กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 516 : เคล็ดวิชาประมุขฟาเจาเทวะ
คราแรก อู่ อวี้ กำลังคิดจะแลกเปลี่ยน เม็ดยา
ปราณมรกต
อย่างไรก็ตามใน นครจักรพรรดิเพลิง สามารถ
แลกเปลี่ยนเป็น เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ชั้นเลิศ
มากที่สุดในแผ่นดินนี้ แน่แต่นอนว่านี่ย่อมไม่ใช่สิ่ง
ที่ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ต้องใจมอบให้แก่เขา
เป็นการส่วนตัว
สำหรับตอนนี้เขาที่พร้อมจะเดินทางจาก ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง ออกไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ไพศาล
ท่านเจ้านครจึงส่งมอบบางอย่างให้แก่ตัวเขา ซึ่ง อู่
อวี้ ย่อมไม่คิดปฏิเสธ …
เพราะยังไงแล้วหากเขาประสบความสำเร็จ เขาก็
จะทำให้ นครจักรพรรดิเพลิง ได้เชิดหน้าชูตาไป
ด้วย
สำหรับ อู่ อวี้ ไม่ว่าจะเป็น เจ้านคร หรือ จอม
จักรพรรดิ พวกท่านทั้งสอง ล้วนเป็นผู้อาวุโสที่เขา
ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ จอม
จักรพรรดิ เขารู้สึกขอบพระคุณซาบซึ้งน้ำใจแล
เมตตาที่ท่านมอบให้อย่างล้นเหลือ เนื่องจากท่าน
ได้ร่วมเดินทางไปยังซูซัน กับ อู่ อวี้ เพื่อช่วย
ปกปั้องเขา จวบจนกระทั่งคว้าชัยชนะกู้ศักดิ์ศรี
ของตนเองมาได้
ไม่ว่า นครจักรพรรดิเพลิง ต้องการความช่วยเหลือ
ใด ๆ เขาก็จะแบกรับภาระหน้าที่นั้นอย่างไม่
ปฏิเสธเป็นอันขาด
” ถ้าในภายภาคหน้าเจ้ายอมรับหน้าที่ดูแล นคร
จักรพรรดิเพลิง ต่อข้าคงมีความสุขยิ่งนัก น่า
เสียดายที่ความฝันของเจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ… ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี”
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง คิดจริง ๆ ว่า อู่ อวี้ นั้น
ช่างเป็นผู้พรสวรรค์ล้ำเลิศจริง ๆ หากเขา
กลายเป็นเจ้านครคนใหม่ย่อมรับประกันได้ว่า นคร
จักรพรรดิเพลิง จะต้องแข็งแกร่ง รุ่งโรจน์มาก
ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนที่สุด ถึงกระนั้นเจ้านครก็ยัง
เคารพการตัดสินใจของ อู่ อวี้ เพราะในท้ายสุด
แล้วอนาคตที่ อู่ อวี้ ปรารถนาจะเลือกเดินย่อม
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับเขา
“ หากผู้น้อยมีโอกาสได้กลับมา ข้าจักต้องตอบ
แทนพระคุณความเมตตาของท่านเจ้านครอย่าง
แน่นอน ” อู่ อวี้ กล่าวจากใจจริง
” โดยพื้นฐานถึงเจ้าจะจากไป แต่อย่างไรเสียเจ้าก็
ยังเป็นคนของ นครจักรพรรดิเพลิง ของข้าอยู่วัน
ยังค่ำ ”
ด้วยความวุ่นวายต่าง ๆ ที่ผู้ฝึกตนนอกรีตจาก
ทะเลตงไห่ได้กระทำไว้ บัดนี้ได้รับการแก้ไขเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
รู้สึกอารมณ์ดีผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง มีเรื่องขบขัน
มากมายแทรกอยู่ในบทสนทนาของพวกเขา
จากนั้นท่านเจ้านครจักรพรรดิเพลิง ก็ได้หยิบ
คัมภีร์ 2 เล่ม ซึ่งมีความแตกต่างกันมอบให้แก่ อู่
อวี้
หากมองคำภีร์จากภายนอกแค่เพียงผิวเผิน จะเห็น
ได้ว่าคัมภีร์ทั้ง 2 เล่มคือ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน
ชั้นเลิศ เล่มหนึ่งทำจากทองคำบริสุทธิ์ทั้งเล่ม
แน่นอนว่าวัสดุที่นำมาใช้สร้างคัมภีร์เล่มนี้จะต้อง
เป็นวัสดุที่มีเส้นวิญญาณอย่างแน่นอน
ส่วนอีกเล่มสีนิลกาฬดำบริสุทธิ์ มันถูกสร้างขึ้นมา
จากสมบัติวิเศษที่มีเส้นวิญญาณเช่นกัน อีกทั้งบน
โลหะสีดำนิลกาฬยังมีเปลวเพลิงสีดำไหลเวียนอยู่
ด้วย แม้ว่า อู่ อวี้ จะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดั่ง
เพชรของ กายาเพชรอมตะ อยู่ก็ตาม เขากลับยัง
รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิความร้อนอย่างรุนแรง
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ทั้ง 2 เล่ม ดูช่างล้ำลึกน่า
อัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง!
แล้วเจ้านครจักรพรรดิเพลิงก็กล่าวกันว่า ” เคล็ด
วิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ทั้ง 2 เล่มนี้ ไม่สามารถซื้อหา
แลกเปลี่ยนด้วย เม็ดยาปราณมรกต มันคือวิชาลับ
ของ นครจักรพรรดิเพลิง ปกติแล้วมันจะถูกส่งต่อ
ให้แก่ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง หรือ จอมพรรดิ ซึ่ง
เป็นผู้สืบทอดคนต่อไปเท่านั้น ตอนนี้ผู้สืบทอดยัง
ไม่ได้รับเลือก ส่วนเจ้าก็กำลังเดินทางออกจาก
ทวีปแห่งทวยเทพ เพื่อไปท่องยุทธภพ ฉะนั้นเจ้าก็
จงศึกษาฝึกฝนไว้เพื่อจะได้รอดพ้นจากภยัน
อันตราย ทั้งสองเล่มเป็น เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน
ที่แข็งแกร่งมากที่สุด ส่วนตัวข้าเองก็อยากอยากจะ
เห็นภาพ ในวันที่เจ้าใช้เคล็ดวิชาทั้งสองผสานเข้า
ด้วยกัน ข้าอยากรู้นักว่ามันจะเป็นเช่นไร ”
มันคือ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ที่แข็งแกร่งมาก
ที่สุด!
มีเพียงผู้สืบทอด เจ้านคร หรือ จอมจักรพรรดิ
ลำดับต่อไปเท่านั้น ถึงจะฝึกฝนมันได้!
แสงสว่างสาดประกายเจิดจ้า จากคัมภีร์ทั้งสองเล่ม
นี้ มากเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่ามันคือ เคล็ดวิชา
แก่นแท้ฟั้าดิน ซึ่งยากจะพานพบเห็น อีกทั้งยังไม่
สามารถหาซื้อแลกเปลี่ยนด้วย เม็ดยาปราณมรกต
อู่ อวี้ มองใกล้ ๆ อย่างพินิจพิเคราะห์
บนคัมภีร์ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน มีอักษรทองคำ
หลายคำลอยนูนสูงขึ้นมา คาดว่าจะต้องเป็นผู้สืบ
ทอดของ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ถึงจะสามารถ
ฝึกฝนมันได้ ชื่อของมันก็คือ : เคล็ดวิชาประมุขฟั้า
เจ้าเทวะ!
เพียงแค่ชื่อก็ฟังดูยิ่งใหญ่องอาจเสียแล้ว ทั้งยังให้
ความรู้สึกลึกล้ำหาใดเปรียบ โดยไม่ต้องกล่าวถึง
พลังอันล้ำลึกเพราะนี่คือ พลังอำนาจจาก
จักรพรรดิของเหล่าทวยเทพ นครจักรพรรดิเพลิง
ถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ซึ่งอยู่บน ดินแดนโบราณเหยียนหวง เห็นได้
ชัดว่า เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ทั้ง 2 เล่มนี้ถูกสร้าง
ขึ้นจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งคาดเดา
ว่าการสืบทอดน่าจะมีมานมนานแล้ว
อู่ อวี้ ยังไม่เปิดดูด้านใน แต่เขาหันมามองดูคัมภีร์
เล่มสีดำนิลกาฬ หากเดาไม่ผิดเล่มนี้จะต้องเป็นผู้
สืบทอดของ จอมจักรพรรดิ ถึงจะสามารถฝึกฝน
มันได้
ชื่อของมันก็คือ : เคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอม
จักรพรรดิเจ้าเทวะ!
วิชาทั้งสองต่างมีคำว่า ‘เจ้าเทวะ’ ซึ่งแสดงให้เห็น
ถึงพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง เดิมที อู่ อวี้
คิดว่า เจ้านครจักรพรรดิเพลิง จะหยิบเคล็ดวิชามา
ให้เขาเลือกเสียอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่เขา
คิด เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ทั้งสองเล่มล้วนล้ำค่า
จนไม่อาจประเมินได้ แทบจะกล่าวได้ว่ามันคือ
เคล็ดวิชาที่ดีที่สุด สำหรับตอนนี้เลยก็ว่าได้
” เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ทั้ง 2 เล่ม เป็น
สัญลักษณ์บ่งบอกถึงผู้สืบทอดของ ‘อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง’ หากเจ้ามีโอกาสเข้าไปยัง
‘อาณาจักรโบราณเหยียนหวง’ พวกเขาจะทราบถึง
ตัวตนของเจ้าทันที ” เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
เตือนเขาให้ระวัง
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!
ท่านเจ้านครพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึง
ผลประโยชน์ของ อู่ อวี้ ในภายหลังด้วย อู่ อวี้ อด
ไม่ได้ที่จะรู้สึกขอบคุณ หลังจากรับ เคล็ดวิชาแก่น
แท้ฟั้าดิน ทั้งสองเล่มนี้มา เขาก็หันหน้าไปมอง เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง จากนั้นก็โค้งคารวะด้วย
ความรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้ง
” ไม่เป็นไร อันที่จริงเจ้าเป็นคนเช่นไรเราต่างรู้กันดี
ไม่ว่าจะเป็นมุมมองความคิด หรือ ท่าทีที่เจ้า
พยายามปกปั้อง นิกายกระบี่สวรรค์ ล้วนเป็น
คำตอบชั้นเลิศของเรา เรายังรู้อีกเลยว่าเจ้าเป็นคน
รับผิดชอบกตัญูรู้คุณอย่างยิ่งยวด ทั้งหมดทั้ง
มวลนี้ทำให้ข้ามั่นใจในตัวเจ้ามาก การที่เจ้ามายัง
นครจักรพรรดิเพลิง ล้วนแล้วแต่เป็นโชคชะตาฟั้า
ลิขิต ในเมื่อมีวาสนาต้องกันเช่นนี้พวกเราจึง
อยากจะช่วยเหลือเจ้า ”
เริ่มต้นจากอาณาบูรพาเยว่อู่ อู่ อวี้ เลือกที่จะ
เผชิญหน้าต่อสู้กับเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต เขาเลือกที่
จะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมให้คนที่เขารักต้องตกตายไป
อย่างน้อย ๆ นี้ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาพูดถูก นี่
คือเหตุผลว่าทำไม เขาถึงได้รับคำชื่นชมจาก เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง
หลังจากพูดคุยหารือเกี่ยวกับรายละเอียดบางอย่าง
กับเจ้านครจักรพรรดิเพลิง เสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็ออก
จาก หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง แล้วเดินทาง
กลับมายัง ค่ายเทียมฟั้า เพื่อเตรียมตัว
สถานการณ์ในตอนนี้กล่าวได้ว่าหลาย ๆ อย่างทำ
ให้เขาติดอยู่ในช่วงคอขวด หากสามารถเข้าร่วม
‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ โดยสามารถ
ใช้ เคล็ดวิชาแก่นฟั้าฟั้าดิน ทั้งสองเล่มผสานเข้า
ด้วยกัน กอปรกับ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ที่เขาฝึกฝน
ได้อย่างเชี่ยวชาญชำนาญยิ่งแล้ว ย่อมไม่อาจ
ปฏิเสธได้ว่าพลังการต่อสู้ของเขานั้นจะเพิ่มพูน
แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก หากต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่มี
ฝีมือระดับตำหนักม่วง ขั้นที่ 8 ยามนี้เข้าหาได้หวั่น
เกรงแม้แต่น้อย
สำหรับเขาแล้วการเป็นอันดับ 1 ใน ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่าง
ยิ่งยวด ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรี แต่เพื่อไล่ตาม
เจตจำนงของตนเอง!
ไล่ตามลั่วผิน ไล่ตามเส้นทางเซียนอมตะ!
…
ณ ทะเลตงไห่ คลื่นสมุทรม้วนกวาดผ่านไปทั่วทุก
แห่งหน
ท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มีเรือรบกำลัง
แล่นอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรสีคราม กำลังมุ่งหน้า
ตรงไปยังทิศประจิม นี่คือเรือรบจักรพรรดิเพลิง
ขนาดย่อม ทั่วทั้งตัวนาวาเป็นสีทองสลับดำ มัน
ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าใดนัก สามารถบรรจุคนได้
ประมาณสองสามร้อยคนเพียงเท่านั้น
ยามนี้มีผู้คนอยู่บนเรือรบประมาณร้อยคน
มีธงโบกสะบัดอยู่บนเรือรบ ปักไว้ด้วยคำว่า ‘ค่าย
วายุทำลาย’
เป็นหนึ่งในค่ายกองทัพจากนครจักรพรรดิเพลิง
หัวหน้ากองร้อยจากค่ายวายุทำลายมีนามว่า หลิว
อี้เฉิน บัดนี้ หลิว อี้เฉิน กำลังควบคุมเรือรบมุ่ง
ทะยานไปข้างหน้า หากมองดูจากตำแหน่งของเขา
จะสามารถแลเห็นได้ว่าบัดนี้แนวชายฝังของ ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง ได้ปรากฏขึ้นทางทิศประจิม
แล้ว
หลังจากเห็น ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ใกล้เข้ามา
ฝูงชนที่อยู่บนเรือรบกว่าร้อยคนก็พากันส่งเสียง
เฮโล พากันเฉลิมฉลองอย่างคึกคักชื่นมื่น
” ในที่สุดข้าก็กลับมา! ”
” หลังจากไล่ล่ากวาดล้างสังหาร ผู้ฝึกตนนอกรีต
อย่างต่อเนื่องมาตลอดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ใน
ที่สุดข้าก็ได้กลับมาเสียที ช่างลำบากยากเย็นยิ่ง
นัก! ”
” ยามนี้ ผู้ฝึกตนนอกรีต ส่วนใหญ่ได้ตกตายกันไป
จนหมดสิ้นแล้ว พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องจากบ้านไป
ไกลอีกต่อไป ข้าได้เก็บรวบรวมแต้มผลงาน และ
สมบัติวิเศษมากมายจากการกวาดล้างในครั้งนี้
หลังจากกลับไปยัง นครจักรพรรดิเพลิง แล้ว ข้า
จะนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็นศาตราเต๋าชั้นเลิศให้จง
ได้ ”
” ผู้ฝึกตนนอกรีตล้วนต่ำช้าเลวทรามไร้ซึ่งมนุษย์
ธรรม พวกมันฝึกฝนบำเพ็ญในวิถีมารนอกรีต ซึ่ง
ในอีกไม่ช้าวิถีการบ่มเพาะนี้ จะต้องสูญสลาย
หายไปจากทวีปแห่งทวยเทพ ด้วยการร่วมมือผนึก
กำลังกันในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าพลังของพวกเราจะ
ช่วยเหลือได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็น
กุศลครั้งใหญ่ยิ่งเลยทีเดียว ”
เมื่อแลเหล่าไพร่พลจาก กองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง พูดคุยหยอกล้อกันอย่างตื่นเต้นสนุกสนาน
หลิว อี้เฉิน ก็อดยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ภารกิจของพวกเขาคือ การปิดล้อมสังหารผู้ฝึกตน
นอกรีต อีกทั้งยังเป็นปฏิญาณของพวกเขา ว่าจะ
ติดตามไล่ล่าเพื่อลบล้างความทรงจำอันเลวร้ายใน
อดีต หลายอาณาจักรตามแนวชายฝังทะเลตงไห่
ของ ทวีปแห่งทวยเทพ ผู้คนถูกเข่นฆ่าสังหาร
บ้านเรือนที่พักอาศัยถูกทำลายย่อยยับพังพินาศ
พวกเขาต่างสบตากันแลกัน ทำให้โลหิตในวัยหนุ่ม
สาวนั้นเดือดพล่านลุกโชน ระหว่างผู้ฝึกตนฝั่าย
ธรรมะ กับ ผู้ฝึกตนนอกรีต เป็นธรรมดาที่โลหิตนั้น
เปียมล้นไปด้วยความเกลียดชัง ลึกเข้าไปยั้น
กระดูก
แต่ทว่าบัดนี้ ความเกลียดชังนั้นได้ถูกแก้ไขแล้ว
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตต่างถูกกวาดล้างสังหารจนสิ้น
ถึงแม้ว่าจะมีพวกมันหลงเหลืออยู่บ้างก็ตาม แต่ก็
คงไม่มีพวกมันหน้าไหนหาญกล้ากระทำการอย่าง
โจ่งแจ้งอีกแล้ว
” ทวีปแห่งทวยเทพของเราจะลุกขึ้นมาจากกอง
เถ้าถ่านถือกำเนิดขึ้นมาใหม่จากภัยพิบัติ อนาคต
ภายภาคหน้าจะต้องรุ่งโรจน์มากกว่านี้อย่าง
แน่นอน นอกจากนี้ นครจักรพรรดิเพลิง ของเรายัง
ปรากฏบุคคลอย่าง อู่ อวี้ ถึงแม้สถานการณ์จะ
ร้ายแรงมากเพียงใดก็ยังคงยึดมั่นในคุณธรรมอย่าง
แรงกล้า หลังจากนี้ในอนาคตเขาจะต้องปกครอง
ใต้หล้าแน่นอน ” หลิว อี้เฉิน อดกล่าวชื่นชม อู่ อวี้
อย่างช่วยไม่ได้
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว แม้แต่สัตว์สวรรค์มังกร
เทวะ ก็ดูเหมือนว่าจะมีสายสัมพันธ์อันดีกับเขา
“ ผู้บัญชาการหลิว ตอนนี้พวกเราทำภารกิจสำเร็จ
ลุล่วงได้อย่างงดงาม แล้วตอนนี้พวกเรากำลัง
เดินทางกลับไปในฐานะผู้มีชัย ท่านไม่คิดว่ามัน
น่ายินดีเช่นนั้นหรือ?” ผู้เยาว์สองสามคนจากทัพ
เซียนจักรพรรดิเพลิงที่อยู่ด้านข้าง เอ่ยถามหยอก
ล้อขึ้นอย่างสนุกสนาน
หลิว อี้เฉิน ยิ้ม
ทันใดนั้นเองก็มีใครบางคนกล่าวขึ้นว่า ” ข้ารู้ ผู้
บัญชาการหลิวกำลังคิดถึงสหายเต๋าเคียงคู่ของตน
อยู่ไง! พวกเขามีลูกน้อยน่ารักสองคนด้วยกัน ข้า
แอบเห็นว่าผู้บัญชาการหลิวส่งข้อความผ่านยันต์
สื่อสารออกไปทุกวัน คาดว่าท่านผู้บัญชาการคง
เป็นห่วงคนรักมาก กลับไปครั้งนี้ อย่างน้อย 1 ปีผู้
บัญชาการหลิวต้องไม่สนใจใยดีเราอย่างแน่นอน ”
“ ฮ่า ๆ ช่างหวานชื่นยิ่งนัก ข้าแหละอิจฉาท่านผู้
บัญชาการจริง ๆ ที่มีคู่เซียนเช่นนี้ ”
“ เจ้าก็ไปหาซะสิ! ”
” เจ้านี่พูดเหมือนง่ายนะ รู้ไหมว่าการค้นหาคน
รักน่ะ มันยากเย็นแค่ไหน ข้ามันไร้ความสามารถ
ไม่มีผู้ใดเหลียวแลสักคน ”
ทุกคนต่างหัวเราะขึ้นอย่างสนุกสนาน หลิว อี้เฉิน
กำลังควบคุมเรือรบ มุ่งหน้าเข้าใกล้ทวีปแห่งทวย
เทพมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมคิดถึงภรรยากับลูกน้อย
ไปพลาง ๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วมันรู้สึกห่วงถวิลร้อนใจ
เป็นอย่างยิ่ง การไม่ได้เห็นหน้าพวกเขามาพักใหญ่
ต่อให้พูดคุยกันผ่านยันต์สื่อสาร ก็ไม่อาจหยุด
ความคิดถึงของเขาได้
” เร็วเข้า เร็วกว่านี้อีก … ” หลิว อี้เฉิน อดนับวัน
รอที่จะกลับไปถึงช่วยไม่ได้
ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยสรวลเสเฮฮาหัวเราะกัน
อย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นทุกสรรพสิ่งก็มืดมิดลง!
เสมือนราวกับว่าเรือรบกำลังแล่นเข้าสู่ความมืด
ราวกับว่าท้องนภาแลมหาสมุทรได้หายไปในชั่ว
พริบตา ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างสิ้นเชิง ในช่วงเวลานี้ มีพลังอันน่า
สะพรึงกลัวบางอย่างกำลังดึงดูดเรือรบให้เข้าไป
ฝูงชนต่างตื่นตระหนกถึงขีดสุด พวกมันต่าง
ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่า บัดนี้เรือรบกำลังถูก
ดึงลงไปในห้วงสมุทรลึก
หลิว อี้เฉิน รู้สึกตื่นตระหนกยิ่ง!
ในฐานะที่เป็นหัวหน้ากองร้อย ซึ่งมีความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต สิ่งแรกที่เขา
กระทำคือการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบส่งยันต์สื่อสารออกไปทันที เพื่อ
ขอความช่วยเหลือจากหัวหน้ากองร้อยที่อยู่
ใกล้เคียงมากที่สุด ในช่วงขณะเดียวกันนั้นเขาก็
พยายามหันหัวเรือรบออกสู่ด้านตรงข้าม
อย่างไรก็ตาม เมื่อยันต์สื่อสารถูกส่งออกไป มันก็
ถูกความมืดเข้ากลืนกินทันที เห็นได้ชัดว่ามีใคร
บางคนคอยควบคุมไม่ให้พวกเขาติดต่อสื่อสาร
ออกไปด้านนอกได้
สิ่งนี้ทำให้ หลิว อี้เฉิน ตระหนักได้ถึงความร้ายแรง
ของสถานการณ์ในยามนี้
กล่ามตามตรง เขาไม่คาดคิดว่ามันจะร้ายแรงถึง
เพียงนี้!
ในระหว่างที่ผู้คนกำลังแตกตื่นอยู่กันอยู่นั้น
ฉับพลันเรือรบก็หยุดนิ่งอยู่ในใต้ทะเลลึก ท้องเรือ
ปะทะกับพื้นทรายใต้ก้นสมุทร เป็นช่วงเวลา
เดียวกับที่เหล่าไพร่พลจากกองทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิงตั้งสติได้ พวกมันทั้งหมดต่างรู้สึกตื่นตะลึง
ระคนหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหลือบแลหันมอง
ไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าซีดเผือดหวาดกลัว
” เกิดอะไรขึ้น? ไฉนยันต์สื่อสารถึงส่งออกไปไม่ได้?
”
” ผู้ใดมาล้อเล่นกับเรากัน? มีผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่
เช่นนั้นหรือ ? ผู้บัญชาการเกิดอันใดขึ้นกันแน่? ”
ฝูงชนต่างหันมาซักถาม หลิว อี้เฉิน อย่างกังขา
” สงบใจไว้ อย่าตื่นตระหนก” หลิว อี้เฉิน ยังคง
สงบสุขุม แม้ในยามนี้ทุกสรรพสิ่งจะดูมืดมิดอย่าง
สิ้นเชิง ราวกับว่าพวกเขาใดถูกแยกตัวออกมา
อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางทะเลอันมืดมิด
ในยามนี้ หลิว อี้เฉิน กำลังเตรียมตัวที่จะทำลาย
ความมืดมิด ทว่าทันใดนั้นเอง ความมืดมิดก็พวย
พุ่งเข้าโจมตีถาโถมเช่นดั่งระลอกคืน ท่ามกลาง
ความมืดมิดปรากฏเป็นกลุ่มก้อนหมอกควันสีเทา
ซึ่งมีรูปร่างของคนสองคน สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่
หมอกควันนั้น แลพบว่าผู้ที่ปรากฏกายออกมานั้น
เป็น ชาย และ หญิง คู่หนึ่ง ทางฝังบุรุษนั้นเป็น
ชายวัยกลางคน มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาองอาจ
ส่วนผู้ที่เป็นสตรีเพศอาบล้นไปด้วยเสน่ห์อันเย้า
ยวน เสน่ห์อันท่วมท้นนี้ทำให้ผู้คนจดจำสตรีผู้นี้ได้
ในบัดดล สตรีนางนี้ก็คือ ฉิน ฝูเหยา ครั้งหนึ่งนาง
เคยมีชื่อเสียงโด่งดังท่ามกลางบุรุษหนุ่มน้อยใหญ่
นับร้อยนับพันของ นครจักรพรรดิเพลิง! แต่ทุก
ผู้คนต่างก็รู้ว่า นามที่แท้จริงของนางก็คือ เทียน
ไห่อวี้ ฝูเหยา!
หลิว อี้เฉิน ตื่นตระหนกจนแทบจะสิ้นสติ!
เขาล่วงรู้ดีว่านางคือผู้สืบทอดของ พญามัจจุราช
ลำดับที่ 8 เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา!
ณ เวลานี้ ภาพที่สะท้อนออกมาจากแก้วตาของ
พวกเขา เป็นภาพของวังวนกระแสน้ำสีเทา พวก
เขาทั้งสองกำลังเกลือกกลิ้งหมุนวนท่ามกลางวังวน
อายหมอก กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายรุนแรงน่า
สะพรึงกลัวกว่าอย่างเหลือคณา
“ทั้งสอง … ” สิ้นเสียง หลิว อี้เฉิน ทันใดนั้นเอง
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ก็ยื่นเรียวลิ้นอันหอมละมุน
ออกมา
” เห็นทีข้าคงต้องลองกลืนกินคนเหล่านี้ เสียก่อน
ซะแล้วกระมัง? ” นางกล่าวออกมาด้วยเสียงอัน
ยั่วยวนเป็นอย่างยิ่ง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ