กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 513 : ระบบทหารในรูปแบบผูฝกตน
“ยอดฝีมือภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ยัง
แข็งแกร่งกว่าพวกท่านหรือไม่? แข็งแกร่งมากกว่า
เท่าใด? แล้วฝีมือเทียบเท่าได้กับ ลั่วผิน เลย
หรือไม่?” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะยิงคำถาม
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงเป็นยอดฝีมือ เขาไม่อาจจะ
นึกถึงภาพของผู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง หัวเราะขึ้น และกล่าว
ออกมาว่า “ดินแดนโบราณเหยียนหวง เป็นใจ
กลางของดินแดนมนุษย์ ตั้งแต่โบราณกาล ปรากฏ
ยอดอัจฉริยะที่สะเทือนเลือนลั่นมาแล้วนับไม่ถ้วน
และยังทิ้งมรดกเอาไว้มากมาย มีพลังฟั้าดินที่ยอด
เยี่ยมกว่า และสุดยอดสมบัติวิเศษมากกว่า
ทรัพยากรในการฝึกตนมีมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่า
จะเป็นศาสตราเต๋า ศาสตราเต๋าวิถีแท้ วิญญาณ
เซียน เม็ดยาสมุนไพร แม้แต่ค่ายกลที่สืบทอดต่อ
กันมา ก็มีมากกว่าไม่รู้กี่เท่าของทวีปแห่งทวยเทพ
แม้ว่าข้าจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนทวีปแห่งทวย
เทพ แต่เมื่อไปอยู่ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ก็ไม่นับว่าเป็นตัวตนอันใดทั้งสิ้น เมื่อเทียบกับผู้
แข็งแกร่งบนอาณาจักรโบราณเหยียนหวง พวก
เรานั้นยังอยู่ห่างจากพวกเขาไม่เห็นฝุั่น สามารถ
เป็นได้อย่างมากก็เป็นผู้ฝึกตนที่ไม่ถูกดูหมิ่น”
ถ้าหากกล่าวว่าอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเป็น
เมืองหลวง เช่นนั้นทวีปแห่งทวยเทพแห่งนี้ ก็เป็น
บ้านนอกไกลปืนเที่ยง
ดูไปแล้ว อู่ อวี้ ยังไม่เข้าใจ เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง จึงได้กล่าวรายละเอียดต่อ “ขอบเขตของข้า
ในตอนนี้ อยู่ในขั้นจิตเทวะระดับที่ 4 น้องชายของ
ข้าอยู่ขั้นจิตเทวะระดับที่ 3 ส่วนเซียนกระบี่เทียนซู
ก็อยู่ในระดับขั้นที่ 3 เช่นกัน เซียนกระบี่เทียนซวน
เซียนกระบี่เทียนจี อยู่ในขั้นจิตเทวะระดับที่ 2
ส่วน กุ้ยหยาง อวี้เหิง เหยากวง และคนอื่นๆ พวก
เขาต่างอยู่ในขั้นจิตเทวะระดับที่ 1 ทวีปแห่งทวย
เทพแห่งนี้ ผู้ที่สามารถฝึกตนมาถึงขอบเขตจิตเท
วะ มีไม่ถึง 30 คน หากไม่อาจจะฝั่าทะลวง
ขอบเขตจิตเทวะได้ ย่อมแทบจะไม่มีหวังที่จะ
กลายเป็นเซียนอมตะ แต่ที่ดินแดนโบราณเหยียน
หวง กลับปรากฎยอดฝีมือจำนวนมากมายที่
สามารถทะลวงขั้นจิตเทวะ เข้าถึง ขอบเขตค้นหา
เต๋า 3 ภัยพิบัติ”
ระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า เป็นขอบเขตที่สูงที่สุด
ว่ากันว่าการมาอยู่ในขอบเขตนี้ จะต้องผ่าน 3 ภัย
พิบัติแห่งเต๋าซึ่งเป็นทัณฑ์สวรรค์เสียก่อน จึงจะ
สำเร็จขั้นค้นหาเต๋า ซึ่งมันจะเป็นการเปิดทางให้
เส้นทางแห่งเต๋าสมบูรณ์ขึ้น! ถ้าหากสามารถทำสิ่ง
นี้ได้สำเร็จ ในท้ายที่สุดการจะสำเร็จกลายเป็น
เซียนอมตะ ย่อมเป็นไปได้แล้ว
“สัตว์สวรรค์เช่นลั่วผิน ก็น่าจะอยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋า และก็ไม่รู้ว่าภัยพิบัติที่นางได้พบ
เจอจะร้ายแรงขนาดไหน หากสามารถเอาชนะ
ทัณฑ์สวรรค์ได้ อย่างน้อยก็จะอยู่ในขอบเขตค้นหา
เต๋าระดับที่ 3 ซึ่งเมื่ออยู่ในระดับนี้ก็นับว่าเป็นยอด
ฝีมือระดับหัวกะทิของดินแดนโบราณเหยียนหวง
แล้ว เชื่อว่าเมื่ออยู่ในดินแดนโบราณเหยียนหวง
นางน่าจะเป็นตัวตนที่มีชื่อเสียงพอสมควร เพียง
แค่ภายในทวีปแห่งทวยเทพไม่ค่อยได้รับข่าวคราว
ใดนัก ยอดฝีมือที่รู้เรื่องนี้ค่อนข้างมีอยู่น้อยมาก มี
แต่ข้าที่สามารถมองออกในตอนแรก”
การที่ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กล่าวเช่นนี้ อู่ อวี้
จึงเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับระดับขั้นและความแข็งแกร่ง
ของพวกเขาบ้างแล้ว ความแตกต่างระหว่างทวีป
แห่งทวยเทพกับดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็
ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด ในดินแดนโบราณเหยียน
หวงมียอดฝีมือขั้นค้นหาเต๋าอยู่ไม่น้อย ที่กำลังไล่
ตามไปบนหนทางแห่งการเป็นเซียนอมตะ ส่วน
การที่เจ้านครจักรพรรดิเพลิงจะฝั่าทะลวงเข้าไปถึง
ขั้นค้นหาเต๋าก็นับว่าลำบากอย่างเข็ญอย่างยิ่ง
ไม่คาดคิดว่า ลั่วผิน จะแข็งแกร่งขนาดนี้ นางไม่ได้
บอกเล่าถึงสถานะของนางให้กับ อู่ อวี้ เห็นได้ชัด
ว่าสถานะในเผ่าพันธุ์มังกรเทวะของนางก็ไม่ได้ต่ำ
ต้อยแม้แต่น้อย
ช่องว่างระหว่างทวีปแห่งทวยเทพกับดินแดน
โบราณเหยียนหวง มันไม่ได้ห่างกันเพียงแค่ 16
เท่าตัวแล้ว กระทั่งหากเป็น เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง
ในที่แห่งนี้ แต่หากไปอยู่ที่ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง เขาจะกลับกลายเป็นเพียงแค่คนสามัญ
เท่านั้น
อู่ อวี้ ในตอนนี้อยู่ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับ
ที่ 3 หากคิดที่จะสำเร็จกลายเป็นเซียนอมตะ ก่อน
อื่นเขาจะต้องฝั่าทะลวงมายังขั้นจิตเทวะให้ได้
เสียก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ทำการฝั่าทะลวงอีก ให้
มาอยู่ในขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า ลองคิดไปแล้วก็
ยังพอจะมีความหวังแต่ว่ามันต้องใช้ระยะเวลาที่
ยาวนานอย่างมาก
สำหรับความรู้บนดินแดนโบราณเหยียนหวง
คร่าวๆ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็พอเข้าใจบ้างแล้ว
นอกจากนี้ยังได้รู้ถึงจุดประสงค์ของตนเองแล้ว
หากคิดให้รอบคอบ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน
ของเขา การที่จะไปยังดินแดนโบราณเหยียนหวง
คาดว่าเขาแทบจะไม่สามารถปกปั้องตนเองได้
หากต้องการที่จะครอบครองชื่อเสียงและสถานะ
เฉกเช่นเดียวกับทวีปแห่งทวยเทพ แน่นอนว่ามัน
ย่อมเป็นไปไม่ได้
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ก็ยิ้มขึ้น
เล็กน้อยกล่าวว่า “จริงๆแล้วอาจจะมีสิ่งหนึ่งที่เจ้า
ไม่อาจจะคาดคิดได้ พวกเรานครจักรพรรดิเพลิง มี
ความเกี่ยวข้องกับดินแดนโบราณเหยียนหวง
ค่อนข้างมาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง การดำรงอยู่ของ
พวกเราก็มีจุดเริ่มต้นมาจากดินแดนโบราณเหยียน
หวง”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินแล้วเขาค่อนข้างรู้สึกสับสน
อย่างไรก็ตาม หนึ่งคือดินแดนโบราณเหยียนหวง
ส่วนอีกหนึ่งก็คือนครจักรพรรดิเพลิง ถึงใช้หัวเข่า
คิดก็จะต้องรู้ว่าทั้ง 2 แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกัน
อย่างแน่นอน!
“ในดินแดนโบราณเหยียนหวง ณ ตำแหน่งจุด
ศูนย์กลาง มีขุมอำนาจอยู่ขุมหนึ่งซึ่งกินอาณาเขต
ควบคุมถึง 3 ทวีป เป็นสุดยอดขุมอำนาจอันดับ
ต้นๆของดินแดนโบราณเหยียนหวงมีชื่อเรียกว่า
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง! ผู้คนใน นคร
จักรพรรดิเพลิง นั้นล้วนเป็นคนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ทั้งสิ้น หลังจากที่เหล่าเทพ
เซียนได้ปิดผนึกมารกลืนสวรรค์ได้แล้ว พวกเขาก็
ได้ก่อตั้งทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งนี้ขึ้น และใช้มัน
เพื่อปกปั้องรักษาผนึกของบรรพบุรุษมารกลืน
สวรรค์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเรานครจักรพรรดิ
เพลิง มีบรรพบุรุษซึ่งมาจากดินแดนโบราณเหยียน
หวง และเป็นเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง จึงกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์
ระหว่างนครจักรพรรดิเพลิงและอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับนิกายกระบี่
สวรรค์ กับนิกายเซียนซูซันที่เจ้าเคยอยู่มาก่อน”
อู่ อวี้ จะคาดคิดได้อย่างไรว่ามันจะมีความสัมพันธ์
เช่นนี้ดำรงอยู่!
“และ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็รู้ว่าพวกเขา
มีพื้นที่อยู่บนทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ดังนั้นแม้ว่า
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งจะอยู่ไกลอย่างมาก แต่
พวกเขาก็ยังถือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นทวีปที่ 4 ของ
พวกเขา เพียงแต่ที่นี่ก็คือแผ่นดินที่ผนึกปีศาจ
เอาไว้มาเป็นระยะเวลานาน จึงไม่มีใครต้องการที่
จะมาเยือน แต่ในบางครั้งข้าก็ได้ใช้ยันต์สื่อสาร
ติดต่อกับผู้คนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงอยู่
บ้าง”
“อาณาจักรโบราณเหยียนหวง? เป็นขุมอำนาจที่
แข็งแกร่งที่สุดเลยหรือไม่ หรือว่าเป็นขุมอำนาจที่
เป็นอาณาจักร?”
อู่ อวี้ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ในทวีปแห่งทวยเทพมีอาณาจักรมนุษย์อยู่ถึง
3,000 อาณาจักร สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว อาณาจักร
เช่นนี้มักถูกก่อตั้งขึ้นโดยเหล่าปุถุชนสามัญ
หลังจากที่ยกระดับขึ้นมาเป็นผู้ฝึกตน ก็ไม่มี
โครงสร้างที่เสมือนกับอาณาจักรอีกต่อไป ซึ่งส่วน
ใหญ่แล้วจะถูกสร้างใหม่เป็นพรรคนิกายเสีย
มากกว่า และพรรคที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ นิกายเซียนซู
ซัน กับ พรรคซ่างหยวน
การฝึกตนแน่นอนว่าจะต้องอยู่ในนิกายที่เหมาะสม
กับตนเอง
ดังนั้นในใจของ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าสถานะของ
อาณาจักรค่อยข้างต่ำเมื่อเทียบกับพรรคนิกายของ
ผู้ฝึกตน แม้แต่นครจักรพรรดิเพลิง ในความเป็น
จริงมันก็แทบจะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับพรรคนิกาย
หากนำอาณาจักรมนุษย์ทั้ง 3,000 อาณาจักรมา
รวมเข้าด้วยกัน ก็ยังไม่อาจจะเทียบได้กับพรรค
นิกายแค่ 1 พรรค หรือ 2 พรรคได้เลย
อาณาจักรที่ปุถุชนสามัญเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ อู่ อวี้ ย่อม
เข้าใจรูปแบบในการทำงานของอาณาจักรบูรพา
เยว่อู่มากที่สุด ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดย่อมไม่ใช่ผู้ที่
แข็งแกร่งที่สุด เช่น อู่ หยู๋ นางไม่จำเป็นที่จะต้อง
เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เป็น
เพราะว่าแค่อำนาจสั่งการก็สามารถควบคุม
กองทัพทหารได้แล้ว แต่ภายในพรรคนิกาย
ประมุขของพรรคนิกาย แน่นอนว่าจะต้องเป็นผู้ที่
แข็งแกร่งที่สุด มิฉะนั้นก็ไม่อาจที่จะสร้างความ
น่าเชื่อถือได้
เห็นได้ชัดว่า เจ้านครจักรพรรดิเพลิง รู้ว่าข้อสงสัย
ของ อู่ อวี้ คืออะไร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น
พร้อมกล่าวออกมาว่า “ตัวเจ้ายังเยาว์วัยนัก การที่
ไม่เข้าใจย่อมเป็นเรื่องปกติ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง เป็นสถานที่ที่ส่งต่อพลังอำนาจเขตแดน
จักรพรรดิเพลิง ว่ากันว่าหลังจากที่อาณาจักร
โบราณเหยียนหวงปรากฏตัวออกมา จนกระทั่งถึง
ตอนนี้ได้ผ่านมาแล้วทั้งหมด 10 ยุคสมัย มันได้
ผ่านประวัติศาสตร์มาแล้วอย่างน้อยหนึ่งล้านกว่าปี
ได้ยินมาว่าตอนที่อยู่บนจุดสูงสุด แม้แต่ทั่วทั้ง
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็ยังต้องตกอยู่ภายใต้
การปกครองของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เหตุผลที่ดินแดนกลางถูกตั้งชื่อว่า ดินแดนโบราณ
เหยียนหวง เป็นเพราะดินแดนกลางนั้นได้เคยถูก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ยึดครองนั่นเอง แต่
ว่าในตอนนี้ขอบเขตอำนาจของพวกเขาเหลือเพียง
แค่ 3 ทวีปเพียงเท่านั้น เนื่องจากขุมอำนาจอื่นๆที่
เพิ่มขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น”
“อาณาจักรโบราณเหยียนหวง กับอาณาจักร
มนุษย์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน กล่าวได้ว่ามันคือ
ระบบทหารในรูปแบบผู้ฝึกตน คาดว่ามันย่อมอยู่
เหนือเกินกว่าจินตนาการของเจ้าไปหน่อย ความ
จริงแล้วเจ้าอยู่ในนครจักรพรรดิเพลิง ก็สามารถ
มองเห็นถึงต้นแบบของระบบการจัดการได้เป็น
อย่างดี มันคือการจัดการทางการทหารอย่างหนึ่ง
แบ่งแยกการให้รางวัลและลงโทษกันอย่างชัดเจน
ซึ่งจะต้องมีวินัยที่เข้มงวด! มันคือการจัดการระบบ
ทหารในแบบผู้ฝึกตน! ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของ
รูปแบบนี้ก็คือ สามารถจัดการได้ง่าย รวดเร็ว ซึ่ง
เมื่อกล่าวถึงความดีความชอบในสงคราม ทุกคน
ย่อมมีโอกาสได้รับ ตราบใดที่สามารถสร้างความดี
ความชอบได้ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่าง
มหาศาล ภายใต้การจัดการกองกำลังทหาร
กองทัพของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง จึงมี
อำนาจการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวที่สุดมาตั้งแต่สมัย
โบราณ ส่วนรูปแบบของพรรคนิกายสามัญทั่วๆไป
เป็นเพราะพรรคนิกายต่างๆเกียจคร้านเกินไป และ
ระบบที่ใช้กันมากที่สุดคือการสืบทอดกันของ
อาจารย์และลูกศิษย์ จึงไม่อาจมีประสิทธิภาพ
เทียบเท่ากับการจัดการรูปแบบบกองทัพ เจ้านั้น
เกิดมาจากในพระราชวัง ซึ่งมันมีหลายสิ่งหลาย
อย่างที่คล้ายคลึงกัน หากว่าเจ้ามีโอกาสที่จะไปยัง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เจ้าก็จะสามารถ
เข้าใจได้ การจัดการทางทหารของดินแดนกลาง
นั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจและพลังรบมากเพียงใด!
”
อู่ อวี้ เคยนำทัพทหารมาก่อน แน่นอนว่าเขารู้ดีถึง
ความแข็งแกร่งของกองทัพดี ในกรณีที่กำลังของ
ทั้งสองฝั่ายแทบไม่ต่างกัน ท้ายที่สุดการจัดรูปแบบ
กองทัพวางกลยุทธ์ก็ย่อมอยู่เหนือกว่ารูปแบบ
วิชาการต่อสู้ ถ้าหากทุกคนมีระเบียบวินัย วางแผน
แบ่งผลงานและการลงโทษต่อทหาร 100 คนอย่าง
ชัดเจน หากว่าเขานำทหารเหล่านี้ไปเผชิญกับขุม
กำลังที่ฝีมือเฉพาะตัวเก่งกาจแต่ไร้ซึ่งหัวมังกร อู่
อวี้ ย่อมสามารถชนะได้อย่างไม่ยากเย็น
เงื่อนไขข้อแรกคือ ทหารทุกนายจะต้องเชื่อฟัง
ตนเอง และตัวเขาก็จะต้องมีอำนาจเพียงพอ
ด้วยวิธีนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปกับ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงแห่งนี้! ถ้าหากเป็น
เช่นนี้จริงๆ อาณาจักรโบราณเหยียนหวงก็จะต้อง
น่ากลัวอย่างมากแน่นอน ซึ่ง นครจักรพรรดิเพลิง
เองก็เป็นเพียงแค่สาขาย่อยที่ถูกตั้งขึ้นมาเท่านั้น
อันที่จริงการจัดการของ นครจักรพรรดิเพลิง ไม่ได้
เข้มงวดมากนัก หลังจากที่ได้รับคัดเลือกให้มาเป็น
ทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้มี
ระบบการลงโทษที่เข้มงวด เหล่าทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิงจึงเต็มไปด้วยความอิสระเสรี ถือว่า
เป็นการจัดการแบบกึ่งทหาร และเจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นที่ที่มีการ
จัดการรูปแบบกองทัพได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึง
กล่าวได้ว่าเขานั้นได้วางรูปแบบได้คล้ายคลึงกับ
ยามที่ อู่ อวี้ เคยใช้นำทัพของอาณาจักรปุถุชนยิ่ง
นัก แต่เพราะว่าพลังรบของเหล่าปุถุชนมีขีดจำกัด
ดังนั้นจึงต้องรวมพลังทำสงครามจึงจะสามารถ
ระเบิดพลังการโจมตีที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และมันก็
มีหลากหลายวิธีการ ที่ทำให้พวกเขาสามารถดึง
ศักยภาพมาได้ และถ้าหากศักพภาพเหล่านี้ไป
ปรากฏอยู่ในกองทัพของผู้ฝึกตน ย่อมจินตนาการ
ไม่ถูกเลยว่าจะน่าหวาดสะพรึงเพียงใด
“เจ้าหลบหนีออกจากนิกายเซียนซูซันมายังนคร
จักรพรรดิเพลิง นับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องยิ่งแล้ว
เพราะว่ามีแต่ข้าเท่านั้นที่จะสามารถทำให้เจ้าไปยัง
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ได้ อีกทั้งยังสามารถทำ
ให้เจ้าได้มีโอกาสในการเข้าร่วมกับกองกำลังที่
แข็งแกร่งที่ของดินแดนโบราณเหยียนหวง อย่าง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ได้ด้วย และ
เนื่องจากนิสัยและประสบการณ์ที่ผ่านมาของเจ้า
ข้าเชื่อว่าหากเจ้าไปอยู่ที่นั่น จะต้องเปล่งประกาย
เจิดจรัสอย่างแน่นอน เพราะสุดท้ายแล้วเจ้าก็ย่อม
คุ้นเคยเกี่ยวกับระบบกองทัพมากกว่าใครใดๆ”
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง คาดหวังกับเขาเป็นอย่าง
ยิ่ง
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ ศึกษาตำราพิชัยยุทธ์มาตั้งแต่
ยังเด็ก ในด้านของการนำทัพ เขาถือเป็นยอดคน
เลยทีเดียว
“สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยดีก็คือ ด้วยสภาพแวดล้อมที่
จะต้องถูกผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าคอยชี้บงการ เพียงแค่
เอ่ยปากออกมาก็ถือว่าเป็นประกาสิตแล้ว หากใน
วันหนึ่งเจ้าไม่ปฎิบัติตามคำสั่ง ในฐานะผู้
บัญชาการของเจ้า เจ้าก็มีสิทธิที่จะถูกสังหาร” เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง กล่าวด้วยความเป็นห่วง
ในเรื่องนี้ อู่ อวี้ เข้าใจดี ว่าภายในกองทัพมี
ตำแหน่งอยู่หลายระดับ สำหรับทหารที่ไม่เชื่อฟัง
คำสั่งก็ย่อมมีบทลงโทษที่รองรับเอาไว้ แต่ถ้าหาก
บางคนยากที่จะจัดการได้จริงๆ ทั้งยังหยาบคาย
และไม่เชื่อฟัง อู่ อวี้ ก็เคยส่งคนแบบนั้นเข้าคุก
ทหารโดยตรงมาแล้ว
“ปัญหาก็คือ ดินแดนโบราณเหยียนหวง อยู่
ห่างไกลขนาดนั้น ไม่รู้ว่าข้าจะมีโอกาสได้ไป
เมื่อใด? ” อู่ อวี้ ทำได้แค่ยิ้ม เพราะว่า เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง พูดเหมือนกับว่าเขาจะสามารถไป
ได้ยังไงยังงั้น
ไม่คาดว่าเขาจะเอ่ยคำถามนี้ออกมา เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ถ้าหากเจ้าไป
ที่ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในตอนนี้ แน่นอน
ว่าเจ้ายังคงแข็งแกร่งไม่เพียงพอ การที่จะไปยัง
สถานที่ที่ยังไม่คุ้นเคยมันอันตรายเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม โอกาสในครั้งนี้ มันกลับมาอยู่ต่อ
หน้าของเจ้าแล้ว ถ้าหากว่าเจ้าต้องการที่จะไปจาก
ทวีปแห่งทวยเทพจริงๆ ครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาส
เดียวอย่างแท้จริง”
“อะไรนะ?” อู่ อวี้ ที่ได้ยินแล้วรู้สึกสับสนเป็นอย่าง
ยิ่ง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ