กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 496 : จิตใจแหงเตา
ที่แห่งนี้ตกอยู่ภายในความเงียบงัน!
ใบหน้าของแต่ละคนแสดงออกไม่เหมือนกัน
แน่นอนผู้ที่กังวลที่สุดคือเซียนกระบี่กุ้ยหยาง
ตามมาด้วยจอมกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วน กระทั่ง
ยอดฝีมือแห่งตระกูลเทียนอี้เองก็เช่นเดียวกัน
ต่อมา จิน ซ่างเสิน ก็ได้กล่าวขึ้นว่า “เห็นได้ชัดว่า
เรื่องนี้ไม่อาจจะปล่อนผ่านไปได้ ระหว่าง
อาณาจักรแห่งหนึ่งต้องล่มสลายไป กับ ทั่วทั้งทวีป
ต้องพังพินาศ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าควรจะเลือก
หนทางไหน แม้ว่าอาณาจักรนี้จะสำคัญกับคนบาง
คนก็ตาม ”
ตระกูลเทียนอี้ ไม่คุ้นเคยกับ อู่ อวี้ อีกทั้งตระกูล
เทียนอี้ กับ พรรคนิกายบนทวีปแห่งทวยเทพ ยัง
อยู่ห่างกันค่อนข้างไกล พวกมันจะไม่ยอมผ่อนปรน
เพียงเพื่อ อู่ อวี้ อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกมันจะ
รู้ว่าญาติสนิทมิตรสหายของ อู่ อวี้ อยู่ข้างใน
อาณาจักรนั้น แต่เรื่องเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
พวกมันแม้แต่น้อย
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น! ก็ห้ามมอบให้มันเด็ดขาด!“
“อู่ อวี้ เจ้าวู่วามมากเกินไป ทุกท่านข้าว่าเราเก็บ
ไข่ที่อยู่ในมือของเขาเข้าไปก่อนเถอะ เพื่อที่จะทำ
ให้เขาไม่อาจสร้างความวุ่นวายได้”
ทุกคนต่างจับจ้องมองมาที่ตัวเขา กลัวว่าเขาจะก่อ
เรื่องวุ่นวาย
ตอนนี้คนที่ยังยืนหยัดอยู่ข้างกาย อู่ อวี้ ยืนหยัดกับ
สิ่งที่ อู่ อวี้ กำลังพิพากษา คาดว่าจะมีเพียงแค่ จิ่
วอิง คนเดียว แต่ว่าเป็นเพราะเขาเป็นปีศาจที่ถูก
รังเกียจ ดังนั้นจึงไม่สามารถมีปากมีเสียงได้ในที่
แห่งนี้!
ตอนนี้ผู้ที่ยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆออกมาก็คือ
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง จอมจักรพรรดิ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เซียนกระบี่เทียนซู เซียนกระบี่เทียน
เสวียน ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดบนทวีปแห่งทวยเทพ
อู่ อวี้ รู้สึกว่าทั้งโลกนี้ช่างเงียบสงัดเป็นอย่างยิ่ง
เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น
ไม่รู้ว่าทำไม อู่ อวี้ มักจะรู้สึกว่าเหมือนกับว่า
ตนเองจะต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในนิกายเซียนซู
ซันมาโดยตลอด มักจะมีคนหวาดระแวงกังขาใน
ตัวเขาเสมอมา เมื่อคิดไปแล้วเขาเพิ่งจะกลับมาใน
ฐานะของวีรบุรุษ แต่พริบตาเดียวเขาก็ตกลงมาอยู่
ในสภาพเช่นนี้!
เรียกได้ว่าบัดนี้เขาได้ตกจากสรวงสวรรค์ร่วงโรยสู่
นรกก็มิปาน!
มีเพียงแค่ จิ่วอิง ที่ยังคงเป็นห่วงเขา และต่อสู้เพื่อ
ตัวเขา
แต่ปัญหาก็คือ แม้แต่ตัว อู่ อวี้ เองก็ตกอยู่ใน
สภาพที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเช่นกัน เขาไม่ใช่
คนโง่ ตัวเขาเองรู้ว่าถ้าหากไข่ใบนี้ไปตกอยู่ในมือ
ของ จ้าววิญญาณพยาบาท ย่อมทำให้เกิดหายนะ
ได้ และอีกฝั่ายจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง
ก้าวกระโดดที่ไม่อาจคาดเดาได้ กระทั่งมีความ
เป็นไปได้ที่บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์จะฟืนคืนชีพ
ขึ้นมา แล้วเมื่อถึงเวลานั้นการทำลายทวีปแห่ง
ทวยเทพ หาใช่เรื่องยากอันใดอีก
แต่ด้วยเหตุนี้จะให้เขาเฝั้ามองอาณาจักรบูรพาเยว่
อู่ถูกทำลายไปเช่นนั้นหรือ?
ขณะนี้เขายืนอยู่บนท้องฟั้าเหนืออาณาจักรบูรพา
เยว่อู่
พื้นดินที่ อยู่ใต้เท้าของเขา เป็นสถานที่ที่เขาเกิด
ออกมา มันคือบ้านเกิดของเขา หลังจากที่เข้า
ร่วมกับกองทัพกับอาณาจักร เขาก็ได้นำอาณาจักร
อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้กำชัยชนะมามากมาย!
ทั้งในนิกายกระบี่สวรรค์ ยังเป็นสถานที่ที่เขา
เริ่มต้นเดินบนเส้นทางแห่งการเป็นเซียน!
ในพระราชวังของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เขา
กลับมาแก้แค้นได้สำเร็จ!
นี่คือสถานที่ที่เขาหลงรักเป็นอย่างยิ่ง!
เขาจะต้องยืนมองวิญญาณของ อู่ หยู๋ พี่สาวของ
ตนตกอยู่ในเงื้องมือของผู้ฝึกตนนอกรีตต่อหน้าต่อ
ตา!
เขาจะต้องเห็น เฟิง ซัวหยา ซู หยานหลี่ ชิงหมิง
โม่ ซื่อซู และคนอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นคนสำคัญต่อเขา
ตกตายไปทีละคน กระทั่งวิญญาณของพวกเขาก็
จำต้องทุกข์ทรมานในเงื้อมมือของฝึกตนนอกรีตไป
ตลอดกาลเช่นนั้นน่ะหรือ?!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฟิง ซัวหยา หากไม่มีเขา ก็ไม่
มี อู่ อวี้ ในวันนี้! เขาช่วยชีวิต อู่ อวี้ ไว้หลายครั้ง
หลายครา บุญคุณเหล่านี้ เขาไม่อาจลืมเลือนได้ไป
ชั่วชีวิต!
แต่ไหนแต่ไร อู่ อวี้ มีเขาเป็นอาจารย์เพียงแค่คน
เดียว! แม้แต่ตอนนี้เขาจะฝีมือสูงส่งกว่า เฟิง
ซัวหยา แต่หากเป็นอาจารย์วันหนึ่ง ย่อมเป็น
เหมือนเป็นบิดาตลอดชีวิต ในสายตาของเขา เฟิง
ซัวหยา ก็เปรียบเหมือนกับบิดาผู้บังเกิดเกล้าคน
หนึ่ง!
ยังมีเหล่าพี่น้องจากค่ายเทียมฟั้า ที่เดินทางมาไกล
เพื่อสนับสนุน อู่ อวี้ ปกปั้องบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่ง
ทั้ง ฟาง เชาฉวิน, เจินหยู๋ , อู่ เทียนหยี่ และคน
อื่นๆ พวกเขาล้วนเป็นเพียงแค่เหล่ารุ่นเยาว์
เท่านั้น พวกเขาทุกคนต่างก็ยังมีความฝันที่ยิ่งใหญ่
ที่จะต้องทำอยู่อีกมากมาย………
เมื่อ อู่ อวี้ คิดถึงสิ่งต่างๆที่ถาโถมเข้ามา ทำให้
บัดนี้เขาคิดไม่ออกว่าควรจะทำเช่นไรต่อไป
แต่ไหนแต่ไรมาเขาเป็นคนที่สามารถจัดการกับ
สถานการณ์โดยรวมได้ แต่ในตอนนี้ คนเหล่านี้เป็น
คนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ชีวิตและความตาย
ของพวกเขาได้อยู่ในกำมือของเขาแล้ว พวกเขา
ทุกคนล้วนเป็นคนที่สำคัญกับ อู่ อวี้ เขาเข้าใจเป็น
อย่างดีว่า ถ้าหากในวันนี้พวกเขาทั้งหมดต้องตาย
ไป ชีวิตของเขาก็เหมือนกับถูกทำลายลงไปด้วย
เช่นกัน มันจะกลายเป็นจิตมารที่ใหญ่ที่สุดในหัวใจ
เต๋าของเขา! เขาอาจจะกลายเป็นเพียงขยะไร้ค่าไป
เลยก็ได้ในอนาคต……แน่นอน เขาไม่ได้คำนึงถึง
ตนเองแม้แต่น้อย เขาคิดเพียงแค่ว่าต้องการให้
พวกเขามีชีวิตอยู่รอดต่อไป
แต่ หากจะทำเช่นนั้นได้เขาจะต้องส่งมอบไข่ใบนี้
ออกไปเท่านั้น!
แต่แน่นอนหลังจากที่เขาส่งมอบมันไปแล้ว ย่อมทำ
ให้เกิดผลกระทบอันร้ายแรงตามมา อีกทั้งยามนี้ที่
เหล่ายอดฝีมือของทวีปแห่งทวยเทพ จำนวน
มากมายเบื้องหน้าซึ่งกำลังห้ามปรามเขาอยู่ แต่
กระนั้นเขากลับไม่รู้สึกว่าพวกคนเหล่านี้คิดผิดแต่
อย่างใด !
พวกเขาย่อมดูสถานการณ์โดยรวม ซึ่งบัดนี้
สถานการณ์ดังกล่าวมันใหญ่หลวงยิ่งกว่า
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่อย่างมาก และถ้าหากไม่มี
ทวีปแห่งทวยเทพ อู่ หยู๋ กับคนอื่นๆ ก็ย่อมอาจจะ
หนีรอดจากภัยพิบัตินี้ไปได้อยู่ดี!
ตัวเลือกเหล่านี้มันยากเย็นเกินกว่าเขาจะสามารถ
เลือกได้!
อู่ อวี้ ไม่เคยพบกับการเลือกเช่นนี้มาก่อน การ
ตัดสินใจเลือกที่ยากเย็นครั้งล่าสุด ก็คือตอนที่ยังอยู่
ในนิกายเซียนซูซัน เขาเลือกว่าตนเองจะเดินไปยัง
เส้นทางเต๋าแห่งไหน!
ในครั้งนั้น เขาแทบจะไร้ซึ่งความลังเล ถึงแม้ว่า
จะต้องจ่ายค่าตอบแทนออกไปเท่าใด ต่อให้เขาถูก
ขับไล่ออกจากนิกายเซียนซูซันก็ตามที ยิ่งกว่านั้น
เขายังต้องสูญเสีย หนานกง เหว่ย แต่อย่างน้อย
เขาก็ยังพอมีหนทางให้ก้าวต่อไปได้
แต่ในครั้งนี้ เขาเชื่อว่าแม้แต่เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง ก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าจะเลือกหนทางไหน! บางที
เพราะตัวตนของเจ้านครจักรพรรดิเพลิง ท้ายที่สุด
แล้วเขาอาจจะเลือกส่วนรวมก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การครุ่นคิดอย่างยากเย็น อู่
อวี้ รู้สึกว่าเขาอาจจะทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวัง
ถึงแม้เขาจะรู้ว่าผลที่ตามมันแย่มากแค่ไหน แต่เขา
ก็ทำไม่ลง เขาไม่ใช่วีรบุรุษดั่งที่อยู่ในจินตนาการ
ของทุกคน!
เขารู้เพียงแค่ว่า “ถ้าหากต้องการปกปั้องคนส่วน
ใหญ่ แต่ไม่สามารถปกปั้องผู้มีพระคุณต่อชีวิตของ
ตนเองได้ เช่นนั้นเขาจะฝึกฝนไปเพื่ออะไร! แล้ว
เต๋าของเขายังจะมีไว้อีกทำไม!”
ความจริงอันแสนโหดร้าย มักจะน่ากลัวกว่าที่คิด
เอาไว้เสมอ!
อู่ อวี้ ไม่คิดที่จะยอมแพ้ เขาชูกำปันทั้ง 2 ข้างของ
ตัวเองขึ้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
สีแดงก่ำ เบื้องหน้าของเขาก็คือสายตาที่เต็มไป
ด้วยความกดดันมากมายนับไม่ถ้วน!
คนเหล่านั้นก็คือ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง จิน ซ่างเสิน
หลิว เสวี่ยเซียน และยังมีผู้แข็งแกร่งอีกนับร้อย!
“อู่ อวี้ อย่าทำสิ่งที่โง่เขลาละทิ้งคนส่วนรวม!”
“เจ้ายังเยาว์วัยนัก ยังไม่รู้ว่าเรื่องไหนสำคัญเรื่อง
ไหนไหนไม่สำคัญ! แต่เจ้าก็ควรจะรู้ว่าชีวิตของ
คนเรา มักจะมีการตัดสินใจเลือกที่ยากเย็น
บางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องเสียสละ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลัง
ทุกข์ทรมานมาก ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้เจ้าไม่
ต้องการจะรับความเจ็บปวดเข้ามา แต่ว่าหลังจาก
นี้ไปจะบังเกิดผู้คนเจ็บปวดมากมายอีกหลาย
พันล้านชีวิต! ”
“ถ้าหากเจ้ายินยอมเสียสละอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
หลังจากนี้ ทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพจะสรรเสริญ
ความดีของเจ้า ส่งต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน! คุณธรรม
ของเจ้าจะเป็นที่กล่าวขาน! ข้าจะตราตรึงอยู่ในใจ
ว่าเจ้าคือผู้มีพระคุณของแผ่นดิน และจะทำทุก
วิถีทางเพื่อให้เจ้ามีโอกาสในการสำเร็จกลายเป็น
เซียนอมตะเพิ่มมากขึ้น! อู่ อวี้!”
ผู้คนนับร้อยคน แทบจะทุกคนได้กล่าวออกมาเป็น
เสียงเดียวกัน กระทั่งมีบางคนกล่าวแกมบังคับ
และมีบางคนให้คำแนะนำด้วยความหวังดี
สายตาของ อู่ อวี้ บัดนี้ถูกโลหิตเข้าบังตา คำพูด
เหล่านี้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และยังมี
เหตุผล แต่ในเวลานี้มันต่างก็ทิ่มแทงเข้ามาที่หัวใจ
เต๋าของเขาจนสั่นคลอน!
บนโลกแห่งการฝึกตนย่อมยากลำบากเช่นนี้!
ใบหน้าของพวกเขาแต่ละคน มีแม้กระทั่งคนที่
ตนเองเคารพ และคนคุ้นเคย แต่ว่าในตอนนี้
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น ทั้งยัง
รู้สึกลำบากใจ
ในฝูงชน อู่ อวี้ มองเห็น เฉิน ชิงเหยา เขาไม่ได้
กล่าวสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย ในเวลานี้เขาทำได้
เพียงแค่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาให้กับ อู่ อวี้
เท่านั้น นี่เป็นความเห็นของทุกคน เขารู้สึกเห็นอก
เห็นใจ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งในใจของเขายัง
รู้สึกอึดอัดจนหาสิ่งใดมาเปรียบเปรย แต่เขาไม่อาจ
ที่จะควบคุมความคิดเห็นของทุกคนได้
ตอนนี้ จิ่วอิง เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างสุด
หัวใจ เขากล่าวออกมาด้วยโทสะว่า “พวกเจ้า
ทั้งหมดหุบปาก! พวกเจ้าแต่ละคนล้วนเป็นตัวตน
อันยิ่งใหญ่ดุจหินผา แต่กลับไม่มีใครสักคนที่เข้า
ใจความเจ็บปวดของเขาแม้แต่น้อย! ลองคิด
ย้อนกลับหากพวกเจ้าเป็นเขาดู ยังจะสามารถ
กล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างง่ายๆอีกหรือไม่!
ใครบ้างที่ไม่มีที่บุคคลอันเป็นที่รัก! ใครบ้างที่ไม่มี
คนที่จะต้องปกปั้อง ใครบ้างที่ไม่มีผู้มีพระคุณ! อู่
อวี้ ต้องการกวาดล้างผู้ฝึกตนนอกรีตมากกว่าพวก
เจ้าทุกคน และเขาก็ลงมือลงแรงมากกว่าพวกเจ้า
เป็นเท่าตัว! เขาต้องเสี่ยงชีวิตไปที่ วิหารพญายม
เพื่อทุกคน แล้วพวกเจ้าเล่า! ทำเป็นเพียงผู้สูงส่ง
อยู่ที่นี่เท่านั้น! ”
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ยังมีคนใจเด็ดเดี่ยวเช่นนี้
อยู่ เขากลับกล้าที่จะกล่าวคำพูดเช่นนี้กับยอดฝีมือ
หลายร้อยคน จิ่วอิง ผู้เป็นปีศาจ ไม่ต้องการที่จะให้
อู่ อวี้ เสียสละอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ แต่ความจริง
ท้ายที่สุดแล้วคนที่ตัดสินใจก็คือ ประมุขศักดิ์สิทธิ์
ไท่ซู เจ้านครจักรพรรดิเพลิง จอมจักรพรรดิ และ
เซียนกระบี่เทียนซู เป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินสูงสุดใน
ที่แห่งนี้ ความเห็นของพวกเขาทั้ง 4 คนมีอิทธิพล
ต่อสิ่งต่างๆมากมาย แม้แต่ตระกูลเทียนอี้ ก็ไม่อาจ
ที่จะแทรกแซงพวกเขาได้ ในตอนนี้ อู่ อวี้ เป็นคน
ของนครจักรพรรดิเพลิง ดังนั้นความเห็นของ เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง และ จอมจักรพรรดิ จึงมี
ความสำคัญมากที่สุด
ในตอนนี้ จิ่วอิง เพียงคนเดียว กำลังโต้เถียงกับคน
ถึง 100 คน อู่ อวี้ ไม่ได้เผชิญหน้ากับคนนับร้อย
เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว ครั้งที่แล้วทุกคนบังคับให้
เขาต้องเปลี่ยนตัวเอง แต่คราวนี้มันหนักหนายิ่ง
กว่าเดิม เป็นเพราะมันมาจากศีลธรรมและ
คุณธรรม ทั้งยังมีสถานการณ์ที่เกินจะรับมือไหว
ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วหล้า! นี่คือสิ่งที่น่ากลัว
ที่สุด แต่ละคนต่างล้วนมีมโนธรรมเป็นของตนเอง
ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้จึงเป็นการยากที่จะตัดสินใจ
กระทำสิ่งใด!
ยามเมื่อเหตุการณ์กระชั้นชิดเข้าไปทุกที เพียงแค่
ผู้ปกครองแห่งนครจักรพรรดิเพลิง เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง เอ่ยกล่าวออกมาเพียงคำเดียว ทุก
คนถึงกับต้องพลันสงบปากลงไปในทันที เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ กล่าวว่า “อู่
อวี้ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงยามนี้ อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้ออก
ความคิดเห็นของตนเองออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เป็น
เพราะทุกคนกังวลว่าเขาจะตกอยู่ในความสับสน
ดังนั้นจึงกล่าวคำพูดเตือนออกมามากมาย
คิดว่าอย่างไร?
ตอนนี้ทุกคนจับจ้องมาที่เขา ดูเหมือนโลกทั้งใบจะ
กลายเป็นเงียบงัน รอคอยคำพูดออกมาจากปาก
ของเขา แต่สำหรับ อู่ อวี้ ไม่ได้คิดเช่นนั้น เป็น
เพราะว่าสายตาของทุกคนกำลังกดดันเขาอยู่ ใน
ตอนที่ทุกคนกำลังมองมาที่เขา หัวใจของคนส่วน
ใหญ่เต้นแรง เนื่องจากว่าพวกเขากำลังกังวลว่า อู่
อวี้ จะไม่ยอมตัดสินใจทำเพื่อส่วนรวม!
เพราะยังไงแล้ว อู่ อวี้ นั้นยังเด็กมากเกินไป และ
กระทำสิ่งต่างๆที่เหนือความคาดหมายมาโดย
ตลอด เช่นการทำลายวิหารพญายม หากไม่ใช่เป็น
คนที่บ้าระห่ำ แล้วจะทำอย่างนั้นได้เช่นไร!
“อู่ อวี้ ……”
จิ่วอิง กำลังโกรธเกรี้ยว ใบหน้าของเขารู้สึกจน
ปัญญา พลันจ้องมองไปที่ดวงตาของ อู่ อวี้ ซึ่ง
ดวงตาของเขาบัดนี้เต็มไปด้วยความสงสาร บางที
เขาอาจจะเป็นผู้ที่เข้าใจ อู่ อวี้ มากที่สุดในที่แห่งนี้
แล้วกระมัง ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว ยามนี้นับเป็น
เรื่องที่โหดร้ายอย่างยิ่ง!
การเลือกที่จะต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์!
หลังจากที่เลือกแล้ว ไม่ว่าทางไหนก็ล้วนเป็นการ
ทำลายทั้งสิ้น ในเวลานี้ยังจะสามารถทำสิ่งใดได้
อีก! สุดท้ายแล้วจะต้องเลือกสิ่งใด จึงจะสามารถ
หลุดพ้นจากการล่มสลายได้? ทางเลือกทั้ง 2 ล้วน
แต่จะทำให้เต๋าที่อยู่ในใจของเขาต้องพังทลายลง
ไป การตัดสินใจในครั้งนี้กับก่อนหน้าแตกต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง ครั้งที่แล้วที่เขาตัดสินใจเลือกในนิกาย
เซียนซูซัน หลังจากที่เลือกแล้ว ทำให้เต๋าของเขา
ผ่านมาได้อย่างราบลื่นไม่ติดขัด!
“ภาพรวม ภาพรวม ภาพรวม………”
2 คนนี้ดังก้องอยู่ในสมองของ อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง
ทุกคนต่างก็กล่าว 2 คำนี้ออกมา ทำให้มันตอกลง
ไปอยู่บนจิตใจของเขา
อู่ อวี้ ไม่ได้เกลียดชังพวกเขา สิ่งที่พวกเขาต้อง
เผชิญอยู่ ล้วนเพื่อชีวิตของตนเอง! เขารู้เพียงแค่
ว่าหลังจากที่ตัดสินใจเลือกไปแล้ว มันจะต้องไม่ทำ
ให้เขารู้สึกเป็นตราบาปติดตัวเขาไป!
ทุกความกดดันเหมือนกับเป็นฝันร้าย ทุกคนกำลัง
จับจ้องมาที่เขา อู่ อวี้ ต้องตกอยู่ในวังวนแห่ง
ความบ้าคลั่ง เขาจินตนาการถึงผลที่ตามมาของ
ตัวเลือกทั้ง 2 อย่างนี้ เมื่อเขามองเห็น อู่ หยู๋ มอง
มาที่เขาด้วยความเจ็บปวด ต้องดิ้นทุรนทุรายอยู่
ในมือของผู้ฝึกตนนอกรีต เห็นถึงดวงตาที่แสน
ผิดหวังของ เฟิง ซัวหยา มองเห็นเหล่าศิษย์พี่ศิษย์
น้องของเขาต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เขาเห็นถึงเหล่าพี่น้องแห่งค่ายเทียมฟั้า ที่มุ่งหน้า
มาเพื่อช่วยเหลือเขากลับต้องตกตายไป กลายเป็น
เครื่องสังเวยศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต ตก
ตายไปอย่างทรมาน…….
มันเหมือนกับว่าเขาต้องตกอยู่ในฝันร้าย
ในเวลานั้น ภายในดวงตาของเขามีสายโลหิตหลั่ง
ใหลออกมา ฉับพลันเขาได้เปิดปากกล่าวขึ้น
“ข้าไม่อาจจะปล่อยให้พวกเขาตายได้!”
เพียงแค่ประโยคนี้ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องสั่น
สะท้าน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ