กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 537 : ยันตสื่อสารจากเจานคร
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีป
ทวยเทพ’ ก็จำต้องหยุดลงในทันที
นับว่ายังโชคดีที่การประลองระหว่าง อู่ อวี้ กับ วู
ซาน เซี่ยชือ ได้จบลงไปแล้ว มิเช่นนั้นหากการ
ประลองจบลงเสียก่อน ไม่แน่ว่าก่อนจะหมดสิ้นลม
หายใจจะมีโอกาสได้ประลองกันอีกหรือไม่
ในเวลานี้พรรคนิกายทั้งหมด ที่ได้รับข้อความจาก
ยันต์สื่อสาร ต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ทุกผู้คนที่ได้รับยันต์สื่อสาร ต่างแสดงท่าทางสับสน
แลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ด้วยการแสดงออกนี้ทำให้ฝูง
ชนต่างกังขาสงสัยมากยิ่งขึ้น ด้วยเพราะอยากรู้ว่า
มันมีเรื่องราวอันไดเกิดขึ้นกันแน่
อู่ อวี้ รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ ด้วยเหตุนี้จึงทำ
ให้เขารู้สึกกระวนกระวายมากยิ่งขึ้น
ด้วยเพราะเนื้อหาในในการสื่อสาร ไม่ต้อง
ตีความหมายอะไรมากนัก จึงทำให้ยอดฝีมือชั้น
แนวหน้าทั้งหลาย อ่านตั้งแต่ต้นจนจบด้วยเวลา
เพียงไม่นาน
หลังจากอ่านจบ พวกเขาต่างก็แสดงสีหน้าจริงจัง
จนน่าใจหาย แม้แต่เผ่าปีศาจอย่างจักรพรรดิจู้ กับ
จักรพรรดิอิง ก็ยังมิวายที่จะแสดงสีหน้าวิตกกังวล
เคร่งเครียด กล่าวได้ว่าในเวลานี้สีหน้าของพวก
เขาแต่ละคนดูไม่ดีเอามาก ๆ นับตั้งแต่ได้รับยันต์
สื่อสาร
จอมจักรพรรดิ เป็นเพียงผู้เดียวที่กล่าวขึ้นเป็น
น้ำเสียงจริงจังแลสีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่งว่า ”
พี่ชายของข้า ไม่ใช่ประเภทพวกที่ชอบล้อเล่น
เรื่องนี้เกี่ยวพันกับ คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ฉะนั้น
เราคงต้องหยุดการประลอง ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่ง
ทวีปทวยเทพ’ ลงก่อนชั่วคราว ผู้ใดคัดค้าน
หรือไม่? ”
ในเวลานี้ทุกผู้คนต่างเคลือบแคลงสงสัย อีกทั้งยัง
ตาตื่นตกใจกับสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ เมื่อ
ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู เห็นผู้คนเป็นเช่นนี้ เขาถึง
ปั่าวประกาศขึ้นว่า ” ข้าขอประกาศว่า ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ จะสิ้นสุดลงทันที
ยกเว้นผู้ที่ไม่ได้รับข้อความจากยันต์สื่อสารทั้งหมด
จะต้องรอดูสถานการณ์อยู่ที่นี่ไปก่อน จนกว่าจะมี
คำสั่งใหม่จะถูกปั่าวประกาศออกไป ห้ามมิให้ผู้ใด
กระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด! ผู้ที่ได้รับ
ยันต์สื่อสาร ขอให้ติดตามข้าไปยัง นครจักรพรรดิ
เพลิง ในทันที เจ้านิกายหรือประมุขพรรคท่านใด
มีคำชี้แนะใดอื่นอีกหรือไม่? ”
ด้วยสถานการณ์เร่งด่วน ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู
พร้อมกับบรรดาเหล่าผู้นำพรรคนิกายทั้งหลายไม่
ว่าจะเป็น นิกายเซียนซูซัน, ยอดเขานางเซียนกูซู
ฯลฯ เหล่าผู้นำที่อยู่ที่นี่พยักหน้ารับโดยทั่วกัน ซึ่ง
ส่วนใหญ่แล้วก็ไร้ซึ่งความคิดเห็น สีหน้าของพวก
เขาแต่ละคนเคร่งเครียดหนักใจเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้
อย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังวิตกกังวลในบางสิ่ง
บางอย่างอยู่ ท่าทีอาการของแต่ละคนในยามไม่
ต่างจากมดในกระทะร้อน แม้กระทั่ง ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ก็ยังต้องยุติลง ซึ่งอาจ
หมายถึงว่ามันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่พอ ๆ กับ ผู้ฝึก
นอกรีตแห่งทะเลตงไห่เข้ามาโจมตี
เมื่อคนอื่น ๆ ไม่มีความคิดอันใดเพิ่มเติม จอม
จักรพรรดิจึงกล่าวกับจักรพรรดิอิง และ จักรพรรดิ
จู้ว่า ” แล้วท่านทั้งสองล่ะตัดสินใจว่าอย่างไร?
พวกท่านน่าจะทราบเรื่องของ จักรพรรดิมาร เป็น
อย่างดี หาก ทวีปแห่งทวยเทพล่มสลาย ห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์ก็คงอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน เรื่องนี้เรียก
ได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤตคอขาดบาดตาย เกี่ยวข้องกับ
การล่มสลายของ ทวีปแห่งทวยเทพ จะไม่มีผู้ใด
เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว ”
ด้วยอุปนิสัยของ จักรพรรดิอิง ซึ่งเป็นคนเด็ดขาด
ไม่ว่าจะกระทำสิ่งใด หลังจากนั้นเขาก็ตอบกลับไป
อย่างไม่ลังเลว่า ” ตกลง งั้นก็ไปกันเถอะ ไปดูว่าไอ้
ผีแก่มันมีอันใดที่จะหลบซ่อนปิดบังอยู่อีก ”
หลังจากได้ข้อสรุปกันเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาก็
เริ่มดำเนินตามแผนการโดยด่วน โดยทั่วไปแล้ว
พวกเขาส่วนใหญ่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ก่อนที่จะออกเดินทาง ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ยังคงย้ำอีกครั้งว่าการประลอง ‘ศึก
มังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ได้ยุติลงแล้ว ห้าม
ผู้ใดออกไปจากที่นี่ได้ โดยไม่เว้นแม้แต่เรื่องส่วนตัว
เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับคำสั่งใหม่
ทุกคนล้วนได้ยินคำสั่งจากประมุขพรรค แต่ละคน
ต่างก็อยู่ในระดับตำหนักเรื่องทะเลมรกต อีกทั้งยัง
ไม่ใช่เด็กไม่รู้ประสีประสา แน่นอนว่าพวกเขาย่อม
ต้องฟังคำสั่ง แต่การที่พวกเขาไม่อาจทราบได้เลย
ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งยังทำได้แค่เพียงเฝั้ารอคอยอยู่
ที่นี่ มันช่างเป็นอะไรที่แสนทรมานมากจริง ๆ
ถึงกระนั้นข้อความที่ถูกเขียนมาในยันต์สื่อสารนั้น
แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะประมุข
พรรคบอกกล่าวข้อความนี้กับผู้พิทักษ์นิกายหนึ่ง
หรือสองคน
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายไม่ชัดเจน อู่ อวี้ ก็พอ
ได้ยินเนื้อหาที่แผ่กระจายออกมา เนื้อหาเหล่านี้คือ
ต้นเหตุที่ทำให้ ข้อความนั้นก็คือ : ยุติ ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ลงก่อน เร่งรีบรุดมา
นครจักรพรรดิเพลิง เพื่อไปยัง หลุมบรรพกาล
จักรพรรดิเพลิง ด้วยเพราะมันเกี่ยวข้องกับ บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ มันคือวิกฤตครั้งใหญ่ที่
เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของทวีปแห่งทวยเทพ
จงเร่งรีบรุดหน้ามาให้เร็วที่สุด!
หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง นับเป็นสถานที่
สำคัญอันดับ 1 ของ นครจักรพรรดิเพลิง ด้วย
ความสำคัญนี้ไม่ต้องกล่าวถึงคนนอก แม้แต่เหล่า
อัจฉริยะ นครจักรพรรดิเพลิง อย่าง มู่หรง ซวี่ ยัง
ไม่สามารถเข้ามาได้ เช่นเดียวกับถ้ำกำเนิดใหม่
แห่งซูซัน แล้วในวันนี้ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
กลับต้องยอมปล่อยให้คนนอกเข้ามา เพราะบัดนี้
มันเกี่ยวพันถึง บรรพชนมารกลืนสวรรค์ และ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังเกี่ยวกับความอยู่รอดของ ทวีป
แห่งทวยเทพ จึงไม่น่าแปลกใจที่ประมุขพรรค และ
เหล่าเจ้านิกายจะเป็นกังวลใจมากมายเยี่ยงนี้!
แต่กระนั้นก็ยังมีข้อกังขา เป็นคำถามขึ้นมาในใจ
ของทุกผู้คนนั่นก็คือ จักรพรรดิมาร ยังไม่ตกตายไป
หรอกหรือ …?
หลังจากยันต์สื่อสาร ถูกส่งมาได้ครู่หนึ่ง ซึ่งทำให้
เกิดความตื่นตระหนกขึ้นบางอย่าง
” อู่ อวี้ ตามข้ามา!”
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่าตนเองจะต้องรอคอยอยู่ที่นี่ แต่
เขาไม่คาดคิดว่าจอมจักรพรรดิจะพาเขาติดตามไป
ด้วย ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับก่อร่างกำหนดจิตเทวะ ฉะนั้นแต่ละคนจึงมี
วิธีเฉพาะของตัวเองในการเพิ่มความเร็วมุ่งรุดหน้า
ไปยังทิศทางของ นครจักรพรรดิเพลิง ท่ามกลาง
พวกเขาประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูคือยอดฝีมือระดับ
แนวหน้า เขาพุ่งทะยานหายไปในชั่วพริบตา ซึ่ง
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้ มีความสำคัญยิ่งยวด
มากเพียงใด ด้วยเหตุนี้เขาจึงเร่งรีบเดินทางโดยไม่
รอผู้ใด
ผู้คนมากมายถูกพาตัวไปด้วย ซึ่งคนเหล่านี้ล้วน
ไม่ได้รับยันต์สื่อสาร ดั่งเช่น อู่ อวี้
เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จอมจักรพรรดิจึงพาเขาไป
ด้วย ซึ่งในเวลานี้จอมจักรพรรดิเร่งรีบเดินทาง
ออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเขาก็หายลับ
ไปจาก เขาเซียนซ่างหยวน ระดับความเร็วของเขา
ในตอนนี้คือสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน ประมุข
พรรคแลผู้นำนิกายแต่ละคนที่อยู่ด้านหลัง สายตา
ของพวกเขาในยามนี้เปียมล้นไปด้วยความจริงจัง
เคร่งขรึม เมื่อเขาย้อนมองตนเองก็ทำให้รู้สึก
ค่อนข้างประหม่าอยู่ไม่น้อยทีเดียว การที่พวกเขา
แต่ละคนมีสีหน้าท่าทีเช่นนี้ ด้วยเพราะแรงกดดันที่
มันเกิดขึ้นจาก จักรพรรดิมาร มันหนักหนาสาหัส
มากเกินไปสำหรับทุกคน
“ จอมจักรพรรดิ ท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดเรื่องอันใด
ขึ้น? ” ท่ามกลางลมนพายุอันรุนแรง ทิวทัศน์
โดยรอบข้างคลุมเครือไม่ชัดเจน อู่ อวี้ ไต่ถามขึ้น
ด้วยความตื่นตระหนก
จอมจักรพรรดิตอบว่า ” น่าจะมีอุบัติเหตุบางอย่าง
เกิดขึ้น ข้าเองก็ยังไม่รู้รายละเอียดตื้นลึกหนาบาง
ข้ารู้เพียงว่าพี่ชายของข้าไม่เคยส่งข้อความ
เร่งด่วนเช่นนี้มาก่อน มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่
ๆ ”
จอมจักรพรรดิอยู่กับพี่ชายอยู่กันมานานหลายปี
แน่นอนว่าเขาจะต้องรู้จักพี่ชายของตนเองเป็น
อย่างดี ด้วยความร้ายแรงของเรื่องนี้ จอม
จักรพรรดิ์จึงตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
เขาล่วงรู้ว่าเจ้านครจักรพรรดิเพลิง เป็นญาติของ
จอมจักรพรรดิ ย่อมมีความสำคัญที่สุดกว่าผู้ใดใน
ใต้หล้านี้ ฉะนั้นเขาจึงเป็นห่วงเป็นใยใส่ใจกับ เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง เป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นจอมจักรพรรดิมีท่าทีเช่นนี้ เขาก็ไม่กล้า
ถามไต่ถามอะไรมาก ทว่าเขายังคงครุ่นคิดอย่าง
หนัก ” ลั่วผิน ยืนยันมารอย่างหนักแน่นว่า
จักรพรรดิ ได้ตกตายไปแล้วแน่ ๆ ซึ่งก็แสดงว่า
นางมั่นใจ อีกทั้งด้วยอุปนิสัยของนางไม่ใช่คนที่
พูดจาเหลวไหล แต่ไฉนเรื่องราววุ่นวายเช่นนี้ถึง
เกิดขึ้นมาอีก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกตนนอกรีต
ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการเข้าไปในเตาเผาดี ๆ นี่เอง
โดยเฉพาะ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย กับ เทียนไห่อวี้
ฝูเหยา แต่ทั้งสองคนก็ไม่น่าจะนำภัยคุกคามมาสู่
นครจักรพรรดิเพลิง ได้ หรืออาจเป็นไปได้ว่า
จักรพรรดิมาร จะยังไม่ตาย … ”
” แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อื่น ๆ อีก ”
ไม่มีข่าวใหม่จาก เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ดังนั้น
ความคิดทุกอย่างที่บังเกิดขึ้นในตอนนี้ ล้วนเป็น
การคาดเดาทั้งสิ้น อันที่จริงการคาดเดาเช่นนี้มิได้มี
ประโยชน์อันใด หากอยากรู้ความจริงก็ควรไปให้
ถึง นครจักรพรรดิเพลิง เสียก่อน
” อู่ อวี้ ข้อความในยันต์สื่อสารที่พี่ชายของข้าส่ง
มา ท่านบอกให้ข้าพาเจ้ามาด้วย คาดว่ามันจะต้อง
เกี่ยวข้องกับ เส้นทางเซียนบรรพกาล ”
“ขอรับ”
ถ้าพูดถึงเรื่อง เส้นทางเซียนบรรพกาล เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง เคยพูดคุยกับ อู่ อวี้ ในเรื่องนี้แล้ว
ท่านได้ส่งมอบสอง วิชาจ้าวเทวะ ให้แก่ อู่ อวี้ ซึ่ง
เขาก็ไม่ได้ซักถามอันใดเพิ่มเติมกับ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง สำหรับ อู่ อวี้ นี่คือความเมตตา
อย่างไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัว อันที่จริงถึงแม้ว่าเขา
ไม่ได้คารวะ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง เป็นอาจารย์
ทว่าความรู้สึกเคารพนับถือที่มีต่อ เจ้านคร และ
จอมจักรพรรดิ หาได้มีความแตกต่างอาจารย์แต่
อย่างใด
อู่ อวี้ เคารพนับถือ เฟิง ซัวหยา เช่นไร เขาก็
เคารพนับถือพวกท่านทั้งสองเช่นนั้น
เวลาล่วงเลยผ่านท่ามกลางความทุกข์ทรมาน ผู้ที่มี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ
หนึ่งในนั้นเป็นคนของนครจักรพรรดิเพลิง ส่วนอีก
หนึ่งเป็นคนของ นิกายเซียนซูซัน แล้วคนที่ว่านี้คือ
เซียนกระบี่เทียนซู กับ เซียนกระบี่เทียนเสวียน ซึ่ง
ก็ติดตามมาที่นี่ด้วยเช่นกัน
ด้วยเพราะยันต์สื่อสารของ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
จึงทำให้ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง สามารถระงับความ
เกลียดชังข้อขัดแย้งส่วนตัว แล้วอยู่ร่วมกับ
จักรพรรดิอิงได้ แต่ถึงกระนั้นขณะเดินทางด้วย
ความรีบเร่ง จิตสังหารแลความเกลียดชังก็พวยพุ่ง
ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
คาดว่าปั่านนี้ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู น่าจะเข้าสู่
หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง แล้ว ส่วนจอม
จักรพรรดิรวมถึงยอดฝีมือคนอื่น ๆ ผู้อยู่ในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ เพิ่งจะมาถึงนครชั้นใน ซึ่ง
ในยามนี้ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง จำนวนมาก
ต่างมารวมตัวกันที่คฤหาสน์เจ้านคร พวกเขาแสดง
ท่าทีสับสนออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากแล
เห็น จอมจักรพรรดิ หัวหน้ากองพันผู้หนึ่งก็กล่าว
ขึ้นว่า ” จอมจักรพรรดิเราพบว่าไพร่พลของ
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง อย่างน้อย 5,000 ได้
หายตัวไป! เมื่อไม่กี่วันพวกเขาทั้งหมดอยู่ในนคร
ชั้นใน แต่หลังจากนั้นสองสามวันพวกเขาก็หายตัว
ไปอย่างไร้ร่องรอย ”
หากเป็นยามปกติเรื่องนี้ถือว่าใหญ่หลวงอย่างยิ่ง นี่
เป็นเรื่องใหญ่มากในเวลาปกติ แต่สำหรับเวลา
วิกฤตเร่งด่วนยามนี้ จอมจักรพรรดิ สามารถทำได้
เพียงแค่โบกมือแล้วกล่าวว่า ” ข้าจะรับทราบ
รายงานเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน หลังจากข้าออกมาจะ
รีบจัดการในทันที ”
หลังจากกล่าวจบเขาก็ดึงแขนของ อู่ อวี้ นำทาง
ผู้นำพรรคนิกายต่าง ๆ รวมถึง จักรพรรดิอิง กับ
จักรพรรดิจู้ ซึ่งไม่เคยเดินทางมาที่นี่มาก่อน ให้
ติดตามเขามา หลังจากพวกเขาทั้งหมดเข้ามาใน
คฤหาสน์เจ้านคร ใช้เวลาแค่เพียงชั่วครู่พวกเขาก็
มาปรากฏตัวอยู่ภายใน หลุมบรรพกาลจักรพรรดิ
เพลิง
” มีใครบางคนบุกเข้ามาใน นครจักรพรรดิเพลิง
แล้วก็บุกเข้ามาในคฤหาสน์เจ้านครนี้! ” สีหน้าของ
จอมจักรพรรดิขาวซีดมีโทสะเป็นอย่างมาก เมื่อ
ค้นพบเบาะแสนี้ จอมจักรพรรดิ กับ อู่ อวี้ ก็รีบเข้า
สู่ หลุมบรรกาลจักรพรรดิเพลิง อย่างไม่ลังเล ส่วน
คนอื่น ๆก็ตามมาด้วยติด ๆ คนที่ติดตามมานี้ล้วน
อยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ นอกจากนี้
เซียนกระบี่เทียนซู ยังตามหลังมาสมทบกับพวก
เขาอีกด้วย
ท่ามกลางพายุทรายสีเหลือง บัดนี้ อู่ อวี้ ได้มาถึง
หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง ท่ามกลางพายุ
ทรายพวกเขาก็ยังคงไม่หยุดเพียงเท่านี้ จอม
จักรพรรดิ ร้องตะโกนพร้อมกับพาทุกคนไปยัง
ทิศทางของ เมืองโบราณ
ในเวลานี้พายุทรายโหมกระหน่ำกรรโชกรุนแรง
แม้ว่า อู่ อวี้ กับ จอมจักรพรรดิ อยู่ท่ามกลางพายุ
ทรายอันเลวร้าย แต่พวกเขาก็ยังคงเคลื่อนที่ไป
ด้วยความเร็วสูง จนในที่สุดก็สามารถแลเห็นเมือง
โบราณได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อเขาสามารถลืมตา
ขึ้นได้อย่างเต็มที่ ก็พบว่าเมืองโบราณกลายเป็น
เพียงเศษซากปรักหักพังถูกทำลายจนพังพินาศ
การทำลายนี้ส่งผลให้กำแพงเมืองชำรุดทรุดโทรม
ไปหลายแห่ง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
กล่าวได้ว่าในเวลานี้เมืองโบราณทั้งเมืองเกือบจะ
พังพินาศราพณาสูร!
” ดูจากร่องรอยนี้แสดงว่ามีผู้ใดบางคน อาจจะ
ต่อสู้กับเจ้านคร? ”
อู่ อวี้ อึ้งตะลึงราวกับคนโง่งม เมื่อเห็นภาพเบื้อง
หน้า
เพียงชั่วพริบตาเขาก็มาปรากฏใจกลางเมือง
โบราณ จากภาพที่เห็นนับเป็นความเสียหายที่
รุนแรงเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีส่วนใด
คงสภาพสมบูรณ์ มีหลุมบ่ออันเกิดจากการต่อสู้
ปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ทันใดนั้น อู่ อวี้
ก็เหลือบไปเห็น เจ้านครจักรพรรดิเพลิง เขายังคง
นั่งอยู่บนแท่นศิลาทรงกลม เหนือทางเข้า
คฤหาสน์มารคืนสวรรค์ ศีรษะของเขาก้มลง เกราะ
สีทองที่ห่อหุ้มร่างกายถูกทำลายเสียหายเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บ!
แต่สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ ต้องตกตะลึงอย่างสุดขีด ด้วย
เพราะเส้นผมสีเทาของเขา บัดนี้กลายเป็นซีดขาว
ลงมากกว่าเก่า เมื่อมองผ่านเส้นผมเข้าไป สามารถ
แลเห็นหน้าตาของท่านได้ แม้ว่าเดิมทีเจ้านครจะดู
แก่ชรา แต่เขาหาได้แก่ชรามาขนาดนี้ไม่ ใบหน้าที่
แก่ชราของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น ราวกับ
คนธรรมดาอายุ 80-90 ปี ซึ่งสำหรับผู้ฝึกตนแล้ว
ยากที่จะดูแก่ชราเช่นนี้
แม้ว่าร่างกายดั้งเดิมของเขา จะดูไม่ได้แข็งแรง
เท่าไหร่นัก ทว่าก็ไม่ได้อ่อนแอมากมายถึงเพียงนี้
เมื่อแลเห็นร่างของ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ค่อย ๆ
เสื่อมสภาพลงจิตใจของ อู่ อวี้ ก็รู้สึกหดหู่เศร้า
หมองอย่างที่สุด เขารู้สึกกระวนกระวายระคน
สงสัย ว่าผู้ใดกันสามารถทำให้ เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้! สภาพนี้ของ
ท่านดูเหมือนจะตายแหล่ไม่ตายแหล่อยู่แล้ว
แล้วผู้ที่อยู่ถัดออกไปก็คือ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
เขาคือผู้ที่มาถึงที่นี่เร็วที่สุด โดยใช้ทักษะต่าง ๆ
เพื่อช่วยเร่งความเร็ว ทว่าบัดนี้เมื่อ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง เห็นทุกคนแล้ว เขารีบโบกมือ
พร้อมกล่าวว่า ” ไม่ต้องแล้ว… ไม่มีประโยชน์แล้ว
ล่ะ ข้าจะรีบอธิบายเรื่องนี้ให้พวกท่านทุกคนฟัง
โดยเร็ว ”
เมื่อทุกคนมาถึงที่นี่ ท่ามกลางสายตาจาก เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง และ สภาพของเขาในตอนนี้ ทำให้
ภายในหัวใจของทุกคนเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะด้วย
ความหวาดกลัว
เมื่อกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร่องรอยที่เห็นบ่ง
บอกว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น แต่คนผู้นั้นได้หายตัวไป
แล้ว
จอมจักรพรรดิตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง เขาปล่อย
มือจาก อู่ อวี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำราวโลหิต
เพียงไม่นานสติของเขาก็แตกกระเจิงโทสะระเบิด
พวยพุ่งออก เขาวิ่งไปยืนอยู่ตรงหน้าสายตาจับจ้อง
มอง เจ้านครจักรพรรดิเพลิง แล้วกล่าวว่า ” ท่าน
ใช้สิ่งนั้นหรือ? ท่านกำลังคิดอะไรอยู่? อยากตาย
นักหรือไง! ”
คงต้องกล่าวว่าคงไม่มีผู้ใดได้เคยเห็น จอม
จักรพรรดิ มีโทสะเดือดดาลถึงเพียงนี้เมื่อก่อน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงเฝั้าวิเคราะห์เหตุการณ์
ต่อไป หลังจาก จอมจักรพรรดิ วิ่งโร่เข้าไปหายัง
เบื้องหน้า เจ้านครจักรพรรดิเพลิง จนเกือบสะดุด
ล้มหน้าคะมำอย่างลืมตัว ไหล่หนาแข็งแกร่งของ
เขากระตุกสั่นเทิ้ม ดวงตาอาบท่วมด้วยหยาดน้ำตา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ