กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 472 : อาณาจักรบูรพาเยวอู!!
หลังจากที่เรือรบทมิฬถึงนครจักรพรรดิเพลิงแล้ว
อู่ อวี้ ก็รีบออกไปจากเรือในทันที
แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้จอมจักรพรรดิไปส่งด้วย
ตัวเอง ตัวตนที่สำคัญเช่นจอมจักรพรรดิ จำเป็นที่
จะต้องดูแลสถานการณ์ปัจจุบันโดยรวม ส่วนเรื่อง
การปกปั้องคนของตนเอง อู่ อวี้ ก็ต้องเป็นคน
จัดการด้วยตัวเอง
ขุนพลและหัวหน้ากองพันแห่งนครจักรพรรดิเพลิง
จะต้องคอยช่วยเหลือส่วนรวม อู่ อวี้ เป็นเพียงแค่
หัวหน้ากองร้อย ดังนั้นจึงสามารถออกไปจัดการ
เรื่องส่วนตัวได้ เขาเร่งมุ่งหน้าไปยังทะเลตะวันออก
อย่างสุดกำลังเพียงลำพัง
พี่น้องทั้งหลายในค่ายเทียมฟั้าคิดจะติดตาม อู่ อวี้
ไปเพื่อช่วยเหลือเขา แต่ อู่ อวี้ ปฏิเสธ
สถานการณ์ทางนั้นค่อนข้างล่อแหลม ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่
อาจจะรับประกันว่าจะสามารถปกปั้องพวกเขาได้
ทั้งหมด
หลังจากที่กลับไปที่นครจักรพรรดิเพลิงแล้ว
สามารถมองเห็นได้ว่านครจักรพรรดิเพลิงที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่บนท้องนภาไม่ได้ดูมีชีวิตชีวาดังเช่น
ในอดีต แม้กระทั่งเกิดเป็นความโกลาหลวุ่นวาย
ทุกคนต่างมารวมตัวกันเพื่อประชุมด้วยสีหน้า
จริงจัง
นครจักรพรรดิเพลิงมีเรือรบจักรพรรดิเพลิงอยู่
มากมาย ภายใต้การควบคุมของเหล่าหัวหน้ากอง
พัน เรือรบต่างมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกในทันที!
เรื่องสำคัญเช่นนี้ นครจักรพรรดิเพลิง ย่อมไม่นิ่งดู
ดาย อีกทั้งยังมีโอกาสให้เก็บเกี่ยวอีกด้วย
คาดว่า เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ประมุขศักดิ์สิทธิ์
ไท่ซู เจ็ดเซียนแห่งซูซัน ตระกูลเทียนอี้ นิกายทัพ
เซียนสวรรค์ ยอดเขานางเซียนกูซู วังอัสนีบาต
ทลายสวรรค์ และพรรคนิกายอื่นๆ แม้กระทั่ง
นิกายน้อยใหญ่ทั้งหลายจากทั่วทั้งทวีปแห่งทวย
เทพ ต่างก็มีความคิดเห็นที่ไปในทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตามภายในเวลาสั้นๆก็ยังไม่รู้ได้ว่าผู้ฝึก
ตนนอกรีตนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน!
ว่ากันว่าทุกวันนี้ ยังมีพรรคนิกายหลายสำนักได้ถูก
ทำลายลงไปเรื่อยๆ และยังมีอาณาจักรมนุษย์
จำนวนมากที่ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก! อู่ อวี้ ไม่
กล้าฟังว่ามีอาณาจักรและสำนักอะไรบ้าง หลังจาก
ที่ออกจากนครจักรพรรดิเพลิง เขาได้เอาเรื่องทุก
เรื่องที่เกิดขึ้นภายในซูซันวางไว้ข้างหลัง มุ่งหน้าไป
ที่อาณาจักรบูรพาเยว่อู่อย่างด้วยความเร็วทั้งหมด
ที่มี
จวบจนถึงยามนี้ อู่ หยู๋ และ เฟิง ซัวหยา ยังไม่ได้
ส่งยันต์สื่อสารติดต่อมาหาเขาแม้แต่แผ่นเดียว จึง
นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดี!
อู่ อวี้ สำแดงเคล็ดก้าวเทวะ ถึงแม้ว่ามันจะ
สิ้นเปลืองพลังงานและแรงกายอย่างมหาศาล แต่
ยังไงก็ตามเขาต้องรีบกลับไปให้เร็วที่สุด เคล็ดก้าว
เทวะสามารถทำให้เขาสามารถเพิ่มความเร็วของ
กระบี่บินจักรพรรดิได้มากถึง 5 เท่าตัว ซึ่งมันเร็ว
กว่าตัวเขาในอดีตอย่างมหาศาล! เมื่อนึกไปถึงเมื่อ
ปีนั้นเขาต้องใช้เวลาหลายเดือน ถึงจะสามารถไป
ถึงนิกายเซียนซูซันได้!
ภายใต้เคล็ดก้าวเทวะ แสงสีทองอร่ามจากกระบี่
บินพุ่งตรงไปยังทิศตะวันออกอย่างรวดเร็ว!
อู่ อวี้ ได้ได้ส่งยันต์สื่อสารไปหา อู่ หยู๋ เพื่อให้นาง
เตรียมการเอาไว้และอธิบายสิ่งต่างๆอย่างชัดเจน
ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ส่งข้อความไปให้กับนิกาย
กระบี่สวรรค์ ให้ เฟิง ซัวหยา ที่อยู่ภายในนิกาย
กระบี่สวรรค์พร้อมเปิดใช้งาน ‘ค่ายกลล้านกระบี่’
และให้ หลาน ฮั้วหยุน ไปประจำการอยู่ที่วังหลวง
แห่งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่คอยเปิดใช้งานและ
ควบคุม ‘ค่ายกลล้านกระบี่’
เขาไม่อยากให้ผู้คนใน อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
อพยพไปยังนิกายเซียนกระบี่สวรรค์ เนื่องจากว่า
สำหรับเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตแล้ว พรรคนิกายต่างๆ
ย่อมเป็นเปั้าหมายแรกในการโจมตีรุกรานของพวก
มัน หากว่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่มีความแข็งแกร่ง
ปรากฎตัวขึ้น สถานการณ์ภายในนิกายกระบี่
สวรรค์ก็จะอันตรายยิ่งกว่าเสียอีก
ส่วนอาณาจักรของมนุษย์ เป็นเปั้าหมายการโจมตี
อันดับที่ 2 ส่วนอันดับที่ 3 ก็จะเป็นพวกหัวเมือง
ใหญ่ต่างๆ เป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์ธรรมดามารวมตัว
กันเป็นจำนวนมาก
ถ้าหากยิ่งอยู่ห่างไกลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งปลอดภัย
มากขึ้นเท่านั้น
ความเร็วของยันต์สื่อสารรวดเร็วยิ่ง อู่ อวี้ ทำได้
เพียงแค่อธิษฐานว่าพวกผู้ฝึกตนนอกรีตจะยังไม่
พบอาณาจักรบูรพาเยว่อู่และนิกายกระบี่สวรรค์ อู่
อวี้ ได้เห็นความเสียหายของพรรคนิกายต่างๆตาม
ทางเรื่อยมา ตำแหน่งของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ตั้งอยู่บนทิศเหนือ ผู้ฝึกตนนอกรีตส่วนใหญ่
ในตอนนี้น่าจะอยู่ใกล้ๆกับพรรคสมุทรคราม
อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วและจำนวนของพวกผู้
ฝึกตนนอกรีต ที่ไล่มาเรื่อยๆก็น่าจะถึงอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ในอีกไม่นานแล้ว!
ตอนนี้จึงทำได้เพียงแค่ภาวนาอย่างเดียวเท่านั้น!
หลังจากนั้นไม่นาน โชคดีก็เข้าข้างเขา เนื่องจาก
เวลาต่อมาเขาได้รับการตอบกลับจาก เฟิง ซัวหยา
และ อู่ หยู๋ พวกเขายังไม่รู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้
เป็นเช่นไรบ้าง ข้อความที่ตอบกลับมาคือ “พวก
ข้าได้ทำตามที่เจ้าบอกแล้ว กำลังรอคอยการ
กลับมาของเจ้า”
ในความเป็นจริงพวกเขารู้ดี หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ
อู่ อวี้ จะไม่กลับมาอย่างเร่งด่วนเช่นนี้
ด้วยเคล็ดก้าวเทวะภายใต้การใช้กระบี่บิน
จักรพรรดิ ทำให้ อู่ อวี้ เหนื่อยล้าอย่างมาก
ใบหน้ากลายเป็นซีดขาว เขาหอบหายใจอย่าง
ต่อเนื่อง แต่ทว่าดวงตาทั้ง 2 ข้างของเขากลับ
ยังคงดูดุร้าย ดวงตากลายเป็นแดงก่ำ ไม่มีการหยุด
พักใดๆเลยทั้งสิ้น
“จะไม่พักสักหน่อยรึยังไง?” หมิงซวงถาม
“ไม่จำเป็น”
สำหรับเขาในตอนนี้ หากล่าช้าไปเพียงเล็กน้อย
ย่อมอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงได้
ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะเปิดใช้งาน ‘ค่ายกลล้าน
กระบี่’ แล้ว แต่ไม่รู้ว่าพวกผู้ฝึกตนนอกรีตจะ
สามารถทำลายค่ายกลล้านกระบี่ที่ เฟิง ซัวหยา
ควบคุมอยู่ได้อย่างง่ายดายหรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่าง
ขึ้นอยู่กับฟั้าลิขิตแล้ว!
อู่ อวี้ มุ่งไปข้างหน้าโดยไม่หยุดพัก ราวกับเป็นอสูร
ผู้บ้าคลั่ง!
“มันจะต้องไม่เป็นไร! มันจะต้องไม่เป็นไร!”
เมื่อย้อนนึกกลับไปถึง อู่ หยู๋ และ นิกายเซียนกระบี่
สวรรค์ สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ในตอนนี้เขาจะรู้สึกทรมานใจแค่ไหน! เขารีบมุ่งไป
ยังทิศตะวันออกอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นตำหนิตัวเอง
คิดว่าถ้าหากตนเองไม่ได้ไปที่ นิกายเซียนซูซัน แต่
อยู่ที่ นครจักรพรรดิเพลิง แต่แรก ในยามนี้เขา
อาจจะไปถึงอาณาจักรบูรพาเยว่อู่แล้ว!
อู่ อวี้ ใช้เวลาเดินทางอีกเพียงแค่ 1 วันก็จะถึง
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ในตอนนั้นเขาได้รับยันต์
สื่อสารอีก 1 แผ่นจาก อู่ หยู๋ ข้างในนั้นเขียนว่า
“ผู้ฝึกคนตนนอกรีตปรากฏตัวออกมาแล้ว มีหลาย
เมืองทางฝังตะออกถูกทำลายลง มีศพเกลื่อนกลาด
ไปทั่วทุกหนแห่ง ข้ากลัวเหลือเกิน เจ้ารีบๆกลับมา
เถิด…..”
เมื่อเห็นถ้อยคำเหล่านี้ ในใจ อู่ อวี้ เกิดความวิตก
กังวลในใจปะทุขึ้นมาทันใด อู่ หยู๋ กล่าวด้วยเสียง
อันหวาดกลัวยิ่ง หลังจากที่นางขึ้นครองราชย์ ทำ
ให้นางกลายเป็นคนที่ระมัดระวังและมีความ
รับผิดชอบสูง เพื่อให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
ขึ้น ร่ำรวยขึ้น และมีชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข แต่
ในตอนนี้มีหัวเมืองมากมายที่ถูกทำลายลงไป ซึ่ง
นางไม่มีพลังอำนาจพอที่จะหยุดสิ่งใดได้ แน่นอน
ว่านางต้องรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ คุ้นเคยเมืองทางฝังตะวันออกอย่างมาก ตัว
เขาเคยนำทัพต่อสู้ในภูมิภาคนี้มาก่อน แม้แต่บาง
เมืองเขาก็เคยไปประจำการอยู่ ผู้คนในอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และมี
จิตใจที่ดีงามมาก อ่อนโยน ผลสุดท้ายในตอนนี้
กลับต้องถูกทำลายจนพังพินาศ
พวกผู้ฝึกตนนอกรีตราวกับตั๊กแตนตำข้าว พวกมัน
ได้ทำลายทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า! มีครอบครัวของ
ชาวบ้านต้องถูกทำลายไปมากมายกระทั่งเด็กเล็ก
แดงก็ยังมิเว้น ผู้คนซึ่งเคยเปียมไปด้วยจิตวิญญาณ
และความรู้สึก บัดนี้ต่างจมอยู่ในกองเลือดอย่างไร้
วิญญาณ!
หลังจาก อู่ อวี้ ได้อ่านจนจบแล้ว ก็เก็บมันเข้าไป
พร้อมกระตุ้นใช้งานเคล็ดก้าวเทวะอย่างต่อเนื่อง
เวลากลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเขาแล้ว
ในตอนนี้!
ระยะทางอีกประมาณครึ่งวัน เขาได้รับข้อความอีก
ครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นข้อความที่มาจาก เฟิง ซัวหยา
เขากล่าวว่า “มีผู้ฝึกตนนอกรีตปรากฏตัวออกมา
แต่ก็ถูกค่ายกลล้านกระบี่สังหารไปแล้วส่วนหนึ่ง
สถานการณ์ภายในวังหลวงยังคงดีอยู่ แต่มีข่าวว่า
ผู้ฝึกตนนอกรีตได้ไปปรากฏตัวอยู่ละแวกเมือง
หลวง พวกมันได้พักอาศัยอยู่แถบชายฝัง และ
ค่อนข้างจะมีจำนวนมาก มันมีเรื่องใหญ่อันใด
เกิดขึ้นกันแน่ ข้าได้ข่าวว่า ‘อาณาจักรหนานซาน’
ได้ถูกกวาดล้างไปทั้งอาณาจักรแล้ว….. ”
อาณาจักรหนานซาน!
ในความทรงจำของเขา มันเป็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่ง
มีทัศนีย์ภาพที่สวยงาม เมื่อ อู่ อวี้ ได้ไปทำศึก
สงครามที่อาณาจักรหนานซาน เขาก็ไม่อาจปฏิเสธ
ได้ว่าสถานที่แห่งนี้งดงามมากจริงๆ แม้กระทั่ง
ผู้คนก็ยังเต็มไปด้วยอัธยาศัยดี
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ อาจจะกลายเป็นเพียงแค่
ฝุั่นผงหากไม่ทันการ!
เขาไม่มีเวลามัวมาคิดสิ่งใดอีก สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว
สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ก็คือต้องกลับไปให้เร็วที่สุด ยิ่ง
เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี!
ยิ่งมายิ่งใกล้ขึ้น! หลังจากนี้ก็ไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ
จาก อู่ หยู๋ และ เฟิง ซัวหยา อีก เดาว่าพวกเขา
น่าจะรู้ว่า อู่ อวี้ อยู่ใกล้ๆนี้แล้ว จึงไม่ได้ส่ง
ข้อความมาเร่งรัดเขา
ซึ่ง อู่ อวี้ มีลางสังหรณ์บางอย่าง เมื่อผู้ฝึกตนนอก
รีตระลอกแรกได้มาถึงอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เกรง
ว่าอีกไม่นานทางทะเลฝังตะวันออกของอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ จะกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้ฝึก
ตนนอกรีตไปแล้ว
ในตอนนี้เขาเหนื่อยจนกระทั่งใบหน้าซีดขาว ด้วย
ความเร็วสูงสุดของเขา ทำให้ตอนนี้เขาเข้าสู่เขต
แดนของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่แล้ว! เขาคงสภาพ
เคล็ดก้าวเทวะเอาไว้เป็นเวลานาน ทำให้ในตอนนี้
เขาแทบจะหมดแรงสิ้นเรี่ยวแรง! แต่โชคยังดีที่เขา
มีร่างอวตาร ด้วยการควบคุมร่างอวตารของเขา
ในตอนนี้ ตราบใดที่อยู่ภายในอาณาเขตบูรพาเยว่
อู่ ร่างอวตารทั้งหมดก็สามารถไปได้! ดังนั้น
ในตอนนี้ อู่ อวี้ จึงได้ซ่อนตัวอยู่ภายในเหวลึกแห่ง
หนึ่ง ในชั่วพริบตาต่อมา ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่าง
ของ อู่ อวี้ ก็กระจัดกระจายกันออกไป ขี่กระบี่บิน
จักรพรรดิพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้า!
ถึงแม้ความเร็วจะไม่อาจเร็วได้เท่ากับเคล็ดก้าวเท
วะของ อู่ อวี้ แต่มันก็เพียงพอแล้ว ตอนนี้ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ ไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวอีกต่อไป เขาต้อง
ทำการฟืนฟูอย่างเร่งด่วน!
ร่างอวตาร 500 ร่าง ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งท้องฟั้า มุ่ง
หน้าไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่!
ส่วนอีก 500 ร่างที่เหลือ มุ่งหน้าไปยังนิกายกระบี่
สวรรค์!
ส่วนร่างจริงของเขา กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายใน
หุบเหว กลืนกินเม็ดยาปราณมรกตเข้าไปเป็น
จำนวนมาก เพื่อที่จะฟืนคืนพลังให้เร็วเท่าที่สุด
เท่าที่เป็นไปได้ สำหรับตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าร่าง
อวตารของเขาย่อมเพียงพอที่จะสามารถจัดการกับ
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตส่วนใหญ่ได้ หากว่าตัวเขา
จำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวจริงๆ ก็คงจะเป็นทางฝังผู้
ฝึกตนนอกรีตได้ปรากฎยอดฝีมือขึ้นมา!
ดวงตาของร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างนี้
เปรียบเสมือนกับหูตาของเขาเลยก็ว่าได้ ดังนั้น
สถานการณ์ภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ตอนนี้
เรียกได้ว่าล้วนตกอยู่ภายในสายตาของเขาอย่าง
ชัดเจน เขาบินข้ามผ่านหลายเมืองทางทิศตะวันตก
ภาพรวมในตอนนี้ยังถือว่าดีอยู่ มีเพียงผู้คนที่ตื่น
ตระหนก และวิ่งหนีไปทั่วทั้งสารทิศ เมื่อคน
จำนวนมากได้ยินว่ามีหลายเมืองที่ถูกทำลายลงไป
แล้ว ในตอนนี้พวกเขาจึงวิ่งหนีไปหลบอยู่ในหุบ
เขา สถานการณ์ในตอนนี้ราวกับเป็นจุดจบของ
โลกก็มิปาน!
กรีดร้อง หวาดกลัว ตื่นตระหนก ผู้คนต่างหลั่ง
น้ำตาออกมา เตลิดเปิดเปิงไปทุกทิศทุกทาง คน
จำนวนมากตกอยู่ในสถานการณ์ที่สับสน
ครอบครัวหนีหัวซุกหัวซุน คุกเข่าร้องไห้ฟุบอยู่บน
ฟืน ไร้สิ้นซึ่งเรี่ยวแรง
ในระแวกใกล้เคียงกับอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ จะ
สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความ
เศร้าสลดหดหู่ บนท้องฟั้าที่ห่างไกลปรากฏเป็น
พลังวิญญาณร้ายของผู้ฝึกตนนอกรีต! หลายเมือง
ที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ หลงเหลือแต่
เพียงความว่างเปล่า ผู้คนส่วนมากได้หลบหนี
อพยพเข้ามาภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ หนึ่งใน
หัวเมืองที่อยู่ในระแวกอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ คาด
ว่าพวกเขาน่าจะอพยพไม่ทันการณ์ ดังนั้นจึง
ปรากฏเป็นกองเลือดและซากศพกองพะเนิน ร่าง
อวตารร่างหนึ่งของ อู่ อวี้ ลงไปทำการตรวจสอบที่
เมืองแห่งนั้น ฉับพลันก็ตัวสั้นเทิ้มด้วยความโกรธ!
ซากศพที่ตายเหล่านี้ ล้วนเป็นศพของมนุษย์ปุถุชน
ผู้บริสุทธิ์! ผู้ฝึกตนนอกรีต ทำไมถึงเหี้ยมโหดได้ถึง
เพียงนี้! ในหมู่พวกมันไม่มีสักคนเลยหรือที่เป็นคน
ดี!
ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว ร่างอวตารทั้ง 500
ร่างของเขา พุ่งตรงไปที่อาณาจักบูรพาเยว่อู่อย่าง
บ้าคลั่ง ร่างอวตารเหล่านี้มีระดับเทียบเคียงกับผู้
ฝึกตนขั้นกระบี่สวรรค์ ไม่ต้องกล่าวถึงร่างทั้งหมด
500 ร่างนี้ เพียงแค่ร่างเดียว เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
ทั่วไปเมื่อได้พบก็จะต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว!
แน่นอนว่าภายในอาณาจักรได้เปิดใช้งานค่ายกล
ล้านกระบี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
แต่จะเห็นได้ว่าด้านนอกของค่ายกลล้านกระบี่ มีผู้
ฝึกตนนอกรีตอยู่ประมาณ 10 กว่าคน กำลัง
หัวเราะเสียงดัง ใช้ศาสตราเต๋าที่ผ่านพิธีกรรมชั่ว
ร้ายทุกชนิดโหมกระหน่ำโจมตีอยู่ที่ด้านนอกของ
ค่ายกลล้านกระบี่ ซึ่งพวกมันไม่สามารถบุกเข้าไป
ได้แต่อย่างใด
“เจ้าเห็นหรือไม่? ผู้ที่คอยควบคุมค่ายกล เป็นสตรี
ดูแล้วท่าทางน่ากินจริงๆ หากสามารถทะลวงค่าย
กลนี้ไปได้ สตรีผู้นี้ก็จะกลายเป็นของพวกเราพี่น้อง
ทั้งหลาย!”
“เฮ้ เฮ้ ดูรูปร่างของนางสิ ช่างอวบอิ่มได้รูปเสีย
จริง หลังจากที่ได้ลิ้มลองแล้ว ดวงตาและลิ้นของ
นาง จะกลายมาเป็นวัตถุดิบในการทำพิธีของข้า
ดวงตาและลิ้นของของผู้ฝึกตน มันน่าจะเทียบเท่า
กับมนุษย์ธรรมดาหนึ่งพันกว่าคนเลยกระมัง? หรือ
อาจจะเทียบเท่าแม้กระทั่งสามัญชน 10,000 คน
ได้เลยทีเดียว!”
“พี่น้องทั้งหลายเร่งมือเข้า สตรีผู้นี้คงต้านทานได้
อีกไม่นานหรอก!”
เหล่าผู้ฝึกตนระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น ท่าทางของ
พวกมันไร้ซึ่งยางอาย ค่ายกลล้านกระบี่พลันเริ่ม
สั่นไหว เห็นได้ชัดว่ามันจะสามารถคงสภาพได้อยู่
อีกเพียงแค่ไม่นาน เพราะว่า หลาน ฮั้วหยุน เพิ่ง
จะอยู่ในขั้นสร้างแกนนภาเท่านั้น ตัวนางเริ่มเหน็ด
เหนื่อยเมื่อยล้า ใบหน้ากลายเป็นซีดขาว มองไป
ยังภายนอกด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว
ทหารและพลเรือนแห่งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ยังมี
อู่ หยู๋ ต่างพากันหลบอยู่ข้างหลังของนาง ด้วยผู้
ฝึกตนนอกรีตจำนวนมากมายมหาศาลเช่นนี้ มัน
ทำให้ความกล้าหาญของทุกผู้คนถูกทำลายลงไป
“ทุกคนสงบสติอารมณ์เอาไว้ น้องชายของข้า
จะต้องกลับมาในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน ” อู่ หยู๋ กัด
ริมฝีปากสีแดง พร้อมตะโกนกล่าวออกมา ร่างของ
นางที่สวมใส่ชุดคลุมมังกร ในเวลานี้เกิดเป็น
บรรยากาศที่น่าเกรงขามอยู่เหนือทุกผู้คน
หลาน ฮั้วหยุนยังคงดิ้นรนต้านทานเอาไว้อยู่
นางใช้สมาธิอย่างมาก ทันใดนั้นนางหวนนึกไปถึง
ครั้งแรกที่พบกับ อู่ อวี้ ในเวลานั้นเป็นเพราะศิษย์
ของนาง ซือถู หมิงหลาง จึงได้เกิดความขัดแย้ง
อย่างรุนแรงระหว่างตนกับ อู่ อวี้
ไม่คาดคิดว่าในวันนี้ เขาจะกลายเป็นมังกร
ท่ามกลางมวลหมู่มนุษย์ และตัวนางเองยังถึงกับ
เต็มใจเพื่อมาปกปั้องบ้านเกิดให้เขาเช่นนี้
อย่างไรก็ตามเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตเหล่านี้ช่าง
เหี้ยมโหดเหลือเกิน นางไม่อยากจะคาดคิดถึง
หลังจากที่ค่ายกลถูกทำลาย แล้วสภาพของนางจะ
น่าเวทนาเพียงใด
จนกระทั่งทันใดนั้นเอง นางเห็นร่างของ อู่ อวี้
จำนวนนับไม่ถ้วน ปรากฏขึ้นอยู่เหนือท้องนภา ปก
คลุมจนมืดฟั้ามัวดิน
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น “สงสัยข้าจะตาลายไปเสีย
แล้ว ถึงได้เห็นเขามากมายขนาดนี้……..”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ