กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 582 : จักรพรรดิหวงในตํานาน
อู่ อวี้ ปรากฏกายขึ้นอย่างกระทันหันต่อหน้าทุก
ผู้คน อีกทั้ง เจียง ฉีจวิน เกือบถูก เสามังกรสมุทร
คลั่ง ฟาดเข้าใส่ศีรษะ ซึ่งด้วยพลังอำนาจมหาศาล
ทำให้แขนของนางถูกบดขยี้แตกหักจนผิดรูป!
สำหรับ เจียง ฉีจวิน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้นางมี
โทสะท่วมท้นอย่างไม่อาจระงับ
สถานการณ์เช่นนี้ช่างเป็นเรื่องน่าขบขันอย่างยิ่ง
หัวใจสำคัญคือ การโจมตีของ อู่ อวี้ นั้นทรงพลัง
เป็นอย่างยิ่ง จนบัดนี้ เจียง ฉีจวิน ยังคงรู้สึกใจ
หายระคนตกตะลึงอยู่
แม้นางจะพยายามขบคิดแต่ก็ยังคงจนปัญญา ว่า
เพราะเหตุใดเวลาเพียงสิบวันพลังฝีมือของ อู่ อวี้
ถึงได้ก้าวรุดหน้าอย่างมากมายมหาศาลได้ถึงเพียง
นี้!
” ผู้ที่มาจากดินแดนรกร้างอย่าง ทวีปผนึกปีศาจ มี
พื้นฐานฝึกตนแค่เพียงระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ขั้นที่ 5 เท่านั้น แล้วชายหนุ่มผู้นี้มีพลังอำนาจ
มากมายมหาศาลเช่นนี้ได้เยี่ยงไร! ร่างกายของคน
ผู้นี้จะต้องเก็บซ่อนความลับบางอย่างอยู่เป็นแน่!
ถ้าข้าได้รับความลับนั้นมาครอบครอง ข้าก็อาจ
สามารถทำได้เช่นเดียวกับมัน! ”
นอกจากนี้ เจียง ฉีจวิน ยังคาดการณ์เอาไว้อีกว่า
น่าจะมีคนคิดเช่นเดียวกับนางอยู่ไม่มากน้อยเป็น
แน่
อู่ อวี้ สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของโอรสเล่อมาได้
ทั้งยังสามารถทำให้ เจียง ฉีจวิน ได้รับบาดเจ็บ
อาจถึงเพียงนี้ โดยที่มีพลังพื้นฐานฝึกตนแตกต่าง
กันอย่างยิ่งยวด ย่อมไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเขาจะทำ
เช่นนี้ได้
เมื่อได้ยินเรื่องราวของ อู่ อวี้ แม้แต่โอรสเล่อก็ยัง
ปรารถนาจะลอบตรวจสอบความทรงจำของ อู่ อวี้
” เจ้านี้ช่างเลินเล่ออะไรเช่นนี้ คงไม่รู้สินะว่าสิ่งที่
เจ้าเป็นได้ไปกระตุ้นความสนใจของทุกผู้คน ต่อให้
เจ้าหลบหนีกลับไปยัง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง แต่
เจ้าไม่อาจหลบหนีผู้คนของชมพูทวีปโลกธาตุนี้ไป
ได้! ”
ขณะ เจียง ฉีจวิน จ้องมองไปยังทิศทางการ
หลบหนีของ อู่ อวี้ บนใบหน้าของนางก็แสดง
รอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา
” ขยี้กวาดล้างร่างอวตารของมันให้หมดสิ้นไป เมื่อ
นั้นร่างต้นของมัน จะไม่มีที่ใดให้หลบหนีไปอีก ”
” ลองหาดูรอบ ๆ นี้ก่อนแล้วกัน รีบจับมันให้ได้
ก่อนโอรสเล่อจะออกมา มิฉะนั้นคงได้อับอายขาย
หน้าอีกเป็นยกใหญ่เป็นแน่ ”
“ ชายผู้นี้ทำให้คนของ อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง อย่างพวกเราต้องเสื่อมเสียเกียรติอับอายขาย
ขี้หน้า! ”
หลังจาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา หายไป เหล่า
อัจฉริยะก็เริ่มกระจายแยกย้ายตามหา อู่ อวี้ ไป
รอบ ๆ บริเวณ
คราวนี้มันปล่อยให้ อู่ อวี้ หลบหนีไปได้อีกครั้ง
นับว่าเป็นความน่าอัปยศอย่างแท้จริง!
……
หลังจากหลบหนีออกมาได้ไม่นาน อู่ อวี้ ก็
ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
ร่างอวตารของเขาได้กระจัดกระจาย เข้าไปภายใน
ท้องนภาสีครามแลมวลเมฆาสีขาว ซึ่งจำนวนร่าง
อวตารที่ปล่อยออกมานั้นมากกว่า จำนวนของ
เหล่าอัจฉริยะมารวมตัวกันเสียอีก ดังนั้นการที่ อู่
อวี้ จะพบกับร่างอวตารของตนเองที่นี่ ถือเป็นเรื่อง
ง่ายดายกว่าการพบกับผู้คนอื่นเสียอีก
ต่อมาเขาก็เริ่มพูดคุยกับ หมิงซวง อีกครั้ง
” แท้จริงแล้วสมบัติล้ำค่าที่สุดของดินแดนนี้ก็คือ
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา หาใช่วิธีการสร้างวงเวท
สัตว์กลไก หรือ หุ่นเชิด เมื่อมาอยู่ที่นี่สิ่งที่เจ้า
ต้องการมากที่สุดนั่นก็คือ เวลา ข้าคิดว่าเจ้าควร
กลับเข้าไปภายใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา อีกครั้ง ”
หมิงซวง ร่ายยาวแล้วกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่น
“ ตอนนี้ในเจดีย์มีคนอยู่ แล้วข้าจะเข้าไปข้างในได้
อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้นจากที่ข้าเห็นชายผู้นี้มีฝีมือ
อยู่ในระดับที่ร้ายกาจจนน่าเหลือเชื่อ แสดงว่า
ตัวตนของผู้นี้จะต้องใหญ่โตไม่เบา ” อู่ อวี้ กล่าว
อันที่จริงเขาอยากจะกลับเข้าไปในเจดีย์ใจจะขาด
ด้วยพลังฝีมือปัจจุบันคาดว่าเขาจะสามารถท้าทาย
ได้ถึงระดับ 60 เท่าของเวลา ด้านนอกเป็นเวลา
เพียงแค่ 10 วัน แต่ด้านในกินเวลาถึง 600 วัน ซึ่ง
ก็เกือบ ๆ 2 ปีเลยทีเดียว ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มัน
เทียบเท่ากับการที่เขาสามารถอยู่ในเจดีย์ขาวได้ถึง
2 ปี
นี่คือความแตกต่างระหว่างเขากับคนอื่น ๆ ที่หาได้
ขาดเวลาเสมือนดั่ง อู่ อวี้
หมิงซวง กลอกตาบนแล้วพูดว่า ” เจ้านี่ช่างโง่เสีย
จริง ๆ มันเข้าไปด้านในเป็นเวลากว่า 10 วันถึงจะ
ออกมา ทว่ามันผู้นั้นคงไม่ได้ท้าทายระดับ 5
เหมือนกับเจ้า ถึงแม้เวลาที่มันได้รับอาจจะมาก
กว่าเดิมถึง 10 เท่า แต่ก็หาได้มีประโยชน์อันใด
สำหรับมัน ข้าคิดว่าเมื่อใดที่มันออกมา เจดีย์
ควบคุมกาลเวลา ก็จะเปลี่ยนสถานที่อีกเช่นกัน ”
ความคิดเห็นของนางนับว่าเข้าท่า
“ แล้วถ้าเกิด เขาเกิดสนใจความลี้ลับของเจดีย์
แล้วไม่ยอมออกมาล่ะจะทำเช่นไร? ” อู่ อวี้ ไต่
ถาม
เมื่อได้ยินคำถามนี้ หมิงซวง ถึงกลับชะงัก แล้วก็
ตอบแบบเบื่อหน่ายกลับไปว่า ” หญิงชราผู้นี้ไม่
สามารถทำอันใดได้ เจ้าหนุ่มคนนั้นมีฝีมือ
เหนือกว่าเจ้า ระดับฝีมือของเจ้าในตอนนี้เรียกได้
ว่ายังต่างชั้นที่จะไปสู้กับมัน ถ้ามันยังไม่ยอม
ออกมาก็ไร้ประโยชน์ที่จะเพิ่มร่างอวตาร เพื่อ
ค้นหา เจดีย์ควบคุมกาลเวลา”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า ” ข้าคิดว่า
กฎของ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา แตกต่างจากเจดีย์
แห่งกาลเวลาที่อื่น ๆ เงื่อนไขของ เจดีย์แห่ง
กาลเวลา นอกจากการท้าทายกับหุ่นเชิดเป็น
อันดับแรกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการท้าทายกับ
บุคคลก่อนหน้านี้ ส่วนเจดีย์ควบคุมกาลเวลา มัน
คือการท้าทายหุ่นเชิด เพื่อเลือกสรรเวลาที่ตนจะได้
อยู่ภายในเจดีย์ เมื่อครบเวลากำหนด ไม่ว่าจะมี
ผู้ใดเข้ามาต่อ หรือบุคคลด้านในไม่ต้องการจะ
ออกมา เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ก็ไม่ควรปล่อยให้
คนผู้นั้นอยู่ภายในเจดีย์ได้อย่างไร้ขีดจำกัดใช่
หรือไม่? ”
” ถ้าเจ้าคิดแบบนั้นมันก็ฟังดูสมเหตุสมผล แต่
ก่อนที่จะได้แลเห็นด้วยสองตาของตนเอง มันก็เป็น
แค่การคาดเดาเท่านั้น แท้จริงแล้วมันคืออะไรกัน
แน่ในอีก 10 วันหลังจากนี้ เจ้าก็จะได้รู้เอง ”
” ถูกต้องแล้ว ”
สำหรับตอนนี้ย่อมไร้ประโยชน์ที่จะคาดเดา คงต้อง
รอให้ครบกำหนดสิบวันเสียก่อน
สิบวันสั้นจนเพียงแค่กระพริบตาก็หมดไป
อู่ อวี้ เร้นกายอยู่ในมวลเมฆา ส่วนร่างอวตารของ
เขาก็กำลังมองหาตำแหน่งของ เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา เขามีหูตาอยู่มากมายกระจัดกระจายอยู่
ทั่วทุกแห่งหน ฉะนั้นย่อมได้เปรียบถ้าต้องการ
ค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แน่นอนว่าประสิทธิภาพนั้น
ย่อมมากกว่าการรวมตัวของคนหลายร้อยคน ด้วย
เหตุนี้เขาจึงได้พบกับตำแหน่งที่ตั้งของ เจดีย์แห่ง
กาลเวลา เป็นคนแรก
เนื่องจากบุรุษผู้นั้นอยู่ด้านใน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่
เข้าไปใกล้นัก และกระทำเพียงทิ้งร่างอวตารให้เฝั้า
อยู่ที่นี่ เพื่อดูว่าคนผู้นั้นจะออกมาหรือไม่
อู่ อวี้ ได้รับข่าวหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ผู้ที่เขา
ลอบโจมตีก่อนจะเข้าสู่ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา มี
นามว่าโอรสเล่อ ว่ากันว่าเขาคือผู้แข็งแกร่งอย่าง
ยิ่งใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ทว่าสิ่งที่น่า
สะพรึงกลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือ คนผู้นี้คือโอรสของ
จักรพรรดิหวง ผู้มีสมญานามว่า ‘ จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง’ ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ย
ขานถึง
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ผู้นี้มีประวัติมา
ยาวนานแล้ว มีโอรสมากมายนับไม่ถ้วน ดูเหมือน
จะมีลูกหลานหลายรุ่น ด้วยเพราะให้กำเนิดบุตรมา
มากมายนับไม่ถ้วน โอรสเล่อจึงเป็นพระโอรสองค์
ลำดับที่ 72 นอกจากนี้ โอรสเล่อ ยังมีน้องชาย
มากกว่า 20 คน ซึ่งน้องชายคนสุดท้องมีอายุเพียง
แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น
แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ท่ามกลางบุตรจำนวนมาก
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง กับไม่มีบุตรเป็น
พระธิดาเลย จากสิ่งนี้ก็หมายความว่า ‘จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง’ ไม่มีสหายเต๋าเคียงคู่ ทว่ากลับ
มีสตรีรอบข้างอยู่มากมาย หมิงซวงจึงอธิบายว่า
จอมจักรพรรดิอาณาจักรโบราณเหยียนหวง นั้นมี
อุปนิสัยชอบแหกคอก เขาชอบประพฤติปฏิบัติสิ่ง
ตรงกันข้าม จากกฎเกณฑ์ของผู้ฝึกตนเสมอ ซึ่ง
นับเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกนี้ บุรุษผู้มีสตรี
โฉมงามรายล้อมนับสามพันคนเป็นสนมนางใน
ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกตนชั้นแนวหน้า ซึ่งมีจำนวน
มากกว่า 3,000 คน
พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ต่างจากจักรพรรดิบนโลกมนุษย์
นอกจากนี้ยังมีการจัดแบ่งเป็นอาณาจักรแต่ละ
อาณาจักร แลเชื้อพระวงศ์ผู้ฝึกตน ช่างเป็น
รูปแบบที่คล้ายคลึงกับมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง เมื่อ อู่
อวี้ ขึ้นรับตำแหน่งเป็นองค์จักรพรรดิ เขาเองก็จะ
เข้าสู่วัฏจักรนี้ เขาจะต้องมีสนมนางในนับไม่ถ้วน
จนลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องมี
สตรีหลายร้อยคน
อย่างเช่น โอรสเล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในโอรสนับร้อย
ของจักรพรรดิหวง แม้จะมีอายุต่ำกว่า 50 ปี แต่ก็
ถือเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่างมิต้องสงสัย ยิ่งไป
กว่านั้นยังมีความแข็งแกร่งเหนือยิ่งกว่าพี่ชายบาง
คน ซึ่งพื้นฐานฝึกตนของมันในเวลานี้คือระดับ ก่อ
ร่างกำหนดจิตเทวะ ขั้นที่ 6
อู่ อวี้ ได้ฟังเรื่องราวของจักรพรรดิหวงก็รู้สึกตกใจ
เป็นอย่างมาก ที่สำคัญมันยังอ่อนเยาว์ แต่กลับมี
พลังเหนือกว่า ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู และ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง การที่เขาสามารถยกระดับ ‘กัก
ตะวัน’ ได้เป็นผลสำเร็จนับเป็นความโชคดีหนึ่ง
ประการ ประการที่ 2 คือการใช้ประโยชน์จาก
สภาพแวดล้อม ประการที่สาม พลังของ กักตะวัน
ทรงพลานุภาพเป็นอย่างยิ่ง ถ้าขาดประการใด
ประการหนึ่งจาก 3 ประการนี้ อู่ อวี้ คงไม่มายืน
อยู่ถึงตรงนี้
ถึงแม้อายุของคนทั้งสองจะแตกต่างกันไม่มาก
เท่าใด ทว่าระดับพลังฝีมือกลับเหนือชั้นกว่า อู่ อวี้
นัลสิบเท่า
ยิ่งกว่านั้น โอรสเล่อ ยังไม่ใช่ผู้ที่เก่งกาจที่สุดใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ มันเป็นเพียงแค่หนึ่งในผู้
แข็งแกร่งภายใต้เหล่าอัจฉริยะที่อยู่ต่ำกว่าในวัย
50 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีอัจฉริยะอีกนับไม่ถ้วน
ซึ่งยังมิได้เข้าสู่ เส้นทางเซียนบรรพกาล
” อย่างน้อย ๆ โอรสเล่อก็ทราบเรื่องบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ ถ้าเกิดมันจากไป แล้วนำข่าวนี้ไปแจ้ง
ให้แก่ผู้คนในราชวงศ์ของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงทราบ อาจจะมีใครบางคนให้ความสนใจกับ
เรื่องนี้ ”
” อย่างไรก็ตาม ศิลามณีกำเนิดอัคคีมีคุณค่า
มากมายขนาดนั้นเลยงั้นหรือ? จนถึงก็ขนาดให้
โอรสของจักรพรรดิผู้ทรงเกียรติ มาแย่งชิงโชคช่วย
มันกลับคืนไป ? ”
นี่มันมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
แค่ศิลามณีมีเพียงไม่กี่ชิ้น มันย่อมไม่มีทางเป็นไป
ได้อย่างแน่นอน
เขารอเวลาอยู่กว่า 10 วัน หากร่างอวตารของเขา
พบเจอกับสัตว์กลไกเข้า แน่นอนว่ามันย่อมไม่
สามารถเอาชนะได้เพียงลำพัง แต่ถ้าหากร่างต้น
ของ อู่ อวี้ เป็นฝั่ายพบเจอ เขาจะพยายาม
เอาชนะมันภายใน 10 วัน การรวบรวมพิมพ์เขียว
วงเวทของสัตว์กลไกทั้ง 3 ชนิด ก็ถือเป็นการเก็บ
เกี่ยวเช่นเดียวกัน !
อันที่จริงแล้ว นอกจากคนของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงที่ไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ ผู้คนส่วนใหญ่ล้วน
ออกล่าสัตว์กลไกเหล่านี้ ยามนี้ไม่มีผู้ใดคิดจะเข้า
ไปภายใน เจดีย์แห่งกาลเวลา ด้วยซ้ำ เนื่องจากว่า
การถูกกักขังอยู่ภายในนั้น ถือเป็นการสูญเสียเวลา
โดยเปล่าประโยชน์
ระหว่างนี้ อู่ อวี้ ได้พบกับผู้คนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงมากมาย แน่นอนว่าโดยทั่วไป
แล้ว หากร่างอวตารของเขาพานพบกับพวกมัน
เข้า อีกฝั่ายจะมิได้เอิ้อนเอ่ยวาจาใด ๆ แล้วลงมือ
โจมตีเข่นฆ่าสังหารทันที แต่น่าเสียดายที่มีเพียง
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ เท่านั้นที่ถูกทำลายไป
เนื่องจาก การข่มขู่คุกคาม หาได้มีประโยชน์อันใด
ไม่
ในวันนี้ ร่างอวตารของเขาได้พานพบกับ หลาน
เถียนอวี้ เข้า เมื่อ หลาน เถียนอวี้ ได้พบกับร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ เพียงลำพัง ด้วยความที่นึกว่า
เป็นร่างต้นของเขา มันจึงแสดงท่าทางตื่นเต้นเป็น
อย่างยิ่ง แล้วทันใดนั้นมันก็โผเข้ากอด อู่ อวี้ แน่น
พร้อมกับจับจ้องมาที่เขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง แล้ว
กล่าวว่า ” พี่ชาย ท่านนี่มันร้ายกาจจริง ๆ ! ใน
ที่สุดข้าก็ได้พบท่าน! ไม่คาดคิดว่าถึงแม้ว่าท่านก่อ
จะให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นเช่นนี้ แต่ก็ยัง
สามารถอยู่ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล โดยมิ
ถูกขับไล่ออกไป ข้าแหละนับถือท่านจริง ๆ !”
” เรื่อง บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ต้องขอบคุณเจ้า
แล้ว ” อู่ อวี้ กล่าวอย่างจริงจัง อันที่จริงแล้วเป็น
เพราะ หลาน เถียนอวี้ จึงทำให้เขา มีความกล้า
มากพอที่จะฉกฉวย ศิลามณีกำเนิดอัคคี ได้อย่าง
หมดห่วงสบายใจ
” ข้ายังมิได้กระทำอันใดเลย สุดท้ายแล้วท่านก็เป็น
คนจัดการด้วยตนเอง วันนี้ ข้าเห็นคนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ควานหาตัวท่าน
อย่างบ้าคลั่ง กล่าวกันว่า เจียง ฉีจวิน ปรารถนาที่
จะสังหารท่าน นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าต่อให้ท่าน
ออกไปจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล พวกมัน
ทั้งหมดก็จะไล่ล่าติดตามท่านไปที่ ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง พี่ชาย ข้าอยากกล่าวแนะนำท่านสัก
เรื่อง โปรดคืนศิลามณีกำเนิดอัคคีให้แก่พวกมัน
กลับไปเถอะ หากยังเก็บไว้ มันจะเป็นอันตรายต่อ
ท่าน ”
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วยิ้ม ” สายเกินไปแล้ว ประการ
แรก ข้าใช้ศิลามณีไปหมดแล้ว ประการที่สอง
ถึงแม้ว่าข้าจะส่งคืนไป แต่พวกมันก็จะสอน
บทเรียนให้แก่ข้าอยู่ดี เจ้ามิต้องกังวล ข้ามั่นใจว่า
สามารถหลบหนีจากการปิดล้อมของพวกมันได้แน่
”
ถึงแม้ว่ามันจะมิค่อยเข้าใจเท่าใดนัก แต่อย่างน้อย
ๆ หลังจากเรื่องของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ถูก
จัดการเสร็จสิ้นแล้ว มันก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
หลังจากนี้ หลาน เถียนอวี้ จะสามารถไปที่ใดก็ได้
ตามที่มันต้องการแล้ว!
” นับถือ! นับถือ! ท่านคือเทพเจ้าในใต้หล้านี้!
หลังจากเดินทางมายังดินแดนโบราณเหยียนหวง
แล้ว อย่าลืมมาเยี่ยมเยือน ‘หุบเขาวายุปีกคราม’
ของข้าละ ท่านจะต้องสำเริงสำราญอย่างแน่นอน
” หลาน เถียนอวี้ มิได้กล่าวซักไซ้อันใดอีกต่อไป
แต่เลือกจะเชื่อมั่นในตัวของ อู่ อวี้ แทน
หลังจากพูดคุยกับ อู่ อวี้ อีกเล็กน้อย หลาน เถีย
นอวี้ ก็เตรียมจะจากไป เขากล่าวว่าจะไปตามหา
ศิลามณีกำเนิดวารี ที่เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารีทิ้ง
เอาไว้ อู่ อวี้ จึงเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่า ศิลามณี
กำเนิดวารี อยู่แห่งหนใดนั้นไม่มีใครรู้!
“ อันที่จริงแล้วการตามหาเบาะแสของมันนั้นแทบ
จะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากว่าผู้ที่ได้รับมันไปคง
พยายามเก็บไว้เป็นความลับ จากสถานการณ์ของ
ท่าน คงไม่มีผู้ใดกล้าประกาศว่าตนนั้น ครอบครอง
สมบัติอันล้ำค่าไว้ในมือ หากมีผู้ใดได้รับมันไปจริง
ๆ ก็ถือว่าคนผู้นั้นโชคดีมาก ”
แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้อีกเช่นกันที่ ศิลามณี
กำเนิดวารี ยังคงอยู่ภายในมหาสมุทรเมฆานี้
” ข้าไม่รบกวนการต่อสู้ของท่านแล้ว ข้าจะไปตาม
เส้นทางของข้า แล้วพบกันใหม่ ” หลาน เถียนอวี้
กล่าวอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับเข้ามาสวมกอด
เขาอีกครั้ง
ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา อู่
อวี้ เห็นว่าเป็นคนของ อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง บุคคลผู้นี้มีพลังสูงส่งน่าประทับใจไม่น้อย
ทีเดียว กายาทองคำเสมือนดั่งสัตว์ร้าย ดูดุดันแข็ง
กร้าวอย่างไรที่เปรียบ บัดนี้ดวงตาของมันจ้องเข
ม่งมายัง อู่ อวี้ และ หลาน เถียนอวี้ มันยิ้มแล้ว
กล่าวขึ้นด้วยเสียงแหบแห้งแข็งกร้าวว่า ” ข้ารู้ว่า
เจ้าไม่มีอะไรดีมากไปกว่าร่างอวตารของเจ้า ดู
เหมือนว่าพวกเจ้าทั้งสองจะสนิทสนมกันมาก
ทีเดียว? ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ หาเจ้าไม่
ยอมขยับเขยื้อนร่างกายต้นมาแล้วละก็ ข้าสังหาร
มันทิ้งเสีย! ”
สิ่งที่มันกล่าวนั้นหมายถึง หลาน เถียนอวี้ อย่างมิ
ต้องสงสัย
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ