กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 4 : อู่ อวี้ สิ้นชีพ
สวนสัตว์สวรรค์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาหยานหลี่
นกกระเรียนสวรรค์กว่า 10 ตัว ก าลังรวมตัวกันอยู่ที่
นั่น
นกกระเรียนสวรรค์ เป็นสัตว์สวรรค์ที่ถูกเทพสร้างขึ้น
ดังนั้นมันจึงเป็นสัตว์วิญญาณชั้นสูงที่ค่อนข้างมี
เกียรติมาก มันมีนิสัยจู้จี้เรียกได้ว่าค่อนข้างเรื่องมาก
ทีเดียว อาหารชนิดไหนที่ไม่เลิศรส หรือ ถูกรสชาติ
ของมัน จะไม่ยอมกินเด็ดขาด มันชอบกินพฤกษา
สวรรค์ และ สมบัติสวรรค์บางชนิดเป็นพิเศษ ซึ่งโดย
ปกติแล้วพฤกษาเหล่านั้น จะมีเฉพาะผู้บ่มเพาะพลัง
เท่านั้นที่จะกินมัน พวกมันเป็นสัตว์สวรรค์ประเภท
สัตว์วิญญาณ ที่มีเลือดของสัตว์สวรรค์ ไหลเวียนอยู่
ในกายของมัน
ตามต านานเล่าขานกันว่า สัตว์สวรรค์นั้นมีความ
แข็งแกร่งมากกว่ามาร หรือ ปีศาจมาก มันสามารถ
บินผ่านเวหา บินลอดโพลงใต้พิภพ แล้วยังสามารถ
เคลื่อนย้ายมหาสมุทร และ แม่น้ าได้ด้วย เพราะ
ความแข็งแรงอันน่าเหลือเชื่อของมัน! มังกร หงส์
และ กิเลน มันคือตัวอย่างของสัตว์สวรรค์
“ เสิ่น อู๋เต้า เจ้าผู้นี้เป็นใคร ?” หลังจากพวกเขาทั้ง
สองถูกสังเกตเห็น ทันใดนั้นก็มีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่
ก าย า เข้ามาล้อมตัวพวกเขาเอาไว้ทันที ท่าทางของ
คนพวกนี้แสดงออกถึงความมุ่งร้าย พวกเขาทั้งหมด
อยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ความแข็งแกร่งล้วนมาจากการ
ฝึกตนบ่มเพาะพลังมาเป็นเวลานานหลายปี ดังนั้น
ร่างกายของพวกเขาจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และ
แข็งแกร่งราวกับโคถึกก็ไม่ปาน
“ หากคนพวกนี้อยู่ภายในอาณาจักรมนุษย์ พวกเขา
จะต้องอยู่ในระดับแม่ทัพเป็นแน่!” อู่ อวี้ ตกตะลึง!
นี่ขนาดเป็นเพียงแค่ผู้รับใช้ต่ าต้อยอยู่ภายใน
อาณาจักรเทพสวรรค์เท่านั้น หากคนเหล่านี้อยู่ใน
อาณาจักรของมนุษย์แล้วล่ะก็ อาจจะเป็นหนึ่งในผู้
ทรงพลังมากที่สุด!
“ หลานชายผู้นี้มีนามว่า อู่ อวี้ เจ้านิกายเป็นผู้พา
ตัวเขามา.” เสิ่น อู๋เต้า เป็นผู้รับใช้ที่เก่าแก่ที่สุดของ
ที่นี่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับความเคารพย าเกรง
สักเท่าใดนัก
“เจ้านิกาย งั้นเหรอ? ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ตาแก่ อย่ามาล้อ
พวกข้าเล่น!” เหล่าผู้รับใช้หนุ่ม ต่างระเบิดเสียง
หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ไม่นานนักชายคนหนึ่งก็
ก้าวเท้าออกมา ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะเป็นผู้น าของ
กลุ่ม “หากมันผู้นี้ถูกเจ้านิกายพามาจริง เช่นนั้นแล้ว
มันก็ต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ ในเหล่าของผู้มี
พรสวรรค์ ถ้าเช่นนั้นข้าจะทดสอบมันว่าเป็นอย่างที่
เจ้าพูดจริง หรือ ไม่”
บุรุษผู้นี้มีนามว่าจ้าวชวน เป็นหนึ่งในร้อยของผู้รับใช้
ที่อยู่ภายในหุบเขาหยานหลี่ ในปีนี้เขามีอายุครบ 30
ปี พอดิบพอดี ทั้งยังมีข่าวลือหนาหูมาว่า พลังของ
เขาอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 4 “สละร่างมนุษย์” เป็น
ผู้เชี่ยวชาญยุทธในด้าน “การเสริมสร้างความ
แข็งแกร่งภายใน”
“ไม่ได้!” เสิ่น อู๋เต้า ย้ายร่างบอบบางของตัวเองก้าว
มาข้างหน้า เพื่อปกป้อง อู่ อวี้ จากเหล่าอันธพาล “
เขาถูกลอบวางยาพิษ ขณะอยู่ภายในอาณาจักร
มนุษย์ เลยท าให้สูญเสียวรยุทธไปจนหมดสิ้น ! ถือว่า
ข้าขอร้อง อย่าท าร้ายเขาเลย!”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่า เสิ่น อู๋เต้า จะออกหน้าปกป้อง
เขาถึงเพียงนี้ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกท าร้าย จากผู้รับใช้
ร่างกายก าย าเหล่านี้ ท าให้เขารู้สึกซาบซึ้งในความ
เมตตาอย่างยิ่ง และ เขาจะต้องตอบแทนบุญคุณที่
ได้รับ ให้มากกว่าเป็นพันเท่า ! ถ้าไม่ได้ท่านลุงเสิ่น
ออกหน้ารับแทน ผู้มาใหม่เช่นเขาคงไม่อาจหลีกเลี่ยง
การปะทะไปได้ แม้ว่าจะพึ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้ง
แรกก็ตาม
“หึ พิการ! ข้าหาใส่ใจไม่ ต่อให้มันจะเป็นคนพิกล
พิการก็ตาม ถ้าข้าไม่เห็นผลงานของมัน แล้วมัน
ท างานได้แค่เพียงเล็กน้อย มันจะต้องเอาชีวิตของมัน
มาแลก เพราะข้า จ้าวชวน ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะ
เอาคนพิการเยี่ยงนี้ขึ้นมาเป็นผู้รับใช้ ท่านซู ซ่าง
เซียนไว้วางใจในตัวของข้า ท่านได้มอบหมายให้ข้า
เป็นผู้ดูแลสวนสัตว์สวรรค์แห่งนี้ !” จ้าวชวนกล่าว
อย่างวางท่า
“หัวหน้าจ้าวโปรดวางใจ เขาท างานน้อยกว่าก าหนด
1 ชิ้น ข้าก็จะท าเพิ่ม เพื่อชดเชยให้อีก 1 ชิ้น !”
“เจ้าแน่ใจเรอะว่าจะท าเช่นนั้นได้ ด้วยสภาพร่างกาย
ที่แก่ชราเยี่ยงนี้ ?” จ้าวชวนยิ้มอย่างชั่วร้าย จากนั้น
ก็หันหลังกลับพร้อมกับร้องตะโกนว่า “ พี่น้อง
ทั้งหลาย ในวันนี้ท่านซู ซ่างเซียน และ เหล่าสหาย
จะมาเยี่ยมชมสวนของพวกเรา ดังนั้นพวกเจ้าอย่ามัว
ชักช้ารีบดูแลกระเรียนสวรรค์ให้ดีที่สุด หากเกิดเรื่อง
ร้ายแรงขึ้น พวกเจ้าต้องแลกด้วยชีวิตอันน่าสมเพช
ของพวกเจ้า!”
“รับทราบ หัวหน้าจ้าว!”
อู่ อวี้ คิดว่า ในเมื่อจ้าวชวนมีหน้าที่ส าคัญต้อง
รับผิดชอบ ดังนั้นเวลานี้เขาคงไม่ปล่อยให้ลูกน้อง
ของตัวเอง มาสร้างปัญหายุ่งยากกับชายชรา และ
คนพิการ
หลังจากจ้าวชวนก าลังพูดคุยกับพวกลูกน้อง ไม่นาน
นักเขาก็ได้ยินเสียงกระพือปีกมาจากฟากฟ้า พรึ่บ ๆ
ๆ ๆ แคว๊กกก ๆ ๆ ทันใดนั้นกระเรียนยักษ์ไม่กี่ตัว ก็
บินร่อนลงมาสู่สวนสัตว์สวรรค์ จากนั้นชายหนุ่ม
และ หญิงสาวหลายคน ก็กระโดดลงมาจากหลังของ
พวกมัน
ชาวสวรรค์แต่ละคนยังดูอ่อนเยาว์ พวกเขาต่างมีอายุ
รุ่นราวคราวเดียวกับ อู่ อวี้ สวมใส่อาภรณ์ และ
เครื่องประดับดูหรูหราอลังการ เหล่าบุรุษทุกคนล้วน
ดูเจิดจ้ากล้าหาญ ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่ง
จิตวิญญาณ ส่วนสตรีมีรูปลักษณ์สง่างาม ผิวพรรณ
ผุดผ่องเรียบเนียน ขาวผุดผ่องราวกับหิมะ พวกเขา
พูดคุยกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน โดยไม่แยแสต่อ
สิ่งใดในโลก ท าให้ผู้ได้พบเห็นต่างริษยา กับชีวิตอัน
ไร้ซึ่งความกังวลต่อสิ่งใดเช่นนี้
“หากข้าไม่สามารถใช้พลังจิตวิญญาณได้ ข้าก็ไม่อาจ
เป็นดั่งเฉกเช่นพวกเขาได้”
อู่ อวี้ ท าตามค าสั่งของลุงเสิ่นอย่างเคร่งครัด เมื่อเขา
พบเห็นชาวสวรรค์ เขาจึงรีบก้มหน้าค านับ และ ไม่
มองพวกเขาแบบตรง ๆ หากเขาท าสิ่งใดบุ่มบ่าม
ออกไปเทพเซียนเหล่านี้ จะต้องลงโทษเขา!
“ศิษย์พี่ซู เรามาวันนี้ก็เพื่อเรียนรู้วิถีแห่งเต๋า และ
การ บ่มเพาะพลังเพิ่มเติม!”
รอยยิ้มฉาบบนใบหน้าของเหล่าเทพเซียน ขณะที่
พวกเขาก้าวเข้าไปยังต าหนักหยานหลี่ โดยไม่แยแส
ผู้รับใช้ที่อยู่รอบตัว
หลังจากพวกเขาผละตัวออกไป จ้าวชวนก็ตะโกนสั่ง
ว่า “พวกเจ้ารีบดูแลกระเรียนให้ดี, ดูแลกระเรียนให้
ดี!”
แม้ เสิ่น อู๋เต้า ไม่ได้สั่งสอน อู่ อวี้ ดูแลกระเรียน
สวรรค์ด้วยวาจา แต่เขากลับสั่งสอน อู่ อวี้ ผ่านการ
ปฎิบัติโดยตรง เสิ่น อู๋เต้า แสดงวิธีการเลี้ยงดู
กระเรียนสวรรค์อย่างถูกต้อง ค่อย ๆ ผ่านการ
เคลื่อนไหวอย่างชัดเจน เวลานี้ อู่ อวี้ เริ่มเรียนรู้ และ
เข้าใจกฎระเบียบของที่นี่มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาต้อง
หมั่นฝึกฝนให้หนักมากขึ้น ต้องท างานให้รวดเร็ว
และ ขยันขันแข็ง เพื่อที่จะได้ไม่สร้างปัญหาให้แก่ลุง
เสิ่น
ผ่านไปชั่วกระพริบตาก็ถึงยามพลบค่ า การให้ความรู้
ในเรื่องวิถีแห่งเต๋าของ ซู หยานหลี่ ได้เสร็จสิ้นลงใน
ที่สุด
อู่ อวี้ คาดการว่าเวลานี้เหล่าเทพเซียน คงก าลัง
ทยอยออกจากหุบเขา เขากับลุงเสิ่นก าลังเอนกาย
อยู่บนก้อนศิลาสีเขียวขนาดใหญ่ และ พูดคุยกัน
เกี่ยวกับอาณาจักรเทพสวรรค์ ราวกับพ่อลูกก็ไม่ปาน
เวลานี้ อู่ อวี้ มีความรู้เข้าใจเกี่ยวกับอาณาจักรเทพ
สวรรค์ และ การบ่มเพาะพลังขึ้นมาก อีกทั้งท าให้
เขาล่วงรู้ถึงอดีตภูมิหลังของลุงเสิ่นมากขึ้นอีกด้วย
ทันใดนั้นเสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น แคว๊กกก ๆ ๆ ทั้งสอง
ต่างประหลาดใจ แล้วรีบหันหัวมองตามที่มาของ
เสียงทันที แต่แล้วก็เกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น แพร๊ดดดด
แปร๊ดดดด !!! กระเรียนยักษ์ปล่อยของเสียออกจาก
ทวารหนักของมัน อุจจาระของมันกระจัดจายไปทั่ว
พื้นที่
“ กระเรียนสวรรค์ของแขก นายหญิง !”
ทุกอย่างเหมือนหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน ผู้รับใช้
ทุกคนต่างประหลาดใจ สถานการณ์เริ่มตกสู่ความ
วุ่นวายโกลาหล และ ท าให้หัวใจของจ้าวชวนเริ่มสั่น
สะท้าน ด้วยความหวาดกลัวจนลนลาน เป็นเวลา
เดียวกันที่หยานหลี่ลงมาจากต าหนัก ทันให้นางได้
พบเห็นฉากอันน่าตื่นเต้นนี้
“ เจ้าตัวน้อยของข้า!”
บุรุษรูปงามก้าวลงมาจากกลุ่ม เขาแต่งกายด้วยชุด
คลุมยาวสีขาวผ้าปักดอกสีด า จี้หยกห้อยติดอยู่บน
เอวของเขา เช่นเดียวกับอัญมณีที่ประดับประดาเรียง
ราย อยู่บนฝักกระบี่ด้านหลัง
“ ผู้ใดดูแลกระเรียนสวรรค์ของข้า!!!” ชายหนุ่มรูป
งามตะโกนออกมาด้วยความฉุนเฉียว เสียงของเขาดัง
กึกก้องจวนเกือบให้ เสิ่น อู๋เต้า ตกลงมาจากศิลาสี
เขียวที่เขาก าลังนอนเอนกายอยู่
อันที่จริงแล้วผู้รับใช้จะถูกสุ่มให้เลี้ยงนกกระเรียน
เนื่องจากว่านกกระเรียนแต่ละตัวนั้นเหมือน ๆ กัน
หมด ไม่มีใครล่วงรู้ว่าตัวไหนมันกินอะไรเข้าไป ?
ดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ย่อมไม่ใช่ความผิดของผู้เลี้ยงดู
แต่ต้องเป็นอาหาร! บางทีอาหารอาจจะเก่า และ
หมดอายุก็เป็นได้
“มันคือเจ้า อู่ อวี้ !” จ้าวชวนหน้าซีด ขณะร้อง
ตะโกนปัดไปให้ผู้อื่นทันที
“ มันคือใครกัน อู่ อวี้ ?! ” บุรุษรูปงามนาม ซือตู๋
จิน ถามขึ้นอย่างเย็นชา
คนรับใช้ทั้งหมดหันมองมาทาง อู่ อวี้ เป็นตาเดียว
อู่ อวี้ ยังตกใจ เพราะไม่แน่ใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
หลังจากที่สายตาของทุกคนมองมาทางเขา นี่เป็น
ครั้งแรกของเขาส าหรับสถานที่แห่งนี้ เขาจึงไม่แน่ใจ
ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นปกติหรือไม่
“ไอ้สุนัขขี้เรื้อน! ตายยยซะ!”
ซือตู๋ จิน หยิบแส้ออกมาแล้วรีบวิ่งไปข้างหน้า เพื่อ
จะเฆี่ยน ตี อู่ อวี้ ให้ตายคามือ ระหว่างที่ซือตู๋ จิน
เหวี่ยงแส้ขึ้นสูง พลังของมันทั้งรุนแรงและรวดเร็ว
จนไม่มีผู้ใดทันได้อุดหูก าบังเสียงที่ดังกึกก้องของมัน
อู่ อวี้ ไม่ทันได้รับรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เป็นเพราะ
เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ทันใดนั้นผ้า
ตรงหน้าอกของเขาก็ระเบิดขึ้น ตู้มมมมม!!! เผยให้
เห็นบาดแผลเหวอะหวะน่าสยดสยอง เลือดสีแดงสด
พุ่งทะลักออกมาจากบาดแผลยาวตามรอยแส้ฟาด
ราวกับน้ าพุ พลังของมันรุนแรงมหาศาลผลักร่างของ
อู่ อวี้ ลอยกระเด็นอัดกระแทกเข้ากับศิลาสีเขียวก้อน
ใหญ่ที่เขาเคยนอนเอนกายอย่างจัง ตู้มมมมม!!! พลัง
นั้นรุนแรงมากเสียจน ส่งผลให้เขาจวนเจียนใกล้ตาย
“ข้าเป็นผู้ดูแลนกกระเรียนตัวนั้นเอง!” เสิ่น อู๋เต้า
รีบออกรับหน้าแทน เขายืนกระพริบตาปริบ ๆ ด้วย
ร่างกายอันสั่นเทา
อู่ อวี้ ที่อยู่ในช่วงความเป็นความตายจนสติแทบจะ
เลอะเลือนไปนั้น พอได้ยินลุงเสิ่นกล่าวเช่นนั้น ก็ท า
ให้ความเมตตาของท่านลุงเสิ่นครั้งนี้ มันได้ถูกจารึก
ลงในจิตใจของเขาทันที แต่เขาไม่ต้องการให้ผู้อื่นมา
ยุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากตัวเขา เวลานี้จ้าว
ชวน ที่เห็นเขาเป็นแค่ขยะนั้นก็ได้โยนขี้ให้เขาออกมา
รับหน้าแทน ซือตู๋จินปาอาหารของกระเรียนสวรรค์
ใส่หน้าจ้าวชวน และ เสิ่น อู๋เต้า อย่าฉุนเฉียว
“เขาไม่มีส่วนในเรื่องนี้!”
ในตอนนี้อู่ อวี้ ก็ได้ลุกขึ้นยืน ไม่รู้ว่าเขาเอาเรี่ยวแรง
มาจากไหน ในตอนนี้เขาก็ได้ผลักเสิ่น อู๋เต้า จน
กระเด็นออกไป นี่คือสิ่งที่เขาพอจะท าได้ เขาจะไม่
ยอมปล่อยให้ผู้อื่นต้องทนทุกข์ทรมานเพราะเขา
เวลานี้ อู่ อวี้ ไม่สนว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ หรือ ตาย
แม้ว่าเขาจะสามารถเข้ามาอยู่ในอาณาจักรเทพ
สวรรค์ได้ แต่เขาก็หมดหวังที่จะได้เป็นชาวสวรรค์
โชคชะตาฟ้าลิขิตบันดาลให้เขาเป็นแค่สามัญชน
ธรรมดา ชีวิตที่เหลือของเขาจะเป็นแค่เพียงคนต่ า
ศักดิ์ ใครจะหวังมีชีวิตเช่นนี้กัน
“มีความกล้าหาญไม่เลว! แต่ข้าเกลียดชัง คนโง่เง่าที่
มีแค่ความกล้าหาญ แต่ไร้ซึ่งความสามารถที่สุด!”
ซือตู๋จินได้แค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา ครานี้แส้ถูก
ยกขึ้นอีกครั้ง และ ถูกฟาดใส่ไปที่ร่างของ อู่ อวี้
อย่างจัง เพลี๊ยะ!!! แส้ถูกตวัดออกไปราวกับอสรพิษ
พุ่งฉกเหยื่อ ผิวหนังของเขาฉีกขาดทันที เผยให้เห็น
เศษชิ้นเนื้อราวกับถูกสับละเอียดไหลปนเละมากับ
เลือด อั่ค ๆ พรวดดด!!!! อู่ อวี้ กระอักเลือดออกมา
จากนั้นตัวของเขาก็ทรุดลงไปกับพื้นดิน ตรงหน้าอก
ของเขาเจ็บปวดแสบร้อนดั่งถูกเพลิงแผดเผา อู่ อวี้
ต้อง ทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวด
“เฮ้อออ … อู่ อวี้ ที่แต่แรกก็เป็นแค่คนพิการอยู่แล้ว
ต่อให้เขาต้องตายไปก็ไม่ได้มีผลกระทบมากมายนัก
แต่พวกเราที่เหลือยังหนุ่มยังแน่นและยังไม่สามารถ
ตายได้ เพราะพวกเรายังมีความส าคัญอย่างการคอย
ปรนนิบัติท่าน ชู ซ่างเซียน อยู่!” เหล่าผู้รับใช้ต่าง
ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“น่ากลัวยิ่งนัก! โชคดีที่มันไม่ใช่กระเรียนเหม่ยเอ๋อ
ของข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องอกแตกตายอย่างแน่แท้!
ก็ไม่แปลกที่ ซือตู๋จินจะฉุนเฉียวถึงเพียงนี้ สุนัขรับใช้
เหล่านี้ไม่ต่างจากเศษขยะ ฆ่าพวกมันทิ้งเสียก็ดี ถือ
เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู หากเราไม่ฆ่ามันผู้รับใช้คน
อื่น ๆ จะหลาบจ าได้เช่นไร?” ท่านเซียนหญิงกล่าว
ขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
“ย่าาาา!!!”
หากซือตู๋ต้องการที่จะฆ่าใครสักคน ก็ไม่มีผู้ใด
สามารถห้ามเขาได้ จากนั้นเขาก็จะปิดฉากครั้ง
สุดท้าย ด้วยการฟาดแส้ใส่ไปยังกลางศีรษะของ อู่
อวี้ พลังของมันได้ผ่าลงศีรษะของเขาในทันที เพลี๊
ยะ!!!!!
และนั่นมันท าให้สติของเขา มืดดับลงไปในทันที
…………………………………..
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ