กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 515 : ศึกมังกรสวรรคแหงทวีปทวยเทพ
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ตลอดเส้นทาง
ล้วนเปียมล้นไปด้วยด้วยความไม่แน่นอน
ภายในนั้นอาจมีสมบัติที่หาได้ยากยิ่งภายในโลกานี้
ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวครอบครองมันมาได้อย่าง
ง่ายดาย แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันว่าเมื่อเข้าไปด้านใน
แล้วจะต้องพบเจอกับหายนะ จนต้องตกตายไปใน
ที่สุด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบน เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ล้วนมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีแม้กระทั่งคำ
ร่ำลือว่า ‘สรรพเทวะวิญญาณ’ ก็ยังถือกำเนิดขึ้น
จาก เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้วปรากฏตัวขึ้น
บนชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
บน ชมพูทวีปโลกธาตุ แห่งนี้นับตั้งแต่อดีตกาลโบ
ร่ำโบราณ ประตูแห่ง เส้นทางเซียนบรรพกาล เปิด
ขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพาะสร้างวีรชนขึ้นมา
มากมาย บางคนประสบความสำเร็จบรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ ส่วนบางคนนั้นเหนือกว่า
ระดับชั้นเซียน ในทางกลับกันเส้นทางนี้ ได้บดขยี้
พรากชีวิตของเหล่าอัจฉริยะไปแล้วมากมายนับไม่
ถ้วน อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านมาหลายปี เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่า อู่ อวี้
จะพบเจอกับสิ่งใดเมื่อก้าวเข้าสู่ เส้นทางเซียน
บรรพกาล
” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นใน ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง หลายสิ่งอย่างที่เจ้าคิดว่าน่า
เหลือเชื่อยิ่งแล้ว จะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับ ‘
เส้นทางเซียนบรรพกาล ‘ แต่ถ้าให้กล่าวถึง
ทางด้านความปลอดภัย ข้าขอแนะนำให้เจ้าอยู่รั้ง
ท้ายตามหลังเป็นดีที่สุด ให้มุ่งเน้นไปที่การตามหา’
ยันต์เซียนบรรพกาล ‘ ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
เขาจะต้องท่องสู่โลกกว้างอันแสนงดงาม ด้วยลำ
แข้งของตัวเอง เนื่องจากกระทั่ง เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง ก็ยังไม่มีวิธีการพิเศษที่จะพาเขาไป เพราะ
ยังไงแล้วลำพังแค่ตัวเจ้านครเองก็ยังถือว่าอันตราย
ยิ่ง สิ่งสำคัญก็คือยามนี้ ทวีปแห่งทวยเทพ ยังไม่
สงบดี ซึ่งเขาก็ยังไม่สามารถเดินทางออกไปได้
ในทันที ดังนั้นหากพบเจอวิธีที่จะเดินทางไปได้
โดยเร็ว ก็นับว่าดียิ่ง
“ ท่านเจ้านครแล้ว เส้นทางเซียนบรรพกาล มันจะ
เปิดเมื่อไหร่กัน? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
เขาต้องการเวลาสักหน่อยเพื่อตระเตรียมตัว
” ไม่น่าจะเกินครึ่งปี ก็จะครบห้าสิบปีตาม
กำหนดเวลา อย่างไรก็ตามความจริงนั้นหาได้ง่าย
ดังอย่างที่เจ้าคิด การที่จะสามารถเข้าสู่ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ได้นั้น เจ้าจะต้องผ่านการคัดเลือก
ให้ได้เสียก่อน ”
“คัดเลือก?”
อู่ อวี้ ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาคิดว่า เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง คงไม่สามารถให้เขาเข้าไปด้านใน
ได้โดยลัดขั้นตอน
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้แล้ว
กล่าวว่า “ส่วนใหญ่การประลองที่จัดตั้งขึ้นในทุก
ๆ 50 ปี มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งตัวข้ามิใช่ผู้
ตัดสิน เส้นทางเซียนบรรพกาล ได้ถูกค้นพบที่ทวีป
แห่งทวยเทพมาเนิ่นนานแล้ว การประลองถูกจัด
ขึ้นมาหลายปีดีดัก ส่งผลให้บังเกิดเป็นกฎการ
ประลองขึ้นมา ซึ่งทุกผู้คนสามารถมั่นใจได้ การ
ประลองในครั้งนี้ถือเป็นต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ผู้ชนะจะ
ได้เข้าสู่ เส้นทางเซียนบรรพกาล การต่อสู้ที่ถูกจัด
ขึ้นทุก 50 ปี จะเป็นศึกการต่อสู้อันแสนดุเดือด
เวลาได้จนเจียนใกล้เข้ามาทุกขณะ ความจริงแล้ว
ถ้าไม่มีมหาสงครามวิบัติเทพมารนอกรีตบังเกิดขึ้น
ทวีปแห่งทวยเทพคงได้จัดเตรียมงานด้วยความ
คึกคักมีชีวิตชีวายิ่งแล้ว แต่เพราะสถานการณ์คับ
ขันที่เกิดขึ้น ผู้คนจึงไม่ได้สนใจมันมากนัก ”
อู่ อวี้ ใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ในที่สุดเขาก็จดจำ
ข้อความที่ถูกเขียนไว้ในบันทึกได้ว่า ในช่วงครึ่งปี
หลังจากนี้ เหล่าพรรคนิกายใหญ่ต่าง ๆ ได้จะมา
รวมตัวกัน จัดงานพิธีอันยิ่งใหญ่ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘
ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ ‘ มันคือ
เหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่! ในทุก ๆ ครบรอบ 50 ปี
เขาเพียงแค่ไม่ทราบว่า ‘ ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีป
ทวยเทพ ‘ ถูกจัดขึ้นเพื่อจะได้มีโอกาสเข้าสู่
เส้นทางเซียนบรรพกาล
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กล่าวว่า ” ในครั้งแรกที่ได้
พบ เส้นทางเซียนบรรพกาล อาจเป็นช่วงเวลา
หลายหมื่นปีก่อน ในทุก ๆ ครั้งที่ เส้นทางเซียน
บรรพกาล ปรากฏขึ้นจะบังเกิดสงครามนองเลือด
ขึ้นใน ทวีปแห่งทวยเทพ ความขัดแย้งสร้างความ
วุ่นวายโกลาหลครั้งใหญ่ ผู้คนบาดเจ็บล้มตายกัน
เป็นเบือ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้พรรคนิกายใน
ทวีปแห่งทวยเทพ จึงกำหนดกฎเกณฑ์ศึกการ
ประลองนี้ขึ้น ผู้ชนะถึงจะได้รับสิทธิ์เข้าสู่ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ในการแข่งขันครั้งแรกเป็นการ
ประลองระหว่างพรรคนิกายใหญ่ และ แข็งแกร่ง
มากที่สุด ซึ่งกินเวลาเนิ่นนาน ”
“ ต่อมาภายหลัง ผู้คนพบว่าการเก็บเกี่ยวบน
เส้นทางเซียนบรรพกาล นั้นยากที่จะกระทำได้ อีก
ทั้ง ดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็ได้เปลี่ยนกฎมา
นานแล้ว ทำให้พวกเราจำต้องเปลี่ยนกฎตามไป
ด้วย โดยการให้เข้าร่วมประลองใน ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ซึ่งผู้เข้าร่วมต้องมีอายุ
ไม่เกิน 50 ปี อันที่จริงแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้นจวบ
จนปัจจุบัน การประลองได้พัฒนาไปสู่การต่อสู้ของ
เหล่าอัจฉริยะ ”
“ คนหนุ่มสาวสามัญธรรมดา ไม่อาจทำลายความ
สามัคคีระหว่างพรรคนิกายได้ ฉะนั้นจึงถูกปฏิบัติ
สืบเนื่องกันมาจวบจนปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง หรือ ดินแดนโบราณเหยียน
หวง แม้แต่ปีศาจสมุทร โดยทั่วไปล้วนอยากเข้าสู่
เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้วก่อนที่ประตูจะถูกเปิด
ขึ้น จะทำการคัดเลือกอัจฉริยะฝีมือดีที่สุดใน
ดินแดน เมื่อคุณสมบัติเพียงพอจนผ่านการ
คัดเลือก คนผู้นั้นก็จะถูกรับรองเพื่อเข้าสู่ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล เช่นเดียวกันกับ ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง ของเรา ”
” ดังนั้นในทุก ๆ ครั้งที่ เส้นทางเซียนบรรพกาล
ปรากฏขึ้นผู้ที่ร่วมต่างล้วนเป็นอัจฉริยะอันดับต้น
ๆ ! ซึ่งถ้าหากเจ้าสามารถเข้าไปได้ เจ้าจะต้อง
ตั้งเปั้าหมายในการต่อสู้ครั้งนี้ ผู้คนนับร้อยนับพัน
จากทั่วทุกมุมโลกต่างมีอายุต่ำกว่า 50 ปี! อัจฉริยะ
หลายคนที่อยู่ใน ดินแดนโบราณเหยียนหวง มีฝีมือ
ก้าวล้ำเกินกว่า อัจฉริยะของ ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง มากมายนัก ถ้าให้เปรียบเทียบกับพลังฝีมือใน
ปัจจุบันของเจ้า น่าจะอยู่ในระดับปลายน้ำ ฉะนั้น
จึงมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เจ้าสามารถต่อกรด้วย
ได้ เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าจะต้องแสวงหาโชควาสนา
ด้วยตัวเจ้าเองแล้ว ในฐานะเป็นคนของ ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าจะต้องปฏิบัติ
ตามกฎ กลายเป็นอัจฉริยะผู้แข็งแกร่งที่สุดของผู้มี
อายุต่ำกว่า 50 ปีเสียก่อน ”
การจำกัดช่วงอายุถือเป็นกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่ง
ดังนั้นสำหรับใครบางคนแล้วอาจจะโชคไม่ดี
เท่าไหร่นัก เพราะสำหรับพวกมันที่ตั้งหน้าตั้งตารอ
คอยวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อวันนี้มาถึง ก็
ปรากฏว่าอายุของมันล่วงเลยเกิน 50 หรือไม่ก็ 60
ปี อย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องของโชควาสนา
นอกจากนี้การเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล อาจ
มิได้รับโชควาสนาใด ๆ ตอบกลับมา และอาจ
กลายเป็นแค่การผจญภัยเพียงเท่านั้น ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ได้พัฒนากลายเป็นศึก
การประลองแห่งเกียรติยศของเหล่าพรรคนิกาย
ใหญ่ ส่วนเรื่องตำแหน่งของผู้มีคุณสมบัติในการ
เข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล อันที่จริงแล้วเหล่า
พรรคนิกายใหญ่ต่างมิได้สนใจเท่าใดนัก สิ่งผู้คน
ต้องการจริง ๆ ก็คือ กลายเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับ 1
ในใต้หล้านี้ นี่คือแนวคิดของเหล่าขั้วอำนาจ ใน
ท้ายสุดแล้วเนื่องจากไม่มีศัตรูจากภายนอกเข้า
รุกราน นครจักรพรรดิเพลิง นิกายเซียนซูซัน และ
เหล่าขั้วอำนาจอื่น ๆ จึงมีความขัดแย้งซึ่งกันและ
กันเอง
ตัวอย่างเช่น เฉิน ชิงเหยา ตอนนี้เขาฝึกฝนบำเพ็ญ
ตนจนมีอายุย่างก้าวเข้าสู่ 60 ปีแล้ว การประลอง
ครั้งล่าสุดที่ถูกจัดขึ้นเขามีอายุเพียง 10 ปีเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงไม่มีโชควาสนาในการเข้าร่วมการ
ประลองครั้งนี้
ผู้โชคดีมากที่สุดคือคนที่มีอายุ 40 ปี พวกเขาเป็น
ผู้มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมกันประลองครั้งนี้ ซึ่ง
ฝึกฝนบำเพ็ญตนมามากกว่า อู่ อวี้ ถึง 20 ปี
ร่ำลือกันว่า ดินแดนโบราณเหยียนหวงก็ใช้กฎแบบ
นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่ากฎนี้จะดูไม่เป็นธรรมอยู่
บ้าง แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเปลี่ยนแปลงมัน เนื่องด้วย
รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลยิ่งแล้ว
” นอกจากนี้ ปีศาจ ยังมีสิทธิ์ในการเข้าร่วม ศึก
มังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ หลังจากการ
ประลองในครั้งนี้ดำเนินผ่านมาได้หลายปี ไม่ว่าจะ
เป็นห้วงทะเลปีศาจอนันต์ นครจักรพรรดิเพลิง
นิกายเซียนซูซัน พรรคซ่างหยวน กับ ตระกูลเทียน
อี้ แต่ละพรรคนิกายใหญ่ล้วนสามารถส่งตัวแทน
เข้าร่วมใน ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ได้
3 คน รวมเป็นทั้งหมด 15 คน นอกจากนี้เหล่า
พรรคนิกายอันดับ 2 อย่าง นิกายทัพเซียนสวรรค์
วังอสนีบาตทลายสวรรค์ และยอดเขานางเซียนกูซู
เป็นต้น พรรคนิกายเหล่านี้มีสิทธิ์ในการส่งตัวแทน
เข้าร่วมพรรคละ 1 คน รวมเป็นทั้งหมด 15 คน
นอกจากนี้ยังมีที่ว่างอีก 2 ตำแหน่ง ซึ่งพวกเรา
กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่ บางทีอาจคัดเลือกสุด
ยอดอัจฉริยะจากพรรคนิกายสามัญ หรือไม่ก็เป็นผู้
ที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดใด รวมเป็นทั้งหมด 32 คน ซึ่ง
หลังจากผ่านการประลองอันดุเดือด ก็จะปรากฎผู้
ชนะออกมา สำหรับผู้คนจากทวีปแห่งทวยเทพ นี่
คือการต่อสู้ของศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง มิได้ปรารถนา
จะก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาลดังเช่นเจ้า
ในตอนนี้ ”
ทุกสิ่งทุกอย่างในการประลองครั้งนี้ อยู่ภายใต้กฎ
ข้อเดียวเท่านั้น นั่นก็คือห้ามมีอายุเกิน 50 ปี ซึ่ง
อันที่จริงแล้วสำหรับ อู่ อวี้ มู่หรง ซวี่ และ
อัจฉริยะคนอื่น ๆ ถือว่าเสียเปรียบกว่าเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าผู้ฝึกตนบางคนที่เข้าร่วมการประลอง จะ
มิได้มีพรสวรรค์สูงส่งดั่งเช่นอัจฉริยะเหล่านี้ แต่
ความเหลื่อมล้ำในการฝึกฝนบำเพ็ญตนกว่า 10 ปี
มีความเป็นไปได้ว่าอาณาจักรการฝึกตนของพวก
มัน อาจจะสูงส่งกว่าพวกเขา
แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ ดังนั้นการที่ อู่ อวี้ จะ
กลายเป็นอันดับ 1 ในการประลองครั้งนี้ ถือเป็น
เรื่องยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง คู่ต่อสู้ของเขารวมถึง
เหล่าผู้แข็งแกร่งของพวกปีศาจด้วย!
ผู้เข้าร่วมศึกการประลองในครั้งนี้มีทั้งหมด 32 คน
” สำหรับนครจักรพรรดิเพลิง ข้าได้ครุ่นคิดอย่าง
ละเอียดถี่ถ้วนแล้ว 3 ตัวแทนที่เราจะส่งเข้าร่วมศึก
การประลองในครั้ง มีเจ้า 1 ตำแหน่ง มู่หรง ซวี่ 1
ตำแหน่ง กับหัวหน้ากองพันอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้
แข็งแกร่งอันดับ 1 ใน ‘สงครามหวง’ เขามีอายุ
49 ปี ซึ่งถือว่าเขาโชคดีเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเขายังมี
ระดับการฝึกตนอยู่ใน ระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกตขั้นที่ 8 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเจ้า เป็นขอบเขต
ความแข็งแกร่งที่อยู่ในระดับเดียวกับเหล่าขุนพล
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งเราแค่ยังไม่ได้มอบตำแหน่ง
ให้แก่เขาเท่านั้น ”
บางทีเหล่าพรรคนิกายอื่น ๆ อาจส่งอัจฉริยะ ผู้มี
ความแข็งแกร่งเทียบเคียงได้กับ ผู้ชนะเลิศอันดับ
1 ในสงครามหวงออกมาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งบาง
ทีพวกเขาอาจจะไม่ได้โดดเด่นเท่ากับยอดอัจฉริยะ
อย่าง อู่ อวี้ มู่หรง ซวี่ และ คนอื่น ๆ แต่พวกเขามี
ข้อได้เปรียบอย่างการฝึกฝนบำเพ็ญตนมานานกว่า
20 ปี
ถ้าอายุ อู่ อวี้ เท่ากับพวกมัน เขาอาจจะแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่า เจ้านครจักรพรรดิเพลิง เสียอีก แต่กฎยังไง
ก็เป็นกฎ เขาจำต้องปฏิบัติตาม
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ตระหนักได้ว่า การเข้าสู่ ‘เส้นทางเซียน
บรรพกาล’ มิใช่เรื่องง่ายเลย
” ข้าลองนับเวลาดูแล้ว เจ้ามีเวลาเตรียมตัวอีก
ประมาณ 7 เดือน หลังจากผ่านไปไม่นาน
ผลกระทบจากมหาสงครามวิบัติเทพมารนอกรีตก็
ค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ แต่ความวุ่นวายโกลาหล
จาก ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ จะลุก
กระพือขึ้นมาแทน เนื่องด้วยศึกการปกครองในครั้ง
นี้จะถูกจัดขึ้นในทุก ๆ 50 ปี ซึ่งผู้คนมากมายต่างมี
โอกาสได้รับชมการประลองเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ถือเป็นศึกแห่งเกียรติยศของผู้เยาว์จากพรรคนิกาย
ใหญ่แห่งทวีปทวยเทพ และที่สำคัญยิ่งกว่า
หลังจากผ่านมหาสงครามวิบัติเทพมารนอกรีต จึง
ทำให้ศึกการประลองในครั้งนี้มีความสำคัญมาก
ยิ่งขึ้น ไม่ว่าผู้เยาว์จากพรรคนิกายใดที่ได้รับอันดับ
1 ใน ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ครั้งนี้
พรรคนิกายนั้นจะเปล่งประกายรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด
แม้แต่นครจักรพรรดิเพลิงของเรา ยังเคยได้รับ
อันดับหนึ่งแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เหล่าผู้เยาว์ถือเป็น
ขุมกำลังในอนาคตของพรรคนิกาย ถ้าครั้งนี้เจ้ายัง
ไม่ลุกขึ้นสู้ ยืนหยัดเพื่อนครจักรพรรดิเพลิงของเรา
คาดว่าสมญานามอันดับ 1 ของนครจักรพรรดิ
เพลิง คงได้ถูกแทนที่เป็นแน่แล้ว ”
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กล่าวเชิงหยอกเย้า
ในฐานะกองกำลังที่ได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่ง
มากที่สุด แต่กลับได้รับอันดับหนึ่งใน ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ไม่กี่ครั้งเท่านั้น แน่นอน
ว่ามันย่อมส่งผลกระทบต่อเกียรติยศศักดิ์ศรีของผู้
แข็งแกร่งอันดับ 1
“ ผู้ใดที่ได้รับชนะเมื่อห้าสิบปีก่อน” อู่ อวี้
ซักถามด้วยความอยากรู้มากยิ่งขึ้น
” เจ้าไม่มีทางเดาได้แน่ ๆ ”
อันที่จริง อู่ อวี้ พยายามครุ่นคิดวนไปวนมา โดย
เขาคาดการณ์เอาไว้ว่าผู้ที่ได้รับชัยชนะจะต้องมี
ฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ โดยน่าจะมี
อายุชักราว ๆ เกือบ 100 ปี อย่างเช่น เซียนกระบี่
กุ้ยหยาง แห่งซูซัน แต่เพราะเขาไม่รู้อะไรเลย
โดยเฉพาะเหล่าปรมาจารย์ของพรรคนิกายอื่น ๆ
มากนัก
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กล่าวว่า ” ในเวลานั้นเป็น
การต่อสู้ขั้นแตกหัก ระหว่าง หนานกง ซวน กับ
ฉิน เสิ้งเสวี่ย ฉิน ซึ่ง เสิ้งเสวี่ย ฉิน คว้าชัยชนะมา
ได้อย่างฉิวเฉียด หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าสู่เส้นทาง
เซียนบรรพกาล แต่น่าเสียดายที่ภายหลังเกิดความ
ขัดแย้งกับ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู แต่เพราะเขาเป็น
คนใจร้อนมุทะลุ ต่อมาเขาจึงพลิกผันเส้นทาง
เส้นทางไปฝึกฝนวิชามารนอกรีต จนเกือบจะถูก
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู สังหาร จากนั้นเขาจึงถูกขับ
ไล่ออกจากพรรค แล้วในยามนี้เขาได้เปลี่ยน
ชื่อเสียงเรียงนามของตนเองเป็น ตัวหมิงซาน เสิ้ง
เสวี่ย หรือรู้จักกันในฉายา พญามัจจุราช ลำดับที่
8 มันคืออันตรายแลภัยคุกคามเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่
”
กลับกลายเป็นมัน!”
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดเรื่องนี้มาก่อน
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ไม่รู้ว่ามันหลบหนีไป ณ ที่
แห่งใด
“การเก็บเกี่ยวที่เขาได้รับมาจาก เส้นทางเซียน
บรรพกาล คือสิ่งใดกันแน่? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ผู้คน
ส่วนใหญ่ไม่ทันได้มีโอกาสได้เก็บเกี่ยว โดยเพราะ
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ผู้ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ
ใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง แต่เมื่อเข้าไปใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล ก็ไม่สามารถจะทำอันใดได้
เขาติดอยู่ในนั้นประมาณ 2-3 วันเห็นจะได้ เมื่อ
ต้องพบเจอกับภัยภยันตราย ก็รีบบดขยี้ ยันต์เซียน
บรรพกาล เพื่อกลับมาทันที ในความเป็นจริง
ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาของ ทวีปแห่งทวยเทพ
ไม่เคยมีผู้ใดได้รับอะไรมานานแล้ว ดังนั้นพวกเขา
จึงไม่ได้คาดหวังอันใดมากมายเมื่อเข้าไปสู่
เส้นทางเซียนบรรพกาล สนใจก็เพียงการกลายเป็น
อันดับหนึ่งในใต้หล้าเท่านั้น ”
อู่ อวี้ ไม่ได้มีปัญหาอันใดเข้าเพียงแค่อยากจะไปยัง
ดินแดนโบราณเหยียนหวง สำหรับเรื่องของ
ผลประโยชน์ที่เก็บเกี่ยวได้ มันเป็นเพียงแค่ผล
พลอยได้ก็เท่านั้น
“เจ้าจะทำเช่นไรต่อ?” เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ไต่
ถาม
” ปิดด่านฝึกตน ฝึกฝนยกระดับ เคล็ดวิชาแก่นแท้
ฟั้าดิน ” อู่ อวี้ ตอบอย่างอ่อนน้อม
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” พอ
กล่าวถึงเรื่องนี้ก็ทำให้ข้านึกขึ้นได้ว่า มีบางอย่าง
จะมอบให้แก่เจ้าเหมือนกัน เจ้าจะได้ทำให้ นคร
จักรพรรดิเพลิง ของข้าโล่งใจได้อีกเปราะหนึ่ง ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ