กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 533 : คูประลองหยุดโลก
กูซู หยู๋เตี๋ย บินจากไปด้วยด้วยโทสะ บางคนจาก
ยอดเขานางเซียนกูซู ก็ได้ไล่ตามนางไป แต่คนส่วน
ใหญ่ก็ยังคงอยู่ที่พรรคซ่างหยวน
เพราะอย่างไรแล้วที่แห่งนี้คือสถานที่จัดศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวยเทพ หากออกไปก่อนที่จะจบ ก็จะ
ถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฏ
แน่นอน เห่อไท่ จวิน จากตระกูลเทียนอี้ ที่พ่ายแพ้
ลง ทำให้พวกมันทุกคนขายขี้หน้า แต่ก็ยังไม่ได้
จากไป
สุดท้าย จี้ หลิงหลง สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ จาก
32 คน ก็เหลืออยู่เพียงแค่ 8 คนเท่านั้น ท่ามกลาง
คนทั้ง8นั้น อู่ อวี้ , จี้ หลิงหลง และ หนานกง
เหว่ย เป็นผู้ที่ถูกมองว่าสามารถเข้าสู่รอบ 8 คนได้
ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
แต่ในตอนนี้พวกเขาได้แสดงฝีมืออันเหนือชั้น
ออกมาจนต้องตกตะลึงไปตามๆกัน โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง อู่ อวี้
หลังจากที่ กูซู หยู๋เตี๋ย จากไป เจ้ายอดเขาแห่ง
ยอดเขานางเซียนกูซู กลับไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
แต่ในหลายปีมานี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ได้พาตัว
เหล่าผู้มีพรสวรรค์ภายในนิกายไปจำนวนมาก
หลายคนย่อมเชื่อว่าน่าจะเกิดความขุ่นเคืองใจ
ขึ้นมาบ้าง แต่พรรคนิกายทั้ง 2 ก็มีความสัมพันธ์
อันดีมาโดยตลอด
ตามกฏของศึกมังกรสวรรค์แห่งทวยเทพ จะต้อง
จัดการต่อสู้ในรอบถัดไปขึ้นในทันที ท่ามกลาง 8
คนนี้ จะมีเพียง 4 คนเท่านั้นที่ได้ไปรอบต่อไป!
หลังจากนี้อีกครึ่งชั่วยาม จะปรากฎการต่อสู้อัน
รุนแรงขึ้น! การที่จะได้ลำดับดีๆมาครอบครอง
บางครั้งโชควาสนาก็สำคัญเช่นเดียวกัน
เมื่อดูจากตอนนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ อู่ อวี้ กับ
วูซาน เสวี่ยชือ เหล่าผู้คนต่างคาดการณ์ว่า ถ้า
หากพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปในรอบลึกๆได้
ตลอด โดยที่ไม่เผชิญหน้ากันกลางทาง แล้วมาเจอ
กันในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เกรงว่าคงจะเป็นรอบชิง
ที่น่าตื่นตาอย่างยิ่งแล้ว
อย่างไรก็ตามการคัดเลือดคู่ต่อสู้เป็นการสุ่มจับ
ฉลาก มักจะมีเรื่องราวที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ
แม้กระทั่งอาจจะเกิดการที่ผู้แข็งขันที่แข็งแกร่ง
ที่สุดทั้ง 2 คนได้พบกันเลยก็มีโอกาส การปะทะกัน
เพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถเปรียบเทียบได้แล้วว่าผู้ใด
อ่อนแอและผู้ใดแข็งแกร่ง และหนึ่งในกลุ่มคน
เหล่านั้นก็จะสามารถคว้าอันดับที่ 1 ไปครองได้
ในเวลานี้ ทั้ง 8 คนกำลังมองไปยัง ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ซึ่งกำลังรอคอยให้เขาประกาศและ
จะได้รู้กันสักทีว่าคู่ต่อสู้ของตนจะเป็นใคร!
ในเวลานี้ ผลข้างเคียงในการใช้เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่งของ อู่ อวี้ เพิ่งจะฟืนฟู พลังการต่อสู้ได้ถูกฟืน
มาอยู่ในสภาพที่น่าพึงพอใจแล้ว
สำหรับคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นใคร ตัวเขาไม่สนใจ
แต่ถ้าหากสามารถขอได้ เขาคงไม่ต้องการที่จะ
ต่อสู้กับ หนานกง เหว่ย ถึงแม้ว่า หนานกง เหว่ย
อยากที่จะเอาชนะเขาให้ได้ แต่เขาไม่คิดที่จะ
เอาชนะนาง
คู่ต่อสู้มีทั้งหมด 7 คน โอกาสที่จะได้เจอกัน นั่น
เท่ากับ 1 ใน 7
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู บัดนี้ไม่ได้เตะถ่วงเวลาอีก
ต่อไป วันนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการต่อสู้ในช่วง
สุดท้าย มันจะต้องเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุด และ
มันกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว!
ในระหว่างผู้เข้าร่วมการประลองทุกคน พวกเขา
เต็มไปด้วยความชิงชังซึ่งกันและกัน หวาดระแวง
ซึ่งกันและกัน ความไม่แน่นอนในการต่อสู้ มันให้
การประลองในครั้งนี้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น การสุ่มจับ
ฉลากแต่ละครั้ง มันเป็นเวลาที่หัวใจของทุกคน
แทบจะหยุดเต้นลง
การที่จะคว้าอันดับที่ 1 มาครองได้ จะต้องทำการ
ประลองกันอีก 3 ครั้ง ภายในการประลองทั้ง 3
ครั้ง ก็มีโอกาสที่จะพบกับ วูซาน เสวี่ยชือ 1 ครั้ง
แต่กระนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รู้สึกสนใจแต่อย่างใด
บัดนี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ได้ให้เด็กสาวล้วงลูก
บอลออกมา ต่อมาสายตาของเขาเกิดการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นเล็กน้อย พร้อมประกาศ
ออกไปว่า “วูซาน เสวี่ยชือ”
ในรอบนี้ กลายเป็นว่า วูซาน เสวี่ยชือ เป็นผู้เปิด
สนามการประลองแรก!
จนกระทั่งถึงตอนนี้ มันก็ยังเป็นคนที่น่ากลัวมาก
ที่สุด
เมื่อได้ยินชื่อของมันถูกประกาศออกมา ทุกคนตก
ได้อยู่ในความตรึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้
เข้ารอบคนอื่นๆอีก 6 คนที่เหลือ จากนั้นเด็กน้อยก็
ล้วงลงไปหยิบลูกบอลอีก 1 ลูก เพื่อตัดสินว่าใคร
จะได้เป็นคู่ต่อสู้ของ วูซาน เสวี่ยชือ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจ ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่ง
ทวยเทพก็รู้สึกว่าบนไหล่ของพวกเขาจะต้องแบก
รับภาระอันหนักอึ้ง หลังจากที่พ่ายแพ้ให้กับพวก
ปีศาจ พวกเขาก็จะรู้สึกเหมือนกับกลายเป็นหิน
รองเท้าให้ปีศาจ แม้กระทั่งมันจะถูกจารึกถึงความ
อัปยศนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน
หนานกง เหว่ย ที่ต้องการที่จะพบกับ อู่ อวี้
แน่นอนว่านางย่อมไม่ต้องการที่จะไปเจอกับ วูซาน
เสวี่ยชือ ก่อน ถึงแม้ว่านางจะเกลียดชังปีศาจ
มากมายขนาดไหนก็ตาม
ช่วงเวลาแห่งความสยองขวัญ กำลังคืบคลานเข้า
มาเรื่อยๆ
ในเวลานี้ ทุกคนต่างพากันเบิกตากว้าง มองไปยัง
ลูกบอลลูกที่ 2 ที่ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู หยิบขึ้นมา
เมื่อเห็นชื่อที่อยู่บนนั้น ดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกช่วย
ไม่ได้ที่จะต้องเป็นกังวล
“คนโชคร้ายผู้นั้น เป็นใครกัน?”
กล่าวได้ว่ากระทั่งบัดนี้ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกกดดันอยู่
เล็กน้อยเช่นกัน
ท่ามกล่ามคนทั้ง 7 คงไม่โชคร้ายเป็นเขาอีกกระมั้ง
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่คิดอะไรมากนัก
แต่ในเวลานี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กลับกระแอมไอ
ขึ้น และประกาศออกมาว่า “นครจักรพรรดิเพลิง
อู่ อวี้”
เมื่อคำประกาศนี้ก้องกังวานออกไป เพียงแค่ชั่ว
พริบตา ความโกลาหนได้บังเกิดขึ้นอีกครา!
ก่อนหน้านี้ 3 การต่อสู้ของ อู่ อวี้ รอบแรกของเขา
ก็เป็น ปีศาจตั๊กแตนวายุ ซึ่งความแข็งแกร่งของมัน
อยู่ใน 8 อันดับแรกอย่างแน่นอน การต่อสู้รอบที่ 2
ก็เป็น เห่อไท่ จวิน ผู้ที่มีระดับพลังที่สูงที่สุด ใน
เรื่องโชควาสนาของเขานับว่าย่ำแย่ แต่ในตอนนี้
กลับยิ่งเลวร้ายมากที่สุด เพราะว่าในรอบที่ 3 เขา
ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเช่น วูซาน
เสวี่ยชือ
นี่เท่ากับว่าผู้เข้าร่วมที่แข็งแกร่งที่สุดทั้ง 2 คน ใน
การต่อสู้รอบ 8 คนเพื่อที่จะเข้าสู่รอบ 4 คน กลับ
ต้องมาสู้กันในประลองแรก
เรื่องนี้สำหรับทุกคนแล้ว มันเป็นเหมือนกับยกการ
ต่อสู้นัดสุดท้ายมาไว้ในการต่อสู้แรก
ถ้าหากสามารถทำได้ ทุกคนก็คิดที่จะแก้ไข
กฏเกณฑ์ เอาการประลองนี้ไปอยู่ท้ายสุด ปล่อยให้
คนอื่นๆแต่ละคนได้ต่อสู้กันก่อน อย่าเพิ่งให้พวก
เขามาเผชิญหน้ากันในตอนนี้……..
แต่พวกเขาก็ไม่อาจะทำได้ กฏก็คือกฏ ใน
ประวัติศาสตร์ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ใดๆ
เกิดขึ้น ไม่ว่าใครจะต้องมาต่อสู้กันก็ไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงได้
เมื่อได้ยินชื่อ อู่ อวี้ ถูกประกาศออกมา แม้แต่ วู
ซาน เสวี่ยชือ ก็รู้สึกงงงัน กระทั่งตัวมันเองก็ยัง
เตรียมพร้อมจะเจอกับ อู่ อวี้ ในการประลองรอบ
สุดท้าย
ถ้าหากพวกเขาประลองกัน การประลองหลังจากนี้
ก็ดูเหมือนจะไร้ความหมายอีกต่อไป แม้กระทั่งทำ
ให้คนอื่นๆตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะโดดเด่น
ขึ้นมาได้
การต่อสู้ของทั้งคู่นี้ไม่ว่าใครก็เป็นผู้ชนะได้
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพ
แล้ว กลับนับเป็นเรื่องที่ดี ในที่สุดก็ปรากฏคนที่
สามารถจะรับมือกับ วูซาน เสวี่ยชือ ได้ แม้ว่า อู่
อวี้ จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่ก็สามารถทำให้มันบาดเจ็บ
ได้บ้าง หลังจากนี้ก็มันก็ต้องต่อสู้อีก 2 คน การจะ
ขัดขวางมันก็ย่อมมีโอกาสมากกว่าเดิม
“อู่ อวี้ ช่างเป็นคนที่มีวาสนาสั่นคลอนผู้คน เขา
เพิ่งจะพบกับ เห่อไท่ จวิน ซึ่งไม่มีใครคิดว่าเขาจะ
สามารถเอาชนะได้ แต่เขากลับได้รับชัยชนะมา
ในตอนนี้เขากลับยังต้องเจอกับ วูซาน เสวี่ยชือ
กล่าวได้ว่าสองยอดฝีมือบนสนามประลองแห่งนี้
จะต้องพบเจอกับเขาทั้งสิ้น…….”
“หวังว่าเขาจะสามารถเอาชนะได้! ถ้าหากเขา
ไม่ได้รับชัยชนะมา ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวยเทพ
หลังจากนี้อีก 50 ปีคาดว่าน่าจะต้องไปจัดที่ห้วง
สมุทรปีศาจอนันต์เสียแล้ว ถ้าหาก เห่อไท่ จวิน
กับ อู่ อวี้ สามารถช่วยกันรับมือกับ วูซาน เสวี่
ยชือ ได้ มันก็คงจะดีกว่านี้”
ในตอนนี้ทุกคนต่างก็จับวงสนทนา
อู่ อวี้ รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่สิ่งที่ตามมาก็เป็นจิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้และความตื่นเต้น ไม่คาดคิด
ว่าช่วงเวลาแห่งการตัดสินจะมาถึงไวขนาดนี้!
แต่อย่างไรก็ตามตลอดมา เขาได้เตรียมตัวมาเสร็จ
สรรพแล้ว ความเกลียดชังนี้ เขาจำเป็นจะต้องให้
มันได้ชดใช้!
ดังนั้น เขาจึงไม่สนใจสิ่งใดอีก พลันปรากฎความ
บ้าคลั่งเข้าถาโถมจิตใจ เขาเข้าสู่สภาวะที่พร้อม
ต่อสู้อย่างรวดเร็ว
นอกจาก วูซาน เสวี่ยชือ แล้ว คนอื่นๆอีก 6 คน ก็
ไม่ได้อยู่ในสายตาของ อู่ อวี้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง หาก
นำทั้ง 6 คนนี้มาอยู่รวมกัน อู่ อวี้ ก็ไม่เกรงกลัวเลย
แม้แต่น้อย
ซึ่งรวมถึง หนานกง เหว่ย กับ จี้ หลิงหลง ด้วย
เช่นกัน
ดังนั้นการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่สำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม หนานกง เหว่ย กลับรู้สึกกลัดกลุ้ม
หากเป็นเช่นนี้ ความต้องการของนางที่อยากจะ
ต่อสู้กับ อู่ อวี้ อย่างตรงไปตรงมา ย่อมสลาย
กลายเป็นความว่างเปล่า
เว้นเสียแต่ว่า อู่ อวี้ จะสามารถเอาชนะ วูซาน เสวี่
ยชือ ได้ แต่ความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่
อาจจะล่วงรู้ ระดับความสามารถของ วูซาน เสวี่
ยชือ นั้นเป็นเช่นไร เพราะว่าในรอบที่ผ่านยังไม่มี
ผู้ใดที่ทำให้ วูซาน เสวี่ยชือ ต้องใช้พลังทั้งหมด
ของมันออกมาได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับโชคชะตา ไม่
มีใครจะสามารถควบคุมมันได้
และในเวลานี้ อู่ อวี้ กับ วูซาน เสวี่ยชือ 1 อยู่บน
เมฆทมิฬ ส่วนอีก 1 อยู่ภายในเรือรบจักรพรรดิ
แห่งแสง ทั้ง 2 ฝั่ายต่างก้าวเหินลงมาพร้อมกัน
“วูซาน เสวี่ยชือ เจ้าจะต้องพ่ายแพ้อย่างน่า
สังเวช” ในตอนที่มันกำลังเหินร่อนลงมา จิ่วอิง ก็
กล่าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
คำกล่าวของเขาค่อนข้างจริงจัง และแฝงเอาไว้
ด้วยความหมาย
วูซาน เสวี่ยชือ เลียริมฝีปากของมัน กล่าวออกมา
ว่า “โอ้ เจ้าเก็บข้อตกลงระหว่างพวกเราไปคิดถึง
ขนาดนั้นเชียว? ดูเหมือนว่าเจ้าจะถือหาง อู่ อวี้ ไม่
น้อยเลยนะ? จิ่วอิง เจ้าอย่าลืมการเดิมพันของพวก
เราเชียวล่ะ”
จิ่วอิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าก็จำเอาไว้ให้
ดีก็แล้วกัน บิดาของข้าและจักรพรรดิจู้ก็อยู่ที่นี่
เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าอย่าได้ทำตัวปลิ้นปล้อนเสีย
ล่ะ”
“เจ้าก็อย่าได้ทำตัวไร้ยางอายร้องไห้ขี้มูกโปั่งก็แล้ว
กัน” วูซาน เสวี่ยชือ ยิ้มอย่างเย็นชา พร้อม
กลายเป็นสำแสงสีโลหิตสายหนึ่ง พุ่งทะยานลงไป
ยังสนามประลองซ่างเซียน จวบตั้งแต่ต้นจนถึง
ตอนนี้ มันก็ยังไม่ได้เปิดเผยร่างปีศาจของมัน
ออกมาสักครา
“เจ้าเชื่อมั่นในตัวของ อู่ อวี้ ถึงเพียงนั้น?”
จักรพรรดิอิง รู้สึกอึ้งงันอยู่นิดหน่อย เขาไม่เคยเห็น
ว่า จิ่วอิง จะเชื่อใจมนุษย์คนหนึ่งได้มากมายเช่นนี้
ไม่เพียงแต่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ กระทั่งในหมู่ปีศาจ
เขาก็ไม่เคยเห็นบุตรตนเองเชื่อใจผู้ใดถึงเพียงนี้
จิ่วอิง กล่าว “ไม่ใช่เชื่อมั่น แต่เป็นเชื่อใจ อย่างไรก็
ตามเขาไม่เคยทำให้ข้าต้องผิดหวัง ดูจากท่าทาง
และการแสดงออกของเขาในยามนี้ มันจะต้องมี
ความมั่นใจอยู่ไม่น้อยที่จะเอาชนะ วูซาน เสวี่
ยชือ”
ส่วนจักรพรรดิจู้ที่อยู่ด้านข้าง มันกลับยิ้มขึ้นอย่าง
เย้ยหยัน และกล่าวว่า “จิ่วอิง ตัวเจ้าเป็นปีศาจ
กลับให้กำลังใจเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้หนึ่ง คิดจะทำตัว
เกลือเป็นหนอนเช่นนั้นรึ?”
“ไม่สิ แต่เท่าที่ข้าเห็น จิ่วอิง เจ้านั้นรู้สึกกดดันไม่
น้อยเลยสินะ ถ้าหากมันพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช ก็
อย่ามาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าข้าผู้นี้เชียวล่ะ หึหึ”
จิ่วอิง ไม่ได้ตอบกลับไปแต่อย่างใด
ไม่ต้องสงสัยเลย การเผชิญหน้ากันของ อู่ อวี้ กับ
วูซาน เสวี่ยชือ ในตอนนี้ มันเป็นการประลองต่อสู้
คู่ใหญ่ที่สุดของศึกมังกรสวรรค์แห่งทวยเทพนี้เลย
ทีเดียว แต่สิ่งที่เหล่ายอดฝีมือบนทวีปแห่งทวยเทพ
ของพรรคซ่างหยวนยังไม่รู้ก็คือ นครจักรพรรดิ
เพลิงที่อยู่ตรงกลางของทวีปแห่งทวยเทพ ที่ตกอยู่
ในความเงียบ กลับมีผู้ฝึกตนนอกรีต 2 คน ซึ่ง
กำลังอำพรางกายแทรกซึมเข้าไปภายในเขตเมือง
ชั้นในของนครจักรพรรดิเพลิง
“ข้าได้กลืนกินคนไปมากกว่า 2,000 คนแล้ว
แม้ว่าความแข็งแกร่งจะยังไม่แข็งแกร่งมากนัก
ผนวกกับกายเนื้อของข้าที่ทำให้ได้รับพลังที่มี
ขีดจำกัดก็ตามที แต่ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว” ตัวหมิง
ซาน เสิ้งเสวี่ย เอ่ยด้วยความพึงพอใจ
“ข้ายังซ้ำร้ายยิ่งกว่าท่านเสียอีก แต่ในตอนนี้ ยังมี
อีกกี่คนที่จะสามารถต้านทานการร่วมมือกันของ
พวกเราพ่อลูกได้กันเล่า?” เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา เอ่ย
ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
ในเวลานี้ทั้ง 2 คน มาปรากฏตัวอยู่ด้านนอกของ
คฤหาสน์เจ้านคร ไม่กี่วันมานี้ พวกมันสามารถ
ปกปิดอำพรางตนเองได้เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นคือ
ยอดฝีมือของนครจักรพรรดิเพลิงล้วนไม่อยู่ที่นี่
ส่วนเจ้านครจักรพรรดิเพลิง ก็อยู่ภายในหลุมบรรพ
กาลจักรพรรดิเพลิง ดังนั้นจนถึงตอนนี้ จึงไม่มีผู้ใด
อาจจะค้นพบร่องรอยของพวกมันได้
คนที่สูญหายไป ในตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดรู้สึกสงสัย
เป็นเพราะ นครจักรพรรดิเพลิง นั้นกว้างใหญ่
ไพศาลมาก
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย เอื้อมมือออกไป สัมผัสไปที่
ท้องของบุตรสาวของมัน พร้อมกล่าวอย่าง
อ่อนโยนว่า “เจ้านี่นะ โลภมากเกินไปแล้ว ยังไง
ตอนนี้ย่อมไม่อาจจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้อยู่ดี
บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์กล่าวว่า พวกเราทุกคน
ต่างก็มีขีดจำกัด หากกลืนกินมากเกินไป ร่างกาย
ของเจ้าและข้าอาจจะระเบิดได้ พวกเราจะต้อง
หมั่นเพียรยกระดับขีดจำกัดของตนเองจึงจะดี
อย่าได้เดินไปบนเส้นทางเดียวกับ จ้าววิญญาณ
พยาบาท มันเป็นคนที่ได้คืบจะเอาศอก จึงทำให้
มันต้องพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว และก็เป็นเพราะ
มันกลืนกินผู้คนเข้าไปจนถึงขีดจำกัด ทำให้พลัง
ของมันยุ่งเหยิงไม่คงเสถียร”
“ข้าย่อมรู้หน่า ท่านพ่อ ท่านอย่าได้ห่วงกังวลข้าไป
เลย” เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา เอ่ยตอบน้ำด้วยเสียงที่
ไพเราะ
แววตาของพวกมันทั้ง 2 คนมีวังวนสีเทาหมุนวน
อยู่ภายใน ท่าทาง ทั้งท่าทางต่างๆของพวกมันได้
เกิดการเปลี่ยนแปลงจนเห็นได้ชัดยิ่ง แต่กระนั้น
เกรงว่าตัวพวกมันกลับไม่รู้ตัว
ทั้ง 2 คนพูดคุยและหัวเราะกันอยู่สักพัก จากนั้น
เงยหน้าขึ้นมองไปยังคฤหาสน์เจ้านคร และ เทียน
ไห่อวี้ ฝูเหยา ก็ได้เอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ อีกไม่นานแล้ว
พวกเรามั่นใจได้เลยว่าในตอนนี้ จะยังไม่มีผู้ใด
สงสัย ทางฝังของพรรคซ่างหยวน ในตอนนี้น่าจะ
อยู่ในช่วงน่าตื่นเต้นที่สุดอย่างแน่นอน ไม่มีผู้ใดให้
ความสนใจกับทางด้านนี้ ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดี
ที่สุดที่พวกเราจะลงมือ”
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย พยักหน้า แล้วกล่าวด้วย
น้ำเสียงอบอุ่น “หลังจากที่เข้าไปข้างในแล้ว ข้าจะ
จัดการตรึงเจ้านครจักรพรรดิเพลิงเอาไว้ ส่วนเจ้าก็
เข้าไปที่คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ นำพาบรรพบุรุษ
มารกลืนสวรรค์ออกมา แล้วกุญแจเปิดทาง เจ้า
เตรียมมันมาพร้อมแล้วหรือยัง?”
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา หยิบก้อนศิลาออกมาก้อนหนึ่ง
พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยเสน่ห์ “แน่นอน
ว่าข้าเตรียมมันมาพร้อมแล้ว”
“เช่นนั้นก็ลงมือกันเลย!”
ทั้ง 2 คนมองหน้ากันแล้วยกยิ้มขึ้น
เบื้องหน้าของพวกมันในตอนนี้ เป็นค่ายกลปกปั้อง
ของคฤหาสน์เจ้านคร การที่พวกมันจะเข้าไป
ภายในหลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิงได้ จะต้อง
ผ่านการตรวจสอบจากค่ายกลเหล่านี้เสียก่อน
แต่สำหรับพวกมันที่ได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี
แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก
เป็นเพราะว่าพวกมัน มีวิญญาณของผู้ที่ตายไป
ของนครจักรพรรดิเพลิงแห่งนี้อยู่ในมือมากมาย
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ