กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 583 : รางจําแลงเพลิงเทวะ
บน เส้นทางเซียนบรรพกาล หลาน เถียนอวี้ คือ
สหายเพียงคนเดียวของ อู่ อวี้
เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เต็มใจช่วย อู่ อวี้ ตั้งแต่แรก
ในเวลานั้น อู่ อวี้ ยังไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ แต่เขา
กลับมีน้ำใจ ทั้งยังอัธยาศัยดีช่วยเหลือ อู อวี้ อย่าง
จริงใจ
บน เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้ไม่ว่าจะต้องพบ
ภยันตรายใด ๆ อู่ อวี้ ก็หาได้แยแส ทว่าผู้ที่อยู่
เบื้องหน้าคือผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ที่ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา อู่ อวี้ กับ หลาน
เถียนอวี้ ผูกพันธ์เช่นดั่งสหาย ทว่า หลาน เถียนอวี้
แม้ว่ามิตรภาพของพวกเขาทั้งสองนั้นยังไม่ลึกซึ้ง
สักเท่าใดนัก อย่างไรก็ตามหากยึดถือตามหลักการ
ของ อู่ อวี้ อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้คนที่
ดีกับตนเอง ต้องพบเจออันตรายเพราะตัวเขา
เด็ดขาด
ดังนั้น ร่างต้นของ อู่ อวี้ จึงเร่งเดินทางไปในทันที
จุดประสงค์ของบุรุษผมทองผู้นี้คือ ต้องการให้ร่าง
ต้นของเขาปรากฏตัวออกมา เชื่อว่ายามนี้มัน
จะต้องกระจายข่าวบอกผู้อื่นแล้วเช่นกัน
ต่อไปนี้ก็ไม่มีอะไรมากกว่าการดูว่าผู้ใดจะเร็ว
มากกว่ากัน! ทั้งหมดคือการแข่งกับเวลา!
แน่นอนว่าร่างอวตารของเขายังสามารถถ่วงเวลา
ได้อยู่
ชายผู้นี้มีดวงตาดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง สายตาของมัน
ราวกับสัตว์ร้ายก็ไม่ปาน นอกจากนี้บนใบหน้าของ
มันยังมีร่องรอยบาดแผลปรากฏให้เห็นอย่าง
เด่นชัด ซึ่งดูแล้วเหมือนกับบาดแผลที่เกิดจากพิษ
พลังแลความแข็งแกร่งของมันประดุจดั่งภูผา ไม่ใช่
แค่มีพลังเพียงอยู่ในระดับ พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
แต่มันมีจิตวิญญาณอันแข็งกล้า เห็นได้ชัดว่ามัน
ต้องอยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
แม้ว่าบุรษผู้นี้จะไม่แข็งแกร่งเท่า เจียง ฉีจวิน แต่
อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะเทียบเท่ากับ เซียนกระบี่กุ้ย
หยาง! ถึงแม้ว่าใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ความแข็งแกร่งของมันจะมิได้เด่นชัดเท่าใดนัก แต่
ใน ทวีปแห่งทวยเทปตงเสิ้ง ตัวมันถือเป็นผู้
แข็งแกร่งยิ่ง!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้มีฝีมือระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ เช่นนี้ แม้ อู่ อวี้ จะมีกายเนื้อแข็งแกร่ง
แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจ!
ก่อนหน้านี้ แม้แต่ผู้อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกตขั้นที่ 10 เขาก็ยากจะรับมือได้ ต่อให้พลัง
ฝีมือของเขาจะเพิ่มสูงขึ้นมากก็ตาม แต่เขายังไม่
เคยทดลองต่อสู้มาก่อน นอกจากนี้เขายังไม่แน่ใจ
ว่ามนุษย์ผู้นั้นอยู่ในระดับ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ
ขั้นใดกันแน่ และมีความแตกต่างด้านพลังกันมาก
น้อยเพียงใด?
” เจ้ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร ข้าไม่อยากต่อสู้
กับคนไม่รู้จักแม้แต่ชื่อแซ่! ” อู่ อวี้ ใช้ร่างอวตาร
ปั้องกันด้านหน้า หลาน เถียนอวี้
กงซูหัวเราะแล้วตอบว่า ” อย่ามาเล่นลูกไม้ตื้น ๆ
กับข้าเลย เจ้าคงจะเป็นร่างอวตารล่ะสิท่า เจ้า
สามารถสร้างร่างอวตารได้มากมาย ข้าไม่เชื่อหรอ
กว่านี่คือร่างจริงของเจ้า เร็วเข้าเอาร่างจริงมาสู้กับ
ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการสหายของเจ้าเสีย”
หลาน เถียนอวี้ ตกตะลึงแล้วกล่าวว่า ” เกี่ยวอัน
ใดกับข้า ข้าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเจ้าเมื่อก่อน
แต่เจ้ากลับเอาชีวิตของข้ามาเป็นข้อแลกเปลี่ยน
เพื่อจัดการกับเขา มันไม่น่ารังเกียจไปหน่อยหรือ?
”
ชายผู้แข็งแกร่งมีนามว่ากงซูฉีกยิ้มกว้าง แล้ว
กล่าวว่า ” เจ้าเป็นคนของ หุบเขาวายุปีกคราม
อาณาจักรเล็ก ที่อยู่รอดได้โดยอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ของข้า เจ้ามันก็แค่กองกำลังเล็ก ๆ ที่
รอดชีวิตมาได้ เจ้าควรปิติยินดีที่มีส่วนร่วมใน
เหตุการณ์ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ต่อให้สังหารเจ้า บิดาของ
เจ้าก็กระทำที่เพียงก้มหมอบกราบอยู่ต่อหน้าข้า
เท่านั้น! ”
” มันชักจะมากเกินไปแล้ว! ” ทันใดนั้น หลาน เถีย
นอวี้ ก็ตะคอกกลับไปด้วยสีหน้าขาวซีดร่างกาย
ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว
” อู่ อวี้ คนผู้นี้มีนามว่า กงซู กู่ เป็นคนของ ‘แคว้น
ทานตะวันทอง’ แห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
บิดาของมันมีนามว่า ‘ตงหยวนต้าเจี้ยง’ แห่ง
‘แคว้นทานตะวันทอง’ เป็นผู้ทรงเกียรติ ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งทรงพลังอย่างยิ่งยวด ทั้งยังมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับค้นหาเต๋าอีกด้วย โดยมีบิดา
ของท่านหญิงหงส์ทองคำ เจียง ฉีจวิน เป็นเจ้า
แคว้นทานตะวันทอง ”
หลาน เถียนอวี้ รีบบอก อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
” ความแข็งแกร่งของมันอยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ ขั้นที่ 1 ”
กลับกลายเป็นว่าสหายของ เจียง ฉีจวิน หรือก็คือ
กงซู กู่ แท้จริงแล้ว บิดาของมันเป็นเสมือนดั่ง
ผู้ติดตามของนางในแคว้นทานตะวันทอง
เจ้าแคว้นของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงทุกคน
ล้วนเป็นเจ้าแห่งชมพูทวีปโลกธาตุ
“ ขั้นแรก! ” อู่ อวี้ ร่างต้นที่กำลังใช้เคล็ดก้าวเทวะ
พุ่งมาที่นี่ด้วยความเร็วสูง สูดลมหายใจเข้ายาว
เหยียด นั่นก็เพราะว่า แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคย
คิดเลยว่า ตนจะได้เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตน ซึ่งมี
ขอบเขตในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ รวดเร็วถึง
เพียงนี้!
ถึงกระนั้นก็อย่าได้ดูถูกฝีมือของ กงซู กู่ นั่นก็
เพราะระดับฝีมือของชายหนุ่มผู้นี้ หากต้องต่อสู้
กับมันเข้าจริง ๆ อาจเทียบเท่าได้กับเซียนกระบี่กุ้ย
หยาง หรืออาจแข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น!
นอกจากนี้ กงซู กู่ ยังเรียกรวมพลคนอื่น ๆ
มาแล้ว อีกทั้งยังจับ หลาน เถียนอวี้ เป็นตัว
ประกัน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์
เบื้องหน้านั้นเลวร้ายมากเพียงใด อย่างไรก็ตามเขา
ไม่สามารถปล่อยให้สหายของตนได้รับอันตรายได้
นี่คือหลักการของเขา ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่คิดหนี
” หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าไปเสีย!” กงซู กู่ ร้อง
คำรามด้วยเสียงต่ำ พร้อมปลดปล่อยแรงกดดัน
ของขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ กดทับลงบน
ร่างของ หลาน เถียนอวี้ จนยากที่จะเอื้อนเอ่ยว่า
จาใด ๆ ออกมาได้
เหตุผลที่มันยังไม่ลงมือโจมตี ก็เนื่องจากว่า
ต้องการจับตัว หลาน เถียนอวี้ ไว้เป็นตัวประกัน
เพื่อรอให้ร่างต้นของ อู่ อวี้ มาถึง หากมันสังหาร
หลาน เถียนอวี้ ทิ้งตอนนี้ เป็นไปได้ว่า อู่ อวี้
อาจจะไม่มา
อย่างไรก็ตาม อยู่ ๆ หลาน เถียนอวี้ ก็ยิ้มขึ้นพร้อม
กับกล่าวว่า ” เจ้าคิดว่าข้าจะยอมถูกเจ้าใช้เป็น
เครื่องมือในการละเล่นเช่นนี้งั้นหรือ ?” หลังจาก
นั้นเขาก็หันไปยิ้มให้ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” การ
เดินทางใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ครั้งนี้ นับว่า
คุ้มค่าแล้วที่ข้าได้รู้จักกับท่าน ทั้งยังทราบข่าวเรื่อง
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ หลังจากข้าออกไป ข้าจะ
แพร่กระจายข่าวนี้ทันที! ”
อู่ อวี้ ตกตะลึง
ในเวลานี้คนทั้งสองต่างทราบดีว่า หลาน เถียนอวี้
คิดจะทำอะไร แต่มันก็สายเกินไปแล้ว หลาน เถีย
นอวี้ บดขยี้ยันต์เซียนบรรพกาล ของตนเองทันที
เพียงชั่วพริบตาร่างของเขาก็หายไปต่อหน้าต่อต่าง
คนทั้งสอง
พวกเขาต่างไม่คาดคิดว่า หลาน เถียนอวี้ จะเด็ด
เดี่ยวถึงเพียงนี้
อันที่จริงแล้วพวกเขาต่างทราบกันดีว่า การที่ กงซู
กู่ กล่าวว่าจะสังหารนั้น แท้จริงแล้วก็เพื่อบีบ
บังคับให้ร่างต้นของ อู่ อวี้ ออกมา แม้แต่ อู่ อวี้ ก็
ยังตกตะลึง เนื่องด้วยทราบดีว่ามันมิได้ตั้งใจจะ
สังหาร หลาน เถียนอวี้ จริง ๆ เพราะอย่างไรเสีย
หลาน เถียนอวี้ ก็ไม่ใช่เปั้าหมายของมัน แน่นอน
ว่าหากมันลงมือสังหารเขา หลังออกไปแล้วมันจะ
ถูกลงโทษด้วย
คาดว่า หลาน เถียนอวี้ ก็ทราบดีเช่นกัน แต่เพื่อ
ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ อู่ อวี้ นี่แสดงให้เห็นว่าเขา
เป็นคนเด็ดเดี่ยว ตรงไปตรงมามากเพียงใด เมื่อ
ตัดสินใจกระทำเช่นนี้ กงซู กู่ ก็ไม่สามารถบีบ
บังคับข่มขู่ อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกว่าเป็นหนี้เขาอยู่ดี
ถ้าไม่ใช่เพราะตนเอง เขาอาจจะอยู่ภายในเส้นทาง
เซียนบรรพกาล เพื่อเก็บเกี่ยวสมบัติอื่น ๆ ต่อไปได้
เมื่อเห็น หลาน เถียนอวี้ หายไป กงซู กู่ ก็จับจ้อง
ไปเบื้องหน้าด้วยแววตาว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ชั่ว
ขณะนั้นเพลิงโทสะของมันปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน
แล้วทันใดนั้น มันก็เหวี่ยงหมัดบดขยี้ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ทันที!
“บัดซบ! หลาน เถียนอวี้ หลังจากออกไปได้ ข้าจะ
ตามไปจัดการเจ้า!”
คนทั้งสองต่างตระหนักดีว่า กงซู กู่ คิดจะจัดการ อู่
อวี้ เพียงเท่านั้น แต่ หลาน เถียนอวี้ ก็ไม่ปล่อยให้
มันทำเช่นนั้น ทั้งยังไม่แยแสมันแม้แต่น้อย
มันเชื่อว่ายังไง อู่ อวี้ ร่างตนคงจะไม่ย้อนกลับมา
อีก ดังนั้นในเวลานี้มันจึงรีบใช้ยันต์สื่อสาร
แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อแจ้ง
สถานการณ์ในยามนีให้คนอื่นทราบ หลังจากแจ้ง
ข่าวเรียบร้อยแล้ว มันก็จมลงสู่ห้วงแห่งความว่าง
เปล่า กระทำได้เพียงกล่าวโทษตำหนิตนเองเท่านั้น
โดยเฉพาะท่านหญิงหงส์ทองคำ
” บรรลัยแล้วไง เมื่อคนอื่น ๆ มาถึง พวกเขา
จะต้องกล่าวโทษตำหนิข้ายกใหญ่เป็นแน่ ไม่รู้ว่า
ข้าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด กว่าจะทำให้พวกมัน
ยอมลดราเรื่องนี้ลงได้! ทั้งหมดเป็นเป็นเพราะเจ้า
ตัวบัดซบ 2 คนนั้น! ”
เนื่องด้วยความโกรธแค้นชิงชัง มันจึงเหวี่ยงหมัด
ทุบเข้าใส่หน้าอก เพื่อระบายเพลิงโทสะที่อัดแน่น
อยู่ภายในทรวงอกของตนออกไป
ชั่วขณะนี้เอง มันไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะปรากฏ
พลังอำนาจสะพรึงกลัว พุ่งทะยานเข้ามาจาก
เบื้องหลังของมัน ส่งผลให้มันรีบหันหลังกลับไป
ในทันที แลภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าคือเงาร่างสี
ทองสายหนึ่งที่กำลังพุ่งจู่โจมเข้ามา เงาร่างนั้นได้
ถือกำศาสตราเต๋าวิถีแท้ไม้พลองยาวเอาไว้ในมือ
และกำลังเหวี่ยงฟาดอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของมัน
กงซู กู่ ตะลึงไปชั่วขณะ มันรีบนำหน้าศาสตราเต๋า
วิถีแท้ของตนออกมา ต้านรับการโจมตีของฝั่าย
ตรงข้ามทันที อย่างไรก็ตามด้วยพลังอำนาจอัน
มหาศาลอหังการ ส่งผลให้ร่างของมันถูกคลื่นพลัง
อัดกระแทกจนลอยกระเด็นออกไป แขนด้านชาไร้
ซึ่งเรี่ยวแรง โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งหน!
” อู่ อวี้ววว!!! ” กงซู กู่ ไม่อยากจะเชื่อสายตาของ
ตนเอง บัดนี้เมื่อได้แลเห็นอำนาจอันมหาศาลที่ถา
โถมเข้ามา แลภาพของ อู่ อวี้ ที่กุมศาสตราเต๋าวิถี
แท้ไว้ในมือ ยืนยันได้ว่านี่คือร่างต้นของ อู่ อวี้
อย่างแน่แท้!
หลาน เถียนอวี้ จากไปแล้ว มันจะมาทำอันใดอีก?
มันคือสิ่งที่ กงซู กู่ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนอย่าง
สิ้นเชิง
ยันต์สื่อสารของมันเพิ่งถูกส่งออกไป แต่ยามนี้ ไม่มี
โอกาสให้ยันต์สื่อสารตอบกลับมาด้วยซ้ำ อู่ อวี้ ก็
โจมตีเข้ามาแล้ว
อันที่จริง ช่วงเวลาที่หลาน เถียนอวี้ จากไป อู่ อวี้
ก็ใกล้จะมาถึงเต็มทีแล้ว ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้อง
ปรากฏตัวออกมาก็ยังได้ แต่เป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ไม่
อาจกล้ำกลืนฝืนทนความรู้สึกนี้ลงไปได้
” หลาน เถียนอวี้ ถูกบีบบังคับให้จากไป ต้อง
ขอบคุณที่เขาให้ความสำคัญกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะ
ไม่ยอมปล่อยให้เขาจากไปอย่างเปล่าประโยชน์
กงซู กู่ ไม่ว่าจะทำเช่นไร ข้าจะทำให้เจ้าออกไปให้
จงได้! ”
เขาไม่ทราบว่ามีผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง เท่าใดที่ออกไปเบื้องนอกแล้ว อย่างน้อย ๆ อู่
อวี้ ก็สามารถส่งใครบางคนออกไปได้ด้วยตนเอง
เพื่อแพร่กระจายข่าวเรื่องบรรพชนมารกลืนสวรรค์
นอกจากนี้ถ้ามีโอกาส เขาจะฉกฉวยยันต์เซียน
บรรพกาลจากฝั่ายตรงข้ามด้วย! ซึ่ง กงซู กู่ กำลัง
ประมาทเขาอยู่ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงน่าจะมีโอกาส
เอาชนะมัน
ในเวลานี้ เขากำลังกุม เสามังกรสมุทรคลั่ง ไว้ใน
มือ พร้อมทั้งเปลี่ยนเข้าสู่ร่างจำแลงเซียนวานร
ส่งผลให้รูปลักษณ์ความแข็งแกร่ง และ กายเนื้อ
ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่า กงซู กู่! ดวงตาสีแดงฉาน
ใบหน้าอันดุร้าย กอปรกับกายาเจ้ามังกรสักการะ
ราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ยิ่งทำให้เขาดูแข็งแกร่ง
เกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงจะไม่ทรงพลังเท่ากับฝั่ายตรงข้าม แต่
ด้วยแรงกดดันมหาศาล บัดนี้จึงได้สยบศัตรูเอาไว้
เรียบร้อยแล้ว
โดยเฉพาะ กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญ บัดนี้ภายในร่างกายของเขา มีมังกรเทวะ
นับหมื่นแผดเสียงร้องคำรามพิโรธออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง นี่คือกายเนื้ออันแข็งแกร่งทรงพลังมาก
ที่สุดในใต้หล้านี้!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้
แม้แต่ กงซู กู่ ก็ยังตกตะลึงในความแข็งแกร่งของ
อู่ อวี้
” ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก! เจ้าหาญกล้าปรากฏ
ตัวออกมางั้นหรือ? สมองคงเจ้าคงกลวงไปแล้ว จึง
ได้ไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วคำว่าตายนั้นสะกด
อย่างไร!”
กงซู กู่ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่อันที่จริงแล้วภายใน
ใจของมันกำลังมีความสุขลิงโลดเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากฝั่ายตรงข้ามตั้งใจเข้ามาท้าทายมันด้วย
ตนเอง ดังนั้นมันจึงควรคว้าโอกาสทองนี้เอาไว้
“เคล็ดวิชาประมุขฟั้าเจ้าเทวะ!”
เพื่อจัดการมัน แม้ว่าสถานการณ์ในยามนี้ กายเนื้อ
ของ อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งมากพอแล้ว แต่เขาก็ยังใช้
เคล็ดวิชาประมุขฟั้าเจ้าเทวะ เสริมเข้าไปอีกขั้น
จนกระทั่งบัดนี้ผิวกายของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็น
ทองคำ ทั่วทั้งสรรค์พรางกายดูเสมือนดั่งถูกหล่อ
ขึ้นมาจากทองคำ!
” ความสามารถอันอ่อนด้อย! เคล็ดวิชาอันต้อยต่ำ!
” กงซู กู่ หัวเราะเย้ยหยัน
” เจ้าคิดว่าตนเองมีกายเนื้อแข็งแกร่งคนเดียวหรือ
อย่างไร? ”
เมื่อกล่าวจบ มันก็อ้าแขนของตนเองออก แล้ว
ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีแดงก็ลุกโหมกระหน่ำอาบไล้
ไปทั่วทั้งร่างของมัน ส่องสว่างสุกสกาวไปทั่วทั้ง
สวรรค์และปฐพี ตรงตำแหน่งใจกลางของเปลว
เพลิงนี้ ดูเสมือนราวกับว่าร่างกายของมัน มีดวง
ตะวันอันร้อนแรง 9 ดวงโคจรหมุนวนอยู่ เริ่มจาก
ตำแหน่งศีรษะ แขนกับเท้า และ ลำตัว นี่แสดงให้
เห็นว่า กงซู กู่ หาได้มีเพียง พลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง ที่ทรงอำนาจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทว่า
กายเนื้อของมันยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย
“กายาเก้าหยางมหาตะวัน!”
เวลานี้ ร่างกายของมันได้มลายหายไปอยู่
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตะวันอันร้อนแรง 9 ดวง โคจรหมุนวนส่อง
ประกายเจิดจ้าอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรเมฆานี้
นำมาซึ่งรัศมีแสงอันเปล่งประกายแพรวพราว
ชวนดึงดูดใจให้ผู้คนแลมองยิ่ง
” ร่างจำแลงเพลิงเทวะ! ”
อย่างไรก็ตาม ยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากที่มันใช้
กายาเก้าหยางมหาตะวัน มันก็เปลี่ยนแปลงร่าง
จำแลงเข้าสู่รูปแบบใหม่ทันที! ชั่วขณะนั้น ได้
บังเกิดเป็นเสียงอันสง่างาม เก่าแก่โบราณ ดังก้อง
กังวานไปทั่วทั้งทะเลเมฆา เหนือขึ้นไปจากร่างกาย
ที่ลุกโหมกระหน่ำไปด้วยเปลวเพลิง มหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ ในรูปแบบของชุดเกราะอันแปลก
ประหลาดค่อย ๆ ถูกดึงดูดเข้าหากันอย่างช้า ๆ
เกราะนี้ดูเก่าแก่โบราณ และ มหัศจรรย์ยิ่ง ทั้งยังมี
การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากแลมองดูแล้ว
มันมิได้สวมใส่ลงบนร่างของ กงซู กู่ อย่างพอดิบ
พอดี แต่ห้อมล้อมอยู่รอบกายของมันแทน ส่งผล
ให้ยามนี้ร่างกายของมัน ดูเสมือนดั่งผู้ทรงอำนาจ
ตั้งแต่ยุคบรรพกาลก็มิปาน!
อู่ อวี้ เพ่งพินิจไปยัง ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ของมัน
อย่างไรก็ตาม หมิงซวง รู้จักศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้น
นี้ นางจึงกล่าวขึ้นว่า ” ดูเหมือนว่ามันน่าจะเป็น
‘เสามังกรหยกทองคำ’ ท่ามกลางประวัติศาสตร์อัน
ยาวนาน ในยุคสมัยของข้า ดูเหมือนว่าเสามังกร
หยกทองคำนี้ จะถูกใครบางคนในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงของครอบครองอยู่ ซึ่งเจ้านั่นก็
เป็นคนน่ารังเกียจยิ่ง คาดว่ามรดกชิ้นนี้จะถูกส่งต่อ
ให้แก่ลูกหลานของมัน ”
แม้กระทั่ง หมิงซวง ยังจดจำศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้น
นี้ได้ มันย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน! อย่างน้อย ๆ
ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า เสามังกรสมุทรคลั่ง ของเขา
บัดนี้ กงซู กู่ ได้เผยให้เห็นถึงเคล็ดวิชา และ ความ
แข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
การเผชิญหน้ากับมัน เป็นเสมือนดั่งการท้าทาย
ขีดจำกัดของ อู่ อวี้ !
“รับมือ!”
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป
การต่อสู้อันรุนแรงหนักหน่วงได้บังเกิดขึ้นแล้ว!
นับตั้งแต่ที่พานพบกับเหล่าอัจฉริยะชั้นนำจาก
ชมพูทวีปโลกธาตุ นานแล้วที่เขาไม่ได้ต่อสู้ห้ำหั่น
อย่างอิสระไร้กังวลเช่นนี้ ส่งผลให้โลหิตภายในกาย
ของ อู่ อวี้ เดือดพล่านขึ้นด้วยแรงปรารถนาที่จะ
ต่อสู้อย่างไรสิ้นสุด ปลดปล่อยพลังอำนาจ ระเบิด
ความดุร้ายออกมาถึงขีดสุด!
อย่างไรก็ตาม กงซู กู่ ยังคงดูถูกเหยียดหยามเขา
ต่อไป มันกล่าวเยาะเย้ยขึ้นว่า ” บุคคลอันต้อยต่ำ
ที่เติมโตขึ้นในดินแดนรกร้างอย่างทวีปผนึกปีศาจ
กลับหาญกล้าเผชิญหน้ากับข้าผู้ซึ่งมาจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในวันนี้ข้าจะทำให้
เจ้ารู้ว่า ความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นเช่นไร! ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ