กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 40 : วิถีมาร
ในนครหลวง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ การต่อสู้ของเทพ
เซียนทั้งสองพึ่งจะจบลง
เหตุการณ์ครั้งส าคัญเพิ่งจะพ้นผ่าน ดังนั้น ทั่วทั้ง
นครหลวง ต่างครึกครึ้นตื่นเต้น กระทั่งค่ าคืนดึกดื่น
ผู้คนก็ยังไม่พากันหลับกันนอน
ตามท้องถนน บรรดาผู้คนต่างป่าวประกาศ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งโรงเตี๊ยมน้ าชาตลอดจนเหลา
สุราต่างเต็มไปด้วยความคึกคัก
พอเอ่ยถึง ผู้คนต่างอดไม่ได้ที่จะมองไปทาง วังหลวง
ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
งานพิธีต้อนรับถูกจัดขึ้นใน ‘ พระราชวังเทียนอู่
นับเป็นงานพิธีที่ทรงเกียรติที่สุด ตั้งแต่มีการก่อตั้ง
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เพราะ แขกคนส าคัญเป็นถึง ผู้
พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ ดังนั้น สาวใช้ในต าหนักจึง
คัดเลือกเพียงสาวงาม ไม่เพียงหน้าตา แต่บางคนก็ยัง
มีวรยุทธติดตัว
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง ซีเฟย หยวนฮ่าว และ คนอื่นๆ
ต่างลุกขึ้นยืนต้อนรับ เมื่อย่างกายผ่านเข้าไปใกล้ๆ ซี
ก็สบตากับเขา แม้ภายนอกนางจะงดงาม แต่เนื้อใน
นางคือ ‘ อสรพิษ ‘ ต้องขอบคุณหน้ากากโดยแท้
หากไม่ใช่เพราะมัน คนอื่นๆคงจะเห็นสีหน้าที่ยิ้ม
อย่างเย้ยหยันอย่างเย็นชาไปเสียแล้ว
” พวกเจ้าออกไปก่อน ” หลังจาก อู่ อวี้ ทรง
ประทับนั่ง ซีเฟย ก็โบกมือให้กับ สาวใช้ จากนั้นนาง
ก็ใช้นิ้วก้อยเรียวงามข้องเหยือก ก้าวประชิด อู่ อวี้
ด้วยท่าทางเย้ายวน พร้อมรินสุราลงในจอกและกล่าว
ว่า ” ท่าน เสิ่น ซ่างเซียน โปรดเชิญลิ้มลองสุราขึ้นชื่อ
ของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ สุรานี้คือ ‘ สุราวานร ‘. . .
”
แม้ว่านางจะพล่ามวาจาบรรยายสรรพคุณสารพัด แต่
อู่ อวี้ หาได้ฟังนางไม่ เนื่องจากตัวเขาคุ้นเคยกับทุก
สิ่งที่อยู่ภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ หน าซ้ าเขายัง
เคยแวะเวียนมาที่ ‘ พระราชวังเทียนอู่ ‘ บ่อยครั้ง แต่
นั่นคือสมัยที่เขายังเป็น รัชทายาท บัดนี้เขาอยู่ใน
ฐานะผู้มาเยือน
น่าแปลกที่นั่งประทับตรงกลางของเจ้าบ้านกลับ
ว่างเว้น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน กับ หยวนเฉิน นั่งอยู่
คนละด้าน ในขณะที่ ซีเฟย กับฮ่องเต้ หยวนฮ่าว นั่ง
ไล่ต่ าลงมา นอกจากพวกเขา 4 คน ยังมี องค์หญิง อู่
หยู๋ จากที่อู่ อวี้ เฝ้าสังเกต นางเอาแต่นั่งเงียบอยู่ที่
มุมเก้าอี้
เวลานี้นางอยู่ใกล้ๆเขา ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น อย่าง
น้อยราตรีนี้ อู่ อวี้ ก็เบาใจ นี่เป็นนิสัยของเขามายัง
แต่วัยเยาว์ ที่เวลาพี่สาวอยู่ใกล้ๆเขาจะรู้สึก
ปลอดภัย
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ยกจอกขึ้นแล้วกล่าว ”
น้องชาย ข้าขอแนะน า นี้. . .” จากนั้นเขาก็แนะน า
สนมซี ฮ่องเต้ หยวนฮ่าว และ องค์หญิง อู่ หยู๋ ให้กับ
อู่ อวี้ และ พอเอ่ยถึงนาง, อู่ อวี้ ก็พยักหน้าลง
พร้อมสบตา อู่ หยู๋
ดั่งค าที่ว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทันทีที่
สบตา ในเวลานั้น อู่ อวี้ ก็พบว่าสีหน้าของนาง
เปลี่ยนไป และเขายังสัมผัสได้ว่านางเหมือนจะสงสัย
ตัวจริงของเขา เขาจะรีบหลบหน้าเนื่องจากไม่
ต้องการให้ อู่ หยู๋ รู้ว่าเป็นเขา
เมื่อกล่าวถึง องค์หญิง อู่ หยู๋ ฮ่องเต้เขลา หยวนฮ่าว
ก็หัวเราะร่า ” ท่านเสิ่น ซ่างเซียน นอกจากท่านที่
เป็นแขกแล้ว อีกไม่กี่วันจะมีบุคคลส าคัญมาเยือน
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่เช่นกัน ”
หยวนฮ่าว มักจะกระตือรือร้น และไม่ค่อยปิดซ่อน
อะไรได้ตั้งแต่ตอนยังเล็ก ตลอดเวลาเขาต้องอยู่
ภายใต้ เงา อู่ อวี้ มาตลอด เวลานี้เขาจึงแสดงความ
กระตือรือร้น
” โอ้ว! ใครกันที่มีสถานะเท่ากับข้า ” เมื่อ อู่ อวี้
จ้อง หยวนฮ่าว เขม็งผ่าน ‘ หน้ากากวานร ‘. . . ท า
ให้ หยวนฮ่าว เกิดความหวาดกลัว
” คือว่า. . . ท่านน่าจะรู้จักอาณาจักรบูรพาตง
เสิน ที่ปกครองแทบคราบสมุทรบูรพา ดังนั้นจึง
จ าเป็นต้องมีการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างทั้ง 2
อาณาจักร ฮ่องเต้ของอาณาจักรบูรพาตงเสิน กับ
องค์หญิง อู่ หยู๋ ของอาณาจักรเรา ก าลังจะเข้าพิธี
อภิเษก นางก าลังจะเป็น ฮองเฮา (พระมเหสี) ของ
มัน อีกไม่กี่วัน ฝ่ายนั้นก็จะมารับ องค์หญิง ไป
อาณาจักรบูรพาตงเสิน พร้อมทั้งผู้พิทักษ์แห่ง
อาณาจักรบูรพาตงเสิน…… ”
* เพล๊ง!!! *
จอกทองที่ใส่สุรา ของ อู่ อวี้ ถึงกับแตกเป็นเสี่ยงๆ
กลายเป็นเศษ
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ทราบข่าวนี้ ใจจริงเขาก็แทบอยากจะ
กระโจนเข้าไปสับร่าง หยวนฮ่าว เป็นชิ้นๆแล้วโยนให้
สุนัขกิน
นอกจาก เสิ่น อู่เต้า ที่ลาจากโลกไป คนที่ อู่ อวี้
ห่วงใยมากที่สุดคือ อู่ หยู๋ และนี้ก็คือสิ่งที่เขากังวล
มากที่สุด อย่างแรก เห็นได้ชัดว่านี่คือการ แต่งงาน
ทางการเมือง อย่างที่สอง เขารู้จัก ฮ่องเต้โฉดของ
อาณาจักรบูรพาตงเสิน ดีกว่าใคร ในสมัยที่เขายัง
เป็นแม่ทัพออกศึก กองทัพของเขา ได้เคยรบกับกลุ่ม
โจรสลัดของมัน จิ่ว ซือจุน คือปีศาจเลือดเย็นที่
สังหารคนโดยไม่กระพริบตา มีคนจ านวนนับหมื่นนับ
แสนที่ถูกมันปลิดชีพโดยไร้ซึ่งความเป็นธรรม
โจรสลัดใจบาปกลุ่มนี้คือผู้ปกครองเส้นทางการค้า
ในมหาสมุทรบูรพา มันมักจะขึ้นชายฝั่งมาเพื่อปล้น
ชิงเป็นครั้งคราว
อู่ อวี้ เคยสาบานกับตัวเองว่าจะต้องก าจัดโจรสลัด
เหล่านี้หลังจากที่ตนได้ขึ้นครองราชย์ ซึ่งเขาไม่เคย
นึกฝันว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จะส่ง องค์หญิง อู่ หยู๋
ไปแต่งงานกับ จิ่ว ซือจุน นั้นเท่ากับส่งนางไปยังขุม
นรก
มันจึงท าให้เขาพิโรธ!
แต่เสียงภายในใจ มันสั่งให้เขาระงับความโกรธข่ม
โทสะ
และนี้ก็คือเหตุผลที่เขาต้องหยุดลง
‘ ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านพี่
ต้องไปเข้าพิธีอภิเษกกับ จิ่ว ซือจุน ที่อาณาจักร
บูรพาตงเสิน และข้าจะไม่ยอมให้เรื่องร้ายๆเกิด
ขึ้นกับท่าน ”
หากเขามาช้ากว่านี้ เห็นทีเขาคงต้องไปยัง อาณาจักร
บูรพาตงเสิน
เนื่องจากสิ่งเลวร้ายยังไม่ทันเกิดขึ้น เขาจึงไม่ควร
ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เนื่องจาก ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน แกร่งกว่าเขา หากท าอะไรบุ่มบ่ามจนเผย
ตัวจริง ไม่เพียงแต่ชีวิตเขาจะตกอยู่ในอันตราย
กระทั่ง อู่ หยู๋ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากชะตากรรมอัน
เลวร้าย
และเขาก็ไม่มีวันที่จะปล่อยมันให้เกิดขึ้นกับ อู่ หยู๋
” เสิ่น ซ่างเซียน ?! ” ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เห็นอู่
อวี้ บดขยี้จอก จึงท าให้เขาสับสน
อู่ อวี้ รู้ว่าตนไม่ควรเผยพิรุธ แล้วในหัวเขาก็พลัน
ร าลึกถึง ‘ แดนเทพตงเสิ้ง ‘ เขาจึงกล่าวด้วยท่าทีเย็น
ชาว่า ” อาณาจักรบูรพาตงเสิน เป็นอาณาจักรก่อตั้ง
ใหม่ ?! เห็นได้ชัดว่าไม่น่าจะใช่อาณาจักรที่มีเทพ
เซียน แล้วไฉนกลับมีผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์
ประทับอยู่ที่นั่นเล่า และเท่าที่ข้ารู้ มหาสมุทรบูรพา
แถบนั้นเป็นพื้นที่ของ ‘ พวกนอกรีต ‘ แล้วที่ที่มีพวก
นอกรีตเช่นนั้นไม่น่าจะมีผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์
ประทับอยู่ ”
พวกนอกรีต
บันทึกจาก ‘ แดนเทพตงเสิ่้ง ‘ อู่ อวี้ ได้ทราบมาว่า
นอกจาก ผู้ฝึกตน และ ปีศาจแล้ว พวกนอกรีตที่
ฝักใฝ่ในวิชามารก็คือขุมอ านาจที่สาม ที่คอยคาน
สมดุลกันอยู่
บนโลกแห่งนี้ มีค ากล่าวไว้ว่า สิ่งมีชีวิตได้ถูก
แบ่งแยกออกเป็น5ประเภทด้วยกัน ซึ่งมี มนุษย์ นก
สัตว์เดรัจฉาน มัจฉา และเหล่าแมลง
และนอกเหนือจากมนุษย์แล้ว สิ่งมีชีวิต 4 ชนิดที่
เหลือ ที่ว่าหากท าการบ าเพ็ญตบะ ก็จะกลายมาเป็น
ปีศาจ นอกจากนี้ ยังมี ต้นไม้, ใบหญ้า, หิน, ภูเขา
และอื่นๆ หากมีบุญวาสนาก็อาจจะกลายเป็นปีศาจ
ได้ เฉกเช่นมนุษย์ที่บ่มเพาะบ าเพ็ญเพียร ก็จะ
สามารถกลายมาเป็นเทพเซียนได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งล้วนมี เส้นทางวิถี แท้จริงแบ่ง
ออกได้เป็น 2 ด้าน
วิถีแรก หนทางดั้งเดิม วิถีแห่งสวรรค์ ซึ่งได้รับการ
ยอมรับจากสวรรค์ ชาวสวรรค์ผู้เดินในวิถีนี้ก็จะ
กลายเป็นเทพเซียน และที่ อู่ อวี้ เดินอยู่นั้นก็คือ เต๋า
แห่งสวรรค์ หรือที่มักจะเรียกกันว่า วิถีแห่งเทพเซียน
ส่วนอีกด้าน ก็คือ วิถีแห่งอธรรม ผู้เดินบนเส้นทาง
แห่งอธรรม คือผู้ฝึกตนที่ปฏิบัติสวนทางกฏของ
สวรรค์ แสวงหาอ านาจประพฤติผิดศีลธรรม ไร้มโน
ธรรม ผู้เดินเส้นทางนี้จะท าในสิ่งที่ตนปรารถนา
เพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง เส้นทางวิถี นี้จึงถูกเรียกว่า ผู้
ฝึกฝนวิถีมาร
กล่าวได้ว่าหากเลือกเดินบนวิถีแห่งสวรรค์ก็จะ
ค้นพบสัจธรรมอันเป็นนิรันดร์
ส่วนผู้ที่ฝักใฝ่ในวิชามารจนกลายเป็นพวกนอกรีต
เมื่อสิ้นวาสนา ก็จะตกนรกทุกข์ทรมาน ไม่ผุดได้เกิด
ชั่วกัปชั่วกัลป์
แต่นี่ก็เป็นเพียงต านานเล่าขานเท่านั้น
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ปรารถนา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า
มนุษย์ บางครั้งก็ยินยอมที่จะเดินบนวิถีมาร พวกมัน
อาศัยอยู่ในเงามืดและเต็มไปด้วยชั่วร้าย หากเทียบ
กับปีศาจกินคน แล้วนับว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่ง
กว่า
และผู้ฝึกฝนที่เดินบนวิถีมารเช่นนี้ จึงถูกเรียกว่า
‘พวกนอกรีต’
มีเกาะมากมายอยู่ในมหาสมุทรบูรพา กล่าวได้ว่า
เป็นเส้นขอบฟ้าที่มีแสงตะวันส่องกระทบมากที่สุด
และในนั้นมี เกาะใหญ่อยู่ 4 แห่ง ซ้ ายังมีพื้นที่ขนาด
เทียบเท่ากับ 1 ใน 10 ของ แดนเทพตงเสิ้ง ซึ่งมันถูก
เรียกขานว่า จตุรัสตงหยาง(东阳四岛) และ
เป็นรังของพวกนอกรีตทั้งหลาย
เทพเซียน พวกนอกรีตที่ฝึกฝนในวิชามาร ล้วนเป็น
มนุษย์
ส่วนเหล่าปีศาจ ล้วนเป็น นก สัตว์เดรัจฉาน มัจฉา
และเหล่าแมลง
ไม่ว่าจะเป็นพวกนอกรีต ปีศาจ พวกมันล้วนแต่เป็น
ศัตรูตัวฉกาจของเหล่าผู้ฝึกตน
ดังนั้น เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินว่า อาณาจักรบูรพาตงเสิน
ได้มีผู้พิทักษ์คอยปกปักษ์อาณาจักรเช่นนี้ เขาก็รู้ว่า
นั้นหมายถึง นิกายกระบี่สวรรค์ และ พรรคจงหยวน
ล้วนแต่มีส่วนเกี่ยว ดังนั้น เมื่อได้ยินข่าวของพวก
นอกรีตในทางเช่นนี้ มันจึงท าให้เขาเผลอบีบแก้วจน
แตก
และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ การที่มี อู่ หยู๋ มาเกี่ยวพัน
กับเรื่องนี้ด้วย
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จึงไม่ได้ระแคะระคาย แต่
หัวเราะพร้อมเอ่ยขึ้นว่า ” น้องชาย เจ้ากังวลเกินไป
แล้ว การที่อาณาจักรตงเสินได้กลายเป็นอาณาจักรที่
มีเทพเซียนคอยปกปักษ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขา
ไม่ได้เป็นพวกนอกรีต ฉะนั้นอย่าได้คิดมากไป ”
” เช่นนั้นก็ประเสริฐ ” อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจว่ามันจะ
เป็นตัวอะไร แต่เขาย่อมไม่ปล่อยให้พาตัว อู่ หยู๋ ไป
เขามองดูนางที่เสมือนคนไร้วิญญาณ เห็นได้ชัดว่า
นางคงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม แต่ อู่ อวี้ รู้นิสัย
ของนางดี เขาจึงรู้ว่านางคงเตรียมแผนฆ่าตัวตาย
‘ เมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าจะช่วยท่านให้จงได้! ”
หลังจากนั้น หยวนเฉินก็หัวเราะขึ้น ” ศิษย์พี่
เสิ่น ข้าจะแนะน าบุคคลส าคัญให้ท่านได้รู้จัก ท่าน
อย่าได้หวั่นวิตกไปซะล่ะ ”
บุคคลส าคัญ ?!
ท าไมบุคคลส าคัญถึงจะมาที่นี่
สถานที่เช่นนี้ ยังจะมีใครที่ยิ่งใหญ่ปานนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ท าให้ อู่ อวี้ เกิดความอยากรู้ เขาย่อม
ทราบดีว่างานเลี้ยงครั้งนี้ย่อมไม่ราบรื่น และดู
เหมือนว่าพวกมันคิดจะท าอะไรบางอย่าง มันต้อง
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกลับมาของ หยวนเฉิน
เวลานั้น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน และ อีก 3 คน ต่างพา
กันลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้ที่จะมาด้วยรอยยิ้ม อู่ หยู๋ เห็น
เช่นนั้นก็ลุกขึ้นเช่นกัน
” น้องชาย ข้าว่าเจ้าก็ควรลุกขึ้น ”
อู่ อวี้ ก็อยากจะรู้ว่าใครกันที่มา เมื่อเขาลุกขึ้น นอก
พระราชวังเทียนอู่ ก็มีคนก้าวเข้ามา เมื่อเจ้าของร่าง
นั้นเข้ามาในพระราชต าหนัก มันก็กลายเป็นจุดสนใจ
ของทุกคน
บุรุษผู้นี้สูงยาว ความสูงและรูปร่างของมันพอๆกับ
อู่ อวี้ มันสวมเสื้อคลุมสีเงิน ปกคลุมด้วยขนสัตว์ ซ้ า
บริเวณไหล่ของมันยังมีหนังของจิ้งจอกล้อมพาด
ใบหน้าได้รูป คิ้วคม ดวงตาดุจพยัคฆ์ ผมยาวสลวย
ชายคนนี้ดูไปแล้วน่าเกรงขาม องอาจสง่างาม ทุก
การเคลื่อนไหวเปรียบกับ หยาวฮ่าวที่เป็นฮ่องเต้แล้ว
ดั่งกับลูกปัดกับดวงจันทร์ที่สดใส
ดวงตาที่สุกสกาวของมันเหมือนห้วงนภาที่เต็มไป
ด้วยดวงดาราส่องประกายระยิบระยับ . . .แต่แล้ว
รอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์ก็เผยออก. . ทุกย่างก้าวของ
มันท าให้ผู้ที่จับจ้องสามารถนึกออกได้แค่ค าว่า
‘จักรพรรดิแห่งโลกหล้า’
” อันตราย! ”
อู่ อวี้ ที่ฝึกฝน ‘ กายาเพชรอมตะและภาพจ าแลง
หัวใจวานร ดังนั้น ประสาทการรับรู้ของเขาจึง
ประดุจดั่งสัตว์ร้าย เมื่อเขาพบกับศัตรูตัวอันตราย
เขาจะเป็นเหมือนแมวที่ขนชัน ยืดตัว ความชั่วร้าย
และเจ้าเล่ห์ ของบุรุษตรงหน้า ท าให้เขารู้สึกถึง
อันตราย
” ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ข้าจะได้เจอกับคนที่ละม้าย
คล้ายคลึงกับ ศิษย์พี่ ซู กับ ศิษย์พี่ โม่ ในนครหลวง
”
ในครานี้ ภายในจิตใจของอู่ อวี้ ได้ราวกับถูกอัสนี
บาตรผ่าลงตรงกลางหัวใจ
……………………………………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน