กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 36 : ถุงจักรวาล
” หืม ?! ”
เขามิได้คาดหวังว่าจักต้องได้รับของขวัญ อันใด
ทันใดนั้น ซู หยานหลี่ ก็หยิบควักบางอย่างออกมา อู่
อวี้ ก็เพ่งมองแล้วก็พบว่ามันคือ หน้ากาก สิ่งส าคัญ
หน้านั่นยังละม้ายคล้ายวานร ราวกับยามที่ อู่ อวี้
แปลงกายเป็นเซียนวานรจ าแลง
” นี่คือหน้ากาก ‘ วานร ‘ สร้างขึ้นจากวัสดุวิเศษ
มันสามารถปกป้องส่วนใบหน้าจากแรงกระทบ แต่ที่
ส าคัญมันช่วยในการปลอมแปลงซ่อนพรางใบหน้า
ยามที่เจ้ากลับไปยัง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ มันย่อม
ดีกว่า หากเจ้าไม่เปิดเผยตัว ” ซู หยานหลี่ นั่นมอบ
หน้ากาก ‘ วานร ‘ ให้แก่เขา เห็นได้ชัดว่านาง
รอบคอบ เดิมที อู่ อวี้ ก็คิดเผื่อไว้แล้วว่า ก่อนที่กลับ
อาณาจักรเขาจะปลอมตัว
ด้วย ‘ หน้ากากวานร ‘ จะท าให้ทุกอย่างราบรื่น
อู่ อวึ้ เองก็ค่อนข้างถูกใจหน้ากากที่ได้รับ จึงหยิบน า
มันมาสวมบดบังใบหน้า
นั้นท าให้ อู่ อวี้ ดูต่างไปจากก่อนหน้านี้ เดิมสรีระ
เขาสูงและก าย า แต่เมื่อสวม ‘หน้ากากวานร’
นอกจากพลังกับความแข็งแกร่ง กระทั่งคนที่คุ้นเคย
ก็ไม่ง่ายที่จะมองลักษณะของเขาออก
บัดนี้พอสวมใส่หน้ากาก ขณะที่ แบกพลองพิชิตมาร
ที่ห่อหุ้มอยู่ในปลอก เขาดูประดุจดั่ง ‘ ราชันย์วานร ‘
กระทั่งจิตใจก็รู้สึกราวกับเป็นวานร
” ดูดีมาก! แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ข้าเองก็เป็น
ศิษย์พี่ แต่กลับช่วยเหลืออะไรไม่ได้ พูดแล้วช่างน่า
ละอาย ” โม่ ซือซู กล่าวเชิงอารมณ์ขบขัน
ในระหว่างที่กล่าว เขาก็กระตุกบางอย่างที่มีสีเหลือง
ทองจากข้างเอว แล้วมอบมันให้แก่ อู่ อวี้ ดูภายนอก
วัสดุที่ท าดูไม่ต่างจากถุงผ้าทั่วไป แต่ทว่ามันถูกปัก
ด้วยอักษรค าว่า ‘ บรรจุ ‘ ซึ่งแฝงด้วยความหมายที่
ลึกซึ้ง ราวกับว่ามันมีจิตวิญญาณ อู่ อวี้ คิดว่า ถุงนี้
อาจจะเป็น ศาสตราแห่งเต๋า
แน่นอน ว่ามันไม่ใช่ศาสตราที่มีไว้เพื่อโจมตีท าลาย
” ศิษย์น้อง เจ้ารู้จัก รูปแบบตราประทับ รึเปล่า
?! ”
อู่ อวี้ ส่ายหน้าไปมา แต่หากจะบอกคงกล่าวได้ว่า
รูปแบบตราประทับ เป็นศาสตร์ขั้นสูงที่ลึกซึ้งเกินกว่า
จะท าความเข้าใจได้
โม่ซือซู เอ่ยขึ้นว่า ” รูปแบบตราประทับ เป็นศาสตร์
ชั้นสูง ที่บอกได้ว่า มีเพียงเทพเซียน นับแต่ยุคโบราณ
เท่านั้น ที่มีความเชี่ยวชาญ ศาสตร์ รูปแบบตรา
ประทับ เรื่องนี้เกินกว่าเราจะสามารถเข้าใจอย่าง
ถ่องแท้ แม้แต่อาจารย์เรา ที่อยู่ขั้น สร้างแกนนภา ก็
ยังเข้าใจ รูปแบบตราประทับ อย่างมีขอบเขต โดย
ท่านท าได้แค่คัดลอกมาได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น แน่นอน
ว่าผู้ที่ท าการคัดลอกมันมาก็ไม่อาจรับรู้ถึงพลังที่
แท้จริงของมัน ดังนั้นพลังที่คัดลอกจึงมีขอบเขต
จ ากัด”
” รูปแบบตราประทับ สามารถดัดแปลงน าไปใช้ได้
หลากหลาย หากใช้กับศาสตราวุธ มันก็จะกลายเป็น
ศาสตราแห่งเต๋า หากใช้กับยันต์อาคม อาคมนั้นก็จะ
ทรงพลานุภาพ ซึ่งสามารถดึงพลังจากสวรรค์และ
ปฐพีได้โดยตรง พลังทั้งมวลสามารถแปลง
เปลี่ยนเป็นการโจมตีและป้องกัน ที่มีพลานุภาพ เฉก
เช่น ศาสตราแห่งเต๋าและอาคม ซึ่งสิ่งที่พวกเราก าลัง
ใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็นศาตราแห่งเต๋า ยันต์อาคม ที่มีไว้ใช้
ปราบปีศาจและเหล่ามารร้าย ล้วนแต่เป็นของ
เลียนแบบที่คัดลอกมาทั้งสิ้น และผู้ที่จะท าการ
คัดลอกมันได้นั้น จ าต้องอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาเฉก
เช่นเดียวกันกับท่านอาจารย์ของเรา”
เมื่อโม่ซือซูอธิบาย อู่ อวี้ ก็พอเข้าใจคุณประโยชน์
ของ รูปแบบตราประทับ หนึ่งถึงสองข้อ แม้ในตอนนี้
เขาจะยังไม่เข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณก็จริง แต่เขา
ก็ได้ทราบต้นก าเนิดที่มาของ ศาสตราแห่งเต๋าและ
อาคม แม้โม่ซือซูไม่ได้อธิบายแบบละเอียดก็ตาม
จากนั้น โม่ซือซู ก็ยื่นถุงใบนั้นให้กับอู๋ อวี้ และกล่าว
ว่า “ทั้งศาสตราแห่งเต๋าทั่วๆไป ทั้งศาสตราแห่งเต๋า
ของท่านอาจารย์ที่รวบรวมเอาไว้ ตลอดจนกระทั่ง
พลองพิชิตมาร หรือไม่ว่าจะถุงจักรวาลที่อยู่ในมือเจ้า
ล้วนแต่เป็นการคัดลอกตราผนึกนับล้านปีของเหล่า
บรรดายอดฝีมือขั้นสร้างแกนลมปราณทั้งสิ้น เมื่อ
คัดลอกมาแล้ว ก็น ามันลงไปประทับไว้ในศาตราแห่ง
เต๋า หรือยันต์อาคม ตามยุทธภัณฑ์ต่างๆให้ตรงสาย
คุณสมบัติ เพื่อให้มันมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นบนตัวพลองพิชิตมารของเจ้าที่มี
รูปแบบตราประทับอย่าง ‘เพลิงผนึกทะยานฟ้า’
และบนถุงจักรวาล ก็ได้ประทับรูปแบบตราประทับ
อย่าง ‘อาคมบรรจุ’ ลงไป ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแต่
เป็นความน่าอัศจรรย์ เกินกว่าเหล่ามวลมนุษย์จะ
จินตนาการถึง”
” อย่างงี้นี่เอง! ” อู่ อวี้ ตอบไปเผินๆ แต่ส่วนนึงก็
ต้องขอบคุณ โม่ซือซู ที่อธิบาย เขาจึงทราบที่มาของ
ศาสตราแห่งเต๋าและอาคม
ฉะนั้นเขาจึงพอเดาได้ถึงวิธีการท างานของ ‘ ถุง
จักรวาล ‘
” เนื่องจาก อาคมบรรจุ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ
แตกต่าง ‘ ถุงจักรวาล ‘ จึงมีข้อดีและข้อบกพร่อง
ประโยชน์ของมัน มีไว้เพื่อบรรจุใส่ ซึ่งถึงแม้ ถุง
จักรวาล จะดูธรรมดาพื้นๆ แต่มันมีพื้นที่ความกว้าง
และความสูงถึง สามฉื่อ ศิษย์พี่ขอมอบ ศาสตราแห่ง
เต๋านี้เป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ ยามที่เจ้าออกเดินทาง
ก็ไม่จ าเป็นต้องแบกหามสัมภาระมากมาย ”
เมื่อได้ยินค าบอกกล่าวจาก โม่ซือซู, อู่ อวี้ ก็ตะลึงใน
ความน่าอัศจรรย์ของ อาคมบรรจุ กระทั่ง ถุง
จักรวาลใบเล็กๆแท้จริงกลับมีพื้นที่ถึง 3 ฉื่อด้วยกัน
ฉะนั้นแน่นอนว่า ‘ ถุงจักรวาล ‘ ย่อมเป็นสิ่งค าคัญต่อ
โม่ซือซู . . . . .
จากนั้นก็ลองท าตามที่เขาแนะน า อู่ อวี้ ได้เปิด ถุง
จักรวาล จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไป แล้วเขาก็พบ
เหรียญทองจ านวนมาก พร้อมกับยาจ านวนหนึ่ง ที่
โม่ซือซูใส่ไว้
เวลานี้ อู่ อวี้ ก าลังจะเดินทางกลับอาณาจักรบูรพา
เยว่อู่ ฉะนั้นเขาต้องมีเงินตราและยูกยาติดตัว ที่
ส าคัญ พลองพิชิตมารของเขาก็ใหญ่เกินไปที่จะแบก
หากน าไปเขาต้องแบกสะพายไว้บนบ่าไหล่ แต่เขาจะ
ไม่สามารถหอบข้าวของสิ่งอื่นที่มีน้ าหนักไปได้ ดังนั้น
ถุงนี้จึงช่วยเขาได้มาก
” ขอบคุณท่านมากๆ ศิษย์พี่! ”
อู่ อวี้ ไม่รอช้าเตรียมยัดสัมภาระต่างๆลงใน ถุง
จักรวาล รวมถึง พลองพิชิตมาร , เคล็ดวิชาเปลว
อัคคีทองค าปลิดชีพมังกร และ อื่นๆ
จู่ๆ โม่ซือซู ก็ยิ้มพร้อมเอ่ยปากขึ้นว่า ” น่าเสียดาย!
ที่ศิษย์น้อง เลือก พลองพิชิตมาร เป็นอาวุธประจ า
กาย ส่วนกระบี่การจะใส่มันลง ถุงจักรวาล ก็ไม่น่ามี
ปัญหา อีกอย่างพลองเจ้าก็มีขนาดยาวเกินไปจนไม่
สามารถยัดใส่เข้าไปได้ ฉะนั้นเจ้าควรถือมันไว้เอง”
หากสังเกตจะพบว่าพวกเขาไม่เคยพกดาบหรืออาวุธ
ใดๆไว้กับตัว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดมี ถุงของ
ตัวเอง
แม้ว่าพลองเขาจะมีความยาวเกินกว่าที่จะใส่เข้าไป
ในถุง แต่อู่ อวี้ ก็พึงพอใจยิ่ง เนื่องจากมี ถุงจักรวาล
ที่เป็นเสมือนเครื่องมือวิเศษทุ่นแรง ซึ่งในหมู่สาวก
มากมาย ล้วนแล้วไม่มี
” อู่ อวี้ เจ้าเพิ่งก้าวสู่วิถีเซียน คงไม่รู้ว่าหนทาง
แห่งเซียนมีความขัดแย้งกันมากมายขนาดไหน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าปีศาจมากมาย ส่วนมาก
พวกมันชอบเล็งผู้ที่มี ถุงจักรวาล, ถุงจักรวาลแม้จะ
สะดวก แต่หากถูกแย่งชิง สิ่งที่เก็บอยู่ภายในนั้น
ทั้งหมดก็จะสูญหาย ฉะนั้นเจ้าจงระวัง” โม่ซือซู
กล่าวเตือน
อู่ อวี้ เองก็เข้าใจ
หากถูกฆ่าสังหารหรือแย่งชิง ถุงจักรวาล ไป เขาก็
จะไม่มีอะไรเหลือติดตัว
ต่อมา โม่ซือซู ก็บอกบางอย่างที่น่าสนใจ นั้นคือ
การห้ามน าสิ่งมีชีวิตยัดใส่ลงในถุง มิเช่นนั้นหาก ถุง
จักรวาล ฉีกขาด อาคมบรรจุ จะเกิดการระเบิด
“สุดท้าย นี่คือสิ่งที่ส าคัญที่สุด มันคือป้าย
ประกาศิตของผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรมนุษย์!”
นอกจาก หน้ากากวานร และ ถุงจักรวาล โม่ซือซู ก็
หยิบบางอย่าง ที่ดูคล้ายกับ แผ่นป้ายกระบี่ เนื้อแคบ
ขอบกว้าง บนผิวสลักตัวอักษร ด้านนึง ว่า’ (ผ่าน通
) ‘ ส่วนอีกด้าน สลักค าว่า (สวรรค์’天’)
” เจ้าจงแสดงป้าย ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ ต่อ
ศิษย์พรรคจงหยวน และนี้ก็คือป้ายประกาศิตนิกาย
กระบี่สวรรค์ หากใครกล้าสร้างปัญหาต่อหน้าป้ายนี้
เท่ากับตั้งตัวเป็นศัตรูกับนิกายกระบี่สวรรค์ ”
อู่ อวี้ ที่ได้เห็นป้ายพลันรู้สึกหนาวเหน็บ จนขนลุก
แต่พอโม่ซือซู กล่าวมันก็ท าให้เขารู้สึกอบอุ่น ราวกับ
ว่าตนได้รับการปกปักษ์พิทักษ์จากสวรรค์ เสมือน อู่
อวี้ มีสายสัมพันธ์ต่อนิกายกระบี่สวรรค์
” อาจารย์ใช้เวลาท า หามรุ่งหามค่ า ในการ
คัดลอกรูปแบบตราประทับใส่ลงในตราผนึก หาก
ชีวิตเจ้าตกลงอยู่ในอันตราย เจ้าจงท าลายตราผนึกนี้
และท่านจะรับรู้ได้ทันที ทว่า. . .ระหว่างนั้น อาจต้อง
ใช้เวลา กว่าจะไปถึง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ฉะนั้น
เจ้าต้องหาทางรักษาชีวิตตัวเอง ” ซู หยานหลี่ ทราบ
ว่า อู่ อวี้ ไปเพื่อเปิดศึกสงคราม ดังนั้น นางจึงเป็น
กังวล
” ศิษย์น้อง, อาจารย์ดีต่อเจ้ามาก บรรดาพวกเรา
เมื่อกลายเป็น ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ ปกติพวก
เราจะไม่ได้รับตราผนึก ” โม่ซือซู เอ่ยขึ้นด้วยความ
อิจฉา
ภายนอกแม้จะเคร่งขรึมเย็นชา แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ว่า เฟิง
ซัวหยา นั้นห่วงใยเขา บางทีมันอาจเป็นบุคคลิก หรือ
นิสัยเฉพาะของ เฟิงซัวหยา แต่นี้ก็คือความเมตตาที่
เขาได้รับ
” ไปเถอะ! เมื่อเจ้าจากไปแล้ว หวังว่าจะไม่เจอคน
น่าร าคาญคอยเกาะแกะ เหมือนกับศิษย์พี่หญิงเจ้า ”
โม่ซือซู กล่าวพลางหัวเราะ
” หุบปากไปเลย! ” ซู หยานหลี่ ถลึงตาใส่ จากนั้น
ทางก็หันไปกล่าวกับอู่ อวี้ ว่า ” ถนอมตัวด้วย ”
” ลาก่อน ”
อู่ อวี้ น าป้าย ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ ใส่ลงใน ‘
ถุงจักรวาล ‘ พร้อมกับแบกพลองพิชิตมาร กระโดด
ขึ้นบนหลัง กระเรียนสวรรค์ มุ่งหน้าสู่อาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องเจิดจ้า
มองกลับย้อนไป ในประตูศิลาหมื่นกระบี่ โม่ ซือซู
ยามนี้ชูพัดโบกมือล่ าลา ส่วน ซู หยานหลี่ ก็ยิ้มส่ง
เบาๆ เหมือนนางก าลังกังวลที่ปล่อยให้เขาไป แต่นาง
ก็รับรู้ความมุ่งมั่นตั้งใจของเขา จึงมิอาจเหนี่ยวรั้ง
ที่ อู่ อวี้ มาถึงจุดนี้ได้ ทั้งหมดล้วนได้รับจากนิกาย
กระบี่สวรรค์
” ท่านลุงเสิ่นผู้มอบมรดกให้ , อาจารย์, ศิษย์พี่
และ ศิษย์พี่หญิง ต่างมีพระคุณดุจขุนเขา ข้าที่
สามารถกลับไปอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ในฐานะคน
ใหม่ ทุกคนล้วนต่างมีส่วนคาดหวังในตัวข้า แม้ว่า
เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและ
ภยันตราย แต่ทุกคนล้วนยินดีที่จะส่งเสริมผลักดันข้า
อนาคตข้าจักตอบแทน ”
อู่ อวี้ จารึกความเมตตาที่ได้รับสลักลงจิตใจ เขาไม่รู้
ว่าจะต้องตอบแทนความเมตตาเหล่านี้ ยังไงจึงจะ
เพียงพอ
บัดนี้ เขาได้แต่มุ่งทะยานไปภายใต้แสงแดดที่ลาม
เลียด้วยความรวดเร็ว เบื้องหลังเขา เป็นดินแดนที่
เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ส่วนเบื้องหน้า เป็น
ดินแดนที่เปี่ยมล้นไปด้วยความอาฆาตแค้น
เขาโดนบีบบังคับฝืนใจให้กลืนผงพรากวิญญาณ สูญ
สิ้นวรยุทธ ทั้งยังถูกชิงสิทธิ์ในการครองบัลลังก์
ฮ่องเต้ โดยการเนรเทศ!
มิหน าซ้ ายังถูกปีศาจอสรพิษ ติดตามสังหาร
ยังมีความตายของบิดาและความทุกข์ยากที่ราษฎร
ในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ได้รับ
ตอนนี้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ก็ยังคงครองสถานะที่
สูงส่ง ส่วน สนมซีเฟย ก็ร่วมหัวจมท้ายกับมัน
หากมิได้เจ้านิกายกระบี่สวรรค์ เฟิงซัวหยา และ
เสิ่น อู่เต้า, อู่ อวี้ คงถูกนางมารชั่วปลิดปลง กระทั่ง
กระดูกยังไม่มีที่ให้กลบฝัง
นี่นับเป็นการเกิดใหม่ ท่ามกลางความสิ้นหวัง
อู่ อวี้ เสมือนเปลวเพลิงสีทอง ท่องทะยานท่ามกลาง
ภูเขาล าเนาไพรที่ไร้พรมแดน มุ่งตรงไปยังนครหลวง
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
” ใกล้แล้ว . . . ใกล้แล้ว . . . . ”
” ความอัปยศขมขื่นที่เจ้ามอบให้ ข้าจะให้เจ้า
ชดใช้เป็นร้อยเท่าพันทวี ”
” นครหลวง ”
วันรุ่งขึ้น ดวงตะวันสีแดงก็ทอแสงเฉิดฉาย บัดนี้ อู่
อวี้ มองเห็นนครหลวง อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ที่ถูก
อาบไปด้วยแสงแดดยามเช้า ตั้งอยู่เบื้องหน้า
ในที่สุดเขาก็มาถึง
……………………………………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน