กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 574 : หลู ชิงไห
บุคคลที่เข้ามานี้ มีรูปร่างผอมสูง ผมยาวสีดำขลับ
บนร่างสวมใส่ด้วยชุดสีขาว หน้าตาดูหล่อเหลา
สะอาดสะอ้าน เต็มไปด้วยความสง่าผ่าเผย ทุกๆ
การเคลื่อนไหว ทุกๆรอยยิ้ม มันได้แสดงให้เห็นถึง
ความสูงส่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อมันยิ้มขึ้นมา กลับเห็นถึงเขี้ยวอัน
แหลมคมที่ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องปาก มันเป็นฟันที่
คมกริบ ซึ่งมันยิ่งให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น และเพิ่ม
บรรยากาศอันสูงส่งของมันได้อย่างน่าประหลาดใจ
เด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ มีท่าทีสูงส่งเหนือสิ่งมีชีวิตทั้ง
ปวง ไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความ เพียงแค่ อู่
อวี้ เหลือบมองไป ก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝั่ายอยู่ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขอบเขตนี้ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาลก็ถือว่าสามารถพบเห็นได้
ทั่วไป
สิ่งที่สำคัญคือเด็กหนุ่มที่สูงส่งและแปลกประหลาด
ผู้นี้ อุกอิริยาบทของมัน กลับนำพาความรู้สึกมา
ไม่ได้แตกต่างไปกว่า เจียง ฉีจวิน
อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่แปลกใจ สิ่งที่
เขารู้สึกประหลาดใจคือ บุคคลผู้นี้เต็มไปด้วย
บรรยากาศอันสูงส่งอีกทั้งยังจำต้องเป็นลูกหลาน
ของผู้สูงศักดิ์ชั้นขุนนาง แต่เมื่อเขาใช้เนตรเพลิง
จ้องมองทะลุไป สามารถเห็นได้ถึงการไหลเวียนที่
อยู่ภายในร่างกายของอีกฝั่าย มันกลับเป็นพลัง
ของผู้ฝึกตนนอกรีต อู่ อวี้ เคยพบเจอกับผู้ฝึกตน
นอกรีตมาแล้วไม่น้อย ด้วยความสามารถมิติไร้
ลักษณ์ของเนตรเพลิง ย่อมไม่มีทางที่เขาจะดูผิดไป
ได้
บรรยากาศของคนผู้นี้ดูโดดเด่นกว่าใคร แต่หาก
มองลึกเข้าไปภายใต้เนื้อหนังมังสาอันสง่างามของ
มัน สามารถรับรู้ได้ถึงเต๋าแห่งผู้ฝึกตนเทพมารนอก
รีตอันโสมม
เกรงว่าสิ่งที่ประดับอยู่บนใบหน้าของมันไม่ใช่
รอยยิ้ม แต่เป็นสีหน้าของเทพมาร
ไม่ต้องสงสัยเลย คนผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ที่ อู่ อวี้ ยังไม่
อาจจะเอาชนะได้ อู่ อวี้ ไม่ได้เตรียมการที่จะสู้ตาย
เนื่องจากมันไร้ประโยชน์เสียเปล่าๆ
ดังนั้นหลังจากที่อีกฝั่ายกำลังเข้ามา อู่ อวี้ จึงได้
เตรียมตัวที่จะล่าถอยหลบหนีไป หากไม่ออกไป
จากที่นี่ ก็คงต้องออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาลในทันที
คงต้องดูว่าเจดีย์แห่งกาลเวลาจะจัดการอย่างไร
ต่อไป
เขาสังเกตเห็นว่าหลังจากที่มารนอกรีตเข้ามาแล้ว
ประตูใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของมันดูเหมือนว่าจะไม่ได้
ปิดลง บางทีคนที่อยู่ด้านนอกไม่อาจเข้ามารบกวน
การท้าทายได้ แต่ว่าคนที่อยู่ด้านในน่าจะยังออกไป
ได้อยู่
“ตามกฏและกติกาของเจดีย์แห่งกาลเวลา คนที่อยู่
ด้านนอกสามารถเข้ามาท้าทายข้าได้คนเดียว หาก
ใครพ่ายแพ้ก็จะต้องออกไป ซึ่งประตูบานนั้นคือ
ทางออก ดังนั้นยังคงมีโอกาสที่ข้าจะยังออกไปได้”
ประตูที่อยู่ด้านหลังของอีกฝั่ายคือเปั้าหมายของ
เขา
ในเวลานี้ชัดเจนแล้วว่าไม่อาจจะอยู่ภายในเจดีย์
แห่งกาลเวลาได้อีกต่อไป ท้ายที่สุดย่อมไม่มีใครรู้
ว่าคนต่อไปที่เข้ามาจะมีความสามารถแข็งแกร่ง
มากมายขนาดไหน
“มีคนอยู่ข้างใน? เจ้าเป็นคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ใช่
หรือไม่?” เมื่อบุรุษผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็น อู่
อวี้ ทันที
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว ข้า
เข้ามาเมื่อสิบวันก่อนหน้านี้”
บุรุษผู้นั้นไม่ได้ให้ความสนใจ อู่ อวี้ แต่มองไป
รอบๆแล้วกล่าวว่า “ข้าก็เพิ่งจะเข้ามาสู่ทะเล
หมอกนี้ได้ไม่นาน จึงได้พบกับเจดีย์หลังนี้ ได้ยินมา
ว่าภายในทะเลหมอก มีเจดีย์โบราณมากมายถึง
100 หลัง บางแห่งสามารถเข้าไปได้ แต่บางแห่งก็
ไม่อาจจะเข้าไปได้ เมื่อมีคนเข้าไปแล้ว คนอื่นก็ไม่
สามารถเข้าไปภายในเจดีย์หลังเดียวกันได้ ดังนั้น
จึงเกิดการต่อสู้แย่งชิงกันมากมาย ข้าไม่ได้เข้าร่วม
ต่อสู้แย่งชิง แต่ไม่คาดคิดว่าในวันนี้ข้าจะพบกับ
เจดีย์หลังนี้โดยบังเอิญ ทั้งประตูของมันก็กำลังเปิด
อ้ารับอีก ยอดเยี่ยม มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!”
แทบจะเรียกได้ว่า อู่ อวี้ เป็นหนึ่งใน ไม่กี่คนที่
สามารถเข้าไปข้างในเจดีย์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น
ตอนนี้กฏเกณฑ์ภายในเจดีย์น่าจะยังไม่
แพร่กระจายออกไป ถึงแม้ว่าเจดีย์แต่ละหลังจะปิด
ลงไม่พร้อมกัน แต่ด้วยมาตราฐานด้านนอกก็คือ
10 วัน ดังนั้นในวันนี้ เจดีย์แห่งกาลเวลาแห่งอื่นก็
น่าจะค่อยๆทยอยเปิดประตูออก
เพื่อที่จะรับคำท้าทายใหม่
อย่างไรก็ตามคนที่เข้ามาใหม่ ยังไม่รู้กฏเกณฑ์ของ
เจดีย์เหล่านี้ นี่นับเป็นข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียว
ของ อู่ อวี้ ตอนนี้เขาไม่คิดที่จะหยุดอยู่ที่นี่อีกต่อไป
แล้ว คิดเพียงแค่หาวิธีที่จะออกไปข้างนอก
“ข้ามีชื่อว่า หลู ชิงไห่ แล้วชื่อของเจ้าหล่ะ? ” ไม่
คาดคิดว่าผู้ฝึกตนนอกรีตจะไม่ได้ทำตัวเย่อหยิ่ง
หนำซ้ำมันเป็นคนที่ช่างพูดอีกด้วย มันเป็นฝั่ายที่
ก้าวเข้ามาทักทายเขาก่อน และกำลังเดินไปสำรวจ
รอบๆเจดีย์แห่งกาลเวลา จากนั้นมันเข้ามาพูดคุย
กับ อู่ อวี้ ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร
เปั้าหมายของ อู่ อวี้ คือประตูบานนนั้น ซึ่งอยู่
เบื้องหน้าของเขา
เขาไม่อาจจะขยับตัวได้สะดวกนัก เขาค่อยๆ
เคลื่อนตัวไปที่ประตูทีละน้อย ภายใต้สถานการณ์
เช่นนี้ เขายังคงสงบนิ่ง ไม่ได้แสดงเจนตาร้ายให้อีก
ฝั่ายได้รับรู้
บุรุษที่ชื่อ หลู ชิงไห่ กำลังถามไถ่ อู่ อวี้ มันเงย
หน้าขึ้น ฉับพลันนั้นก็จ้องมอง อู่ อวี้ อย่างไม่
วางตา ต่อมามันจึงยิ้มขึ้น และเอ่ยว่า “อยู่ใน
ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 4 ที่แท้ก็
คือเจ้านั่นเอง! เมื่อ 10 วันก่อนหน้าได้มีข่าวลือ
แพร่กระจายไปเกี่ยวกับเด็กหนุ่มผู้มาจากทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งอันห่างไกล! ชื่อของคนผู้นั้นดู
เหมือนจะเรียกว่า อู่ อวี้ ในคราแรกกลุ่มคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียง
นามของเจ้า แต่ว่าเป็นคนอื่นที่บอกกับพวกมัน”
ไม่คาดคิดว่ามันจะรู้ถึงตัวตนของเขา!
ความสนใจทั้งหมดของ หลู ชิงไห่ ในตอนนี้อยู่บน
ร่างของตัว อู่ อวี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ หากเขาคิดที่จะ
หลบหนี ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ ดังนั้น
ในตอนนี้เขาจึงไม่เคลื่อนไหวใดๆ และฉวยโอกาสที่
อีกฝั่ายยังไม่รู้กฏของเจดีย์ เขารีบกล่าวออกมาว่า
“ที่ด้านนอกกำลังกระจายข่าวเกี่ยวกับข้ารึ? ข่าว
เรื่องอะไรกัน?”
หลู ชิงไห่ ให้ความสนใจกับ อู่ อวี้ มาก มันร่อนมา
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ บนใบหน้าบ่งบอกถึง
ความรู้สึกไม่อยากเชื่อ พร้อมกล่าวว่า “เรื่องอะไร
งั้นรึ? ขอข้าคิดสักครู่….โอ้ว~เจ้าสามารถหลบซ่อน
อยู่ภายในร่างของเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคีได้
ยาวนานยิ่ง และท้ายที่สุดเจ้าก็ไปฉกชิงศิลามณี
กำเนิดจากคนเหล่านั้นมาใช่หรือไม่? สุดท้ายเจ้าก็
สามารถหลบหนีออกมาได้ ถึงแม้ว่ากระแสน้ำของ
มหาสมุทรจะช่วยเจ้าเอาไว้ แต่ความกล้าหาญที่
เจ้าแสดงออกมา มันก็เพียงพอที่จะเรียกได้ว่า
ปาฏิหารย์ เจ้าได้ทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นบ้า ฮ่าฮ่า
เมื่อนึกไปถึงเจ้าลูกหมาของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง มันกลายเป็นบ้าหลังจากที่สูญเสียศิลา
มณีกำเนิด ก็ทำให้น่าหัวร่อเสียจริง ถึงแม้ตัวเจ้าจะ
มาจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งอันแสนห่างไกล
แต่ก็ยังเป็นคนที่วิเศษอย่างแท้จริง ”
มันกล่าวออกมามากมายภายในเวลา 1 ลมหายใจ
ในถ้อยคำเหล่านั้นเต็มไปด้วยคำชื่นชมสรรเสริญ อู่
อวี้
แน่นอนว่าคาดเดาจากพลังของมันที่ฝึกฝน ย่อม
ต้องเป็นศัตรูกับอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เพราะว่ามันเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต การที่คนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงจะต้องกลายเป็นตัว
ตลก แน่นอนว่ามันจะต้องรู้สึกมีความสุข ดังนั้นจึง
รู้สึกสนใจในตัวของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม มันกลับรู้ว่าบนร่างของตนเองมีศิลา
มณีกำเนิดอัคคีอยู่มากมายขนาดไหน ซึ่งนี่ไม่ใช่
เรื่องที่ดี
“ใช่แล้วเมื่อข้าเตรียมตัวที่จะขยี้ยันต์เซียนบรรพ
กาลเพื่อออกไป ไม่คาดคิดว่าในตอนนี้เจ้าอสูรมณี
กำเนิดวารีจะตกตายไปพอดี ข้าจึงสามารถ
หลบหนีมาได้ ทั้งในตอนนี้ยังสามารถมาพักอยู่ที่นี่
ถือว่าสามารถเก็บเกี่ยวมาได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม
ภารกิจของข้าสำเร็จแล้ว ในตอนนี้สามารถจากไป
ได้อย่างไม่ห่วงแล้ว”
นี่เป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ เอ่ยบอกอีกฝั่ายไป เพื่อไม่ให้คิดที่
จะฉกชิงศิลามณีกำเนิดอัคคีของตนเองไป หากอีก
ฝั่ายมีความคิดที่จะแย่งชิงมันไป เขาก็สามารถ
หลบหนีออกไปจาเส้นทางเซียนบรรพกาลได้
ตลอดเวลา ถึงแม้ว่า หลู ชิงไห่ จะแข็งแกร่ง แต่ อู่
อวี้ ก็แสดงให้เห็นว่าก่อนที่มันจะโจมตีเข้ามาเขาก็
สามารถจากไปได้ทันที
หลู ชิงไห่ เป็นคนฉลาด เมื่อได้ยินประโยคนี้จึง
เข้าใจได้ มันจึงยิ้มขึ้นมา และกล่าวว่า “การที่เจ้า
ข่มขู่ข้าเช่นนี้ มันทำให้ข้ารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยน้า
การดำรงอยู่ของยันต์เซียนบรรพกาลนับว่าเป็นสิ่ง
ที่เอาเปรียบจริงๆ คนที่อ่อนแอเช่นเจ้ากลับโชคดี
ได้รับสมบัติบนเส้นทางเซียนบรรพกาลแล้วหนีจาก
ไปดื้อๆแบบนี้ คนจากอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงคงหาตัวเจ้าไม่พบอีกต่อไปเสียแล้ว อ๊ะ!อีก
เรื่อง ข้าขอถามเจ้าอีกอย่าง เรื่องของบรรพบุรุษ
มารกลืนสวรรค์ มันเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่?”
เมื่อ หลู ชิงไห่ กล่าวจบ อู่ อวี้ ก็ขมวดคิ้วพร้อม
ระวังตัวในทันที
ประการแรก อีกฝั่ายรู้ว่าหาก อู่ อวี้ ตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่ยากลำบาก อาจจะใช้ยันต์เซียน
บรรพกาล ดังนั้นหากมันต้องการจะมาแย่งชิงศิลา
มณี เกรงว่าจะต้องระมัดระวังตัวพอสมควร
ซึ่ง อู่ อวี้ ต้องคอยระวังตัวจากการโจมตีอย่าง
กะทันหันของอีกฝั่าย
ประการที่ 2 เรื่องของบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์
แม้แต่มันก็ยังรู้ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ถูกแพร่กระจาย
ไปเป็นวงกว้างแล้ว ไม่แน่ว่าอัจฉริยะบนชมพูทวีป
โลกธาตุคงได้รู้กันหมดแล้ว!
นี่มันได้ผลมากกว่าการที่ อู่ อวี้ ไปยังอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงด้วยตัวเองเสียอีก!
ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือถึงแม้ทุกคนจะรู้เรื่องนี้
แล้ว แต่ในใจเขากลับปรากฎความกังขาขึ้นมา
หลู ชิงไห่ กล่าวว่า “เจียง ฉีจวินได้กล่าวว่า เจ้า
เป็นคนที่ลึกลับยากหยั่งถึง เป็นคนบ้าที่สะกดคำว่า
กลัวตายไม่เป็น ซึ่งเจ้าได้กุเรื่องขึ้นมาเพื่อเรียกร้อง
ความสนใจของผู้คน เพราะยังไงแล้ว บรรพบุรุษ
มารกลืนสวรรค์ นั้นอยู่ในยุคอดีตอันแสนยาวนาน
และตอนนี้มันผ่านมาถึง 5 ยุคกาลสมัยแล้ว ขอ
บังอาจถามดูหน่อยเถอะว่าเหล่าเทพเซียนทั้งหลาย
พลาดพลั้งเช่นนั้น?”
อู่ อวี้ ยกยิ้มขึ้นจากนั้นก็กล่าวว่า “ที่ข้ามายังที่
แห่งนี้ เพียงแค่ต้องการเผยแพร่เรื่องของวิกฤต
อันตรายให้ชมพูทวีปโลกธาตุได้รับรู้ ไม่ว่ามันจะ
เป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ขอแค่คนเดินทางไป
ช่วยเหลือย่อมเพียงพอ และพอถึงที่นั่นก็จะทราบ
ได้ด้วยตนเอง การที่ยอดฝีมือของดินแดนโบราณ
เหยียนหวงไปถึงทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ย่อม
ไม่ใช่เวลานานเท่าใดนัก ถ้าหากว่าที่ข้ากล่าวมา
เป็นเรื่องโกหก พวกมันก็ไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจ
และสามารถระบายความขุ่นเคืองกับข้าได้ทุกเมื่อ
ซึ่งข้าย่อมไม่อาจหนีพ้นอยู่ดี แต่ทว่านี่เป็นเรื่องจริง
พวกมันก็จะกลายเป็นวีรบุรุษของโลกใบนี้ หากข้า
กุเรื่องนี้ขึ้นมาข้าก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร เรื่องที่
ใหญ่โตเช่นนี้ข้าจะไปเอาความกล้าหาญที่ไหนมา
สร้างเป็นเรื่องเป็นราวได้เล่า เจ้าคิดว่าข้าไม่กลัวรึ
ไง? และข้าสามารถหลบหนีไปจากเส้นทางเซียน
บรรพกาลไปได้ทุกเมื่อ แต่ทำไมข้าถึงไม่ทำเช่นนั้น
กันล่ะ?”
เมื่อ หลู ชิงไห่ ฟังจนจบ มันก็สูดลมหายใจเข้าไป
เฮือกใหญ่ จากนั้นมันก็ยิ้มอย่างขมขื่น พร้อมกล่าว
ออกมาว่า “ที่เจ้ากล่าวมามันก็สมเหตุสมผล เจียง
ฉีจวิน ผู้นี้ช่างเป็นคนที่มองเหตุการณ์ได้ตื่นเขิน
จริงๆ สำหรับเรื่องนี้ เจ้าวางใจเถอะ ถ้าหากโลกถึง
กาลวิกฤตจริงๆ ข้าจะพยายามสุดความสามารถ
ถ้าหากข้าออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล ข้า
จะต้องนำข่าวนี้ ไปบอกกับผู้นำ ‘พรรคจักรพรรดิ
ปีศาจทะยานฟั้า’ และเหล่าผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย”
ไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นคนที่มีจิตใจดีเช่นนี้ อู่ อวี้
จึงรีบกล่าวขึ้นมาว่า “หากเป็นเช่นนี้ข้า อู่ อวี้ ต้อง
ขอขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของเจ้า”
หลู ชิงไห่ หัวเราะขึ้น แล้วกล่าวตอบไปว่า “นี่ก็ถือ
เป็นหน้าที่ของข้าด้วยเช่นกัน จริงๆแล้วข้ายัง
อยากรู้เกี่ยวกับตัวของเจ้าอีก เจ้ามีพลังเพียงเท่านี้
แต่กลับได้รับศิลามณีกำเนิดอัคคีจากเส้นทางเซียน
บรรพกาล ซึ่งข้าล่ะอิจฉาจริงๆ เอาล่ะ! อู่ อวี้ ข้า
จะพูดกับเจ้าตรงๆ พวกเราสามารถอยู่ร่วมกันใน
เส้นทางเซียนบรรพกาลได้ต่อ ถ้าหากว่าเจ้าคิดว่า
ยังไม่จำเป็นที่จะต้องกลับไปยังทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้งในตอนนี้ล่ะจะว่ายังไง? ความหมายของข้าก็
คือตัวข้าสู้รบรากับเจ้าไปก็เท่านั้น แต่ข้าต้องการรู้
ว่า 10 วันที่เจ้าเข้ามาภายในเจดีย์ทมิฬแห่งนี้ ได้
สามารถเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้บ้าง การที่เราพบกันใน
ครั้งนี้นับเป็นเพราะชะตาฟั้าลิขิต ทั้งเรายังเข้าขา
กันได้ดีจนนับว่าเป็นสหาย ข้าไม่อยากบีบบังคับให้
เจ้าต้องออกไปจากที่แห่งนี้ แต่เจ้าก็ต้องช่วยข้าไข
ข้อข้องใจด้วยได้หรือไม่?”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินคำกล่าวของมัน เขารู้สึกว่า หลู
ชิงไห่ ผู้นี้ช่างเป็นคนที่เฉลียวฉลาดจริงๆ ทั้งยังมี
ความสามารถในการเข้าใจสถานการณ์อย่างดีเลิศ
มันรู้ว่าหากมันแย่งชิงศิลามณีกำเนิดมาได้ อู่ อวี้ ก็
จะบดขยี้แผ่นยันต์แล้วหลบหนีไป เมื่อเป็นเช่นนั้น
มันจึงยอมแพ้อย่างตรงๆ และข้อเสนอนี้ก็นับว่า
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ อู่ อวี้ เช่นนั้นมันจึงทำการ
แลกเปลี่ยน มันรู้ว่า ใน 10 วันที่ อู่ อวี้ อยู่ในเจดีย์
ทมิฬ เขาจะต้องได้รับบางสิ่งบางอย่างมาอย่าง
แน่นอน
นับว่าเป็นการต่อรองที่ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
ทั้งคู่ถือว่ามีสิ่งที่แต่ละคนต้องการ ในตอนนี้ อู่ อวี้
ยังไม่อยากจะออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
และยังดื้อดึงพยายามเหนี่ยวรั้งอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด
เช่นนั้นเขาจึงกล่าวต่อว่า “เจ้าวางใจได้ หากครั้งนี้
เจ้าปล่อยข้าไป และยังสัญญาว่าจะนำเรื่องบรรพ
บุรุษมารกลืนสวรรค์ไปบอกกับเหล่าผู้อาวุโส หาก
เป็นเช่นนั้นข้า อู่ อวี้ จะไม่มีทางปฏิบัติกับเจ้าอย่าง
ไม่ยุติธรรม”
นี่คือกฏของเขา
หลู ชิงไห่ ไม่ได้กล่าวอะไรอีก อู่ อวี้ จากนั้นก็ได้เล่า
ถึงรายละเอียดของเจดีย์แห่งกาลเวลาให้อีกฝั่ายฟัง
แม้กระทั่งแผ่นภาพในการสร้างผู้พิทักษ์นภา
ในตอนนี้ อู่ อวี้ยังไม่อาจใช้มันได้เข้าจึงส่งไปให้กับ
หลู ชิงไห่
แน่นอนเขาก็จะช่วยเหลือสหายในการไปแย่งชิง
แน่นอนว่าอีกฝั่ายเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต อู่ อวี้ จึง
ยังคงรักษาระยะห่างกับมันเอาไว้อยู่
“ข้าจะไปจากที่แห่งนี้แล้ว เจ้าจะต้องเอาชนะข้า
ก่อน จึงจะสามารถอยู่ภายในนั้นได้เป็นเวลา 20
วัน นี่ถือเป็นเรื่องพื้นฐาน ส่วนภายในเจดีย์แห่ง
กาลเวลายังมีเรื่องลึกลับอย่างอื่นอยู่อีกหรือไม่ ข้า
ก็ไม่รู้ เจ้าศึกษามันเอาเองก็แล้วกัน”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ