กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 41 : เพลิงผลาญกระดูก
โชคดีที่ชายหนุ่มผู้นี้ ไม่ได้โจมตีเขาอย่างจริงจัง ถ้า
มันตั้งใจโจมตีให้โดนร่างของ อู่ อวี้ ป่านนี้เขาคงจะ
กลายเป็นศพไปแล้ว
จากท่าทางที่แสดงออกของชายผู้นี้ เห็นได้ชัดว่า
ตัวแทนของพรรคจงหยวน เป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง
” ศิษย์พี่เจียง เชิญนั่ง! ” ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เชื้อ
เชิญต้อนรับอย่างสุภาพ และ มีไมตรีจิตอย่างยิ่ง
หยวนเฉินยืนอยู่ด้านหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ท่าทาง
ของเขาดูมีความสุข เมื่อเขาแนะน าชายหนุ่มผู้ซึ่งมี
นามว่า เจียง จุนหลิน ทั้งสองต่างหัวเราะออกมา
อย่างรื่นเริง บุรุษผู้ซึ่งมีนามว่าเจียงนั้นมีร่างกายสูง
ใหญ่ มันเดินโงนเงนไปยังโถงกลาง จากนั้นหยวนเฉิน
ก็เดินตามหลังของมันไป …
” รินสุรา ” ชายหนุ่มกล่าวกับหยวนเฉิน ด้วยน้ าเสียง
ก้องกังวานดึงดูด
” ขอรับ…ท่านพี่เจียง ” หยวนเฉินยิ้มเล็กน้อย
พร้อมกับรินสุราดื่ม
” เสิ่น อู๋เต้า ข้าขอแนะน าให้ท่านได้รู้จัก ผู้ที่อยู่เบื้อง
หน้าท่าน มิใช่เป็นเพียงศิษย์ของผู้น าพรรคจงหยวน
แต่เป็นบุตรของท่านหัวหน้าพรรค นามว่า เจียง จุน
หลิน ซ่างเซียน! เหตุใดท่านถึงยังไม่รีบกล่าวทักทาย
อีก!” เมื่อบุรุษหนุ่มผู้นี้มาถึง ท่าทางของฮ่องเต้หยวน
ฮ่าวก็เปลี่ยนเป็นหยิ่งทะนง มันเอ่ยนามแฝงของ อู่
อวี้ ออกมาตรง ๆ พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความ
ดูแคลนชวนกระตุ้นโทสะ
ไม่ใช่น่าแปลกใจเลยที่มันจะมีท่าทีที่หยิ่งทะนงเช่นนี้
ที่แท้ตัวตนของมัน ก็เป็นถึงบุตรของหัวหน้าพรรคจง
หยวน … ศักดิ์ฐานะนี้ของมัน เหนือล้ ายิ่งกว่า ซู
หยานลี่ และ ตัวเขาเสียอีก อย่างน้อยๆซู หยานลี่ก็
ไม่มีความเกี่ยวดองทางสายเลือดกับ เฟิง ซัวหยา
เมื่อหยวนฮ่าวเอ่ยประโยคนี้ออกมา เจียง จุนหลิน
ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็หันมาให้ความสนใจกับ อู่ อวี้
ดวงตาที่มองมาของมันนั้น ส่องประกายเจิดจ้าราว
กับดวงดารา ปากของมันแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่ว
ร้าย พร้อมกับกล่าวว่า “เจ้าคือศิษย์ที่นิกายกระบี่
สวรรค์ ส่งมารับต าแหน่งผู้พิทักษ์อาณาจักรบูรพา
เย่วอู่งั้นรึ น่าหัวร่อสิ้นดี ค ากล่าวที่ว่าคนจากนิกาย
กระบี่สวรรค์ ล้วนเป็นพวกปากแข็งดูท่าจะเป็นความ
จริง พวกมันจะท าอะไรกันได้บ้าง ถ้าไร้ซึ่งกระบี่”
จากบทสนทนาในครั้งนี้ มันต้องการที่จะท าตัว
เพื่อให้สูงส่งกว่า อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นิกายกระบี่สวรรค์หนุนหลังเขา
อยู่ ในนี้ยามเขาไม่จ าเป็นต้องเกรงกลัว หรือ แสดง
ความเคารพกับมัน จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า “ที่แท้
ท่านก็คือศิษย์พี่ เจียง จุนหลินนี่เอง ยินดีที่ได้พบ
ส่วนเรื่องข้าจะใช้ศาสตราเต๋าอะไรนั้น มันเป็นเรื่อง
ส่วนตัวของข้า”
การปรากฏตัวของ เจียง จุนหลิน ท าให้การแก้แค้น
ช าระหนี้เลือดของ อู่ อวี้ นั้นกลายเป็นยากเย็นยิ่งขึ้น!
ดูเหมือนว่าการแก้แค้นฮ่าวเทียนในครั้งนี้ เขาคง
ต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ส่วน ซีเฟย แค่เพียงกระดิก
นิ้วเขาก็สามารถฆ่านางจิ้งจอกนี่ได้แล้ว
เมื่อเห็น อู่ อวี้ ไม่ยอมอ่อนข้อ เจียง จุนหลิน ก็
แสยะยิ้มขึ้น หลังจากที่มันกระดก ‘สุราวานร’ ที่
หยวนเฉินรินให้ มันก็แหงนหน้าขึ้นไปมอง
ประติมากรรมบนเพดาน ของพระราชวังเทียน
อู่ พร้อมกับเหยียดนิ้วมืออันเรียวยาวออกไป มัน
หัวเราะจากนั้นก็กล่าวว่า “ ข้าพึ่งได้รับเคล็ดวิชานี้
มาหมาด ๆ เวลาในการฝึกฝนยังคงอ่อนด้อย มันคือ
หนึ่งในวิชาเต๋า นามว่า ‘เพลิงผลาญกระดูก’ ช่วงเวลา
ที่เพลิงเผาผลาญกระดูก ช่างเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์
อย่างแท้จริง …”
ฉับพลัน มันก็ชี้นิ้วมือไปทาง อู่ อวี้
พรึ่บ!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ในยาม
นี้ คลื่นของเพลิงสีฟ้า ที่ผุดขึ้นมาจากอากาศ ก าลัง
เผาไหม้บนผิวของเขาอยู่ ตั้งแต่ส่วนหน้าอก กวาด
ไหม้ไปทั่วทั้งแขนขา และ ลามไปยังศีรษะ เพียงชั่ว
พริบตา ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ ก็ลุกท่วมไปด้วยเพลิงสี
ฟ้า แต่ที่น่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่านั้น เพลิงนี้ไม่ได้เผา
ไหม้แค่เพียงผิวกายของเขา แต่มันเปรียบเสมือนกับ
คมหอกนับไม่ถ้วน ที่ก าลังเจาะผ่านผิวกายลึกลงไป
ยังกระดูกของเขา
สัญชาตญาณร้องเตือนว่า เมื่อเพลิงนี้เจาะลึกลงไป
ถึงกระดูกของเขา เกรงว่าชีวิตของเขาคงจะต้องสูญ
สิ้นลง
นี่คือสิ่งที่ เจียง จุนหลิน กล่าวถึง ‘เพลิงพลาญ
กระดูก’!
เพียงแค่พบปะกันในครั้งแรก มันกลับใช้วิชาเต๋า
โจมตีเข้าใส่ตัวเขาเสียแล้ว เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามัน
ต้องการสะกดข่มเขา โชคยังดี อู่ อวี้ ฝึกฝนบ่มเพาะ
วิชากายาเพชรอมตะ ท าให้ร่างกายของเขานั้น
แข็งแกร่งทนทาน จนสามารถต้านทานเปลวเพลิงนี้
ได้ ท าให้ ‘เพลิงพลาญกระดูก’ ไม่สามารถเจาะ
ทะลวงผ่านผิวหนังของเขาได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม เจียงจุนหลินยังไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ า
แต่เพียงแค่นี้ อู่ อวี้ ก็ยากที่จะต้านรับ
กรอดดดดด!
อู่ อวี้ กัดฟันแน่น อดทนต่อเพลิงผลาญกระดูก ที่
ก าลังลุกไหม้อยู่ทั่วทั้งร่างกาย จากนั้นฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียนก็วาดอาคม ใช้ออกไปด้วยกฎแห่งธาตุของมัน
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ใจกลางของสระน้ าก็ปรากฏ
เป็นมังกรวารีขึ้น ฉับพลันมังกรวารีก็ร้องค ารามก้อง
พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะเข้ากับร่างกายของ อู่ อวี้ ชั่ว
พริบตาร่างกายของอู่ อวี้ ก็เปียกโชกราวกับไก่ตกลง
ไปในถ้วยน้ าซุป[1] !
ณ ตอนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างกายของ อู่ อวี้ นั้น
ชุ่มโชกไปด้วยน้ าจากสระ
ถ้าว่ากันตามจริง น้ าของโลกมนุษย์ไม่อาจดับเพลิง
พลาญกระดูกลงได้ เพราะมันคือเพลิงซึ่งเกิดจาก
เคล็ดวิชาเต๋า แต่ทันใดนั้นเอง เจียง จุนหลิน ก็งอนิ้ว
ของมันกลับมา เพลิงผลาญกระดูกที่ก าลังปะทะกับ
มังกรวารีก็ดับลง
น้ ากับไฟที่ปะทะกัน ท าให้ภาพประติมากรรมของ
ราชวังเทียนอู่นั้นอยู่ในสภาพเสียหาย แน่นอนว่านี่คือ
สิ่งความน่าอับอายอย่างที่สุดส าหรับ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่า
เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มันคือความอัปยศอดสูถึง
ที่สุดในชีวิตของเขา!
” ข้าต้องขออภัยด้วย ทั้งหมดนี้มันเป็นเพียงแค่การ
ฝึกฝนวิชาเต๋าของข้าก็เท่านั้น แท้จริงแล้วข้ายัง
ควบคุมมันได้ไม่ดีนัก โชคยังดีที่ท่าน ฮ่าวเทียน ใช้
วิชาควบคุมน้ ามาดับเพลิงผลาญกระดูกของข้าได้
ทันเวลา ” เจียง จุนหลิน กล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่ว
เบา
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า ” ข้าว่า
น้องชายเสิ่นคงเข้าใจเรื่องนี้ดี เนื่องจากว่าเคล็ดวิชา
เต๋านั้น ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีผู้ใดจะสามารถ
ควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการเกิดอุบัติเหตุ
ขึ้นจึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา แน่นอนว่ามัน
เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ และ ศักดิ์ฐานะของคนผู้
นั้นด้วย ถ้าน้องชายเสิ่น ยินดีที่จะอยู่บนหุบเขาซ่าง
เซียนนับต่อจากนี้ โดยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับราชกิจ
บ้านเมือง ของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เคล็ดวิชาเต๋า
ของเรา ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุผิดพลาดแบบนี้ขึ้น
อีก เช่นนั้นดีหรือไม่?
หลังจากพรั่งพรูถ้อยค ากลับกลอกไปมา ท้ายในที่สุด
มันก็เผยเจตนาที่แท้จริงออกมา เห็นได้อย่างชัดเจน
ว่ามันไม่ประสงค์ให้อู่อวี้ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับอาณาจักร
บูรพาเย่วอู่ ถึงแม้ตัวเขาจะกลายเป็นผู้พิทักษ์
อาณาจักรมนุษย์ แต่คุณสมบัติเขานั้นก็ถือว่ายังไม่
ผ่าน
เริ่มต้นด้วยการโจมตีของ เจียง จุนหลิน ต่อมาก็เป็น
ค าพูดของฮ่าวเทียน ซ่างเซียนเช่นนี้อีก จากมุมมอง
และ จุดยืน ท าให้ อู่ อวี้ สามารถเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
ว่าพวกมันประสงค์สิ่งใด
“เสิ่นอู่เต้า ในที่สุดพี่ชายของข้า หยวนเฉิน ก็กลับมา
คาดว่าเขาจะอยู่ที่อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ไปอีกนาน
ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักร แต่ข้าคิดว่า
คุณสมบัติของท่านนั้นยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นคงดีกว่า
ถ้าจะปล่อยให้พวกเขาเป็นผู้จัดการราชกิจต่าง ๆ
แทน ท่านเข้าใจหรือไม่? ” ฮ่องเต้หยวนฮ่าวหัวร่อ
เสียงดังลั่น ค ากล่าวของมันแสดงเจตนาออกมาอย่าง
ชัดเจน
ในยามนี้ พวกมันก าลังรอการตอบสนองของ อู่ อวี้
ร่างกายของ อู่ อวี้ ร้อนผ่าวราวกับจับไข้ ไอน้ า
ภายในร่างระเหิดออกอย่างรวดเร็ว ในที่สุดความ
ร้อนภายในร่างกายของเขาก็เผาผลาญจนไอน้ า
เหล่านั้นแห้งเหือด ในเวลานี้เขาหยิบพลองพิชิตมาร
ออกมั้ง แล้วจ้องมองไปยัง เจียง จุนหลิน อีกครั้ง
ก่อนกล่าวว่า ” สิ่งที่ทุกท่านกล่าวมา ข้าเข้าใจแล้ว
ความตั้งใจของข้าคือการมุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณแห่ง
การฝึกตน ซึ่งหยวนเฉินก็ยังถือได้ว่ามีศักดิ์เป็นองค์
ชายของอาณาจักรนี้ แน่นอนว่าเขามีสิทธิ์ที่จะอยู่ใน
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่อยู่ได้ ”
เขาชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” หากไม่มี
สิ่งใดแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวลา ”
ไท่เฮาหยวนซีเผยรอยยิ้มละเมียดออกมา พร้อมกับ
กล่าวขึ้นว่า ” ท่านซ่างเซียน อยู่บนหุบเขาเซียนซาน
เพียงล าพังนั้นคงโดดเดี่ยวไม่น้อย ฉะนั้นข้าจะส่งสาว
งามไปปรนนิบัติท่านสักสองสามคน ”
ช่างเป็นค าพูดที่ไม่เหมาะสม และ น่ารังเกียจอย่าง
ยิ่ง นางคงไม่ปรารถนาให้ อู่ อวี้ ลงมาจากหุบเขา
เซียน
” ไม่จ าเป็น ข้าขอลา ”
อู่ อวี้ หันกลับไป
” ไม่ส่งแขกนา! ” ฮ่องเต้หยวนฮ่าว เห็น อู่ อวี้ มี
สภาพอเนจอนาถ ยิ่งท าให้มนุษย์รู้สึกรื่นรมณ์อย่าง
ยิ่ง แม้ว่ามันจะเป็นฮ่องเต้ แต่เพราะด้วยวัยที่เยาว์นัก
ของมัน มันจึงยากที่จะระงับความตื่นเต้น และ เสียง
หัวเราะ ไม่ให้หลุดเล็ดลอดออกมา
ช่างน่าอับอายยิ่งนัก!
อู่ อวี้ ก้าวออกจากพระราชวังเทียนอู่ แล้วก้าวขึ้นไป
บนปักษาเมฆาสวรรค์ เพื่อกลับไปยังยอดเขาซ่าง
เซียน ปักษาเมฆาสวรรค์ลุกขึ้นยืน จากนั้นมันก็พุ่ง
ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
ในค่ าคืนนี้สายลมค่อนข้างสงบเงียบ ท าให้ อู่ อวี้
สามารถ ค่อย ๆ จัดระเบียบความคิดของตนเอง
” การปรากฏตัวของ เจียง จุนหลิน เรียกว่าเหนือ
ความคาดหมายของข้าอย่างยิ่ง ถ้าข้ารีบเร่งแก้แค้น
ในยามนี้ เกรงว่าความยุ่งยากอาจเพิ่มมากขึ้น ”
” ในวันนี้พวกเขาพยายามก าราบข้า วัตถุประสงค์
ของพวกมันชัดเจนอย่างยิ่ง ว่าไม่ปรารถนาให้ข้า
ขึ้นมาเป็นผู้พิทักษ์ภายในอาณาจักรแห่งนี้ ถ้าเช่นนั้น
ก็แน่ชัดแล้วว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนไม่คิดที่จะจากไป
”
” ตัวข้าเองก็ไม่ปรารถนาให้มันกลับไปเช่นกัน ”
“ถ้าจะให้ดี ข้าคงต้องรอให้ เจียง จุนหลิน กลับไป
เสียก่อน แล้วข้าค่อยเริ่มแผนการดีหรือไม่?”
อู่ อวี้ ใช้เวลาอยู่กับเขาภวังค์ความคิดอย่างยาวนาน
ทั้งเพลิงผลาญกระดูก และ สภาพร่างกายที่ชุ่มโชก
ไปด้วยน้ า มันได้สร้างความอัปยศให้กับเขาถึงขีดสุด
นอกจากนี้ยังมีท่าทางชั่วร้ายของหยวนฮ่าว มันท าให้
อู่ อวี้ หวนนึกถึงการเผชิญหน้าในวันวาน ใบหน้า
ของพวกมัน ภาพเหล่านี้ตอกย้ าความเกลียดชังอย่าง
ล้ าลึก ที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใจของ อู่ อวี้
” ท่านพี่หญิง ”
สิ่งที่ยากเย็นมิใช่การแก้แค้น หากเขาคิดเพียงแก้
แค้นคงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยเนิ่นนานถึงเพียงนี้
ดั่งค ากล่าวของบุรุษผู้หนึ่งว่าไว้ แก้แค้นสิบปีนั้นยังไม่
สาย เขารีบหันกลับไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ โดย
ห่วงกังวลในตัวของ อู่ หยู๋
ปัจจุบันอาณาจักรทิศบูรพาเย่วอู่ ของดินแดนตงเสิ้ง
ถูกพิทักษ์โดยซ่างเซียน(ชาวสวรรค์) ทันทีที่ อู่ อวี้
ก้าวมาถึงดินแดนแห่งนี้ เขาก็ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับ
การผูกสัมพันธไมตรี ด้วยการจัดพิธีวิวาห์ขึ้นโดยมี
เจ้าหญิง อู่ หยู๋ เป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ ภายในงานพิธี
นั้นจะมีทั้ง เจียง จุนหลิน และ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
นั่งอยู่ด้วย จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ที่เขาจะสอดมือ
เข้าไปขัดขวางพิธีวิวาห์ในครั้งนี้ หากผิดพลาด
ล้มเหลว อู่ อวี้ คงต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ!
“ฮ่าวเทียน, ซีเฟย ,เจียง จุนหลิน!”
” และ อาณาจักรตงเสิน ”
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ก าหมัดแน่นอยู่บนยอดเขาเทียน
หยุน ด้วยความบ้าคลั่งอย่างไม่น่าเชื่อ
” สิ่งที่รีบเร่งที่สุดในตอนนี้ คือการหยุดยั้งพิธีวิวาห์ที่
ก าลังจะจัดขึ้นระหว่างท่านพี่หญิง อู่ หยู๋ กับ
อาณาจักรตงเสิ่นกั๋ว ”
อู่ อวี้ ทอดสายตายยาวออกไป เขามองไปยังทิศทาง
พระราชวังที่ อู่ หยู๋ พ านักอยู่ เสมือนเขาก าลังร้อง
ตะโกนบอกว่าในไม่ช้าเขาจะกลับไป หลังจากนั้นเขา
ก็ขี่ปักษาเมฆาสวรรค์ไปยังทิศทางของหุบเขาซ่าง
เซียน ซึ่งทางนั้นเป็นทิศทางที่ตั้งของพระราชวัง อู่
หยู๋ ที่ซึ่งนางก าลังเฝ้ารอ อู่ อวี้ อยู่ แต่เขาไม่ได้มุ่ง
หน้ากลับไปยังหุบเขาซ่างเซียน แต่เลือกที่จะไปที่
พระราชวังของ อู่ หยู๋ แทน
” ในตอนนี้ ข้าต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรม อันแสน
ยากล าบาก ข้าจะต้องไม่สูญเสียความสงบเยือกเย็น
อย่างเด็ดขาด หากข้าผิดพลาดแม้แต่เพียงก้าวทุก
อย่างจะจบสิ้น คงเป็นเรื่องยากที่ข้าจะแก้ไข หรือ ให้
อภัยได้ ชะตากรรม และ ความสุขของท่านพี่หญิง
ของข้า ในเวลานี้มันอยู่ในก ามือของข้าแล้ว ข้าไม่
อาจผิดพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว ฉะนั้นข้าจะต้อง
เยือกเย็นมากยิ่งขึ้น ”
” บางที ข้าควรหารือกับนาง ”
ในความเป็นจริงแล้วตลอด 15 ปีผ่านมานี้ หากเขา
มีสิ่งใดติดขัดแก้ไม่ตก อู่ อวี้ ก็มักจะไปขอค า
ปรึกษาหารือกับ อู่ หยู๋ เสมอ เนื่องจากบางครั้งนาง
จะมีหนทาง และ วิธีแก้ที่ดีกว่าเขา
” ไป! ”
อู่ อวี้ สะกดคมอารมณ์ภายในจิตใจ แล้วมุ่งหน้าไป
อย่างพระราชวังของ อู่ หยู๋ ทันที
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ได้กลิ่นเหม็นสาบรุนแรงลอย
คละคลุ้งตาม กระแสลมมา
” มันไม่ใช่กลิ่นของปัสสาวะ แต่เป็นกลิ่นสาปที่เน่า
เหม็นราวกับซากสัตว์ มันคือสัตว์อสูร … มันจะต้อง
เป็นปีศาจ! ”
เขาได้กลิ่นสาปนั้น!
ในมุมมองของ อู่ อวี้
แต่หลังจากยืนยันได้ได้ชัดแล้วว่ามันคือกลิ่นสาป
ของปีศาจ อู่ อวี้ ก็แสยะยิ้ม
“ปีศาจ! ปีศาจอสรพิษ! หว่านชิง!”
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ไม่เคยล่วงรู้ตัวตนอันแท้จริงของ
หว่านชิง มาก่อน เขาไม่เคยรู้ว่านางนั้นเป็นปีศาจ
แปลงกายมา แต่เวลานี้เขาได้รู้แล้ว ฉะนั้น …
ในยามนี้หว่านชิง ไม่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ภายใน
พระราชวังอีกต่อไป ร่างกายของ อู่ อวี้ สั่นสะท้าน
เมื่อเห็นนางมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า ในหลาย ๆ ปีที่
ผ่านมาก่อนหน้านี้ราษฎรในอาณาจักรหายตัวไป
อย่างไร้ร่องรอย ชีวิตของผู้บริสุทธิ์จ านวนมากมาย
ต้องถูกสังเวยกลายเป็นอาหาร และ เขาจะไม่มีวันให้
อภัยนางปีศาจตัวนี้!
“หว่านชิง!”
อู่ อวี้ สั่งให้ปักษาเมฆาสวรรค์ลดระดับความสูงลง
แล้วสั่งให้ปักษาเมฆาสวรรค์ กลับไปยังหุบเขาซ่าง
เซียนเพียงล าพัง โดยที่เขาไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใด
ออกมา ร่างของเขากลายเป็นแสงสีทองพุ่งไปยังถนน
ภายในเมืองหลวงของอาณาจักรเย่วอู่ ลงไปยังบ้าน
ที่อยู่แถวรอบนอก
” ใกล้แล้ว … อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ”
ยิ่ง อู่ อวี้ เข้าใกล้ระยะของ หว่านชิง มากเท่าใด จิต
สังหารที่แผ่ออกมาจากกายของเขาก็รุนแรงมากขึ้น
เรื่อย ๆ
แม้เขาจะสวมหน้ากากวานร แต่จิตสังหารรุนแรงที่
แผ่ออกมาก็ยังท าให้ บุคคลที่อยู่ด้านนอกสามารถ
รับรู้ได้
ณ ค่ าคืนอันดึกสงัดของวันนี้
ในยามค่ าคืนดึกดื่นเช่นนี้ มีสถานเริงรมย์เพียงไม่กี่
แห่งเท่านั้น ที่ยังคงจุดโคมไฟสว่างไสว เพื่อรอ
ต้อนรับผู้คนที่มาไขว่คว้าหาความสุข และ แน่นอนว่า
ปีศาจหว่านชิงจะต้องอยู่ตามสถานเริงรมย์เหล่านี้
” มันคือกลิ่นอายของปีศาจ… ”
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่ขั้นการเปลี่ยนเป็นเซียนแล้ว ท า
ให้เขาสามารถรับรู้กลิ่นที่ล่องลอยอยู่บนอากาศได้ไว
และ แม่นย าขึ้น กลิ่นเพียงอย่างเดียวที่เขาได้รับ
ในตอนนี้ นั่นก็คือกลิ่นอายของปีศาจ คนธรรมดาไม่
อาจรับรู้กลิ่นอายปีศาจนี้ได้
ครืดดดด ∼ ครืดดดด ∼
ในความมืดสลัวของยามราตรี ภายในซอกเหลือบ
ของถนนแห่งหนึ่ง มีเสียงเคลื่อนไหวของปีศาจขนาด
ใหญ่ ก าลังเคลื่อนตัวดังออกมา
กลิ่นอายปีศาจลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว
” หางของอสรพิษ! ”
อู่ อวี้ เหลือบเห็นหางขนาดใหญ่ เลื้อยหายเข้าไป
ภายในความมืดนั้น
ในที่สุดเขาก็พบมัน
” หึ! ”
ปีศาจอสรพิษหว่านชิง ยังไม่รับรู้ถึงการมาถึงของ อู่
อวี้ เลยแม้แต่น้อย
ฉับพลับ อู่ อวี้ ก็ปรากฏกายอยู่ที่ด้านหลังของหัว
อสรพิษขนาดใหญ่ของมัน มันก าลังอ้าปากเตรียม
กลืนกินเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่ง ชายผู้นี้ก าลังอยู่
ในสภาพมึนเมาอย่างที่สุด
“หว่านชิง”
อู่ อวี้ น าพลองพิชิตมารออกมา ขณะที่ยืนอยู่
ด้านหลังของปีศาจอสรพิษ เมื่ออยู่ในต าแหน่งนี้ ท า
ให้เขาสามารถมองเห็นเกร็ดงูของนางได้อย่างชัดเจน
“ผู้ใด!”
เมื่อได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่งเรียกชื่อของนาง ร่าง
ของปีศาจอสรพิษก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เนื่องจากว่าตอนนี้นางก าลังอยู่ในร่างจริง ในร่าง
ปีศาจนี้มีผู้รู้จักนาง โดยรู้ว่านางคือ หว่านชิง ไม่มาก
นัก! เมื่อรีบนางหันมองอย่างเลิ่กลัก และแล้วสายตา
ของนางก็มาหยุดลงที่ร่างของ อู่ อวี้
………………………………………………………………………..
เชิงอรรถ
1.ส านวนจีน 落汤鸡 ไก่ตกน้ าซุป คล้ายกับ
ส านวนไทยที่ว่า ลูกหมาตกน้ า ความหมายคือ คนที่
ถูกน้ าสาดจนเปียกชุ่มโชกไปทั้งตัว หรือ อยู่ในสภาพ
ที่ดูไม่จืด
……………………………………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน