กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 536 : การเปลี่ยนแปลงสั่นสะเทือนสวรรค!
คำสาปปีศาจกระหายโลหิต นั้นถูกทำลายสลายจน
สิ้นแล้ว กล่าวได้ว่า วูซาน เซี่ยชือ หมดโอกาสที่จะ
คว้าชัยชนะได้อีกต่อไป
ด้วยการเผาผลาญจากเนตรสกัดวิญญาณของ อู่
อวี้ ผสานกับการโจมตีของ ‘เคล็ดวิชาหมื่นเตา
หลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ’ โดยเฉพาะพลังเจ้าเทวะ
กับหมื่นเปลวเพลิงจักรพรรดิเผาผลาญ ได้แผ่
ขยายปกคลุม วูซาน เซี่ยชือ ไว้รอบทิศทาง เผา
ผลาญเนื้อหนังโลหิต จนกระทั่งยามนี้เกร็ดมังกร
บนร่างของ วูซาน เซี่ยชือ ได้ปรากฏร่องรอยฉีก
ขาดขึ้นนับพัน เนื้อหนัง และ จิตวิญญาณของมัน
ได้ถูกเผาผลาญในเวลาเดียวกัน วูซาน เซี่ยชือ
มิได้สนใจคำสาปโลหิตอีกต่อไป มันร่วงหล่นไป
เกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นดิน พร้อมทั้งกรีดร้องโหยหวน
ออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน!
มังกรโลหิตอ้าปากแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่าง
น่าสังเวช! ไม่ว่าจะเป็นร่างกายภายนอก หรือ จิต
วิญญาณที่อยู่ภายในของ วูซาน เซี่ยชือ ได้พ่ายแพ้
ให้แก่ อู่ อวี้ อย่างราบคาบ!
วูซาน เซี่ยชือ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนน่าสังเวช
อย่างเหลือคณา ร่างกายอันใหญ่ยักษ์ร่วงหล่นอัด
กระแทกลงสู่พื้น สนามประลองซ่างเซียน ฝุั่นควัน
ฟุั้งกระจายตลบอบอวลคละคลุ้งฟุั้งกระจายไปทั่ว
ท้องเวหา เปลวเพลิงจากวิชาเจ้าเทวะได้แผดเผา
เพียงร่างกายของมันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็น
ศิลาที่อยู่เบื้องล่าง ธารกระแสสายวารี ภูผาบรรพต
หรือพงพนาสันต์ ล้วนไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
ทั้งสิ้น
ณ เวลานี้ ทุก ๆ ลมหายใจที่เคลื่อนคล้อยผ่านไป
บาดแผลบนร่างกายของ วูซาน เซี่ยชือ ก็จะยิ่งทวี
ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นตราบใดที่ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู ยังไม่ร้อง
บอกให้ตัวเขาหยุดลงมือ อู่ อวี้ ก็จะไม่หยุดมือเป็น
อันขาด ด้วยเพราะคำสาปปีศาจกระหายโลหิตของ
วูซาน เซี่ยชือ หากมันสามารถสำแดงออกมาได้
ย่อมทำให้เขาต้องรับความเดือดร้อนอย่างใหญ่
หลวง แล้วโทษฐานที่มันได้รับเพียงเท่านี้จะ
เพียงพอง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน? อีกทั้ง อู่ อวี้ ยัง
ปรารถนาสังหาร วูซาน เซี่ยชือ อย่างแรงกล้า ใน
เมื่อตอนนี้มีโอกาสแล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาส
ให้หลุดมือไปเด็ดขาด
ในความเป็นจริงเพียงแค่ วูซาน เซี่ยชือ ร้อง
ตะโกนยอมรับว่าตนเองนั้นพ่ายแพ้แล้ว อู่ อวี้ ก็
ต้องหยุดการต่อสู้ลงทันที!
อย่างไรก็ตามด้วยความที่ วูซาน เซี่ยชือ นั้น
เย่อหยิ่งจองหองอย่างที่สุด ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ยอม
ปริปากกล่าวคำนี้ออกมาเด็ดขาด ถึงแม้ต้อง
เผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสนสาหัส
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องรีบฉวยโอกาสใช้ช่วงเวลาอันมี
ค่านี้ รีบปลิดชีพสังหาร วูซาน เซี่ยชือ ให้แดดิ้นไป
เสียก่อน
“ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู!” แล้วในที่สุดจักรพรรดิจู้ ก็
แผดเสียงร้องตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าซีดเผือด
เมื่อมาถึงจุดนี้ จักรพรรดิจู้ รู้สึกยากที่จะรับได้ว่า
บัดนี้ วูซาน เซี่ยชือ ได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
อย่างไม่อาจพลิกกระแสการต่อสู้กลับมาชนะได้อีก
ณ เวลานี้ตัวแทนจากเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้ง 3 ได้พ่าย
แพ้ตกรอบไปจนหมดสิ้นแล้ว!
อันที่จริง ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู ก็ดึงเวลาอยู่อีกชั่ว
ครู่ ถ้าจะให้กล่าวก็เพื่อล้างแค้นให้กับผู้ฝึกตนจาก
ทวีปแห่งทวยเทพ นอกจากนี้ก็ถือว่าเป็นการแถม
ให้กับ อู่ อวี้ อีกเล็กน้อย ซึ่งยามนี้ จักรพรรดิจู้
พยายามกดดันเขา ดังนั้น ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู จึง
ต้องโบกมือพร้อมกับปั่าวประกาศว่า ” การ
ประลองในรอบนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วผู้ชนะก็คือ อู่ อวี้
แห่งนครจักรพรรดิเพลิง! ”
ในที่สุดการประลองก็ได้ข้อสรุป
วูซาน เซี่ยชือ เป็นฝั่ายพ่ายแพ้!
ก่อนการประลองจะเริ่มต้นขึ้น ผู้เข้าร่วมประลอง
ทุกผู้คนก็ต่างมองมันด้วยสายตาเกรงขาม
หวาดกลัว และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเหตุให้ผู้ฝึกตน
จาก ทวีปแห่งทวยเทพ มีหน้าที่รับผิดชอบในการ
ขัดขวางหยุดยั้งมัน แต่ทว่าบัดนี้ผู้ที่ฝูงชนกลับ
กลายเป็นหวาดกลัว อู่ อวี้ ซึ่งเป็นฝั่ายตรงข้าม
ของมันแทน
ท่ามกลางแรงกดดันจากจักรพรรดิจู้ อู่ อวี้ จึงต้อง
จำใจหยุดไม่ให้ไปเปลวเพลิงเผาผลาญมันต่อไป
แต่อย่างไรก็ตาม วูซาน เซี่ยชือ ก็ยังคงเป็นศัตรูตัว
ฉกาจ มันคือคนที่เขาเกลียดชังอย่างที่สุด หลังจาก
อู่ อวี้ หยุดการเผาผลาญของ เคล็ดวิชาหมื่นเตา
หลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ มันก็เกลือกกลิ้งดิ้นทุรนทุ
ราย นับว่าเป็นภาพที่น่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
มังกรโลหิตอันน่าเกรงขาม กลับกลายเป็นมังกรดำ
ไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ร่างกายที่เคยแข็งแกร่ง
ประดุจเหล็กกล้า กลับเปียมล้นไปด้วยริ้วรอย
บาดแผลเหวอะหวะ กรีดลึกจนเห็นกระดูก! จากที่
เห็นดูเหมือนว่าร่างกายของมันจะได้รับบาดเจ็บ
สาหัสยิ่งนัก ซึ่งอย่างน้อย ๆ มันก็น่าจะสูญเสีย
พลังการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง
หลังจาก อู่ อวี้ หยุดการโจมตี ก็ดูเสมือนว่ามันนั้น
จวนเจียนใกล้ตายเต็มที ร่างกายนอนรวยลินอยู่บน
พื้น ดวงตาของมันเพิ่งจะได้แลเห็น อู่ อวี้ ทันใด
นั้นก็บังเกิดเปลวเพลิงลุกโชนเผาผลาญมันทันที
ประกายสีแดงโลหิตที่เคยส่องสกาวอยู่ภายใน
ดวงตา บัดนี้ได้มืดม่นลง แปรเปลี่ยนไหม้ดำ
กลายเป็นเป็นต่อตะโก ดูอัปลักษณ์น่าเกลียดเป็น
อย่างยิ่ง ทว่าอย่างน้อย ๆ ในช่วงสุดท้ายของมัน ก็
ยังได้แลเห็น อู่ อวี้ ว่าร่างกายของเขาไร้ซึ่งริ้วรอย
บาดแผลหรืออาการบาดเจ็บแต่ประการใด สีหน้า
ของเขายังคงไว้ซึ่งความไม่แยแส ความพ่ายแพ้ที่
วูซาน เซี่ยชือ ได้รับในวันนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามัน
หนักหนาสาหัสสากรรจ์มากเพียงใด
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ได้แลเห็น อู่ อวี้ มันจึง
พยายามหลับตาลง ด้วยเพราะสิ่งสุดท้ายที่มันได้
แลเห็น ก็เป็นคนที่มันไม่ต้องการเห็นมากที่สุด คน
ที่ทำให้มันไม่อยากจะเชื่อ เป็นเสมือนดั่งการตอก
ย้ำความเจ็บปวดอย่างสุดแสน…
” กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง อันที่จริง
คนอย่างเจ้าไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก ในที่สุด
โชคชะตาก็ชักนำเจ้ามาหาข้าจนได้ หากในภาย
ภาคหน้าเราได้พบเจอกันอีก และเจ้ากลับยังไม่
ยอมเข็ดหลาบ เมื่อนั้นข้าจะตอบแทนคืนให้เจ้า
กลับเป็น 2 เท่า แล้วข้าขอรับรองว่าเจ้าจะไร้ซึ่ง
โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก ” อู่ อวี้ กล่าว
ออกมาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจ
หลังจากที่เขากล่าวจบ ผู้คนต่างก็นิ่งอึ้งไปตาม ๆ
กัน
ด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าของ อู่ อวี้ ทำให้ วู
ซาน เซี่ยชือ ต้องพ่ายแพ้ลงอย่างราบคาบ ซึ่ง
แน่นอนว่าชัยชนะครั้งนี้หาได้มีโชคช่วยแต่อย่างใด
ความแข็งแกร่งที่ อู่ อวี้ นั้นเหนือกว่า วูซาน
เซี่ยชือ มากนัก ซึ่งในที่สุด อู่ อวี้ ก็คว้าอันดับหนึ่ง
มาครอบครอง ผลที่ออกมาก็นับได้ว่าสมเหตุสมผล
เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังสามารถสยบคู่ต่อสู้ผู้มีฝีมือสูงส่ง
ถึง 2 คนติด ๆ กัน โดยไม่ต้องใช้กลเม็ดลูกไม้ใด ๆ
นับตั้งแต่ต่อสู้ล้างตาบนเขาซูซัน จวบจนทุกวันนี้
เขาอยากแสดงให้เห็นถึงจุดยืนอันแข็งแกร่งมั่นคง
ดุจหินผา เพียงแค่ช่วงเวลาไม่นานฝีไม้ลายมือของ
อู่ อวี้ ก็ก้าวรุดหน้าแบบก้าวกระโดดได้อย่าง
รวดเร็วจนน่าใจหาย นับเป็นปาฏิหาริย์อย่าง
แท้จริง แม้ในเวลานี้เขาได้กลายเป็นผู้ที่ยืนอยู่บน
จุดสูงสุดของ ทวีปแห่งทวยเทพ แต่ทว่าหลายคน
ยังคงไม่อยากจะเชื่อ!
อู่ อวี้ สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ แม้แต่ เฉิน ชิงเหยา
เองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะได้ เห็นได้ชัดว่าหาก
ทั้งสองได้ต่อสู้กันมีโอกาสมากกว่า 80 ใน 100 ที่
จอมกระบี่ชิงเหอ ผู้มีฝีมือโดดเด่นจะไม่ใช่คู่ต่อกร
ของ อู่ อวี้
ถึงแม้ว่าในยามนี้พื้นฐานฝึกตนของเขาจะอยู่เพียง
แค่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3 แต่ฝีมือที่
แสดงออกมาก็ใกล้เคียงกับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
การเคลื่อนไหวของเขาเสมือนเป็นการต่อต้านฟั้า
ดินอย่างแท้จริง มันคือปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมา
ก่อนในยุคนี้!
เฉกเช่นดั่งสภาพของ วูซาน เซี่ยชือ ที่อยู่เบื้องหน้า
ของเขาในเวลานี้
เขาสามารถบดขยี้ศัตรูลงอย่างราบคาบ ไขว่คว้า
ชัยชนะมาได้อย่างสมบูรณ์
ปัจจุบันหลายคนจึงต่างพากันยอมรับเขาจากใจ
จริง
” นับตั้งแต่ อู่ อวี้ ถูกขับไล่ออกจากซูซัน แล้วโซ
ซัดโซเซ ไปขอพึ่ง นครจักรพรรดิเพลิง ข้าไม่เคย
คิดเลยว่าเขาจะกลายเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ในใต้
หล้า! ข้ารู้เสมอว่าเขามีเจตนารมณ์แน่วแน่เด็ด
เดี่ยว ข้ารู้เสมอว่าเขาเป็นผู้ที่มีความสามารถ ทั้ง
ยังเปียมล้นไปด้วยความสว่าง แต่เขาก็ยังไม่ใช่
อันดับหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้เขาทำให้ข้าตาสว่าง
เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ถึงแม้ว่าพื้นฐานฝึกตนจะอยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3 เท่านั้น แต่
สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ในวันนี้ไม่ว่าจะ
เป็นความสามารถ ทักษะศักยภาพ อารมณ์ความ
สุขุม หรือแม้แต่มุมมองวิสัยทัศน์ เหมาะสมยิ่ง
ลักษณ์ที่จะเป็นหนึ่งในใต้หล้า เป็นผู้บุกเบิกทาง
แห่งยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง! แม้แต่ จี้ หลิงหลง,
หนานกง เหว่ย , มู่หรง ซวี่ ฯลฯ ก็ยังห่างไกลจาก
เขามากนัก! ”
” ใช่อย่างที่เจ้ากล่าว ก่อนหน้านี้เขาก็โดดเด่น
สะดุดตามากกว่าผู้อื่น แต่พวกเรากลับไม่ได้
ตระหนัก นับว่ามีตาหามีแววไม่จริง ๆ ด้วย
ความสามารถที่หลากหลายรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ของ
เขา ช่างเป็นคนที่น่าหวั่นเกรงยิ่งนัก บางทีเราคง
จะดูถูกมรดกสืบทอด ‘ผู้เปลี่ยนเต๋านิรมิต’ เกินไป
แลคิดว่าชาติกำเนิดของเขามิได้สูงส่ง เหมือนเช่น
ดั่ง จี้ หลิงหลง และอัฉริยะคนอื่น ๆ แต่เขาก็ได้
แสดงให้เห็นแล้วว่าตัวตนของ ‘ผู้เปลี่ยนเต๋านิรมิต’
ต้องน่าอัศจรรย์เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์อย่าง
เหลือล้น! ”
” อู่ อวี้ อายุอานามเพียงเท่านี้ แต่กลับสามารถ
บรรลุเปั้าหมายทำทุกสรรพสิ่งได้สำเร็จลุล่วง! ข้า
กล้าพูดเต็มปากว่าใน 1 ปีหมื่นที่ผ่านมาก็ยังไม่มี
คนเช่นเขา! หากย้อนกลับไปนับหมื่นปีก็ยังไม่มีผู้ใด
มีพรสวรรค์แลความสามารถสูงล้ำเท่ากับเขา! ก่อน
หน้านี้ทุกคนต่างดูถูกเขา ช่างมีตาหามีแววไม่เสีย
จริง ๆ! ในวันนี้การต่อสู้กับฝั่ายตรงข้ามฝีมือร้าย
กาจสุดหฤโหดถึง 2 ครั้ง 2 คราติดต่อกัน เป็น
เสมือนดั่งการระเบิดศักยภาพ ให้ทุกผู้คนได้แลเห็น
อัจฉริยภาพอันนาน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง!
สามารถกล่าวได้ว่าช่างเป็นโชคดีของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ที่มี อู่ อวี้ ส่วน นิกายเซียนซูซัน ที่
โง่งมหูตาบอดขับไล่ก็ออกมาก็ช่างโชคร้ายเสียจริง
ๆ … ”
การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่าง ๆ ของ อู่ อวี้ ใน
สายตาของผู้อาวุโสแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะพุ่ง
ทะยานถึงขีดสุด
ผู้คนทั้งหมดทั้งมวลต่างกำลังตื่นเต้น แล้วก็อดรู้สึก
ชื่นชมในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ จอมจักรพรรดิ
กับ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง อย่างช่วยไม่ได้ พวก
เขาต่างเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใด เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง จึงได้ตัดสินใจเด็ดขาดด้วยการ
ชี้แนะให้ อู่ อวี้ เข้ามาร่วมในการประลองครั้งนี้ อีก
ทั้งยังมอบเคล็ดวิชาเจ้าเทวะให้กับเขาอีก แม้แต่
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูก็เพิ่งเข้าใจในจุดนี้ การ
มองเห็น อู่ อวี้ ในวันนี้ทำให้พวกเขาเหล่าผู้อาวุโส
กลับมาพิจารณาในแง่มุมที่แตกต่างออกไป ซึ่งมัน
ทำให้พวกเขากลับมามีไฟขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
กล่าวได้ว่าเมื่อสมัยตอนที่พวกเขายังเป็นผู้เยาว์
หนุ่มสาว เสมือนดั่งคมมีด เขาเคยยืนอยู่ท่ามกลาง
สายตาฝูงชนเฉกเช่นดังวีรบุรุษ หรือ สร้างความ
น่าเกรงขามประหลาดใจ ระคนยกย่องสรรเสริญ
ราวกับว่ากำลังหยัดยืนอยู่ภายใต้แสงตะวันอันเจิด
จ้าถึงเพียงนี้หรือไม่? หรือเคยมีช่วงเวลาอันยอด
เยี่ยมเช่นนี้หรือไม่?
ชายชาตรีผู้ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ครั้งหนึ่งเคยถูกเหยียด
หยามดูถูกดูแคลน ทว่าวันนี้เขาได้กลับกลายเป็น
วีรบุรุษ สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้ง ทวีปแห่ง
ทวยเทพ
ความเกลียดชังที่มีต่อ วูซาน เซี่ยชือ ได้ถูกชำระ
หนี้แค้นไปจนหมดสิ้นแล้ว แล้วศัตรูของเขาได้
กลายเป็นเพียงแค่ศิลาให้เขาเหยียบย่ำข้ามผ่าน!
แม้ว่าจะยังมีอีกหลายคู่ที่ยังไม่ได้ประลอง ทว่าจะมี
ผู้ใดหน้าไหนกันเล่าที่จะกล้าปฏิเสธความรุ่งโรจน์
ของ อู่ อวี้ ยามนี้! ผู้ใดจะกล้าปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่ผู้
เหมาะสมมากที่สุด ที่จะกลายเป็นอัจฉริยะอันดับ
หนึ่งในใต้หล้า จะยังมีผู้ใดติดใจกังขาอยู่อีกเล่า!
แม้ผู้คนคาดหวังกันว่าจะได้เห็น อู่ อวี้ กับ หนาน
กง เหว่ย ได้ประลองฝีมือต่อสู้กันก็ตาม ทว่าจาก
ฝีมือร้ายกาจเหนือชั้น ซึ่งเขาแสดงให้เห็นมาก่อน
หน้านี้ ทุกคนสามารถเข้าใจได้อย่างไม่มีข้อกังขา
เลยว่า อู่ อวี้ จะสามารถเอาชนะ หนานกง เหว่ย
ได้อย่างง่าย
สามารถกล่าวได้ว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีในใต้
หล้านี้ ไม่มีผู้ใดสามารถต่อสู้หรือทัดเทียมกับเขา
ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองจอมจักรพรรดิ ด้วยสายตา
อันเปียมล้นไปด้วยความเคารพนับถือ และจอม
จักรพรรดิก็ได้ส่งยิ้มมาให้แก่เขา
ในยามนี้ อู่ อวี้ ได้ทำให้เขารู้สึกปลื้มปิติหน้าบาน
เป็นที่สุด
ในคู่แรกประเดิมสนามประลอง วูซาน เซี่ยชือ คว้า
ชัยชนะมาจาก เสิน ชิวเหยี่ยน ได้อย่างหมดจด
งดงาม แล้วในรอบต่อมา อู่ อวี้ ก็มอบความพ่าย
แพ้ย้อนกลับไปให้แก่ วูซาน เซี่ยชือ! ทั้งหมดนี้คือ
การล้างแค้น ตัวแทนเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้ง 3 ตน พ่าย
แพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ตกรอบไปสอง ผลจากการประลอง
นี้แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาได้กลายเป็นวีรบุรุษ
ของเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน
ในบรรดาเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกผู้คน กลุ่มคนที่รู้สึกอึด
อัดลำบากใจมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น นิกายเซียนซู
ซัน ซึ่งสาวกระดับกระบี่สวรรค์กำลังจะตามมา
สมทบ ส่วนทางฝังของจอมกระบี่แห่งซูซัน ต่างก็
รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ โดยเฉพาะ เซียนกระบี่กุ้ย
หยาง ในเวลานี้มันรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก สี
หน้าของมันดูบิดเบี้ยวน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม โดย
เพราะมันไม่คาดคิดว่าฝีมือของ อู่ อวี้ จะก้าว
รุดหน้าไปได้ไกลถึงเพียงนี้ ไกลเกินกว่าคนหนุ่ม
สาวทุกผู้คน แน่นอนว่าหาก อู่ อวี้ ยังคงเป็นคน
ของซูซันแล้วล่ะก็ ผู้ที่จะถูกจับจ้องมองด้วยสายตา
ริษยา ก็ต้องไม่แคล้วเป็นซูซันอย่างแน่แท้ …
อีกทั้ง เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ยังล่วงรู้ดีว่ายิ่งฝีมือ
ของ อู่ อวี้ ก้าวรุดหน้าพัฒนาเร็วมากขึ้นเท่าไหร่
แรงกดดันยิ่งท้าโถมเข้าใส่ หนานกง เหว่ย ก็มาก
ขึ้นเท่านั้น ในเวลานี้ภายในจิตใจของนางมีจิตมาร
ปรากฏขึ้น ซึ่งถ้าต้องการลบล้างจิตมานั้นออกไป
นางจำเป็นต้องเอาชนะ อู่ อวี้ ให้จงได้ นับว่าสิ่งนี้
สำคัญกับนางเป็นอย่างมากทีเดียว
อู่ อวี้ แลมอง หนานกง เหว่ย
แม้แต่นางก็ยังมองเขาด้วยสายตาที่หวาดกลัว
ไม่ใช่แค่นางคนเดียวเท่านั้น แม้แต่คนที่อยู่ข้าง ๆ
นั้นก็มีอาการไม่ต่างกัน จี้ หลิงหลง ผู้เป็นที่รู้จักกัน
ดีในฐานนะอัจฉริยะอันดับ 1 ก็ตกอยู่ในอาการไม่
อยากเชื่อเช่นเดียวกัน
แต่ท่าทางของ หนานกง เหว่ย ดูเหมือนจะ
แตกต่างไปอยู่บ้าง
ราวกับว่านางกำลังดิ้นรนต่อสู้กับความหวาดกลัว
อยู่ แต่แล้วความเชื่อมั่นก็ถูกมาแทนที่อย่าง
รวดเร็ว
สันนิษฐานว่านางยังคงไม่อาจยอมรับในความพ่าย
แพ้นี้ได้
สิ่งต่าง ๆ ที่เขาได้รับอยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น
ถ้อยคำสรรเสริญฤาคำเยินยอ ผู้ที่ควรจะได้รับ ควร
จะเป็นผู้ที่ได้อันดับ 1 ในการประลองครั้งนี้
มากกว่า แล้วตัวเขาเองก็ไม่ต้องการที่จะกินเวลา
การประลองของผู้อื่น ขณะที่ทุกผู้คนกำลังพูดคุย
ระคนตกตะลึงกันอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็กลับไปยังที่นั่งของ
ตัวเองใน นครจักรพรรดิเพลิง
“เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาก น่าตื่นตาตื่นใจอย่าง
ที่สุด นับตั้งแต่โบราณกาลผู้ได้ถูกขนานนามว่า
วีรบุรุษหนุ่มแห่ง นครจักรพรรดิเพลิง เขาสมควร
จะได้รับแล้ว ” ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู ส่ายหัวแล้ว
กล่าวว่า “ ไม่ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้จะยอดเยี่ยม
เพียงใด แต่การต่อสู้ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีป
ทวยเทพ’ ยังไม่จบสิ้นลง ฉะนั้นการประลองยังคง
จะดำเนินต่อไป เอาล่ะเรามาดูกันว่าผู้ใดจะเป็นคู่
ต่อไปที่จะได้ขึ้นไปประลอง ? ”
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มจับรายชื่อเสี่ยงทายอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามผู้คนยังคงรู้สึกตื่นเต้น อยู่กับการต่อสู้
ก่อนหน้านี้ ส่วนการประลองในรอบต่อไป ผู้คน
ส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังความหวือหวามากนัก
ตอนนี้ผู้คนต่างต้องการเห็นว่าเขาสามารถขึ้นเป็น
อันดับ 1 ได้อย่างง่ายดายมากเพียงใด …
ฉะนั้นในเวลานี้ทุกผู้คนจึงผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
เด็กน้อยกำลังทำหน้าที่ สุ่มจับรายชื่อเพื่อเสี่ยงทาย
เหมือนเช่นเคย ทันใดนั้นก็มียันต์สื่อสารจำนวน
มากบินเข้ามาหาพวกเขาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น
ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู, จอมจักรพรรดิ, เซียนกระบี่,
จักรพรรดิอิง จักรพรรดิจู้ และ ผู้นำจากพรรค
นิกายอื่น ๆ ล้วนได้รับข้อความจากยันต์สื่อสาร
แทบในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
ทำให้เด็กน้อยต้องหยุดการเสี่ยงทายลงเพราะ
ความหวาดกลัว หลังจากนั้นบรรยากาศก็เริ่ม
รุนแรงมาคุมากขึ้น
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกแปลกใจ
จากลางสังหรณ์ของเขา ๆ สัมผัสได้ว่ากำลังมีเรื่อง
ผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น
แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้จะเกิดอะไรขึ้นได้อย่างไร?
เขาไม่อยากจะเชื่อ
ท่ามกลางความกังขาของผู้คน ขุมพลังจากพรรค
นิกายใหญ่ทั้งหมด ต่างกำลังอ่านข้อความจากยันต์
สื่อสารที่ส่งมา
” ยันต์สื่อสารทั้งหมดเป็น เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
ที่ส่งมาให้!”
ก็ไม่รู้ว่าผู้ใดกล่าวประโยคนี้ขึ้นมา แต่มันทำให้ อู่
อวี้ หวาดกลัวจนนั่งไม่ติด!
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ยังคงคอยเฝั้าพิทักษ์ดูแล
อยู่ภายใน หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง จะ
สามารถส่งยันต์สื่อสารมากมายเช่นนี้ออกมาพร้อม
กันได้อย่างไร!?
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ