยุทธ จนโง่เขลาในเรื่องการอ่านจนเป็นที่น่าอดสู
ณ ห้องอักษร
หลังจากได้มายืนอยู่บริเวณระเบียงนอกหน้าต่าง
แล้ว อู่ อวี้ ก็มองลอดผ่านไปยังหน้าต่างซึ่งถูกท าด้วย
กระดาษ ในที่สุดเขาก็ได้พบร่างของสตรีนางหนึ่ง
ซึ่งก าลังจดจ่ออยู่กับต าราบนโต๊ะ นางได้สวมเครื่อง
แต่งกายของทางพระราชวัง ส่วนในมือของนางได้ถือ
พู่กันที่ชุ่มไปด้วยน้ าหมึกอยู่ เห็นได้ชัดว่านางก าลังจะ
ลงมือเขียนพู่กันจีน ซึ่งสตรีผู้นี้หาใช่ใครอื่น นางก็คือ
อู่ หยู๋ นั่นเอง
กิริยาท่าทางรวมถึงบุคลิกของนางนั้น ช่างดูอ่อน
ช้อยสมกับเป็นกุลสตรี ที่ถูกอบรมสั่งสอนมาเป็น
อย่างดีเยี่ยม
ใบหน้าของนางดูซีดเซียว แววตาส่อประกายความ
โศกเศร้า สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างของนางก าลังเช็ด
ปาดน้ าตาให้นาง นางกลับก าลังเพ่งสมาธิจดจ่อไป
ยังกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ โดยไม่แยแสเส้นผมที่ยาว
สยายห้อยตกลงมาบดบังใบหน้า ไม่แยแสต่อสิ่งที่เกิด
ขึ้นอยู่รอบด้าน
หากมีผู้ใดมาพานพบเห็นภาพนี้เข้า จิตใจของคนผู้
นั้นคงจะเปราะบางลงอย่างรวดเร็ว เพราะภาพ ๆ นี้
เปี่ยมล้นไปด้วยเศร้าสลด โดดเดี่ยว อย่างที่สุด
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางก็ยังคงอยู่ดีดั่งเดิม นี่ถือ
ว่าเป็นข่าวดีส าหรับ อู่ อวี้ อย่างยิ่งแล้ว จิตใจที่หนัก
อึ้งของเขาในที่สุดก็ได้ผ่อนคลายลง ราวกับว่าเวลานี้
เขาได้ยกภูผาออกจากอก
หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิต บัดนี้เขาได้มายืนมองดูพี่
หญิง ผู้คอยเฝ้าทะนุถนอมดูแล และ เลี้ยงดูเขามา
อย่างดี ตั้งแต่ยังเยาว์จนเติบใหญ่เช่นนี้ อู่ อวี้ จึงอด
ไม่ได้ที่จะเศร้าสลดเมื่อหวนนึกถึงภาพอดีต ดวงตา
ของเขาแดงก่ าราวกับว่าหยาดน้ าตาพร้อมที่จะไหล
รินออกมาได้ทุกเมื่อ ในคืนนั้น ค่ าคืนของฤดูเหมันต์
ร่างอันบอบบางของนาง วิ่งไล่ตามเกวียนมาอย่างไม่
คิดชีวิตนั้น มันเป็นภาพติดตา อู่ อวี้ ตราตรึงอยู่
ภายในจิตใจของเขาไม่มีทางที่จะลบเลือนมันออกไป
ได้
ผ่านไปไม่นาน กระดาษสีขาวนวลก็ได้เต็มไปด้วย
ตัวอักษรมากมาย เป็นอักษรที่นางเฝ้าบรรจงเขียนลง
ไป ถึงแม้ว่านางจะเขียนจนเต็มหน้ากระดาษ แต่ทั่ว
ทั้งหน้ากลับมีเพียงแค่สองค าเท่านั้น นั่นคือ “อู่ อวี้ ”
บางทีนางคงก าลังคิดถึง อู่ อวี้ ที่จากไป
มีข่าวร่ าลือกันว่าระหว่างที่ อู่ อวี้ ก าลังเดินทางไปยัง
ชายแดนนั้น เขาได้ถูกปีศาจอสรพิษสังหารไป
หลังจากที่นางได้ทราบข่าว อู่ หยู๋ ก็ถึงกับล้มป่วยลง
อย่างกะทันหัน จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่หายดี
ตอนนี้ อู่ อวี้ คิดอยากจะพุ่งเข้าไปหานาง นางจะได้
รับรู้ว่าเขากลับมาแล้ว…
“ ไม่ได้ ๆ ตอนนี้ข้ายังไม่รู้พลังที่แท้จริงของฮ่า
วเทียน ซ่างเซียนเลย มันมีความแข็งแกร่งเหนือข้า
อยู่มาก ฉะนั้นข้าต้องอดทนเอาไว้ หากพี่หญิงล่วงรู้
ถึงการมาของข้า ความลับอาจถูกเปิดเผยได้”
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังคงสะกดข่ม และ ยังคงมีเหตุผล
เหนืออารมณ์อยู่
“ ท่านพี่หญิง อู่ หยู๋ สักวันข้าจะต้องกลับมาตอบ
แทนท่านอย่างแน่นอน”
ทุกลมหายใจของเขามีแต่ความอาลัยอาวรณ์ แต่เขา
ก็จ าเป็นต้องแก้แค้น! หลังจากที่ล่วงรู้ว่า อู่ หยู๋
ปลอดภัยดี เขาจึงตัดสินใจที่จะจากไป เพื่อไปเปิด
ฉากกับอาณาจักรเย่วอู่ และ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
อย่างซึ่ง ๆ หน้า
ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์
และ พรรคจงหยวน นั้น มีกฎข้อบังคับที่ใช้ร่วมกัน
อยู่ ตราบใดที่ อู่ อวี้ แสดงตัวออกไปเพียงแค่ศักดิ์
ฐานะ แต่ยังไม่ได้เผยตัวตนออกมา ยังไงเสีย ฮ่า
วเทียน ซ่างเซียน ก็ไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัสตัวเขา
หลังจากที่ออกไปจากพระราชวังของ อู่ หยู๋ แล้ว อู่
อวี้ ก็เตรียมตัวออกจากเมืองในทันที เพื่อที่เขาจะ
กลับเข้ามายังอาณาจักรบูรพาเย่วอู่อีกครั้ง ด้วย
ปักษาเมฆาสวรรค์ และ เปิดตัวดั่งชาวสวรรค์ที่
แท้จริง
ขณะก าลังเดินผ่านตัวเมืองออกไปนั้น ตลอด
เส้นทางเขาจะได้ยินเหล่าผู้คนพูดคุยถึงคนที่มีนาม
ว่า หยวนเฉิน
หลังจาก อู่ อวี้ ได้ถูกใส่ร้าย และ เนรเทศออกจาก
เมืองไปนั้น หยวนฮ่าว ซึ่งเป็นบุตรชายของ ซีเฟย ก็
ได้ขึ้นครองราชย์ในเวลาต่อมา ในสายตาของ อู่ อวี้
แล้ว ฮ่าวหยวน ผู้นี้เป็นเพียงแค่สวะชั้นต่ าเพียงผู้
หนึ่งเท่านั้น
ส่วนผู้มีนามว่าหยวนเฉิน อู่ อวี้ ก็ค่อนข้างให้ความ
สนใจในนามนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะดู
เหมือนว่ามันจะเป็นพี่น้องฝาแฝดของ ฮ่าวหยวน ซึ่ง
ถือก าเนิดมาพร้อมกัน
แต่กระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตาของมัน
อยู่ดี ดูเหมือนว่ามันจะได้หายตัวไป ซึ่งตัวตนของมัน
ถือได้ว่าเป็นความลับของทางราชวงศ์เลยก็ว่าได้
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้หยุดฝีเท้าลง จากนั้นก็ได้ค่อย ๆ
เงี่ยหูฟังบทสนทนาที่ผู้คนก าลังพูดคุยกันอย่างออก
รส
“ ตอนแรกไทเฮา ซีเฟย ได้ให้ก าเนิดฝาแฝดมา
ซึ่งมีนามว่าองค์ชาย หยวนเฉิน แต่สามัญชนอย่าง
พวกเรากลับไม่รู้จักเขาสักคน! คิดไม่ถึงเลยว่าที่จริง
แล้วองค์ชาย หยวนเฉิน จะถูกฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
รับตัวไปยังอาณาจักรแห่งเซียน เพื่อไปเป็นชาว
สวรรค์!!”
“ ในครานี้ องค์ชาย หยวนเฉิน ได้กลับลงมายัง
อาณาจักรมนุษย์ เพื่อกลับเยี่ยมเยียนที่แห่งนี้ ”
“ คิดไม่ถึงเลยว่าอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ของเรา จะ
ได้มีคนกลายเป็นชาวสวรรค์! การที่มีขุมอ านาจหนุน
หลังเช่นนี้ ถือได้ว่าชั่วชีวิตนี้อาณาจักรใกล้เคียง คง
จะต้องหวั่นเกรงพวกเราจนไม่มีผู้ใดกล้ามาตอแยเลย
กระมัง!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็เข้าใจทุกอย่างขึ้นมาในทันที
หลังจากที่ หยวนเฉิน ถือก าเนิดขึ้นมา ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน ก็ได้น าตัวมันไปยังพรรคจงหยวนในทันที
“ ศิษย์พี่ โม่ซือ ได้กล่าวเอาไว้ว่า ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน เป็นผู้พิทักษ์ ที่ดูแลปกปักษ์ อาณาจักรบูรพา
เย่วอู่ มาช้านานแล้ว แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะสับเปลี่ยนผู้
พิทักษ์กันทุกสิบปีก็จริง แต่ดูเหมือนว่ารอบที่แล้วจะ
ไม่มีใครได้ลงสับเปลี่ยนมาแทนในอาณาจักรบูรพา
เย่วอู่แห่งนี้”
ส่วนใหญ่ในสายตาของเหล่าศิษย์ของ นิกายกระบี่
สวรรค์ นั้น อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ แห่งนี้ถือได้ว่า
แร้นแค้นเกินไป แถมยังไม่มีดีอะไรในสายตาอีกด้วย
พวกเขาจึงคร้านที่จะมาปกปักษ์อยู่ที่นี่ แต่ในคราวนี้
กลับมีคนเสนอที่มาเฝ้าดูแลในสถานที่แห่งนี้แทน ถือ
ได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวงของฮ่า
วเทียน ซ่างเซียนเลยทีเดียว
“การที่ข้าได้กลับมายังอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ใน
ครานี้ แน่นอนว่า หยวนเฉิน เองก็ตามกลับมาจาก
พรรคจงหยวนเช่นกัน ไม่รู้ว่าสิบปีที่ผ่านมานี้ มันจะมี
ความสามารถถึงเพียงไหนแล้ว!”
ดูเหมือนว่าการกลับมาในครั้งนี้ นอกจาก ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียนแล้ว ก็ยังมีศัตรูอีกหนึ่งคนที่ต้องก าจัดสินะ
“ ตอนแรกข้าคิดว่าองค์ชาย อู่ อวี้ จะเป็นยอด
อัจฉริยะไร้เทียมทานแล้วนะ แต่พอน ามาเทียบกับ
องค์ชาย หยวนเฉิน แล้ว มันช่างต่างกันราวฟ้ากับ
สุนัขสารเลวเลยจริงๆ! กระทั่งนางสนมของฮ่องเต้ที่
เปรียบได้กับแม่ตัวเองก็ยังไม่ละเว้น ก็สมน้ าหน้ามัน
แล้วล่ะที่จะโดนปีศาจอสรพิษกินเข้าไป”
ท่ามกลางการสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ได้ยินค าพูดทั้งหมดที่พวกมันได้
กล่าวออกมา
“ดูเหมือนว่า ถึงเจ้าปีศาจอสรพิษ หว่านชิง จะ
ไม่ได้กินข้าเข้าไป แต่มันก็ยังไปรายงานกับ ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน ว่ามันได้กินข้าเข้าไปพร้อมกับเหล่าทหาร
แล้วเพราะมันกลัวว่าจะโดนลงโทษสินะ หากไม่ได้
ท่านอาจารย์เข้ามาช่วยไว้ทันท่วงทีแล้วละก็…”
ย่อมนับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะมันจะท าให้เขา
สามารถปกปิดซ่อนตัวได้ดียิ่งขึ้นจนท าให้ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน และ คนอื่น ๆ ไม่สามารถจับได้ว่าเขาเป็น
ใคร แต่ที่เขากังวลมากที่สุดก็คือ อู่ หยู๋ นางต้องทน
ทุกข์ทรมานกับข่าวการตายของเขา ซึ่งไม่ต้องสงสัย
เลยว่านางจะต้องเจ็บปวด และ แบกรับความขมขื่น
มากมายเพียงใด
“ ฮ่าวเทียน ซีเฟย ” ฉับพลันในใจของ อู่ อวี้ ก็
บังเกิดเพลิงโทสะลุกโชน ราวกับว่ามันพร้อมจะแผด
เผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ลงในพริบตา
การกลับมาของ หยวน เฉิน ได้ท าให้ทั่วทั้ง
อาณาจักรเกิดความตื่นเต้นจนท าให้คึกคักกันไปทั่ว
บ้านทั่วเมือง
จู่ ๆ ก็มีเสียงอาชาร้องขึ้นมาจากบนท้องฟ้า ซึ่งเสียง
ของมันได้ลือลั่นไปทั่วทั้งสารทิศ ท่ามกลางความ
ตกใจของเหล่าฝูงชนนั้น ได้ปรากฏอาชาขนาดยักษ์
ขึ้นมา 2 ตัว อาชาที่อยู่บนฟากฟ้านี้ มันได้บินข้าม
ผ่านหมู่เมฆสีขาว สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งไปกว่านั้คือช่วง
ซี่โครงของอาชา ซึ่งก าลังบินอยู่บนฟ้านั้น กลับ
ปรากฏปีกงอกออกมา! แถมปีกทั้งสองยังไม่แตกต่าง
จากปีกของปักษาเมฆาสวรรค์เลยแม้แต่น้อย หรือ ก็
คือมันสามารถท าให้อาชาสองตนนี้โบยบินได้อย่าง
อิสระบนท้องฟ้าเฉกเช่นสัตว์เซียน!
“ นั่นมัน อาชาวิหค ของพรรคจงหยวนนี่ ” อู่
อวี้ ได้ดูบันทึกของดินแดนตงเสิ้ง โดยรวมแล้ว ใน
บันทึกได้กล่าวเอาไว้ว่าความสามารถในการแบก
น้ าหนัก และ ความเร็วของ อาชาวิหค นั้น ไม่ได้
แตกต่างกับปักษาเมฆาสวรรค์สักเท่าใดนัก
อาชาวิหคทั้งสองได้ลากราชรถขนาดใหญ่ที่ดู
สวยงามโอ่อ่ามาด้วย ซึ่งขบวนรถอาชาที่อยู่บน
อากาศนี้ แน่นอนว่าจะต้องเป็นราชรถของ องค์ชาย
หยวนเฉิน เป็นแน่แท้ ส าหรับ อู่ อวี้ นั้นไม่ค่อยตื่น
ตระหนกสักเท่าใดนัก แต่ส าหรับเหล่ามนุษย์ธรรมดา
สามัญ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเทพเซียน (ชาวสวรรค์) ที่
ก าลังลงมาประทับก็มิปาน
ราชรถของเหล่าเทพเซียน พร้อมกับอาชามีปีกเป็น
เสมือนดั่งเทพนิยาย มันจึงเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
ส าหรับมนุษย์อย่างยิ่ง
“ คาราวะท่านเทพเซียน! ”
แทบจะในทันที เหล่าผู้คนในอาณาจักรบูรพาเย่วอู่
นับหมื่น ได้ออกมาจากบ้านของตน แล้วได้เห็นราช
รถพร้อมด้วยอาชาวิหคเช่นนี้ ท าให้พวกเขาถึงกับ
คุกเข่า และ ร้องไห้ออกมาด้วยความปลาบปลื้มตื้น
ตันใจอย่างที่สุด
จุดที่ อู่ อวี้ ยืนอยู่นั้น เหล่าผู้คนต่างพากันคุกเข่า
หมอบกราบให้แก่ราชรถนี้กันทั้งถนน
ทางเดิน ใบหน้าของพวกเขาที่แสดงออกมา บ่งบอก
ให้เห็นว่าพวกเขานั้นเทิดทูนบูชาเทพที่พวกเขา
ศรัทธาอย่างสุดหัวใจ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้เคยก้ม
หัวให้แก่ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เช่นนี้ เป็นเพราะ
เหล่ามนุษย์หวาดเกรง และ ศรัทธาต่อ ฮ่าวเซียน
ซ่างเซียน อย่างยิ่งเช่นนี้ จึงท าให้อู่ อวี้ถูกขับออก
จากอาณาจักรบูรพาเย่วอู่อย่างง่ายดาย
“ที่แท้ การที่เป็นกบในกะลามันน่ากลัวเช่นนี้เอง”
โชคดีอย่างยิ่ง ที่เขาสามารถหลุดพ้นออกมาจากวัฎ
จักรเช่นนี้ได้
“หยวนเฉิน!”
ขบวนราชรถได้ลงจอดไปที่พระราชวังของ
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ มันท าให้เหล่าฝูงชนไม่สามารถ
เห็นหน้าค่าตาของ องค์ชายหยวนเฉิน ได้ แต่แค่การ
ที่พวกเขาได้เห็นอาชาวิหคเช่นนี้ มันก็ท าให้สามารถ
คุยโวโอ้อวดได้ยันชั่วลูกชั่วหลานแล้ว
“กลับมาพร้อมกับข้าในวันเดียวกันก็จริง แต่กลิ่น
อายของมันดันแข็งแกร่งกว่าข้าเสียอีก”
อู่ อวี้ เป็นผู้ที่แยกผิดชอบชั่วดีได้เป็นอย่างดี เขาไม่
เคยมีความแค้นอะไรกับ หยวนเฉิน ดังนั้นเขาจึงไม่มี
ความรู้สึกเกลียดชัง หรือ เคียดแค้นอะไรต่อมัน
“ นอกเสียจากมันจะยืนอยู่ข้าง ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน และ เลือกที่จะเป็นศัตรูกับข้า”
ที่จริง อู่ อวี้ ก็เกือบจะมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะต้องลง
เอยเช่นนั้น แต่กระนั้นเขาก็ไม่สนใจ หากใครคิดจะ
ขวางทาง ก็จ าต้องเพียงแค่สังหารมันเท่านั้น
“หยวนเฉิน บทบาทของเจ้าหมดลงแล้ว ต่อไป
เป็นคราวของข้า!”อู่ อวี้ สวมใส่หน้ากากวานร
ฉับพลันก็เร่งฝีเท้าออกจากตัวเมืองไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ได้กระโดดขึ้นไปยังปักษาเมฆาสวรรค์
และ ควบคุมมันทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า!
ปักษาเมฆาสวรรค์นั้นมีสายเลือดแห่งเซียนไหลเวียน
อยู่ ส่วนปีกของมันก็ยาวถึง 5 ฉือ ด้วยกัน ซึ่งขนาด
ของมันย่อมยาวกว่า อาชาวิหค และแน่นอนว่า
ความเร็วในการบินถลาลมของปักษาเมฆาสวรรค์นั้น
ก็จักต้องเหนือกว่า อาชาวิหคอยู่พอสมควร
ฟู่ววววว!
ปักษาเมฆาสวรรค์ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือเมฆ จน
ได้มาปรากฎตัวอยู่เหนือใจกลางอาณาจักรบูรพาเย่ว
อู่
“ ฮ่าวเทียน ศิษย์แห่งพรรคจงหยวน ตัวข้าคือ
ศิษย์แห่งนิกายกระบี่สวรรค์ ผู้จะมาเป็นผู้พิทักษ์แห่ง
อาณาจักรนี้ จงก้าวออกมาพบกับข้าเดี๋ยวนี้!”
เสียงของ อู่อวี้ ที่กล่าวขานออกไปนั้น ได้ดังสนั่นไป
ทั่วทั้งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ราวกับฟ้าร้องกลางวัน
แสก ๆ ก็มิปาน
**เมื่อ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นผู้พิทักษ์ สัตว์สวรรค์ของ
อู่ อวี้ ก็ได้เปลี่ยนเป็นปักษาเมฆาสวรรค์นะครับ
……………………………………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน