กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 512 : 19ทวีป
ชมพูทวีปโลกธาตุ ไม่ว่าจะมาหรือจะไปล้วนอยู่ใน
ใต้หล้า
ที่แห่งนั้นมีความกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างยิ่ง มัน
คงอยู่มานานเพียงใดไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้
แม้ หมิงซวง ที่รู้รายละเอียดมากมาย แต่เรื่องที่
เกี่ยวกับ ชมพูทวีปโลกธาตุ นางกลับไม่ค่อยเอ่ย
ออกมาบ่อยนัก
แต่จากคำพูดของนาง ที่แห่งนั้นกว้างใหญ่ไพศาล
ไร้จุดสิ้นสุด ซึ่งบัดนี้ อู่ อวี้ ยังอ่อนแอเหมือนกับมด
ปลวกที่อยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลก็มิปาน หาก
บอกกล่าวแก่เขาในยามนี้ มันก็รังแต่จะไปดับฝัน
แลจิตใจของเขาจนหมดไฟไปเสียเปล่าๆ
เสมือนกับเขาเป็นตัวตนอันกระจ้อยร่อยที่อยู่บน
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มันจะทำให้ตัวเขาเกิด
ความรู้สึกว่าตนไร้ซึ่งอำนาจ
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ก้าวหน้ากว่ากาล
ก่อนเรียกได้ว่าก้าวกระโดด จึงไม่ได้เป็นตัวตนอัน
ด้อยค่าอีกต่อไป ซึ่งเรื่องของโลกภายนอกนั้น ไม่
จำเป็นต้องง้อ หมิงซวง เพราะบัดนี้มีผู้ที่จะ
สามารถบอกกล่าวให้แก่ อู่ อวี้ ได้แล้ว
คนผู้นี้ก็คือ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
เมื่อได้ยินการตัดสินใจของ อู่ อวี้ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า
“โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน? อย่างน้อย
สิ่งที่ข้ารู้ก็น่าจะมีมากกว่าเจ้าอยู่เล็กน้อย เจ้า
อยากจะรู้ในสิ่งที่ข้ารู้หรือไม่?”
“แน่นอน” อู่ อวี้ กล่าวด้วยท่าทีเหมือนกับอดใจ
รอคอยไม่ไหว
ในตอนนี้เขารู้จัก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสินแล้ว อีก
ทั้งยังเคยได้ยินนามของ ชมพูทวีปโลกธาตุ มาบ้าง
บางทีมันอาจจะเป็นโลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หรือบางทีอาจจะเป็นทวีปที่แตกต่างกัน แต่ว่าเขา
ก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับรายละเอียดมากนัก
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงกล่าวว่า “ความจริง ข้า
เคยไปสถานที่แห่งนั้นมาแล้ว และในตอนนี้ข้าก็ไม่
มีธุระอันใด ฉะนั้นข้าจะเตรียมความพร้อมให้แก่
เจ้า หากรีบร้อนไปโดยที่ไม่รู้อันใด ย่อมเป็นเรื่องที่
เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง”
อู่ อวี้ ไม่ได้เอ่ยขึ้นมาขัดจังหวะแต่อย่างใด ทำ
เพียงตั้งตารอคอยให้เขาเล่าให้จบ
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ถอน
หายใจออกมาด้วยความปลง และกล่าวว่า “เจ้าจง
ฟังให้ดีๆ สิ่งที่เจ้ารู้ในตอนนี้มันก็มีเพียงแค่ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิน นอกจากนี้ยังมี 4 หมู่เกาะ
ทะเลตงหยางที่เป็นสาขาตะวันออกของทวีปแห่ง
ทวยเทพ ความจริงแล้วทวีปแห่งทวยเทพนั้น
ยิ่งใหญ่อย่างมาก ทะเลที่อยู่รอบๆก็กว้างใหญ่
ไพศาล ไม่มีจุดสิ้นสุด แต่ทว่าโลกที่เราอาศัยอยู่
มันไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลจำกัดแต่เพียงเท่านี้ บน
โลกใบนี้ถูกขนานนามมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลซึ่ง
อาจจะนานนับพันล้านปีมาแล้ว รวมถึง ชมพูทวีป
โลกธาตุ ”
“ชมพูทวีปโลกธาตุ มันมีความหมายว่าอะไร? ” อู่
อวี้ รู้สึกตื่นตระหนกแปลกใจยิ่ง เนื่องจาก
ความหมายของมันดูเหมือนมันจะไม่มีส่วน
เกี่ยวข้องใดๆเลยแม้แต่น้อย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง จะบอกกล่าวก็คือ บนโลก
ที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ มันถูกเรียกว่าชมพูทวีปโลกธาตุ
และแน่นอนว่า ทวีปแห่งทวยเทพ เองก็อยู่ในผืน
แผ่นดินของ ชมพูทวีปโลกธาตุ
“ดูเหมือนมันจะมีความหมายว่า ‘โลกมนุษย์’
สมควรรู้ว่าเบื้องบนยังมี ‘ดินแดนสวรรค์’ ส่วน
เบื้องล่างมีนรกหนึ่งหมื่นขุม ซึ่งชมพูทวีปโลกธาตุที่
อยู่ระหว่างกลาง ซึ่งก็คือ โลกแห่งมวลมนุษย์”
โลกมนุษย์!
ตอนแรก อู่ อวี้ รู้สึกว่าชื่อของมันค่อนข้างจะไร้
สาระยิ่ง ไม่คาดคิดว่าความหมายของมันจะเป็น
โลกมนุษย์
หลังจากที่อธิบายจบ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ก็
กล่าวต่อว่า “ชมพูทวีปโลกธาตุ กว้างใหญ่และไร้
ขอบเขต ที่แห่งนั้นอุดมไปด้วยผืนดิน มหาสมุทร
นอกจากนี้ยังมีซากอารยธรรมโบราณและดินแดน
ลี้ลับอีกมากมาย โลกใบนี้มีประวัติศาสตร์สุดแสน
จะยาวนาน ไม่มีใครรู้ว่ามันยาวนานมากขนาดไหน
บางทีอาจจะมีความลับซ่อนอยู่ในดินแดนลี้ลับ ซึ่ง
หนึ่งในนั้นย่อมสามารถทำให้เหล่าผู้ฝึกตน
สั่นคลอนฟั้าดินได้เลยทีเดียว”
เขามองไปยัง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า “เจ้าคงคิดว่า
ทวีปแห่งทวยเทพนั้นกว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุด แต่
แท้จริงแล้วมันเป็นแค่ทวีปแห่งหนึ่งในชมพูทวีป
โลกธาตุ และทวีปแห่งทวยเทพตงเสินก็ไม่นับว่า
ใหญ่โตอันใด หากเทียบกัน ชมพูทวีปโลกธาตุ นั้น
กล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ที่ไร้ซึ่งขอบเขตอย่างแท้จริง
ท่ามกลางมหาสมุทร มีกุ้งหอยปูปลาสัตว์ทะเล
ต่างๆมากมาย อีกทั้งยังมีปีศาจทะเลอีกจำนวนนับ
ไม่ถ้วนอยู่ทั่วทุกเขตแดนของมหาสมุทร เช่นสัตว์
สวรรค์มังกรเทวะ ซึ่งก่อนที่บรรพบุรุษมารกลืน
สวรรค์จะปรากฏตัวออกมา พวกเขาเป็นเหมือนกับ
ผู้ปกครองคนแรกของโลก ไม่มีผู้ใดสามารถ
สั่นคลอนได้”
เกรงว่าบัดนี้ ลั่วผิน น่าจะอยู่สักที่บนชมพูทวีป
โลกธาตุแห่งนี้
ถึงแม้ว่าเผ่าพันธุ์มังกรเทวะจะประสบกับหายนะ
ความสูญเสีย แต่รากฐานของพวกเขาก็ยังคงดำรง
อยู่ เกรงว่าภายในมหาสมุทรในตอนนี้ พวกเขาก็
ยังคงเป็นปลาใหญ่อยู่วันยังค่ำ
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว การจะเริ่มต้นค้นหา ลั่วผิน ซึ่ง
อยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอันแสนจะกว้างใหญ่ไร้
ขอบเขต นับว่ายากเย็นแสนเข็ญ เพราะเขาไม่รู้ว่า
จะต้องเริ่มจากที่ใด
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กล่าวอย่างต่อเนื่อง
“ถึงแม้ว่ามหาสมุทรจะกว้างใหญ่เพียงใด อย่างไร
ก็ตามขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของชมพูทวีป
โลกธาตุในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในเขตน่านน้ำใดๆ และ
พวกเราเคยคิดที่จะเรียก ชมพูทวีปโลกธาตุ ว่า
‘พื้นพิภพ’ ความหมายก็คือ แผ่นดินที่อยู่ใต้นภา
สวรรค์ แต่ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพจำนวน
มากหาได้คิดว่าสิ่งที่เรียกว่า ชมพูทวีปโลกธาตุ
ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพราะนอกจากมหาสมุทรอัน
ไร้สิ้นสุดแล้ว บนพื้นพิภพแห่งนั้นก็ยังมีทวีปแยก
ย่อยอยู่อีกถึง 19 ทวีป!”
19 ทวีป?
ทวีปแห่งทวยเทพ นั้นเป็นเพียงแค่ 1 ใน 19 ทวีป
นั้นงั้นรึ?
หากว่าทวีปอื่นๆอีก 18 ทวีปมีขนาดใหญ่เทียบเท่า
กับทวีปแห่งทวยเทพ เช่นนั้นก็แสดงว่าโลกของ
มนุษย์ ความจริงแล้วมันกว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง
หากก่อนหน้านี้เขาได้รู้รายระเอียดเหล่านี้ ในใจ
ของเขาย่อมจะต้องรู้สึกกดดันอย่างมากแน่นอน
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงกล่าวว่า “ดินแดนของ
ชมพูทวีป มีทั้งหมด 19 ทวีป ซึ่งมี3ทวีปที่ถูกแยก
ห่างออกมา และทวีปแห่งทวยเทพก็เป็น 1 ในนั้น
ทวีปแห่งทวยเทพตั้งอยู่ตำแหน่งชายขอบ
ตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากชมพูทวีปที่สุด และยังมี
อีก 2 ทวีป ที่อยู่ในดินแดนตะวันตก และดินแดน
ทางฝังเหนือสุด ซึ่งทั้ง3ทวีปนั้นมีการติดต่อกับ’
ดินแดนกลาง’ น้อยมาก ส่วนอีก 16 ทวีปที่เหลือ
ทั้งหมดรวมกันอยู่ภายในดินแดนกลางของชมพู
ทวีป ถึงแม้ว่าบางส่วนจะถูกมหาสมุทรกั้นเอาไว้
แต่ระยะห่างระหว่างกันถือว่าใกล้กันเป็นอย่างยิ่ง
โดยพื้นฐานแล้วทวีปทั้ง 16 ทวีปนี้รวมตัวกันอยู่
ด้วยกัน ผู้คนจึงเรียกแผ่นดินที่อยู่ตรงกลาง
‘ดินแดนโบราณเหยียนหวง’! ”
ดินแดนโบราณเหยียนหวง!
ยามที่ได้ยินชื่อนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่
มันกลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง!
ชมพูทวีปโลกธาตุ ดินแดนโบราณเหยียนหวง ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง!
กลับกลายเป็นว่าสถานที่ทั้ง 3 กลับมีความ
เชื่อมโยงถึงกัน
ภายในนั้น ชมพูทวีปโลกธาตุ หมายถึงโลกมนุษย์
ซึ่งรวมทั้งแผ่นดิน มหาสมุทร และ ดินแดนลี้ลับ
และบนแผ่นดินมีทวีปทั้งหมด 19 ทวีป มี 3 ทวีปที่
อยู่ห่างจากใจจุดศูนย์กลาง ทวีปแห่งทวยเทพก็
เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนอีก 16 ทวีปที่เหลือก็อยู่
รวมกันบนดินแดนกลาง ดินแดนกลางนั้นถูก
เรียกว่า ‘ดินแดนโบราณเหยียนหวง’
ในดินแดนโบราณเหยียนหวง มีทวีปอยู่ 16 ทวีป
จึงกล่าวได้ว่ามันใหญ่กว่าทวีปแห่งทวยเทพถึง 16
เท่าตัว! ในเวลานี้ อู่ อวี้ เข้าใจได้อย่างชัดเจน เมื่อ
เปรียบเทียบกันเช่นนี้แล้ว เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่า
ทวีปแห่งทวยเทพเป็นดินแดนที่ไร้จุดสิ้นสุด แต่เมื่อ
เทียบกับ ดินแดนโบราณเหยียนหวง แล้ว ทวีป
แห่งทวยเทพ ก็ไม่ต่างอะไรจากรูหนูดีๆนี่เอง
“เจ้าน่าจะพอเดาได้ว่า มหาสมุทรที่อยู่ทุกหนทุก
แห่ง และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังฟั้าดิน ย่อมมี
เหล่าปีศาจมากมาย สำหรับดินแดนโบราณเหยียน
หวง ซึ่งพลังฟั้าดินค่อนข้างมั่นคงและหนาแน่น
มันจึงเป็นสถานที่ที่รุ่งเรืองมากที่สุดบนโลกมนุษย์
อำนาจของทั้ง 16 ทวีป นั้นจึงเหมาะสมที่จะเป็น
จุดศูนย์กลางของโลกมนุษย์อย่างแท้จริง ส่วนทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง ที่อยู่บนชายขอบทางฝัง
ตะวันออก ในช่วงเวลาหลายปีมานี้มีการติดต่อกับ
ดินแดนโบราณเหยียนหวงน้อยมาก ดังนั้นที่แห่งนี้
จึงค่อนข้างตกต่ำ และกลับกลายเป็นว่าที่แห่งนี้คือ
เกาะร้างไปเสียอย่างนั้น สิ่งที่เรียกว่าโลกมนุษย์
แท้จริงแล้วควรจะเป็นทางฝังของ ดินแดนโบราณ
เหยียนหวง เสียมากกว่า!”
อันที่จริง อู่ อวี้ คิดว่าทวีปแห่งทวยเทพนี้
เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก แต่มันกลับกลายเป็น
ดินแดนที่ล้าหลังบนชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
สถานที่แห่งนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดย
สมบูรณ์ ระดับของการต่อสู้ ไม่อาจจะเทียบเท่ากับ
ดินแดนโบราณเหยียนหวงได้แม้แต่น้อย ระดับของ
พลังฟั้าดินของ 16 ทวีปของดินแดนโบราณเหยียน
หวง ก็นับว่าเข้มข้นกว่าที่นี่มาก!
ขุมกำลังขนาดใหญ่ชั้นนำแห่ง ทวีปแห่งทวยเทพ
เช่น นครจักรพรรดิเพลิง นิกายเซียนซูซัน และขุม
กำลังอื่นๆ ผนวกกับทวีปที่ใหญ่โตเช่นนี้ ทำให้แต่
ไหนแต่ไรมา อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าสถานที่แห่งนี้จะ
เป็นแผ่นดินที่เสื่อมโทรมเสมือนเกาะร้าง จึงบังเกิด
เป็นช่องว่างในจิตใจขึ้นมา แต่สุดท้ายเขาก็ทำใจ
รับได้ เพราะท้ายที่สุดความแข็งแกร่งของ ลั่วผิน ก็
เป็นประจักษ์ ซึ่งนางทำให้เห็นว่าโลกภายนอกนั้น
แข็งแกร่งกว่าทวีปแห่งทวยเทพอย่างมากทีเดียว
มิฉะนั้นจะเรียกว่าดินแดนกลางได้อย่างไร?
ในยามที่อยู่ในนิกายเซียนซูซัน ได้แลเห็นถึงความ
กว้างใหญ่ของซูซันเป็นครั้งแรก อู่ อวี้ ก็ตกตะลึง
จนมิอาจควบคุมตัวเองได้ ใครจะคาดคิดว่า ซูซัน
กลับเป็นพรรคนิกายบนเกาะทวีปอันเสื่อมโทรม
แห่งนี้กันเล่า?
“ข้าเคยไปที่ดินแดนโบราณเหยียนหวง ที่แห่งนี้ไม่
อาจจะเทียบได้กับทางฝังนู้นแม้เพียงเสี้ยว พวก
เขารู้ถึงการดำรงอยู่ของทวีปแห่งทวยเทพตงเสิน
แต่เจ้ารู้หรือไม่ พวกมันเรียกทวีปแห่งทวยเทพว่า
อะไร?” เจ้านครจักรพรรดิเพลิงนึกไปถึงเรื่องเมื่อปี
นั้น เขาจึงรู้สึกปลงอนิจจัง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่รู้
เมื่อเห็นความอยากรู้อยากเห็นของ อู่ อวี้ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง จึงหัวเราะเยาะกับตัวเอง พร้อม
กล่าวออกมาว่า “พวกมันเรียกที่แห่งนี้ว่า ทวีป
ผนึกปีศาจคำว่า ‘ปีศาจ’ นี้ไม่ต้องกล่าว เจ้าก็
น่าจะรู้ว่าหมายถึงใคร ใช่หรือไม่”
เห็นได้ชัดว่านั่นก็คือ ‘มารกลืนสวรรค์’
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ดินแดนกลาง ได้
ชายตามองมาว่าสถานที่แห่งนี้คือสถานที่กักขังมาร
กลืนสวรรค์เอาไว้ ทวีปแห่งทวยเทพจึงถูกเรียกว่า
ทวีปผนึกปีศาจ ไปโดยปริยาย!
เมื่อได้ยินเช่นนี้จึงคิดไปได้ว่า ทวีปแห่งทวยเทพ
แห่งนี้ ย่อมไม่มีค่าให้กล่าวขวัญถึงแม้เพียงน้อยนิด
บัดนี้ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ได้เริ่มรู้จักโลกใบนี้มากขึ้น
เขาไม่ได้เป็นกบที่อยู่ก้นบ่ออีกต่อไป ตอนนี้เขามี
ความมุ่งมั่นเพียงพอ มุ่งมั่นที่จะตามหา ลั่วผิน
ดังนั้นเมื่อได้เผชิญหน้ากับความยิ่งใหญ่ของโลกใบ
นี้ ในใจของเขาก็หาได้หวาดกลัวแต่อย่างใด เขา
ไม่ได้มีความรู้สึกต่ำต้อยในพลังของตนเอง แต่กลับ
ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
เรื่องนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ อู่ อวี้ ต้องการที่
จะออกไปผจญภัยยังดินแดนกลาง! มีเพียงแต่
สถานที่แห่งนั้น ที่จะทำให้เขาได้เห็นถึงหนทาง
ข้างหน้า
เห็นได้ชัดว่า หมิงซวง ก็มาจากสถานที่แห่งนั้น
เช่นกัน แต่นางไม่เคยบอก นั่นเป็นเพราะว่า
สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ที่ฝากรอยแผลเอาไว้ใน
จิตใจของนาง ในฐานะที่เป็นคนท้องถิ่นของ
ดินแดนโบราณเหยียนหวง นางคิดไม่คิดว่าดินแดน
โบราณเหยียนหวงใหญ่โตนัก แต่กลับรู้สึกว่าทวีป
แห่งทวยเทพนั้นเล็กนิดเดียว
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ระหว่างทวีปแห่งทวยเทพและดินแดนโบราณเห
ยียนหวงนั้นคือสิ่งใด? ” เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
เอ่ยถาม
“ขนาดของแผ่นดิน? จำนวนของยอดฝีมือ?” อู่
อวี้ ถามกลับไป
เจ้านครจักรพรรรดิเพลิงยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าว
ว่า “คำตอบที่ถูกต้องก็คือ ที่ดินแดนโบราณเหยียน
หวงเต็มไปด้วยผู้คนที่หวังจะกลายเป็นเซียนอมตะ
ซึ่งภายในหมื่นปี ก็มีคนที่สามารถกลายเป็นเซียน
อมตะได้สำเร็จ ส่วนทวีปแห่งทวยเทพ ผู้ฝึกตนที่
สำเร็จกลายเป็นเซียน มันเป็นเพียงแค่จินตนาการ
เพ้อฝันอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไป
ไม่ได้ ข้ากับประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ผู้ที่ซึ่งอยู่
จุดสูงสุดของทวีปแห่งนี้ ยังรู้สึกว่าช่องว่าระหว่าง
พวกข้ากับการเป็นเซียนอมตะ ยังห่างไกลยิ่งนัก
สำหรับทวีปแห่งทวยเทพแล้ว ความเป็นอมตะไม่
แก่ไม่ตายเป็นความฝันที่ไม่อาจจะเอื้อมไปถึงได้
แต่สำหรับดินแดนโบราณเหยียนหวงแล้ว มันมี
ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุถึงระดับนั้นจริงๆ!”
คำตอบนี้ได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสั่นสะท้าน
สิ่งที่เขาปรารถนาก็คือการกลายเป็นเซียนอมตะ มี
ชีวิตยืนยาวไม่แก่ไม่ตาย! แน่นอนว่าทวีปแห่งทวย
เทพมันเป็นสถานที่ที่ไม่อาจจะทำให้เป็นจริงได้
เช่นนั้นเขาจะต้องไปดินแดนโบราณเหยียนหวง!
หลังจากนี้ไปเขาได้ตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่
ว่ามันจะลำบากยากเข็ญเพียงไหน เขาก็จะต้องทำ
มันให้ได้! ไม่เพียงแต่จะค้นหา ลั่วผิน ให้เจอสักวัน
หนึ่ง แต่จะต้องเติมเต็มความปรารถนาของเขาอีก
อย่างด้วย!
เป็นอมตะ!
เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว ทวีปแห่งทวยเทพก็คงเป็น
ทวีปที่ห่างไกลความเจริญจริงๆ ส่วนดินแดน
โบราณเหยียนหวง ดินแดนกลาง จึงจะนับได้ว่า
เป็นดินแดนของโลกมนุษย์อย่างแท้จริง
ดวงตาทั้ง 2 ข้างของ อู่ อวี้ เปล่งประกายออกมา
เมื่อเห็นลำแสงนี้ เจ้านครจักรพรรรดิเพลิง ก็รู้สึก
ตกตะลึงเล็กน้อย เขาค้นพบความกระตือรือร้นที่จะ
กลายเป็นเซียนอมตะของ อู่ อวี้ ได้อย่างชัดเจน
บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงพยายาม
แข็งแกร่งขึ้นต่อไป
“ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมผู้เยาว์คนนี้สามารถ
เติบโตมาถึงระดับนี้ได้”
“แต่ว่าการจะกลายเป็นเซียนอมตะ ภายในหมื่นปี
ยังปรากฎแค่ไม่กี่คน แล้วมันจะง่ายดายขนาดนั้น
ได้อย่างไร…….”
เขาไม่ต้องการที่จะดับฝันของ อู่ อวี้ ดังนั้นเขาจึง
ไม่ได้กล่าวอะไรมากนัก
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ