กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 425 : ประกายสายฟาหวงสมุทรอัสนีทมิฬ
ในตอนนี้ทุกคนที่อยู่เหนือท้องนภา สามารถ
มองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน
บนตัวกระบี่เต๋าผสานอัสนีที่อยู่ในมือของ มู่หรง
ซวี่ ปรากฎเป็นวงเวทออกมาให้เห็นเป็นอสรพิษ
สายฟั้าสีดำจำนวนมากมายมหาศาลปกคลุมไปทั่ว
ทั้ง 4 ทิศ ไม่ว่ามันจะพัดผ่านไปยังแห่งหนใด ทุก
สิ่งทุกอย่างก็จะถูกมันทำลายจนยับเยิน!
ที่เบื้องหน้าของมัน ก็คือ อู่ อวี้ ผู้ที่กำลังคร่ากุม
กระบี่คู่พุ่งโจมตีเข้ามา มือข้างหนึ่งเป็นกงล้อกระบี่
สีทอง ส่วนอีกข้างหนึ่งกำลังลากอสูรกายเพลิง
วิญญาณยักษ์ เต็มไปด้วยอานุภาพที่ดุร้ายและทรง
พลังยิ่ง ในพริบตานั้นเอง ก็เกิดการปะทะกันอย่าง
รุนแรงภายในสนามรบโบราณแห่งนี้!
ในชั่วเวลานั้นเอง อัสนีระเบิดปะทุกลายเป็นความ
วุ่นวาย ทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านพังทลายลง ยังมี
ปราณกระบี่สีทองที่กระจอยออกไปทุกทิศและ
เปลวเพลิงทมิฬที่แผดเสียงคำราม ทั่วทั้งสนามรบ
โบราณ ตกอยู่ในความโกลาหนอย่างยิ่งยวด!
มู่หรง ซวี่ ใช้กระบี่เต๋าผสานอัสนี ซึ่งมันได้แสดงถึง
ระดับที่สุดยอดเหนือล้ำทุกผู้คน แต่ อู่ อวี้ ก็ตอบโต้
กลับด้วยกระบี่มหาจักรพรรดิและกระบี่จอมราชัน
ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเป็นการต่อสู้กันอย่าง
สมน้ำสมเนื้อ ช่างน่าตื่นตระหนกยิ่ง! แน่นอนคน
ส่วนใหญ่ก็ยังคงรู้สึกว่า ยังไง อู่ อวี้ ก็คงไม่อาจที่
จะต้านทานการโจมตีเต็มรูปแบบของกระบี่เต๋า
ผสานอัสนีได้!
ในตอนนี้ อัสนี อัคคี และปราณกระบี่เข้าปะทะกัน
ผสมปนเป ทำให้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ แทบจะ
สลายไปจนหมดสิ้น
ยามเมื่อพลังของทั้งคู่ได้ปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่น
ระลอกใหญ่หลวง ทำให้เหล่าผู้ชมทั้งหลายไม่อาจ
ที่จะมองเห็นการประลองนี้ได้อย่างชัดเจน ในการ
ปะทะกันที่อยู่ภายในสนามประลองนี้ ไม่รู้ว่าทั้ง 2
คนนั้นไปอยู่ตรงตำแหน่งไหนเสียแล้ว
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ มีเงาร่างหนึ่งพุ่งปลิวกระเด็น
ออกมาจากภายในวงเวทกระบี่ เมื่อทุกคนจ้องมอง
ไปอย่างใกล้ชิด ปรากฏว่านั่นเป็น มู่หรง ซวี่ ที่อยู่
ในชุดเกราะเซียนจักรพรรดิเพลิง มันตกอยู่ใน
สภาพที่น่าอับอาย แม้แต่เคล็ดเทพอัสนี 9 แก่นแท้
แปรผันก็มลายหายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันได้ถูก
ทำลายลงไปอย่างสมบูรณ์
ช่วยไม่ได้ที่ทุกคนจะรู้สึกตื่นตะลึง ดูเหมือนว่าพวก
เขาจะประเมินความสามารถของ อู่ อวี้ ต่ำไป คาด
ไม่ถึงว่าเขาจะสามารถทำให้ มู่หรง ซวี่ ตกอยู่ใน
สภาพเช่นนี้ได้ อีกทั้งพวกเขายังห่างกันถึง 1 ช่วง
ชั้นเลยทีเดียว
“อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะ?”
“การต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะตายไป
แล้วก็ได้?”
“เขาน่าจะยังไม่ตาย ยังมีอีกคนหนึ่งร่อนลงมา
ข้างล่าง แต่ข้าคาดว่าเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บ
สาหัสจนขยับไม่ไหว…….”
ในตอนที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั่นเอง ทันใดนั้น
ปรากฏเป็นเงาร่างสีทองค่อยๆร่อนลงมาจากด้าน
นอกกลุ่มฝุั่นควัน ในมือของเงาร่างนั้นกำลังถือ
กระบี่อยู่ 2 เล่ม บนร่างยังคงสวมใส่เกราะเซียน
จักรพรรดิเพลิง แน่นอนว่านั่นย่อมเป็น อู่ อวี้ บัดนี้
เขายังคงสภาวะอยู่ในร่างจำแลงเซียนวานร ดูไป
แล้วก็ไม่เหมือนกับว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่
อย่างใด ยกเว้นบางส่วนที่ปรากฏรอยไหม้ดำ ทว่า
ในตอนนี้เขากำลังฟืนฟูอย่างรวดเร็ว และไม่
หลงเหลือรอยแผลเป็นอื่นๆแต่อย่างใด นี่มันทำให้
ผู้คนที่ได้เห็นยากจะเชื่อได้……..
ฉากเหตุการณ์ที่ปรากฎ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะ
เป็น อู่ อวี้ ที่ถูก มู่หรง ซวี่ ทำการไล่ต้อนและเขา
เป็นฝั่ายที่เสียเปรียบ
แต่มันกลับกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ทุกคนมอง
ไปที่ใบหน้าของผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่า
ต้องเป็นตัวตนของเหล่าขุนพล พวกเขาค่อนข้างที่
จะรู้สึกงงงันอยู่เล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามในมือของ
มู่หรง ซวี่ ก็ยังคงจับศาสตราเต๋าวิถีแท้เอาไว้อยู่!
อู่ อวี้ ในยามนี้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ช่างน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งก็จริง แต่
ว่า มู่หรง ซวี่ ก็ยังไม่สามารถควบคุมมันได้ถึง 1
ใน 10 ส่วน ผนวกกับขอบเขตของมันในตอนนี้ ทำ
ให้พลังอำนาจของศาสตราเต๋าวิถีแท้ถูกจำกัด
เอาไว้ ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ นำกระบี่คู่ออกมา พร้อม
กระตุ้นใช้งานกงล้อกระบี่จักรพรรดิสวรรค์และ
กระบี่เพลิงวิญญาณกลืนใจขึ้นพร้อมกัน จึง
สามารถจัดการฝั่ายตรงข้ามได้ ทั้งยังสามารถทิ้ง
บาดแผลจำนวนไม่น้อยเอาไว้บนร่างของคู่ต่อสู้!
แต่ทว่า มู่หรง ซวี่ ก็ยังแข็งแกร่งมาก ในตอนนี้มัน
ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จึงไม่จำเป็นที่จะต้อง
กล่าวถึงบาดแผลเหล่านั้น และเห็นได้ชัดว่า มู่หรง
ซวี่ ยังมีวิธีการที่ทำให้ตนแข็งแกร่งขึ้นอยู่อีก
ในตอนนี้ มู่หรง ซวี่ ถูก อู่ อวี้ กระตุ้นให้เกิดโทสะ
ขึ้นเข้าให้แล้ว
“นิกายเซียนซูซันขับไล่เจ้าออกมา นับได้ว่าพวก
มันต้องสูญเสียอัจฉริยะที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัดไป
1 คน! แต่ว่า หากเจ้าต้องการที่จะล้มข้า มู่หรง ซวี่
มันคงเป็นไปไม่ได้” โดยปกติแล้วมันเป็นคนที่
สุภาพเรียบร้อยดูมีการศึกษา แต่ว่าในตอนนี้การ
ต่อสู้บนสนามนี้จะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะ
ได้รับการขัดเกลาจากเจ้านคร มันจึงต้องทุ่มเทพลัง
ทั้งหมดที่มีออกไป!
“ อู่ อวี้ ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ที่ข้ายังไม่เคยสำแดง
ออกมานี้ เจ้าไม่อาจที่จะต้านทานมันได้ จงยอมรับ
ความพ่ายแพ้เสีย ข้าไม่ต้องการที่จะสังหารเจ้า!”
เวลานี้ภายในดวงตาของ มู่หรง ซวี่ ปรากฏเป็น
สายฟั้ากระพริบอยู่ มันกระชับกระบี่เต๋าผสานอัสนี
และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันดังกังวาล
การที่มีบุตรชายเช่นนี้ ดูเหมือนว่าจะทำให้
ขุนพลมู่หรง รู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก มันเป็นสิ่งที่
ขุนพลมู่หรงทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดฟูมฟัก
ออกมา “ต้องขอบเจ้ามากสำหรับคำเตือน แต่ว่า
ประโยคนี้ข้าขอคืนให้เจ้า “ นัยต์ตา อู่ อวี้ แดงก่ำ
ขึ้น กัดฟันกล่าวออกมา
ชั่วขณะนี้เขาตระหนักได้ว่าความสามารถของตน
นั้นอ่อนด้อยเกินไป ทั้งอายุของเขาก็ยังน้อยกว่า มู่
หรง ซวี่ อีกด้วย
แต่ว่าใครกันล่ะที่ต้องการจะยอมรับความพ่ายแพ้?
ไม่มีทาง
ยามนี้ อู่ อวี้ มองดู มู่หรง ซวี่ แล้วนึกถึง เปั่ยซาน
ม่อ
พวกมันต่างก็เป็นคนที่ได้รับความโปรดปราน
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 ปีแล้ว เขาต้องการที่จะ
กลับไปด้วยศักดิ์ฐานะที่สง่าผ่าเผย และด้วยการ
นั้นเขาจำเป็นที่จะต้องมีจอมจักรพรรดิไปด้วย
ดังนั้นในวันนี้ เขาจึงไม่อาจที่จะพ่ายแพ้ได้ มันก็
เหมือนกับการประลองที่เขาได้นัดหมายกับ เปั่ย
ซาน ม่อ เขาไม่อาจจะพ่ายแพ้ได้เช่นเดียวกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ดวงตาทั้งคู่นั้นของเขาก็แดงก่ำ
เสมือนเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำยิ่งกว่าเก่า ในร่าง
เขาราวกับว่ามีภูเขาไฟปะทุขึ้นอีกครา กายเนื้อ
ของเขาซึ่งฝึกฝน กายาเพชรอมตะ ได้ปลดปล่อย
ศักยภาพที่เหนือกว่าก่อนหน้านี้ออกมาอย่างเทียบ
ไม่ติด
“หึ!”
มู่หรง ซวี่ ได้เตือนเขาแล้ว แต่กลับถูกปฏิเสธ
ออกมา ทำให้มันต้องระเบิดโทสะออกมาอย่างช่วย
ไม่ได้ ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว มันไม่สามารถ
ควบคุมตนเองได้อีกต่อไป
ในครั้งนี้ มันชูกระบี่เต๋าผสานอัสนีขึ้นฟั้า ปรากฏ
เป็นเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ขึ้นวิชาหนึ่ง!
นอกจากนี้ก็ยังปรากฏมหาวิถีเชื่อมสวรรค์อีก 1
วิชา!
อู่ อวี้ เคยได้ยินว่า มันเป็นวิชาที่เรียกว่า ‘ทัณฑ์
สวรรค์ห้วงสมุทรอัสนีทมิฬ’ ซึ่งจะทำให้สายฟั้า
จากบนสวรรค์ชั้นที่เก้าซึ่งถือเป็นชั้นสูงสุดผ่าลงมา
จะทำให้พลังของผู้ฝึกตนพุ่งทะยานมาอีกเล็กน้อย
ถ้าหากสามารถทนต่อสายฟั้าของห้วงสมุทรอัสนี
ทมิฬได้ ถึงแม้ว่าจะได้รับพลังมาเพียงเล็กน้อย แต่
ด้วยพลังรบที่เพิ่มพูนขึ้นมา จึงกล่าวได้ว่าเป็นไม้
ตายก้นหีบอันน่ากลัวก็ไม่ได้กล่าวเกินจริง!
มู่หรง ซวี่ คิดที่จะใช้มันบนสงครามเหยียนนี้ หาก
มันสามารถทนต่อ ทัณฑ์สวรรค์ห้วงสมุทรอัสนี
ทมิฬ ได้ แล้วฟาดฟันออกด้วยกระบี่เต๋าผสานอัสนี
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะรุนแรงเพียงใด
มู่หรง ซวี่ ได้กระทำในสิ่งที่มันกล่าวออกมาแล้ว!
เคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรรค์ ต้องการเวลา
เตรียมการเพียงชั่วครู่ ต่อมาสายฟั้าสีดำทมิฬสาย
หนึ่งถูกยิงออกมาจากใบมีดของตัวกระบี่อย่าง
ฉับพลัน เปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบวิหคอัสนี ในช่วง
เวลาแค่อึดใจเดียวมันก็ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่บนท้อง
นภากาศ
ขณะนี้ก้อนเมฆสีดำม้วนกวาดมารวมตัวกันอยู่บน
ท้องฟั้าเป็นจุดเดียว
แน่นอนว่าหมู่เมฆทมิฬนี้เกิดขึ้นภายในค่ายกลของ
นครจักรพรรดิเพลิง
ภายในเมฆทมิฬมีประกายสายฟั้าอยู่นับล้าน
กระพริบวิบวับอยู่ ภายใต้การผสานรวมเข้ากับ
วิหคอัสนีในตอนนี้ ทั้งหมดทั้งมวลได้ถูกหลอม
ผสานกันจนหมดสิ้น หมู่เมฆทั้งหมดกลืนเข้าหากัน
จากนั้นก็ปรากฎเป็นลูกบอลอัสนีอันหนาแน่น!
ในตอนที่ควบแน่นเข้าด้วยกันนั้น ตอนแรกบอล
อัสนีมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 จั้ง แต่หลังจากที่เริ่ม
ควบแน่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยอัตราความเร็วที่น่า
หวาดกลัวจนเกิดเป็นเสียงดังกึกก้องกังวาลไปทั่ว
ในตอนนี้สายฟั้าสีดำจึงเหลือขนาดเพียงแค่หัวแม่
มือเท่านั้น และหลังจากบีบอัดเข้าไปอีก จึงทำให้
กลายเป็นเส้นอัสนีสีดำทมิฬ เหลือขนาดเท่ากับเส้น
ผมเพียงเส้นเดียวเท่านั้น!
อย่างไรก็ตาม กลับปรากฏอสรพิษอัสนีรัดพันอยู่
รอบเส้นผมเส้นนี้เอาไว้อยู่ เมื่อหมู่เมฆค่อยๆ
กระจายตัวออก บนท้องนภาอันว่างเปล่าดู
เหมือนว่าจะเกิดการบิดเบี้ยวขึ้นมา
มันคือประกายแสงเส้นเล็กๆของห้วงสมุทรอัสนี
ทมิฬ!
เพียงแค่ชั่วพริบตาประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนี
ทมิฬ ก็ผ่าลงมาอยู่บนกระบี่เต๋าผสานอัสนี และ
หลอมรวมเข้าด้วยกัน ในตอนนี้วงเวทที่อยู่บน
กระบี่เต๋าผสานอัสนีทั้งหมดส่องแสงออกมา
กลายเป็นร่องรอยของอัสนีกำลังเริงระบำอยู่บนตัว
กระบี่ สายฟั้าที่ทะมึนทึนทึบนั้น ปลดปล่อยแรง
กดดันอันรุนแรงออกมา แม้กระทั่งผืนธรณีก็ยังจม
ลงไป
“อู่ อวี้ ” จู่ๆ มู่หรง ซวี่ ก็เงยหน้าขึ้น เอากระบี่
ของมันชี้ไปที่ อู่ อวี้
ช่วงเวลานี้ทุกคนต่างรู้สึกหายใจไม่ออก
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้เปลี่ยนจากกระบี่คู่กลายมา
เป็นเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า และเขายังคงยืน
เผชิญหน้ากับ มู่หรง ซวี่ อยู่ โดยไม่มีการขยับ
เคลื่อนไหวใดๆ
“เจ้ายอมรับความพ่ายแพ้เสียเถอะ” มู่หรง ซวี่ ที่
คงสภาพประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬอยู่ ได้
เอ่ยเตือนเขา
“ทำไม่ได้” อู่ อวี้ เอ่ยคำกล่าวนี้ด้วยน้ำเสียงที่เด็ด
เดี่ยวและแน่วแน่มั่นคง การต่อสู้นี้ไม่ว่าเขาจะต้อง
จ่ายอะไรออกไป เขาก็จะต้องคว้าชัยชนะมาอยู่ใน
มือให้ได้
ถ้าหากว่ารอจนกว่าจะถึงการประลองในครั้งที่ 2
แล้วประลองกับ ฉิน ฝูเหยา อีกครา จิตวิญญาณ
ของเขาก็ไม่อาจที่จะแข็งแกร่งแน่วแน่ได้
เช่นเดียวกับตอนนี้อย่างแน่นอน
“หากเสาะแสวงหาความแข็งแกร่งแบบมั่วซั่ว นั่น
ก็เป็นการรนหาที่ตาย ” มู่หรง ซวี่ ทำการควบคุม
ประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬเอาไว้อย่าง
สมบูรณ์ และประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬ
ยิ่งอยู่บนกระบี่เต๋าผสานอัสนีนานเท่าไหร่ ความ
แข็งแกร่งของมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นมัน
จึงไม่ได้รู้สึกรีบร้อนอะไร
“เส้นทางแห่งการกลายเป็นเซียนอมตะ ถ้าหากว่า
ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ก็ไม่สมควรที่จะมี
คุณสมบัติฝึกตนอยู่บนหนทางแห่งมหาเต๋า! ” อู่
อวี้ ตอบกลับไปอย่างเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ นี่ก็คือ
เต๋าของเขา ที่ไม่อาจจะถูกสั่นคลอน
มู่หรง ซวี่ ยกยิ้มและกล่าวขึ้น “เจ้ากับ หลี่ ขู่ไห่
ช่างเหมือนกันจริงๆ เหตุใดจึงต้องสร้างความ
ยากลำบากให้ตนเอง การฝึกตนที่ทรมานตนเอง
เช่นนี้ จะทำให้ตนเองต้องเจ็บปวดเสียเปล่าๆ นี่มัน
เป็นเส้นทางที่บิดเบี้ยว”
จิตใจที่ทำการเตรียมใจสังหารคนเอาไว้แล้ว ผนวก
กับคำพูดของ มู่หรง ซวี่ ที่เอ่ยออกมานี้ ทำให้ดูน่า
กลัวเป็นอย่างยิ่ง
แต่ว่า จิตใจของ อู่ อวี้ ยังคงหนักแน่นมั่นคงดังเดิม
แล้วเขาจะสั่นไหวเพียงแค่เพราะคำขู่ของ มู่หรง
ซวี่ ได้อย่างไร เขาค่อยๆกล่าวออกมาทีละคำ “ไม่
ข้ากับมันไม่เหมือนกัน มันเดินบนหนทางแห่ง
ความเจ็บปวด แต่ข้ารู้สึกพึงพอใจในเต๋าของข้า!
ไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็ยอม ยอมไล่
ล่าเส้นทางนี้ไปตลอดชีวิต! ”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา รอบด้านเกิดเป็นเสียงดัง
สะเทือนเลือนลั่น ทุกคนรู้สึกตกตะลึงไปกับคำพูด
ของเขา ทุกคนต่างรู้สึกได้ว่า อู่ อวี้ ช่างเป็นคนที่
หนักแน่นเที่ยงตรงยิ่ง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะทำลายเต๋าอันบิดเบี้ยว
ของเจ้าทิ้งซะ!” มู่หรง ซวี่ กำลังอยู่ในความโกรธ
เกรี้ยว กระบี่ที่อยู่ในมือฟาดฟันออกไป ประกาย
สายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬที่เตรียมการมาเป็น
เวลานานเกิดการปะทุขึ้นในทันที กลายเป็น
อสรพิษสายฟั้าตัวหนึ่ง อสรพิษพุ่งตรงไปหา อู่ อวี้
อย่างบ้าคลั่งราวกับต้องการที่จะกลืนกินเขาเข้าไป
ช่วงเวลานี้คนนับล้านเกิดการหายใจอย่างติดขัด!
ประกายสายฟั้าอัสนีทมิฬ พุ่งไปอย่างรวดเร็ว
การโจมนี้ในครานี้ ราวกับว่าเป็นภัยพิบัติที่เกิดมา
จากฟั้าดิน พลังของมันนั้นน่าสะพรึงเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามในสายตาของ อู่ อวี้ เขารู้สึกว่า
ความเร็วของมันช่างเชื่องช้ายิ่งนัก ตอนนี้จิต
วิญญาณของเขา เมื่อตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของคู่
ต่อสู้ ก็เข้าสู่เขตแดนลี้ลับแห่งหนึ่ง เขาจึงสามารถ
รู้สึกถึงกระบวนท่าสังหารของฝั่ายตรงข้ามได้อย่าง
ชัดเจน
“แน่นอนว่า อีกฝั่ายเป็นผู้แข็งแกร่ง แต่ไม่ว่ายังไง
ข้าก็จะต้องชนะ”
เปลวไฟที่อยู่ในสายตาของเขา ลุกไหม้โหม
กระหน่ำอย่างรุนแรง นั่นก็คือความแน่วแน่อันแรง
กล้าที่เขาไม่เคยปรากฏออกมาก่อน มันได้จุด
ประกายเปลวเพลิงทั้งหมดที่อยู่บนร่างของเขาขึ้น
ตูม ตูม ตูม!
เปลวเพลิงพิโรธที่อยู่ภายในร่างของเขาปะทุขึ้น ส่ง
เสียงระเบิดขึ้นภายในร่าง
พลังกายเนื้อที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด ได้บดบังพลังของ
แกนกำเนิดอันอ่อนแอโดยสมบูรณ์
กล่าวได้ว่า พลังรบส่วนใหญ่ของเขาในตอนนี้ล้วน
มาจากกายาเพชรอมตะ
เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงในวันนั้น ที่นิกายเซียนซูซัน
ตัวเขาถูกขับไล่ออกมาอย่างน่าเวทนา! สายตาอัน
เย็นยะเยือกของทุกคน ฝั่ามือที่ตบมาจนเกิดความ
อัปยศที่ยากจะลบล้างของเซียนกระบี่กุ้ยหยาง
ความเย็นชาของ หนานกง เหว่ย การโจมตีหมาย
ปลิดชีพของ เปั่ยซาน ม่อ………
เขาไม่ยินยอม
เรื่องนี้ยังไม่ถูกสะสาง
ยากที่จะลบเลือนจิตมารนี้ออกไปจากใจ ถ้าหากยัง
ไม่ลบมันออกจากใจก็ไม่อาจที่จะเริ่มต้นใหม่ได้!
เมื่อคิดๆไปแล้ว ในครั้งแรกที่เขาได้เห็นพลองทอง
สมปรารถนา ดูเหมือนจะได้ยินว่าฉีเทียนต้าเซิ่งได้
บอกกับตัวเขาเอาไว้
“กายาเพชรอมตะ! หลังจากบรรลุการฝึกฝน เจ้า
จะสามารถหยั่งรู้ฟั้าดิน บุกทะลวงตำหนักสวรรค์
ได้ 8,000 ชั้น บุกทะลวงฝั่านรกได้นับ 10,000
ขุม! เจ้าจะมีกะโหลกเป็นทองแดง กระดูกเป็น
เหล็กกล้า และมีกายาทองคำ แม้แต่ศาสตราของ
ทวยเทพก็มิอาจสร้างบาดแผลแก่ร่างกายของเจ้า
ได้ แม้แต่ทัณฑ์สวรรค์ก็ไม่อาจทำลายเจ้าได้
ร่างกายของเจ้าจะเป็นอมตะทั้งในสวรรค์ และ ผืน
ปฐพี เจ้าจะไม่มีวันดับสูญ เจ้าจะมีชีวิตอันเป็นนิ
รันดร์! ”
มันเป็นคำกล่าวที่ว่าหยั่งรู้ทุกสิ่งภายใต้ฟั้าสวรรค์!
มันเป็นคำกล่าวที่บอกว่า บุกทะลวงตำหนักสวรรค์
ได้ 8,000 ชั้น บุกทะลวงฝั่านรกได้นับ 10,000
ขุม!
เป็นคำกล่าวที่บอกว่า ร่างกายจะไม่มีวันดับสูญมี
ชีวิตอันเป็นนิรันดร์!
ถ้าเช่นนั้นจะยอมปล่อยให้ตัวเองสยบและยอมรับ
ความพ่ายแพ้กับเคล็ดวิชามหาวิถีเชื่อมสวรรค์วิชา
นี้ได้อย่างไร?
ไม่มีทาง
ในตอนนี้ภายใต้จิตวิญญาณอันเร้าร้อน อยู่บน
เส้นทางที่เคล็ดมหาวิถีจะพุ่งผ่าน ในตอนที่
ประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีเคลื่อนกายมาอยู่
เบื้องหน้า อู่ อวี้ ทำเพียงแค่ 2 สิ่งเท่านั้น
อย่างแรก เขาควงเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า กระตุ้นวง
เวทจักรพรรดิเหยียนแหวกฟั้า ปลดปล่อยการ
โจมตีออกไปอย่างสุดแรงเกิดเพื่อเข้าปะทะกับ
ประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬในทันที!
อย่างที่สอง หลังจากนั้นเขาได้เปิดใช้งาน
พระพุทธรูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร พร้อม
นั่งขัดสมาธิลงไปบนพื้น มั่นคงไม่สั่นไหวราวกับ
ภูเขา!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่อเกิดการ
ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพริบตาที่เสาเหยียนหวง
เบิกฟั้ากับประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬ
ปะทะกัน ประกายสายฟั้าห้วงสมุทรอัสนีทมิฬก็เกิด
การระเบิดออก คลื่นระลอกและการโจมตีทั้งหลาย
ทั้งปวงได้ถาโถมเข้าสู่ร่างกายของ อู่ อวี้!
แต่อย่างราวก็ตามในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้กลายมาเป็น
พระพุทธรูปยักษ์ นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นดิน ตั้ง
ตระหง่านไม่สั่นไหว มั่นคงดุจขุนเขา
ตูม!
ช่วงเวลานี้ ประกายสายฟั้าระเบิดออกอย่างรุนแรง
ทุกคนเห็นกับตาของตนเองว่า อู่ อวี้ ถูกสายฟั้า
กลืนหายเข้าไป เกราะเซียนจักรพรรดิเพลิงที่อยู่
บนร่างของเขา ถูกเปั่ากระจายกลายเป็นฝุั่นผงด้วย
การโจมตีในครั้งนี้!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ