กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 473 : จาวแหงวิญญาณพยาบาท
ท่ามกลางผู้ฝึกตนนอกรีตกว่าสิบคนนี้ ส่วนใหญ่
แล้วอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ อย่างไรก็ตามมี
ประมาณ 3-4 คนที่อยู่ในขั้นสร้างแกนนภา
พวกมันแข็งแกร่งมากกว่าปีศาจเจ็ดทะเลแดงที่มา
โจมตีนิกายกระบี่สวรรค์ในครั้งนั้นอย่างมหาศาล
ดังนั้นในเวลานี้ เห็นได้ชัดว่า หลาน ฮั้วหยุน ย่อม
ไม่สามารถจะต้านทานพวกมันได้ และค่ายกลล้าน
กระบี่ก็ต้องการกำลังคนในการควบคุมไม่น้อย
กระทั่ง อู่ หยู๋ ผู้ที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาอยู่ในเส้นทาง
ของการฝึกตน ก็ยังเห็นได้ว่าใบหน้าของ หลาน
ฮั้วหยุน ในตอนนี้ดูย่ำแย่เป็นอย่างมาก ราวกับว่า
นางพร้อมที่จะตกตายไปกับการต่อสู้ครั้งนี้
“เมื่อใดที่ค่ายกลล้านกระบี่นี้ถูกทำลาย แล้วพวกผู้
ฝึกตนนอกรีตสามารถบุกเข้ามาได้ อาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ก็จะกลายเป็นดั่งนรกบนดิน
ประวัติศาสตร์หมื่นปีของสถานที่แห่งนี้ จะถูกฝังไป
พร้อมกับข้า…….”
อู่ หยู๋ มองขึ้นไปบนท้องนภาสีครามอย่างเหม่อ
ลอย ด้วยการติดต่อกันผ่านยันต์สื่อสารในช่วง 2-3
วันนี้ ทำให้นางรู้ว่าอีกไม่นาน อู่ อวี้ ก็จะมาถึงแล้ว
แต่ก็ไม่รู้ว่านางจะสามารถต้านทานเอาไว้จนถึง
ตอนนั้นหรือไม่……
“คงต้องปล่อยไปตามลิขิตของฟั้าแล้ว”
ในตอนนี้ทุกคนกำลังรอการกลับมาขององค์ชายผู้
ที่เคยโด่งดังและมีชื่อเสียงที่สุดในอาณาจักรบูรพา
เยว่อู่แห่งนี้
เมื่อร่างอวตารทั้ง 500 ร่างย่างกรายมาอยู่เหนือ
น่านฟั้าของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ตอนแรกพวก
เขาคิดว่าตนเองตาฝาดไป คิดว่าเกิดเป็นภาพลวง
ตาขึ้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง
แน่นอนว่าพวกเขาก็กำลังรอคอย อู่ อวี้ เพียงแค่
คนเดียว แต่ไฉนจู่ๆกลับถึงปรากฏ อู่ อวี้ มากถึง
500 คนเสียอย่างนั้น?
เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้นภายในอาณาจักรบูรพา
เยว่อู่ แน่นอนว่าในเวลานี้ไม่มีใครที่จะมีอารมณ์มา
รื่นเริง ในสายตาของคนส่วนใหญ่ แม้กระทั่งเกิด
เป็นความสิ้นหวัง
แต่ส่วนเหล่าผู้ฝึกตนทั้งสิบนั้น ต่างถูกข่มขวัญ
จนปัสวะแทบราด แน่นอนว่าพวกมันคือผู้ฝึกตน
นอกรีตที่เชี่ยวชาญในด้านวงเวทศาสตร์ต่างๆ จึง
ย่อมรู้อย่างดีว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
“พวกเจ้าเป็นใคร? ถึงหาญกล้ามายุ่งเรื่องของพวก
ข้ากัน?” หนึ่งในผู้ฝึกตนนอกรีตกล่าวสบถออกมา
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ผู้ฝึกตนนอกรีตทีละคน บางที
เมืองที่ใกล้เคียงกับอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ที่ถูก
ทำลายไป อาจจะเป็นฝีมือของพวกมันก็ได้! ด้วย
ความเกลียดชังที่พวยพุ่งขึ้นมานี้ทำให้เขาและพวก
ผู้ฝึกตนนอกรีตไม่อาจจะอยู่ใต้ฟั้าเดียวกันได้อีก
ต่อไป มีผู้คนบริสุทธิ์จำนวนมากต้องตกตายไป อู่
อวี้ รู้สึกโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ตัวเขาก็
ยิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้นเมื่อได้เห็นซากศพเหล่านี้
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะสังหารพวกมัน กลุ่มร่าง
อวตารที่อยู่เบื้องหน้านี้ สามารถจัดการผู้ฝึกตน
นอกรีตเหล่านี้ได้ง่ายดายราวกับปอกกล้วย ร่าง
อวตารแต่ละร่างกุมคอของผู้ฝึกตนไว้ร่างละคน สิ่ง
นี้สร้างความตะตึงให้กับเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตเป็น
อย่างยิ่ง ตั้งแต่ที่มาถึงทวีปแห่งทวยเทพพวกมันได้
เข่นฆ่าสังหารเหล่าปุถุชนชนผู้บริสุทธิ์และผู้ฝึกตน
อ่อนแอมามากมาย แต่เมื่อพวกมันได้พบกับยอด
ฝีมือของจริงอย่าง อู่ อวี้ ทำให้ดูเหมือนว่าพวกมัน
จะกลายเป็นเพียงแค่สามัญชนเสียเอง
“ข้าขอถามพวกเจ้าสักข้อ ถ้าหากเจ้าไม่ตอบหรือ
ว่าเอ่ยคำปดกับข้า ข้าจะสังหารเจ้าไปทันที เริ่มที่
เจ้าก่อน!” ร่างอวตารร่างหนึ่งของ อู่ อวี้ เอ่ยขึ้น
เขาชี้ไปที่ผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ทางฝังซ้ายสุด พร้อม
ถามว่า“พวกเจ้าผู้ฝึกตนนอกรีตแห่งทะเล
ตะวันออก ในครั้งนี้มีกี่คนที่บุกรุกขึ้นมาบนทวีป
แห่งทวยเทพ? และผู้ฝึกตนนอกรีตในทะเลตะวัน
มากันหมดหรือไม่?”
ผู้ฝึกตนนอกรีตรายนั้นกัดฟัน และเอ่ยว่า “ถ้า
อยากรู้คำตอบละก็ เพียงแค่เจ้าใจดีกับพวกข้าพี่
น้องสักหน่อยก็พอ อ๊ากก!”
มันยังไม่ทันกล่าวจบ บนมือของ อู่ อวี้ ก็ลุกโชนขึ้น
ด้วยเปลวเพลิงสีทอง พริบตาเดียวผู้ฝึกตนนอกรีต
คนนั้นก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินเข้าไป สิ่งนี้ได้สร้าง
ความหวาดกลัวให้กับผู้ฝึกตนนอกรีตรอบด้านที่ได้
เห็นเป็นอย่างยิ่ง มันถูกเปลวเพลิงสีทองแผดเผาไป
จนสิ้นลมหายใจ ซึ่งในช่วงเวลาที่ถูกแผดเผา มัน
ได้กรีดร้องออกมาไม่หยุดหย่อนจนสิ้นเสียงไป ทำ
ให้ใบหน้าของพรรคพวกมันต้องกลายเป็นซีดเผือด
อีกทั้งร่างกายของพวกมันก็เริ่มที่จะสั่นเทา
เปลวเพลิงนี้ยังคงแผดเผาไปอีกสักระยะหนึ่ง เห็น
ได้ชัดว่ามันเจ็บปวดทรมานมาก
เมื่อเห็นว่าผู้ฝึกตนนอกรีตคนนั้นถูกเผาไปทั้งเป็น
ผู้คนภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ก็ตระหนักได้ว่า
ตนไม่ได้ตาฝาดไป พวกเขาต่างถามคนที่อยู่ข้าง
กายว่าเห็นเหมือนสิ่งที่ตนเห็นหรือไม่
กระทั่ง หลาน ฮั้วหยุน ก็หันกลับไปมอง แล้วถาม
อู่ หยู๋ ว่า “เจ้าก็เห็นเหมือนกันใช่หรือไม่…..เขา
กลับมาแล้วจริงๆ?”
อู่ หยู๋ ยังอยู่ในอาการตกตะลึง นางคิดว่าสิ่งที่เห็นนี้
เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ในเวลานี้นางอดไม่ได้ที่จะ
ปรากฎความปลื้มปิติยิ่ง พร้อมจ้องมองไปที่ อู่ อวี้
ทั้งน้ำตา และกล่าวว่า “มิผิด เป็นเขา”
เมื่อได้รับการยืนยันจาก อู่ หยู๋ ในเวลานี้ ทั้งทหาร
และพลเรือนทั้งหลายต่างรู้สึกดีใจจนน้ำตาเอ่อล้น
ออกมา พลันตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจออกมา
อย่างถึงที่สุด บัดนี้เสียงโห่ร้องดังกึกก้องอย่าง
ต่อเนื่องไปทั่วทั้งอาณาจักร! ในพริบตานั้น ทั่วทั้ง
อาณาจักรบูรพาเยว่ ได้ปรากฎความคึกคักขึ้นอีก
ครา บางคนร่ำไห้ออกมาพร้อมตะโกนขับขานชื่อ อู่
อวี้ จนเสียงแหบแห้ง สำหรับพวกเขาแล้ว อู่ อวี้
เป็นเหมือนกับวีรบุรุษผู้กล้าในตำนานคู่บ้านคู่เมือง
ของ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เรื่องของเขาได้ถูกเล่า
ขานปากต่อปากจนแผร่กระจายไปทั่วทั้ง
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เหล่าปุถุชนทั้งหลายต่างเล่า
ลือกันว่า อู่ อวี้ ได้สำเร็จกลายเป็นเซียนไปแล้ว ซึ่ง
ร่างอวตารหลายร้อยร่างที่ปรากฎในตอนนี้ เป็น
หลักฐานชั้นดีที่เปรียบดั่งเทพเจ้าลงมาจุติก็มิปาน
ขณะที่ผู้คนกำลังโห่ร้องยินดี อู่ อวี้ ก็กำลังเร่ง
สอบสวนผู้ฝึกตนนอกรีตคนที่ 2 “ยังจะกล้ามี
ปัญหาอีกหรือไม่ บอกความจริงมา ถ้ายังไม่เชื่อฟัง
กันอีก เจ้าจะต้องตกตายอย่างทุกข์ทรมานยิ่งกว่า
นี้”
ผู้ฝึกตนนอกรีตคนนั้นถามกลับว่า “ข้าจะตอบ
ความจริงทุกอย่าง หากข้าตอบแล้วเจ้าจะปล่อยข้า
ไปหรือไม่”
อู่ อวี้ ลังเลอยู่สักครู่ จากนั้นเขาพยักหน้าเอ่ยว่า
“ขึ้นอยู่กับเจ้า หากรู้อะไรก็กล่าวมันออกมา”
“ให้ข้าพูดก่อน!”
เพื่อความอยู่รอด ทุกคนจึงแย่งกันที่จะได้พูดก่อน
“พวกเจ้าทุกคนไม่ต้องรีบร้อน ข้าจะดูว่าใครบอก
ได้ชัดเจนครบถ้วนที่สุด!” อู่ อวี้ เอ่ยออกมา
ใครก็ตามที่เขาชี้ไป คนผู้นั้นก็จะมีสิทธิ์กล่าว พวก
ผู้ฝึกตนนอกรีตรู้ว่า อู่ อวี้ แข็งแกร่งขนาดไหน
ดังนั้นในตอนนี้พวกมันจึงคิดเลิกต่อต้าน
ผู้ฝึกตนนอกรีตคนที่ 2 กล่าว “ไม่ผิด ครั้งนี้พวก
เราผู้ฝึกตนนอกรีตแทบจะทั่วทั้งหมดถูกเรียกให้มา
รวมตัวกัน พวกเราทั้งหมดถูกสั่งการให้เคลื่อนไหว
บุกขึ้นทางฝังตะวันออกของทวีปแห่งทวยเทพ
เพื่อที่จะยึดฝังตะวันออกของทวีปแห่งทวยเทพ
ครอบครองพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์นับล้านลี้ ทำให้
ที่นี่กลายเป็นสถานที่ของผู้ฝึกตนนอกรีตอัจฉริยะ
ของพวกเรา! เมื่อเปรียบเทียบกับเกาะทางทะเล
ตะวันออกแล้ว สถานที่เช่นดินแดนทางตะวันออก
นั้นดีกว่ามากนัก การขยายยึดครองให้ดินแดนแห่ง
ทวยเทพกลายมาเป็นของพวกเรา นับเป็นความ
ฝันของพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตทุกคนมาเนิ่น
นานแล้ว”
อู่ อวี้ ได้แยกพวกมันออกไปถามทีละคน หลังจาก
นั้นเขาก็เข้าไปถามผู้ฝึกตนนอกรีตอีกคนหนึ่งเพียง
ลำพัง ผู้ฝึกตนนอกรีตอีกคนเต็มไปด้วยความลุกลน
ระคนหวาดกลัว แต่สิ่งที่มันกล่าวออกมาแทบจะไม่
ต่างกับคนก่อนหน้านี้
“พวกเขาสัญญาว่า ถ้าหากพวกข้ามาถึงดินแดน
ตะวันออกของทวีปแห่งทวยเทพแล้ว ไม่ว่าจะปล้น
ชิงสิ่งใด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาก็จะเป็นของพวกข้า
เอง! หลังจากที่ได้โจมตีพรรคนิกายไปเป็นจำนวน
มากแล้ว พวกข้าสามารถยึดครองดินแดนสวรรค์
แห่งนี้เพื่อเปิดเป็นนิกายของตนเองได้! ถ้าหากไป
โจมตีเมืองสามัญชน พวกข้าก็จะได้ครอบครอง
อาณาจักรแห่งนั้น ส่วนสามัญชนก็จะถูกจับกลาย
มาเป็นทาสของพวกข้า!”
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตทำเหมือนกับว่าเหล่าสามัญ
ชนทั้งหลายเป็นสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นโลหิตหรือ
ว่าวิญญาณ หรือแม้กระทั่งชีวิตของเด็กทารกก็ถูก
นำมาใช้ในการฝึกตน พวกมันกระทำเรื่องหยาบช้า
เลวทราม หากสามารถยึกครองอาณาจักรมนุษย์ได้
ผู้คนก็จะถูกจับมาเป็นทาส จากนั้นทั่วทั้ง
อาณาจักรก็จะกลายเป็นเหมือนกับนรกบนดินก็มิ
ปาน คาดว่าอาณาจักรหนานซาน ก็ได้เริ่ม
แปรเปลี่ยนกลายเป็นนรกบนดินแล้วเช่นกัน! นี่คือ
เหตุผลว่าทำไมเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตถึงได้โจมตี
เมืองของปุถุชนก่อน อู่ อวี้ สามารถมาช่วยได้
ทันเวลา นับว่าอาณาจักรบูรพาเยว่อู่โชคดีเป็น
อย่างยิ่ง
“คนที่สัญญากับพวกเจ้า มันเป็นใคร!” เพลิงพิโรธ
โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของ อู่ อวี้ ! นี่คือโทสะ
ของทั้งทวีปแห่งทวยเทพ ซึ่งไม่ใช่เขาคนเดียว
เท่านั้น ตัวเขาได้ผ่านหัวเมืองมาหลายเมือง หาก
ใครได้พบเห็นฉากเหตุการณ์เช่นเขา การที่จะเกิด
โทสะขึ้นมาย่อมเป็นเรื่องธรรมดา! เต๋าของผู้ฝึกตน
นอกรีตไม่ควรที่จะดำรงอยู่บนโลกใบนี้! เหมือนกับ
เฮยซาน กุ่ยอี้ มันคิดที่จะสังหารผู้คนในพรรค
หลายพรรคเพื่อเพียงแค่คิดจะก่อตั้งค่ายกล
วิญญาณดับสูญ พวกผู้ฝึกตนนอกรีตโหดเหี้ยมเสีย
ยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก!
ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลับอันใด เพราะยังไง
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตต่างทราบเรื่องนี้ดีกันอยู่แล้ว
ดังนั้นพวกมันจึงไม่จำเป็นจะต้องปิดบัง
อู่ อวี้ ยังคงแยกถามเดี่ยวต่อไป ใครกล้าที่จะไม่เอ่ย
ความจริงออกมา หรือว่าตอบต่างจากคนอื่น มันผู้
นั้นจะต้องถูกสังหารไปในทันที วิธีการของเขาช่าง
นับว่าโหดเหี้ยมไม่เบา และผนวกกับการมีร่าง
อวตารจำนวนมากคอยข่มขวัญ มันจึงทำให้ผู้ฝึก
ตนนอกรีตหวาดกลัว
หนึ่งในผู้ฝึกตนนอกรีตกล่าวว่า “ท่ามกลาง หมู่
เกาะตงหยางทั้ง 4 ประตูวิหารจักรพรรดิแข็งแกร่ง
ที่สุด! ความแข็งแกร่งของประตูวิหารจักรพรรดิ
ไม่ได้อ่อนแอกว่าพรรคนิกายเซียนซูซัน พรรคซ่าง
หยวน และนครจักรพรรดิเพลิงแห่งทวีปแห่งทวย
เทพแม้แต่น้อย! อีกทั้งยังมีพรรคของผู้ฝึกตนนอก
รีตอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่า
พรรคทัพสวรรค์ ยอดเขานางเซียนกูซูของพวกเจ้า
ส่วนประตูวิหารจักรพรรดิ มี 8 พญามัชจุราช เป็น
แกนนำหลัก เดิมทีพวกเขาแต่ละคนที่อยู่ในโลก
ของผู้ฝึกตนนอกรีตล้วนมีสถานะและอำนาจสูงสุด
ซึ่งพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตจำต้องฟังคำสั่ง
อย่างเคร่งครัด แต่ยามนี้พวกข้ารู้แล้วว่าผู้ที่ออก
คำสั่งโจมตีทวีปแห่งทวยเทพ ไม่ใช่พวกเขา แต่
เป็นผู้อื่น!”
“ใคร!”
สถานที่ที่เรียกว่าประตูวิหารจักรพรรดิ 8 พญามัช
จุราช อู่ อวี้ เคยได้ยินมาบ้างแล้ว ความแข็งแกร่ง
8 พญามัชจุราช คาดว่าน่าจะไม่แตกต่างจาก 7
เซียนแห่งซูซัน พวกมันแต่ละคนล้วนอยู่ใน
ขอบเขตจิตเทวะ ด้วยความสามารถและความ
แข็งแกร่งของแต่ละคน ย่อมมีเพียงพวกมันเท่านั้น
ที่จะระดมกำลังคนมากมายจนมาโจมตีดินแดน
ตะวันออกของทวีปแห่งทวยเทพได้เช่นนี้
ผู้ฝึกตนนอกรีตกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นจนมิ
อาจเก็บอาการได้ “เป็นจ้าววิญญาณพยาบาท”
“จ้าววิญญาณพยาบาท เป็นใครกัน?”
“ไม่มีใครรู้ว่ามันปรากฏตัวจากที่ไหน ว่ากันว่าก่อน
หน้านี้เขาเป็นทาสของผู้ฝึกตนนอกรีตมาก่อน โดย
การมีชีวิตอยู่อย่างแสนลำบาก เขาได้รับความ
ทรมานและประคองชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ เขาเคย
เป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าทำไม มันกลับ
กลายเป็นเช่นนี้ได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี! อัตรา
การเติบโตของเขาช่างน่าตกใจยิ่ง และเมื่อเดือนที่
แล้วนั่นเองที่เป็นจุดพลิกผัน เขาเติบโตจนมาถึง
ระดับที่น่าหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในขอบเขตใด
แต่ในเวลานั้นเขาได้บุกเดี่ยวไปยังประตูวิหาร
จักรพรรดิจนเกิดการต่อสู้อันรุนแรงขึ้น ภายใต้
ความสนใจของคนจำนวนนับไม่ถ้วน ด้วยพลังที่
บดขยี้ทุกสิ่ง เขาสามารถเอาชนะ 8 พญามัชจุราช
ที่ร่วมมือกันได้! บีบบังคับให้ 8 พญามัชจุราช ก้ม
หัวต่อเขา เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง! ในตอนนี้
จ้าววิญญาณพยาบาทจึงกลายเป็น จักรพรรดิมาร
ของพวกเราผู้ฝึกตนนอกรีต! ตอนนี้เขาเป็นราชา
สูงสุดของทะเลตะวันออกทั้งหมด แม้แต่ 8
พญามัชจุราช ก็ยังอยู่ภายใต้ร่มเงาของเขา และ
เขานั่นเองที่เป็นผู้ชักใยในการรุกรานครั้งนี้! ”
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้ยินแล้วเขาพลันรู้สึกตกใจจน
ร่างกายสั่นเทิ้ม!
จะเป็นไปได้อย่างไรภายในเวลาแค่ 2 ปี จะเปลี่ยน
จากมนุษย์ปุถุชนที่เป็นเพียงทาส ให้กลายเป็น
ตัวตนที่สามารถเอาชนะ 8 พญามัชจุราช ได้?
เกรงว่าการประสานร่วมมือกันของ 8 พญามัชจุ
ราช ยังคงน่าหวั่นเกรงเสียยิ่งกว่า 7 เซียนแห่งซู
ซัน เสียอีก ซึ่งทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ แม้แต่ เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง และ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ก็
ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเอาชนะการร่วมมือกัน
ของ 7 เซียนแห่งซูซันได้ เมื่อได้ยินรายละเอียด
จากพวกมัน จึงทำให้เขารู้สึกว่า จ้าววิญญาณ
พยาบาท ผู้นี้ยังแม้แต่สามารถบดขยี้ 7 เซียนแห่ง
ซูซันได้…….
“8 พญามัชจุราช พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ! ได้ยินมา
ว่า พญามัชจุราช ลำดับที่ 1 กล่าวเอาไว้ว่า
‘จักรพรรดิมาร’ เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้
ฟั้าสวรรค์นี้ แม้แต่เจ้านครจักรพรรดิเพลิงกับ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ก็ยังไม่อาจต่อกรกับเขาได้!
เขาเป็นตัวตนที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง! การดำรงอยู่ของ
จักรพรรดิมาร นับว่าเป็นการฟืนฟูอำนาจของพวก
เราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตอย่างแท้จริง! หลังจาก
จักรพรรดิมาร สามารถเอาชนะ 8 พญามัชจุราช
ได้ เขาก็ทำการรวบรวมผนึกกำลังเหล่าผู้ฝึกตน
นอกรีดเป็นปึกแผ่น และทำการประกาศโจมตี
ดินแดนตะวันออกของทวีปแห่งทวยเทพทันที เขา
สัญญาว่าจะยึดครองทวีปแห่งทวยเทพเพื่อพวก
เราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต หรือแม้กระทั่งยึดครอง
โลกทั้งใบนี้! พวกเราผู้ฝึกตนนอกรีตต่างก็รู้สึก
อิจฉาดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของทวีปแห่งทวย
เทพมานมนาน ยามนี้ ภายใต้การออกคำสั่งและนำ
ทัพของ จักรพรรดิมาร ทำให้พวกเราไร้เทียมทาน
อย่างแท้จริง! รอให้เขาสังหารผู้แข็งแกร่งของทวีป
แห่งทวยเทพเสียก่อน ทวีปแห่งทวยเทพนี้ก็จะเป็น
เหมือนกับมังกรไร้หัว แล้วสถานที่แห่งนี้ก็จะ
กลายเป็นของพวกเราผู้ฝึกตนนอกรีต!”
จักรพรรดิมาร จ้าววิญญาณพยาบาท
ตัวตนอัจฉริยะอันใดกันเนี่ย หรือมันเป็นปีศาจที่
ฟืนคืนชีพขึ้นมา?
หลังจากที่ อู่ อวี้ ได้ฟังจนจบ เขารู้สึกหดหู่เป็น
อย่างยิ่ง ถ้าหากจ้าววิญญาณพยาบาทแข็งแกร่ง
อย่างที่กล่าวมาจริงๆ ในครานี้ทวีปแห่งทวยเทพ
จะต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติที่น่ากลัวยิ่งเสียแล้ว
เมื่อปรากฎตัวตนอันน่าหวาดกลัวเช่นนี้ขึ้น ย่อม
นำพามาซึ่งภัยพิบัติร้ายแรง ตัวอย่างเช่นบรรพ
บุรุษมารกลืนสวรรค์ แค่มันเพียงคนเดียว ถึงกับ
ขนาดบีบบังคับให้เซียนอมตะต้องลงมาจุติด้วย
ตนเองเช่นนี้!
ดังนั้นการเผชิญหน้ากับจ้าววิญญาณพยาบาทผู้นี้
จะต้องไม่ประมาทอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามข้อสงสัยที่ใหญ่ที่สุดคือ จ้าววิญญาณ
พยาบาท ผู้นี้คือใครกัน แล้วสามารถเปลี่ยนจาก
มนุษย์ปุถุชนธรรมดาให้กลายเป็นตัวตนที่น่ากลัว
เช่นนี้ได้เยี่ยงไร?
จากนั้นเขาก็ได้ซักถามผู้ฝึกตนนอกรีตต่อ
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตจึงตอบกลับไปว่า “ว่ากันว่า
จ้าววิญญาณพยาบาทได้กลืนกินแกนนภาและ
ตำหนักม่วงของคู่ต่อสู้เพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง ไม่ว่า
ผู้ใดที่พ่ายแพ้เขาก็จะถูกกลืนกิน นอกเสียจาก 8
พญามัชจุราช ที่ยังเหลือรอด และหลังจากที่กลืน
กินลงไปแล้ว จ้าววิญญาณพยาบาท ยังสามารถใช้
พลังอิทธิฤทธิ์ของอีกฝั่ายได้ ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
อย่างรวดเร็ว ซึ่งเพียงใช้เวลาแค่ 1 วัน ก็สามารถ
ทะลวงได้ 1 ขอบเขต!”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ฟัง เขารู้สึกตะลึงงันไปในทันที
นี่ ไม่ใช่ตัวตนในตำนานเฉกเช่น บรรพบุรุษมาร
กลืนสวรรค์ หรอกหรือ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ