กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 58 : สงครามในวังหลัง
โฮ้กกกกก!
อู่ อวี้ แบกพลองพิชิตมาร วิ่งออกจากพระราชวังซ่าง
เฉียนกำลังล่มสลาย ในครั้งนี้ไม่น่าอัปยศเหมือนครา
ก่อน
“หากเปรียบความแข็งแกร่งกับ ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน แล้ว ตัวของข้านั้นยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน ”
แม้ว่าพลองเทวะทะลวงจิตจะสามารถสกัดกั้น เคล็ด
วิชาเต๋าของมันได้ทุกกระบวนท่า แต่ทว่า อู่ อวี้ นั้น
รู้อยู่แก่ใจว่าในทุกการเคลื่อนไหว บัญญัติก่อกำเนิด
ภายในจุดถานจงของเขานั้น มันสั่นสะท้านจนแทบจะ
แตกซ่าน มันช่างเป็นเรื่องน่าตื่นตระหนกมากเลย
ทีเดียว
ถึงแม้เขาจะสามารถสกัดกั้นได้ทุกการโจมตี หากแต่
เขายังคงดื้อรั้นสู้ต่อไป ในวันนี้เขาคงจะต้องตกตายไป
เป็นแน่
ในความเป็นจริงแล้วเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่า ฮ่าวเทียน ก็
ตกใจจนผวาเช่นกัน
เมื่อไม่กี่วันก่อน อู่ อวี้ ได้รับความอดสู และ ความอับ
อายด้วยน้ำมือของมัน แต่มาในวันนี้เขากลับสามารถ
สกัดกั้นเคล็ดวิชาเต๋าของมันได้ทุกกระบวนท่า!
จากการวิเคราะห์ของมันแล้ว พลังของ อู่ อวี้ ใน
ปัจจุบันอยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 3
” จงหายไปซะ! ”
ในเวลานี้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้โยน ฮ่องเต้ หยวน
ฮ่าว กระเด็นถอยออกไป เนื่องจากการตวัดพลองของ
อู่ อวี้ เวลานี้พระราชวังกำลังมีการต่อสู้อย่างดุเดือด
เกิดขึ้น แต่ถ้าให้พูดตามความจริงแล้ว ความรุนแรงที่
เกิดขึ้นนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับการต่อสู้ระหว่าง
เทพเซียนทั้งสอง แน่นอนว่าการต่อสู้ที่ดุเดือดรุนแรงนี้
ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใกล้
อู่ อวี้ ล่วงรู้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายคงไม่สนเหตุผลอะไร
ทั้งสิ้นแล้ว แต่ในตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เนื่องจาก
เวลานี้เขาไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า เจียง จุนหลิน นั้นหลบ
ซ่อนอยู่ที่ใด?
เขาแผดเสียงตะโกนดังขึ้นแล้วกล่าวว่า ” ฮ่าวเทียน
ในวันนี้ข้าไม่ได้เจตนาที่จะหาความยุ่งยากให้แก่
ตนเอง แล้วข้าก็ไม่คิดที่จะสังหารหยวนฮ่าวแต่
ประการใด ข้าคิดว่าท่านคงยังไม่ล่วงรู้เรื่องนี้ ว่า
ฮ่องเต้นี้หยวนฮ่าวได้ส่งกองทัพเจิ้นตง ซึ่งมีทหารกว่า
30,000 นาย ไปโจมตีแคว้นเกาหลิน หากข้ามาช้า
กว่านี้เพียงก้าว ผู้คนในแคว้นเกาหลินจะต้องบาดเจ็บ
ล้มตายไปมากมายเท่าใด ”
มีขุนนางหลายคนยังไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อพวกมันได้ยินคำที่
อู่ อวี้ เอ่ยมา พวกมันก็ไม่อาจที่จะนิ่งเฉยได้
บทสนทนาเริ่มดังอื้ออึงด้วยความโกลาหล
พวกมันต่างล่วงรู้ดีว่า อู่ อวี้ มีใจให้แก่องค์หญิง อู่ หยู๋
หากหยวนฮ่าว ได้กระทำจริง ถ้าเช่นนั้นสิ่งที่ อู่ อวี้
ปฏิบัติในวันนี้ก็ถือว่าไม่มากเกินไป
” เจ้าว่าเช่นไรนะ !” ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน แผดเสียง
ถามด้วยอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลานี้หัวใจของหยวนฮ่าว หล่นวูบไปอยู่กับพื้น
ทันใดนั้นเอง หยวน ซี ก็ปรากฏกายออกมา โดยไม่รู้
ว่านางมาจากทิศทางใด นางรีบวิ่งเข้าไปหา หยวน
ฮ่าว เพื่อปกป้องมันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พาร่างของ
มันออกไป
” หยุดเดี๋ยวนี้ จงนำนกพิราบสื่อสารออกไปเพื่อ
ห้ามทัพเจิ้นตง ต่อหน้าข้าตรงนี้ ” อู่ อวี้ ร้องห้ามพวก
เขาทั้งสองไว้ในทันที
หยวนฮ่าว ไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต
เช่นนี้ จนถึงขั้นพระราชวังซ่างเฉียนพังทลาย ในยามนี้
มันหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเปิดตา หากมอง
อย่างพินิจพิจารณาไปที่ขาของมันแล้วจะเห็นได้ว่า
แข้งขาของมันอ่อนแรงอย่างยิ่ง
“เสิ่น อู๋เต้า!”
สีหน้าของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ
ทันที เขารีบสะกดข่มดวงตาของตนและมองไปยัง อู่
อวี้ จากนั้นกล่าวว่า ” หากสิ่งที่เจ้าเอ่ยนั้นเป็นเรื่อง
จริง เรื่องของแคว้นเกาหลิน เจ้าก็ควรเข้าตามตรอก
ออกทางประตู[1] มันคือความผิดพลาดของฮ่องเต้ที่
ส่งกองทัพทหารเจิ้นตงไปโจมตีพวกเขา แต่เจ้าจงอย่า
หลงลืมไปว่าเรื่องนี้เป็นกิจของมนุษย์ พวกเราคือผู้ฝึก
ตนที่เดินบนเส้นทางแห่งเต๋า ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เจ้าจงหลีกเลี่ยงเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับสงคราม
ระหว่างมนุษย์ซะ! ” เสียงของมันดังกึกก้องไปทั่วทั้ง
พระราชวัง “ เจ้าไม่เกรงว่าจะถูกเจ้านิกาย กักขังไป
ตลอดชีวิตเช่นนั้นรึ! ”
แม้ว่ามันจะมีโทสะจนแทบอยากจะฉีกกระชาก หยวน
ฮ่าว ให้ตาย แต่อีกด้านก็ไม่ควรจะยกโทษให้แก่ อู่ อวี้
เช่นกัน
หยวนฮ่าว รอเวลานี้มานานแสนนาน ที่จะหาข้ออ้าง
สังหาร อู่ อวี้
” แม้เวลานี้ เจียง จุนหลิน จะไม่อยู่ ข้าผู้นี้จะเป็น
คนลงมือสังหาร เสิ่น อู่ เต้า เอง ในเวลานั้นถึงแม้
นิกายกระบี่สวรรค์จะส่งคนตรวจสอบข้า ข้าสามารถ
พูดได้อย่างเต็มปากว่า มันนั้นแทรกแซงสงคราม
ระหว่างมนุษย์ อีกทั้งยังหลงใหลในความงามของ
อิสตรี จนคิดสังหารฮ่องเต้ของมนุษย์!”
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกคำนวณอยู่ในใจของ ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน
” เจ้าอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณก็จริง แต่ บัญญัติ
ก่อกำเนิดของเจ้านั้นยังไม่เสถียร ในครั้งนี้ข้าใช้เพียง
แค่พลังครึ่งเดียวก็สามารถกำจัดเจ้าได้แล้ว เสิ่น อู๋เต้า
ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว ! ”
สิ่งที่เกี่ยวกับบัญญัติก่อกำเนิด เป็นเรื่องที่ ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน ในฐานะเป็นผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์มา
ก่อน ทำไมมันจะไม่สามารถล่วงรู้ข้อเท็จจริงในข้อนี้
ได้!
” เสิ่น อู๋เต้า หากเจ้าไม่สามารถอธิบายได้ เช่นนั้น
แล้วข้าจะทำการลงโทษเจ้า แทนเจ้านิกายของเจ้า
เอง!” ฮ่าวเทียนแผดเสียงตะเบ็งใส่
นี่คือการต่อสู้ระหว่างเทพเซียนทั้งสอง ปุถุชนธรรมดา
สามัญไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว แม้ว่าองค์ชายผู้ชั่ว
ร้ายผู้มีจิตใจราวกับยักษ์มาร ต่างกำลังสั่นเทาเพราะ
ความหวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่เวลานี้มันกลับไปหลบ
ซ่อนตัวในที่ห่างไกลออกไป เมื่อได้ยินว่าเทพเซียนทั้ง
สองจะเกิดการต่อสู้กันพวกมันจึงได้รีบเร่งฝีเท้า
ออกไปจากที่ตรงนั้นทันที
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ไฉน อู่ อวี้ จะไม่รู้ถึง
จุดประสงค์ทั้งหมด ?
” ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เจ้าก็แค่หาโอกาสที่จะ
สังหารข้าแม้ว่าหยวนฮ่าว จะเป็นคนบุ่มบ่ามชอบ
กระทำการอันโง่เขลาอยู่เนือง ๆ แต่ก็ยังพอมีผลดีอยู่
บ้าง เพราะทำให้ข้าผู้นี้มาติดเหยื่อ ”
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังพอมีทางออก
อู่ อวี้ หัวเราะออกมาอย่างนี้เย้ยหยันครู่หนึ่ง จากนั้น
ก็กล่าวขึ้นมาว่า ” หึ หึ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ข้ามีสิทธิ์
อย่างเต็มที่ ๆ จะเข้ามายุ่งเกี่ยวแทรกแซงในสงคราม
ของมนุษย์ นั่นเพราะข้ามีเจตนาดีมีความเมตตาต่อ
มนุษย์ หลังคำสั่งมักง่ายของฮ่องเต้ ผลของมันจะทำ
ให้ ชีวิตของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์หลายพันชีวิตต้องตกตาย
ไป ต่อให้เจ้านิกายของข้าได้ล่วงรู้เรื่องนี้ ท่านเจ้า
นิกายก็จะเข้าใจ และ ให้อภัยข้า มันไม่ใช่เรื่องของ
ท่านที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่ทว่าข้ายังได้ล่วงรู้ความลับ
เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ท่านปกปิดเอาไว้ ”
” ความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ! ”
ทั้งองค์ชาย ขุนนางน้อยใหญ่ รวมถึงทหารองครักษ์
หลายคน ได้ยินทั้ง 3 คำนั้น ถึงแม้พวกมันจะอยู่
ห่างไกลออกไปก็ตาม พวกมันทั้งหมดจึงหูพึ่ผึ่งขึ้น
ทันที
อู่ อวี้ กล่าวเสียงดัง ” องค์หญิง อู่ หยู๋ กล่าวว่า เมื่อ 1
ปี ก่อน เจ้าได้วางแผนชั่วสังหารพระอนุชาขององค์
หญิงใช่หรือไม่ ? หากดูจากเหตุผล ท่านที่เป็นผู้
พิทักษ์อาณาจักรแห่งนี้ สิทธิ์อำนาจของท่านคือการ
ฆ่าสังหารมารปีศาจ มิใช่ขับไล่ฮ่องเต้ออกจากบัลลังก์
หรือ ฆ่าสังหารฮ่องเต้ มันไม่ใช่ธุระกงการของท่านที่
จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ท่านขับไล่ฮ่องเต้ของอาณาจักร
บูรพาเย่วอู่ สถาปนาตนเองเป็นเจ้าเหนือหัวบงการลับ
หลัง เข้าแทรกแซงกิจราชการเมืองของมนุษย์ สิ่งที่ข้า
กล่าวมานี้มิได้กล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย วันนี้ผู้คน
จากทั่วทั้งอาณาจักร สามารถเป็นพยานยืนยันให้แก่
ข้าได้ ท่านยังปรารถที่จะสังหารข้าอีกหรือไม่ ? ”
เพียงแค่เรื่องเดียวก็มากเพียงพอที่จะสะกดข่ม ฮ่า
วเทียน ซ่างเซียนลงได้
ในเวลานี้เหล่าผู้คนที่ได้ยินคำกล่าวนั้น ราวกับว่าถูก
ตบหน้าดังฉาด พวกมันต่างปิดปากของตนเองเงียบ
มันได้ถูกสะกดคำเช่นนี้ถึงสองครั้งสองครา
มันช่างคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยเหตุ
คราก่อน อู่ อวี้ ได้ใช้ความสัมพันธ์ฉันบิดาบุตร
ระหว่างมันกับหยวนฮ่าว เพื่อสกัดกั้นการการลงมือ
สังหารจากตัวของมัน หลังจากนั้นมันได้ระบายความ
โกรธแค้น ด้วยการสังหารปักษาเมฆาสวรรค์ แล้ว
วันนี้ สิ่งที่ อู่ อวี้ได้กล่าวเปิดเผยต่อสาธารณชน มันได้
ทำให้สายตาของเหล่าขุนนาง มองตัวของมันราวกับ
มิใช่คนอีกต่อไปแล้ว
ในสายตาของผู้คนเวลานี้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ไร้ซึ่ง
เหตุผลจะมาโต้ตอบ หรือ ต่อกร กับ อู่ อวี้ โดยสิ้นเชิง
เรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้น มันเป็นเหตุการณ์
ที่ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน จะนำไปใช้โน้มน้าวในการตัดสินใจของ
นิกายกระบี่สวรรค์
แต่ทว่าแววตาของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ก็ยังทำให้ อู่
อวี้ ยังคงรู้สึกหวั่นใจ ในวิกฤตอันตรายที่อาจเกิด
ขึ้นกับตนเอง
ฝ่ายตรงข้ามนั้นแผ่จิตสังหารออกมาอย่างหนักหน่วง
แต่ไม่สามารถสร้าผลกระทบใด ๆ ให้แก่ อู่ อวี้ ได้
ความขัดแย้งอันรุนแรง 2 คราติดต่อกันนี้ ต้นตอล้วน
เกิดขึ้นมาจากความโง่เขลาของหยวนฮ่าว นี่คือผล
พวงจากความงี่เง่าบ้าคลั่งไร้สติของมัน
” จงฟังคำสั่งของข้า ให้กองทัพเจิ้นตงถอยกลับเข้า
เมือง ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจงออกไปจากที่นี่ให้หมด ”
หยวน ซีรีบลุกขึ้นยืนพร้อมออกคำสั่ง เพื่อให้คำตอบที่
น่าพอใจแก่ อู่ อวี้
แม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะดูยุ่งยาก และ รุนแรง
แต่ท้ายที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างลงได้
” หยวนฮ่าว เจ้าควรเปิดใจให้กว้างขวางมากกว่านี้
แล้วจงเทน้ำอันขุ่นมัวเน่าเหม็นที่อยู่ภายใน นั้นออก
ทิ้งไป ”
อู่ อวี้ ยิ้มเยาะ มือหนึ่งถือพลองพิชิตมาร โดยจากนั้น
เขาก็ก้าวเดินจากไป อย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อสิ่ง
ใด และไม่แยแสเหลียวมองไปที่ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
เลยแม้แต่น้อย
ณ เวลา ในพระราชวังซ่างเฉียน เต็มไปด้วยหมอก
ควันที่แพร่กระจายครุกรุ่น
” ทะ … ท่านพ่อ … ข้าปรารถนาให้ท่านหาข้ออ้าง
เพื่อที่จะฆ่ามัน ! ” หยวนฮ่าว ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปยัง
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ด้วยร่างกายสั่นเทาเพราะโทสะ
แต่ใบหน้าของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เวลานี้กลับสงบ
เยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หัวใจของหยวน ซีหวาดกลัว
อย่างที่สุด เพราะนางย่อมรู้ดีเวลานี้ ฮ่าวเทียน
อยากจะสังหารหยวนฮ่าวทิ้งเป็นที่สุด นางรีบพุ่งตัว
เข้าไปหาขวางหยวนฮ่าวเอาไว้ พร้อมกับร่ำไห้แล้ว
กล่าวว่า ” ท่านอาจารย์ ได้โปรดเถิดข้าขอร้อง ท่าน
เคยกล่าวเองว่า เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ”
“สะ … สัง … สังหารข้า งั้นหรือ ” หยวนฮ่าว ไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรงทรุดตัวลงไปกองกับพื้นทันที
” ท่านอาจารย์ ! ” หยวนซีคุกเข่าลงบนพื้น ด้วย
น้ำตานองหน้า นางถลาตัวพุ่งเข้าไปกอดขาของ ฮ่า
วเทียน ไว้
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน สุดจะทานทนได้อีกต่อไปในที่สุด
มันก็ต้องระเบิดอารมณ์ออกมา มันเดินก้าวขาออกไป
เพียง โดยมีร่างของหยวน ซีลากติดไปด้วย ทันใดนั้น
มันก็หันกลับมาเตะเข้าไปที่ร่างของหยวนซี พลั่ก!
พลั่ก! พลั่ก! หลังจากนั้นมันก็เรียกอาชาวิหคมา แล้ว
เร่งออกไปจากนครเย่วอู่ทันที มันลับหายไปด้วย
ความเร็วเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
” ทะ…ท่านพ่อ … ท่านพ่อไปไหน …”
หยวนฮ่าว รอดพ้นจากความตายมาได้อย่างเฉียดฉิว
เหงื่ออันเย็นเฉียบชุ่มโชกไปทั่วร่างกายของมัน
ราวกับว่า หยวนซี ได้ประสบพบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่
นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมกับกล่าวว่า
” เขากำลังมุ่งหน้าไปหาหยวนเฉิน และ เจียง จุนหลิน
ยามนี้เสิ่น อู่เต้า ถือเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่สุดของเรา มี
เพียงแค่ เจียง จุนหลิน ผู้เดียวเท่านั้นถึงจะสามารถ
กำจัดมันได้ ”
” วิเศษมาก ! ” หยวนฮ่าว ตะโกนขึ้นอย่างปิติยินดี
“หยวนฮ่าว”
หยวนซีแทบอยากจะฉีกกระชากมันออกเป็นชิ้น ๆ
นางกล่าวอย่างมีโทสะว่า ” ทั้งหมดนี้เป็นเพราะสิ่งที่
เจ้าก่อขึ้น ถ้าไม่ใช้เพราะเจ้า เหตุไฉนเราจะต้องมานั่ง
จัดการกับเสิ่น อู่ เต้าเช่นนี้ด้วย”
” ขะ..ข้า ตะ…แต่มันเป็นเพราะเสิ่น อู่ เต้า สังหาร
โย่ว หลิงจี ต่างหากเล่า หนำซ้ำมันทำลายแผนการ
ขยายอาณาเขตของเรา…”
” นั่นมิใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องมานั่งห่วงกังวล เขาเป็น
ถึงเทพเซียน การที่เจ้าเข้ามายุ่งเกี่ยว ยิ่งทำให้
เรื่องราววุ่นวายมากยิ่งขึ้น! ”
หยวนซี แทบอยากจะกระโจนเข้าไปตบหน้าของมัน
ซักสองสามฉาดด้วยโทสะอย่างแทบสุดจะกลั้น
เมื่อหยวนฮ่าว นึกถึงเรื่องราวสิ่งที่มันก่อขึ้นทั้งหมด
ร่างกายของมันก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
” ใช่แล้ว มีแต่ เจียง จุนหลิน ซ่างเซียนเท่านั้นถึงจะ
จัดการคนอย่างมันได้ ส่วน… อู่ หยู๋ เสด็จแม่ นาง
ไม่ใช่น้องสาวของข้า เราทั้งสองไม่มีสายสัมพันธ์ร่วม
สายโลหิตเดียวกันใช่หรือไม่! ” หยวนฮ่าว เริ่ม
จินตนาการความคิดที่ชั่วร้ายออกมา
“เจ้าต้องการสิ่งใด?”
” จับตัวของอู่ หยู๋ มาขัง ข้าจะทำให้นางต้องได้รับ
ความทุกข์ทรมาน!” ภายในดวงตาของ หยวน ฮ่าว
ส่องแสงประกายออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว
ประกายแสงแห่งความชั่วร้ายนี้ แม้แต่ตัวของหยวน ซี
เองยังรู้สึกหวาดกลัว นางรู้ทันทีว่าสาเหตุที่ทำให้
หยวนฮ่าว กลายเป็นคนชั่วช้ามีจิตใจเหี้ยมโหด
อำมหิตเช่นนี้ เป็นเพราะช่วงเวลาที่มันเติบโตมานั้น
หยวนฮ่าวต้องถูกกดขี่ข่มเหงรังแกมามาก ไม่เช่นนั้น
แล้ว จิตใจของมันคงไม่บิดเบี้ยวได้ถึงเพียงนี้
” เอาล่ะ… ตั้งแต่เด็ก พวกมันพี่น้องก็มี
ความสามารถเหนือกว่าเจ้ามาตั้งแต่เยาว์วัย ด้วยการ
เปรียบเทียบนี้ ทำให้ตัวของเจ้าถูกเรียกว่าเศษขยะมา
นานหลายขวบปี ความโกรธแค้นชิงชังที่อยู่ภายใน
หัวใจของเจ้า ถ้ายังไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ช้าก็เร็ว
ความเครียดแค้นชิงชังนี้ มันจะย้อนกลับมาทำลายตัว
ของเจ้า ” หยวนซียิ้มออกมาอย่างขมขื่น พร้อมกับ
ส่ายศีรษะของนาง
” พระมารดา ท่านเห็นด้วยกับข้า? ” หยวนฮ่าวดีใจ
” มีเพียงสิ่งเดียวที่เจ้าต้องระวัง จงปกปิดเรื่องนี้ทำ
อย่างลับ ๆ อย่าให้บิดาของเจ้าล่วงรู้เด็ดขาด มิฉะนั้น
เจ้าคงรู้ผลของมันดีอยู่แล้ว”
“ขอรับ แน่นอน!”
หยวนฮ่าว ทำราวกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น มันลุกขึ้น
ยืนพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะดังก้องกังวาล
…
“ราชรถอาชาวิหค”
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง และ เห็นฮ่าวเทียนมุ่งหน้า
ออกไปจากเมืองหลวง
เขาคิดอยู่ชั่วครู่
“จากสถานการณ์ในวันนี้ ต้องทำให้จิตใจของ ฮ่าว
เทียน เต็มไปด้วยความต้องการที่จะสังหารข้า
นอกจากนี้ตัวข้ายังได้ทำการสังหารหว่าน ชิง และ
โย่ว หลิงจี ซึ่งถือเป็นการหยุดยั้งแผนการของมันถึง
สองครั้งสองครา ทำให้มันดูราวกับเป็นตัวโง่งม และ
อาจทำให้มันรู้สึกว่าตัวของข้านั้น เป็นภัยคุกคามกับ
มันมากยิ่งขึ้น ”
การที่มันมุ่งมั่นหาวิธีเข่นฆ่าสังหารเขา หาใช่เรื่อง
แปลกแม้แต่น้อย
” เนื่องจากว่า ฮ่าว เทียนได้ออกจากนครเย่ว อู่
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า เจียง จุนหลิน จะต้องไม่ได้อยู่
ภายในสถานที่แห่งนี้ หากดูจากมุมมองของมัน มัน
คงจะต้องไปหยิบยืมมือของ เจียง จุนหลิน มาสังหาร
ข้า เพื่อไม่ให้มันเกิดความขัดแย้งกับคนจากนิกาย
กระบี่สวรรค์ที่ส่งมาตรวจสอบเป็นแน่แท้ ช่างเป็น
แผนการที่ไม่เลวทีเดียว เนื่องจากศักดิ์ฐานะของ เจียง
จุนหลินนั้น น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ทำให้นิกาย
กระบี่สวรรค์คงมิอาจทำอะไรมันได้”
อู่ อวี้ ขบคิดอยู่ชั่วครู่ ดูเหมือนว่าเขาต้องพา อู่ หยู๋
ออกจากนครหลวง เย่ว อู่แห่งนี้ก่อน
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เขาก็เตรียมพร้อมพาองค์
หญิง อู่ หยู๋ ออกจากสถานที่แห่งนี้
อย่างไรก็ตาม จิตใจของเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
บางอย่าง
“สำหรับ เจียง จุนหลินแล้ว การที่มันจะอยู่ใน
อาณาจักรบูรพา เย่ว อู่ แห่งนี้นั้นไร้เหตุผลสิ้นดี หรือ
เป็นเพราะว่าในอาณาจักรแห่งนี้ มีบางอย่างที่ดึงดูด
ความสนใจของมัน?”
ด้วยการคาดเดานี้ ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น
เขารู้สึกว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างที่เขาคิด
หลังจากเรื่องราวทั้งหมด และเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป
เจียง จุนหลินกับหยวนเฉิน แท้จริงแล้ว พวกมันหาได้
ปรากฏตัวขึ้นในนคร เย่ว อู่แห่งนี้แม้แต่น้อย
” ในเมื่อ ฮ่าวเทียน กำลังคิดหาวิธีสังหารข้า และ
ไปหา เจียง จุนหลิน เช่นนั้นแล้วข้าจะต้องค้นหาอดีต
ที่ผ่านมาของมันเช่นกัน ! ”
ภายในปีนี้ อู่ หยู๋ ได้ออกคำสั่งให้รวบรวมผู้ฝึกยุทธที่มี
แข็งแกร่งเป็นจำนวนมาก นางได้รวบรวมกองกำลัง
เหล่านี้ ไว้ภายในพระราชวัง อู่ หยู๋ ในหมู่ของกอง
กำลังมีผู้ฝึกยุทธ ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่เป็นจำนวน
มาก เมื่อมีคนเหล่านี้อยู่ อย่างน้อยมันก็สามารถ
ป้องกันไม่ให้ หยวน ฮ่าว กระทำการต่ำช้าได้
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ อู่ อวี้ เบาใจและออกไปจากนครเย่ว
อู่ ได้อย่างสงบ จากนั้นเขาก็ได้มุ่งหน้าไปตามทิศทาง
ของราชรถ
เชิงอรรถ
1.”安分守己” หมายถึง ประพฤติตัวเรียบร้อย
อยู่ในกรอบประเพณี ไม่ออกนอกลู่นอกทาง
ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า” เข้าทางตรอก ออกทาง
ประตู”
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ