กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 573 : ผูพิทักษนภาเงิน
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เคยเผชิญหน้ากับสัตว์กลไก และ
หุ่นเชิดมามากมาย ซึ่งค่ายกลของพวกมันค่อนข้าง
ซับซ้อน แต่ทว่ามีจำนวนที่ไม่มากนัก
ยิ่งไปกว่านั้นค่ายกลทั้งหมดต่างถูกสลักเอาไว้อยู่
บนร่างกายของมัน และส่วนใหญ่มันก็ไม่ได้เป็น
วัตถุดิบหรือสมบัติที่มีมูลค่าสูงส่งแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามหุ่นเชิดโลหะที่อยู่เบื้องหน้านี้ ไม่
อาจจะมองเห็นค่ายกลที่ถูกสลักบนร่างของมันได้
พบ แต่ปรากฏว่าภายในร่างกายของมัน มีค่ายกล
อัดแน่นเบียดเสียดกันอยู่ ซึ่งกำลังส่องแสงออกมา
จากภายในร่างของมัน เห็นได้ชัดว่ามันทรงพลังยิ่ง
กว่าหุ่นเชิดตัวไหนๆที่เคยพบพาน
“ข้าไม่รู้ว่าจะต้องใช้วิธีไหนจึงจะสามารถสลักค่าย
กลเข้าไปภายตัวของหุ่นเชิดเช่นนี้ได้! “
“ผู้ที่สร้างหุ่นเชิดโลหะเหล่านี้ขึ้นมาอย่างน้อยต้อง
อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ และค่ายกล
ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้เป็นค่ายกลเลียนแบบ
แต่เป็นค่ายกลแท้จริง!”
นี่คือข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างหุ่นเชิดตัวนี้
กับหุ่นเชิดที่จอมกระบี่ซวนจีสร้างขึ้นมา
ภายในของเจดีย์แห่งกาลเวลากว้างใหญ่ไพศาล
มาก บัดนี้พลันปรากฎหุ่นเชิดโลหะออกมาจาก
พื้นดิน จากนั้นมันก็จับจ้องมาที่ อู่ อวี้ ในทันที
หุ่นเชิดที่มีระดับเช่นนี้ ค่ายกลย่อมสามารถ
ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แม้กระทั่งสามารถ
กำเนิดเป็นจิตใต้สำนึกของตนเอง อย่างไรก็ตามจิต
ใต้สำนึกของมัน หลักๆแล้วก็เป็นจิตสำนึกที่มี
เอาไว้เพื่อต่อสู้ การที่มันออกมาที่นี่ในตอนนี้ ก็เพื่อ
ทำภารกิจของมัน นั่นคือการจู่โจม อู่ อวี้!
ด้วยเหตุนี้ จิตใต้สำนึกของมันไม่ได้มีความ
หวาดกลัวหรือว่าลังเลอยู่ในนั้น ไม่มีอารมณ์
หวั่นไหว สิ่งเดียวที่มันมีคือจิตแห่งการต่อสู้!
ชริ้งงง!
หุ่นเชิดโลหะถือหอกยาวอยู่ในมือ จริงๆแล้วหอก
ยาวกับร่างกายของมันสร้างมาจากวัสดุ
เช่นเดียวกัน เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายก็มิ
ปาน
ค่ายกลภายในร่างกายของมันถูกกระตุ้นอีกครั้ง
ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ! เห็นได้ชัดว่า
มันเก่งกาจในการต่อสู้ระยะประชิด เช่นเดียวกับ อู่
อวี้
ตัว อู่ อวี้ เองก็ระเบิดพลังขึ้นอย่างฉับพลัน เสา
มังกรสมุทรคลั่งปรากฏออกมาในมือของเขาทันที
ภายใต้เคล็ดก้าวเทวะ ความเร็วในการต่อสู้ของ อู่
อวี้ ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเขาได้ใช้
ร่างจำแลงเซียนวานร กลายเป็นวานรขนสีทองที่
เต็มไปด้วยบรรยากาศอหังการและสูงส่ง
ภายในเจดีย์แห่งกาลเวลา แสงสีทองและแสงสีเงิน
อสูรกายอันแสนบ้าคลั่งและหุ่นเชิดกลอันเฉยชา
กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด! ศาสตราเต๋าวิถีแท้เสา
มังกรสมุทรคลั่งฟาดฟันกับหอกเงินอย่างเผ็ดร้อน
ทุกครั้งที่ปะทะกันจะก่อเกิดเป็นเสียงระเบิดดัง
กัมปนาท
เมื่อเร็วๆนี้กายเนื้อของเขาได้ยกระดับขึ้นมา ทำให้
อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความมั่นใจ ในด้านของกายเนื้อ
กระทั่งเหล่าอัจฉริยะที่อยู่ภายในเส้นทางเซียน
บรรพกาลก็ไม่มีใครเทียบเคียงกับเขาได้
ตูม ตูม ตูม!
พวกเขาทั้งคู่ราวกับไม่หวาดกลัวความตาย
หลังจากระเบิดพลังต่อสู้ พวกเขาก็ยังมิได้หยุดพัก
แต่อย่างใด ปะทะกันอย่างดุเดือดจนเงาของทั้งคู่
กลายเป็นภาพติดตา!
สำหรับหุ่นเชิดตัวนี้ เคล็ดสกัดวิญญาณของเนตร
เพลิงใช้กับมันไม่ได้ผล เนื่องจากว่าตัวของมันไม่มี
จิตวิญญาณ
“ค่ายกลบนร่างมันไม่เพียงแต่จะเป็นมหาค่ายกล
ฟั้าดิน แต่ยังมีศาสตราเต๋าวิถีแท้และยันต์เวทอีก
ด้วย การที่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้บนหุ่นเชิดหรือ
ว่าสัตว์กลไกได้ นับเป็นความสามารถที่สุดยอด
จริงๆ! ลั่วผิน ได้มอบ ‘เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ’
ให้กับข้า น่าเสียดายที่ข้าไม่มีเวลาไปศึกษามันให้
ถ่องแท้”
การต่อสู้กับหุ่นเชิดโลหะตัวนี้ มันทำให้สายตาของ
เขาจับจ้องไปที่การเปลี่ยนแปลงและกลไกของค่าย
กลที่อยู่บนร่าง ด้วยเต๋าแห่งค่ายกลที่เต็มไปด้วย
ความลึกลับซับซ้อน และยอดเยี่ยมเหล่านี้ เขาจึง
เกิดความรู้สึกปรารถนาอยากจะได้รับมันมา
ครอบครอง
หลังจากปะทะกันอย่างดุเดือดมาเป็นเวลา 1 ชั่ว
ยาม อู่ อวี้ อาศัยข้อได้เปรียบทางกายเนื้อและร่าง
อวตารของเขา จึงสามารถจัดการกับหุ่นเชิดโลหะ
ตัวนี้ลงได้ ทำให้ค่ายกลบนร่างของมันหยุดลง เมื่อ
ร่างกายของมันไม่สมบูรณ์ หุ่นเชิดตัวนี้ก็ไม่อาจจะ
ทำการโจมตีต่อได้อีก
เมื่อต้องต่อสู้กับศัตรูที่ไม่รู้จักความเจ็บปวด จึงเป็น
เรื่องที่รับมือได้ค่อนข้างยาก
หลังจากที่ อู่ อวี้ เรียกร่างอวตารของเขากลับเข้า
ไป เขาก็หอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า ซึ่งใน
เวลานี้ เขาสังเกตุเห็นว่าหุ่นเชิดโลหะกำลังจมลงไป
ในพื้นดิน อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ามันจะทิ้งของ
บางอย่างเอาไว้ อู่ อวี้ จ้องมองไป มันเป็นผ้าสี
โลหะ 1 ผืน เมื่อกางออกมามันกลับมีขนาดที่ใหญ่
อย่างมาก บนตัวผ้าผืนนี้เต็มไปด้วยค่ายกล ซึ่ง
แบ่งเป็นค่ายกลหลักและค่ายกลย่อย
“นี่เป็นวิธีการสร้าง ‘ผู้พิทักษ์นภาเงิน’ตัวนี้ และ
เป็นคำอธิบายค่ายกลทั้งหมดที่ใช้สร้างมันขึ้นมา!”
อู่ อวี้ รีบเก็บสมบัติชิ้นนี้เข้าไป
เขายิ้มออกอย่างขมขื่น
“ภายในมหาสมุทร หากโจมตีเหล่าสรรพเทวะ
วิญญาณ จะทำให้ได้รับศิลามณีกำเนิดมา ในที่แห่ง
นี้ ข้าจัดการล้มหุ่นเชิดโลหะตัวหนึ่ง ก็ได้รับค่ายกล
ทั้งหมดและวิธีการสร้างผู้พิทักษ์นภาเงินทั้งหมดมา
หรือว่านี่คือการทดสอบของเส้นทางเซียนบรรพ
กาล หากผ่านการทดสอบ ก็สามารถได้รับสมบัติที่
ล้ำค่า?”
ด้วยเหตุนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเส้นทางเซียนบรรพกาล
นั้นช่างยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
“ค่ายกลเหล่านี้ลึกล้ำมากเกินไป ก่อนที่ข้าจะฝั่า
ทะลวงไปถึงขั้นขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ยัง
ไม่อาจจะวาดมันได้ ในตอนนี้มันก็เป็นเพียงแค่สิ่ง
ไร้ประโยชน์ บางทีคนอื่นที่อาจจะพบกับรูปแบบ
ของค่ายกล ‘ผู้พิทักษ์นภา’ ตัวนี้ เกรงว่าพวกเขา
เหล่านั้นต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงมันมาครอบครอง
อย่างแน่นอน”
เมื่อลองครุ่นคิดดีๆ ในใจเขาเกิดอาการตกตะลึง!
“เวลาในที่แห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง เวลาภายใน
เจดีย์แห่งการเวลาเร็วกว่าภายนอกถึง 2 เท่า ข้าก็
ไม่รู้ว่าตัวเองติดอยู่ภายในนี้นานขนาดไหนแล้ว
เพียงแค่จัดการมันได้ ก็สามารถได้รับรางวัลเป็น
‘แปลนของผู้พิทักษ์นภา’ ใครกันที่เป็นผู้ก่อตั้ง
สถานที่แห่งนี้! เส้นทางเซียนบรรพกาลจะน่าพิศวง
ไปถึงไหนกัน!”
ยิ่งคิดเกี่ยวกับมันมากเท่าไหร่ ในใจของเขายิ่งรู้สึก
ตกตะลึงมากยิ่งขึ้น
มันช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ
อย่างไรก็ตามการต่อสู้กับหุ่นเชิดโลหะ นับว่า
ค่อนข้างยากลำบาก แต่ภายในเวลา 10 หรือ 20
วันนี้ อู่ อวี้ น่าจะสามารถอยู่อย่างปลอดภัย
ดังนั้นจิตใจที่ตึงเครียดก่อนหน้านี้ก็ผ่อนคลายลงมา
เขานำเม็ดยาบางส่วนออกมา เร่งฟืนฟูร่างกายที่
บาดเจ็บและเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มากมายก่อน
หน้านี้ หลังจากที่ฟืนฟูจนกลับมาสู่สภาวะปกติ
เวลาก็ได้ผ่านไปแล้วครึ่งวันแล้ว
อู่ อวี้ นำสิ่งของทั้งหมดที่เขาได้รับมาจากภายใน
มหาสมุทรออกมา วางมันไว้บนพื้น ในเวลานี้
อุณหภูมิที่อยู่ภายในเจดีย์แห่งกาลเวลาพลันสูงขึ้น
ส่วนเส้นลายภายในเจดีย์แห่งกาลเวลาได้กลับ
กลายเป็นมืดสลัวลง ยากที่จะสัมผัสถึงสิ่งใดๆได้
แสงของศิลามณีกำเนิด ส่องแสงออกมา ผนวกกับ
ดวงตะวันที่อยู่บนท้องฟั้า ทำให้พื้นที่ภายในเจดีย์
แห่งกาลเวลาสะท้อนแสงแสบตา คลื่นความร้อน
พวยพุ่งออกมานั้นทำให้ผู้คนต้องสั่นสะเทือน
“ศิลามณีกำเนิดอัคคีค่อนข้างที่จะแข็งแกร่งยิ่ง
หากไม่ใช่พวกมันร่วมมือกันโจมตีสังหารเจ้าอสูร
ศิลามณีกำเนิดอัคคีและทำลายศิลามณีกำเนิดก้อน
นี้ให้แตกสลายเช่นนี้ ข้าก็ไม่อาจจะใช้ศิลามณี
กำเนิดอัคคี้ก่อนนี้ได้ แต่ในตอนนี้แน่ชัดแล้วว่าข้า
สามารถทำได้…………”
เมื่อมองจากด้านนี้ ก็ดูเหมือนเขาค่อนข้างจะโชคดี
ไม่น้อย
ศิลามณีกำเนิดอัคคีก้อนนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดใหญ่
ยิ่งกว่าก้อนไหนๆ ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ยังไม่กล้าที่จะ
ไปแตะต้องมัน ถ้าหากว่าเขานำมันมาปรับแต่ง
ร่างกายอย่างไม่ระวัง มันอาจจะทำให้ร่างเขา
ระเบิดเป็นผุยผงเอาได้ เป็นเพราะกายเนื้อของเขา
ไม่อาจจะแบกรับความแข็งแกร่งเช่นนี้ได้ไหว
กระทั่งส่วนที่เล็กที่สุด มันก็ยังใหญ่กว่าศิลามณี
กำเนิดอัคคีทั่วๆไปอยู่เล็กน้อย
“เริ่มเลยก็แล้วกัน!”
เขาไม่ต้องการจะหลบซ่อนอีกต่อไป และไม่
ต้องการที่จะกลายเป็นเปั้าหมายให้ใครดูถูก
มาถึงเวลานี้ ก็ไม่มีอะไรจะมาขัดขวางความกล้า
หาญและความเด็ดเดี่ยวของเขาได้อีกแล้ว นี่ไม่ใช่
ครั้งแรกที่เขาปรับแต่งร่างกาย เมื่อเขาอยู่ในร่าง
ของเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคีและกล้ำกลืนฝืนทนอยู่
ภายในนั้นเป็นเวลานาน ดูเหมือนว่าการกลั่นสกัด
ศิลามณีกำเนิดอัคคีในตอนนี้ ย่อมไม่เป็นภาระใดๆ
อีกต่อไป
เขากัดฟัน และเริ่มทำการปรับแต่งกายเนื้อ!
กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
เทิดทูนสักการะต่อมังกร ร่างกายเปรียบเสมือน
มังกรเทวะนับพันหมื่น หลังจากประสบ
ความสำเร็จ กล้ามเนื้อ โลหิต เส้นเอ็น กระดูก ทุก
ส่วนก็จะเป็นเฉกเช่นเดียวกับมังกรเทวะ ในโลก
ของมังกรเทวะ หนึ่งมังกร หนึ่งชีวิต ทว่าบน
ร่างกายของ อู่ อวี้ กลับแปรเปลี่ยน หนึ่งชีวิต
หมื่นมังกร!
กายาเพชรอมตะ จวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ นับว่า
เป็นวิชาอันดับต้นๆของร่างกาย อู่ อวี้ ที่ทำให้
กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งได้เช่นนี้
ศิลามณีกำเนิดอัคคีชิ้นแรก เขากัดฟันด้วยความ
มุ่งมั่น เริ่มต้นทำการกลั่นสกัด
ศิลามณีกำเนิดอัคคีค่อยๆหลอมรวมผสานเข้ากับ
ร่างกายของเขา เปลี่ยนพลังของแหล่งกำเนิดอัคคี
อันแสนบ้าคลั่งกับชิ้นส่วนศิลามณีกำเนิดอัคคีให้
ไหลผ่านไปทั่วทั้งร่างกาย ทำให้กายเนื้อของเขาถูก
ทำลาย ปรับแต่ง และกำเนิดใหม่ซ้ำไปซ้ำมาอย่าง
ต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะไม่รวดเร็วนัก ทั้งยัง
เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ภายใต้ความแน่วแน่
และความมุ่งมั่นที่ต้องการต่อต้านสวรรค์ อู่ อวี้
กลับไม่ขมวดคิ้วแม้แต่ครั้งเดียว
“ยามข้าถือกำเนิด ก็อยู่เบื้องหลังเหล่ายอด
อัจฉริยะมากมาย ถ้าหากว่าข้าไม่เพียรพยายาม
อย่างหนัก แล้วข้าจะนำสิ่งใดไปต่อกรกับพวกมัน
ได้เล่า!”
แม้แต่ในชมพูทวีปโลกธาตุ ก็ยังมีคนสำเร็จ
กลายเป็นเซียนอมตะอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน
“หากคิดจะกลายเป็นเซียนอมตะ จะต้องต่อสู้กับ
สุดยอดอัจฉริยะเหล่านี้ และอยู่เหนือพวกมันทุกผู้
เช่นนี้จึงจะสามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้สำเร็จ”
“ถึงแม้ชมพูทวีปโลกธาตุจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่
สักวันหนึ่งมันจะไม่มีที่ใดที่ข้า อู่ อวี้ ไม่อาจจะไป
ได้! เมื่อถึงเวลานั้นคงจะไม่มีผู้ใดไม่กล้าจะลืมนาม
ของข้า? หรือแม้แต่ชื่อของข้าก็ไม่กล้าที่จะเอ่ย
ออกมา?”
ความทะเยอทะยานอันสูงส่งเหล่านี้มันกลายเป็น
แรงผลักดันให้กับ อู่ อวี้ เสมอมา
ด้วยความเด็ดเดี่ยวของเขา ทำให้ หมิงซวง ต้อง
เคลื่อนไหว นางกล่าวพึมพำออกมา “ไม่น่าแปลก
ใจที่พลองทองสมปรารถนาเลือกเจ้า กล่าวตาม
ตรง เจ้านี่ก็คิดอยู่เพียงแต่เรื่องเดียว แต่ก็น่าชื่นชม
ไม่น้อย บางทีนี่อาจจะเป็นหัวใจอันบริสุทธิ์ดั่งใน
ตำนานว่าไว้! ”
จิตใจของเขาแน่วแน่ ปรารถนาที่จะกลายเป็น
เซียน!
เขาอยู่ที่เจดีย์แห่งกาลเวลาอย่างสงบและปลอดภัย
เวลาค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆ อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้เวลาอย่าง
เปล่าประโยชน์ คนไม่หยุดการปรับแต่งร่างกาย ทำ
การปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่านไป 10 วัน
เขาได้ทำการกลั่นสกัดศิลามณีกำเนิดไปมากมาย
จนศิลามณีกำเนิดเหล่านั้นเหลือเพียงเท่าขนาด
ปกติ และเหลือเพียง 7 ก้อนเท่านั้น
ระยะเวลา 10 วันนี้ เขาได้กลั่นสกัดมันไปแล้ว 5
ก้อน
ในขั้นตอนนี้เจ็บปวดราวกับมีชีวิตอยู่ก็ไม่ต่างกับ
ตาย แต่เขาก็สามารถเกี่ยวเก็บได้อย่างมหาศาล!
แต่ยังโชคดีที่ อู่ อวี้ สามารถรั้งอยู่ภายในนี้ได้มาก
ถึง 20 วัน เนื่องจากว่าหลังจากผ่านไป 10 วันยัง
ไร้ผู้ซึ่งเข้ามาท้าทาย อีกทั้งผู้พิทักษ์ตนใหม่ก็ยังไม่
ปรากฎขึ้น
“ข้อกำหนด 10 วัน คงจะเป็นเวลาของภายนอก
ซึ่งเวลาที่อยู่ภายในนี้เร็วกว่าภายนอก 2 เท่า
เท่ากับมีเวลาถึง 20 วันสินะ”
ในเวลาอีก 10 วันที่เหลืออยู่ เขาได้ปรับแต่ง
ร่างกายอย่างต่อเนื่อง และยิ่งปรับแต่งกลั่นสกัด
มากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็จะยิ่งบรรเทาลง
ท้ายที่สุดแล้วจะหลงเหลือเพียงแค่พลังความ
ปรารถนาที่รุนแรง จนลืมเลือนเรื่องชีวิตและความ
ตายไปหมดสิ้น
“ความเร็วในการปรับแต่งร่างกายในช่วงต้น
ค่อนข้างที่จะเร็ว เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังยิ่งมามันก็ยิ่งถึง
ขีดจำกัด จึงไม่อาจจะปรับแต่งได้อย่างรวดเร็วมาก
นัก หากเจ้าต้องการที่จะฝึกฝน กายาเจ้ามังกร
สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ให้สำเร็จ จำต้อง
ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี”
ในตอนนี้ราวกับว่า หมิงซวง ราดน้ำเย็นลงไปบน
หัวของเขา
เวลาถึงครึ่งปี ทางฝังทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง พวก
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ก็น่าจะออกมาแล้ว
“ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ต้องลองดูสักตั้ง ไม่ว่าเจ้าจะ
ออกไปจากเจดีย์แห่งกาลเวลา หรือรับการทดสอบ
ต่อๆไปของเจดีย์แห่งการเวลา อย่างมากก็แค่
กลับไปที่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งแล้วทำการ
ปรับแต่งต่อไป ปลายทางย่อมเหมือนเดิม”
น้ำเสียงอันเย็นชาของหมิงซวง ไม่ได้ทำให้เขามี
ความคิดที่จะยอมแพ้
“เวลาที่ด้านนอกได้ผ่านไปแล้ว 5 วัน ไม่รู้ว่าจะ
เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? เจียง ฉีจวิน ได้นำ
รายละเอียดของบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ไปเล่า
ให้กับบุคคลแห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้
รับรู้แล้วหรือยัง? หากในช่วงเวลานี้ มีผู้ใดใน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงถูกกำจัดออกไป ก็ไม่
รู้ว่าเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ด้านนอกจะรับรู้ถึงเรื่องราว
เหล่านี้หรือยัง?”
อู่ อวี้ ด้านหนึ่งก็คอยคาดเดา แต่อีกด้านก็รู้สึก
มุ่งมั่น
เวลา 10 วันนี้ก็ยาวนานราวกับ 1 ปี เขาต้องคอย
ทุกข์ทรมานตลอดเวลา ทั้งยังต้องทุ่มเทสมาธิ
ทั้งหมด ไปเพื่อทำการรู้แจ้งและทำความเข้าใจกับ
กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
10 วันต่อมา แน่นอนว่าอัตตราความเร็วในการ
ปรับแต่งก็ไม่ได้สูงเท่ากับในตอนแรก ทั้งยิ่งผ่านไป
ก็ยิ่งช้าลง
แต่มันไม่สำคัญ เพราะว่า อู่ อวี้ ก็ยังคงกระตืนรือ
ร้นและเร่าร้อนดั่งเช่นในคราแรก
หลังจากที่หมดเวลา อู่ อวี้ ก็ได้เตรียมการมาเป็น
อย่างดี ไม่ว่าจะมีคนใหม่เข้ามาหรือว่าจะมีผู้
พิทักษ์ตัวอื่นๆปรากฏ เขาก็พร้อมที่จะไปเปิดฉาก
ต่อสู้
ผลสุดท้ายคือ เมื่อเจดีย์แห่งกาลเวลาเปิดประตูขึ้น
ก็ปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้นอยู่ด้านนอก พุ่งทะยานจาก
ภายนอกเข้ามา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ