กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 585 : เสนทางแหงความหวาดกลัว
ตอนนี้เสามังกรหยกทองคำไร้ซึ่งเจ้าของ เป็น
เพราะระยะห่างระหว่างมันกับเจ้าของมันอยู่ไกล
กันมากเกินไป การเชื่อมต่อระหว่างพวกมันจึงดู
แทบจะถูกเส้นทางเซียนบรรพกาลตัดจนขาดไป
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินกว่าที่จะจัดการเรื่องนี้ ทันทีที่
เขาได้รับมา เขาก็รีบสำแดงเคล็ดก้าวเทวะเพื่อไป
จากที่นี่ในทันที อีกทั้งยังใช้ร่างอวตารบางส่วน
กระจายไปที่อื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เพราะยังไงแล้วการต่อสู้ของเขาก็ยังคงดำเนิน
ต่อไป ในความจริงมีคนจำนวนมากได้มาถึงที่นี่
แล้ว แต่เขายังคงสามารถหลบหนีไปได้ เรียกได้ว่า
เส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว
ขณะที่ อู่ อวี้ เพิ่งจะจากไป พลันปรากฎคนคุ้นเคย
ปรากฏขึ้นในละแวกใกล้เคียง นั่นคือ เจียง ฉีจวิน
ที่อยู่ในท่าทีนิ่งเฉย ท่ามกลางมวลหมู่เมฆ นางสวม
ใส่ชุดคลุมสีทอง ผมยาวของนางปลิวไสวไปกับ
สายวาโย ราวกับเป็นเทพธิดาจากสวรรค์ลงมาจุติ!
ฟันของนางขาวราวกับไข่มุก คิ้วโก่งดังวงเดือน
ใบหน้าแดงดุจดอกบัวที่บานสะพรั่ง ผิวหนังนุ่มลื่น
เหมือนผ้าแพร น้ำเสียงไพเราะโดดเด่นเหนือผู้ใด
ท่าทางอ่อนช้อยดึงดูดทุกผู้คนให้หลงใหล บุคลิก
งามหยาดเยิ้ม งดงามจนไม่มีผู้ใดอาจเทียบเคียง
เมื่อเปรียบเทียบกับสตรีคนอื่นที่ อู่ อวี้ เคยพบ
เจียง ฉีจวิน ผู้นี้ถือกำเนิดมาพร้อมกับสายเลือด
ของจักรพรรดิ ด้วยอำนาจอันสูงส่งสง่างาม ทำให้
นางมีอุปนิสัยที่เย่อหยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเจตจำนงหรือ
การแสดงออกผ่านสายตาของนาง นับว่าเป็น
ตัวตนที่ยากจะพิชิตได้ นางเป็นถึงท่านหญิงหงษ์
ทองคำอันสูงส่ง ซึ่งมีผู้คนจำนวนในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงจำนวนมากหมายปองคิดอยาก
ที่จะยลโฉมของนางสักครั้ง และใฝั่ฝันที่จะ
ครอบครองนาง
นางค้นหา อู่ อวี้ ร่างจริงไม่พบ พบเพียงแต่ร่าง
อวตารของเขาที่มากมายเสียเหลือเกิน สายตาของ
นางยามนี้จึงเต็มไปด้วยความรังเกียจ หมาย
อยากจะทำลายเขาให้สิ้นซาก แต่ครานี้ข่าวคราว
ของ กงซู กู่ ได้หายไป เมื่อนางเห็น อู่ อวี้ จึงทำได้
เพียงแค่ระงับโทสะเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยถามว่า
“เจ้าสัตว์เดียรัจฉาน! กงซู กู่ อยู่ที่ไหน!”
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ มองเห็นนางแล้ว ไม่แม้แต่
จะรู้สึกหวาดกลัว เขาเอามือไพล่ไปที่หลัง ยืนอยู่
ท่ามกลางก้อนเมฆ และเปิดปากเอ่ยว่า “สัตว์
เดียรัจฉาน เจ้าหมายถึงผู้ใดกัน?”
เจียง ฉีจวิน กล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “แน่นอน
ว่าต้องเป็นเจ้า ทวีปผนึกปีศาจ เป็นดินแดนอันปั่า
เถื่อน แล้วเจ้ากับสัตว์เดียรัจฉาจมีสิ่งใดแตกต่าง
กัน?”
“กลับกลายเป็นว่าสัตว์เดียรัจฉานกำลังพูดกับข้า
” อู่ อวี้ หัวเราะขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพียงแต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ เจียง ฉีจวิน ไม่เข้าใจมุก
ของ อู่ อวี้ ทำให้หลังจากที่นางฟังคำกล่าว อู่ อวี้
นางจึงไม่ได้ตอบโต้กลับไป แต่กลับเอ่ยถามเขา
ด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม “ข้าถามเจ้า แล้ว
กงซู กู่ อยู่ที่ไหน?”
อู่ อวี้ โบกมือขึ้น พลางตอบไปว่า “เจ้ามาช้าไป
ก้าวหนึ่ง ข้าทรมานมันจนทนไม่ไหว จนกระทั่งบด
ขยี้ยันต์เซียนบรรพกาล หนีไปจากที่แห่งนี้เสีย
แล้ว”
เจียง ฉีจวิน พลันหัวเราะเยาะ พร้อมกับริมฝีปากสี
แดงราวกับเชอรี่เปิดขึ้น และเอ่ยว่า “ตัวเจ้าเป็น
เพียงแค่เศษสวะเมื่ออยู่ต่อหน้าของเขา เจ้าจะ
เอาชนะเขาได้อย่างไร ช่างเป็นเรื่องน่าขันจริงๆ”
“ถ้าเจ้าไม่เชื่อทำไมไม่ลองไปถามมันเองเสียเล่า
อีกอย่าง อย่าลืมเสียล่ะว่าบาดแผลบนมือเล็กๆ
ของเจ้าเป็นฝีมือผู้ใด ” เขามีความมั่นใจมาก
ขึ้นกับการเผชิญหน้าผู้อื่นในดินแดนแห่งนี้ มัน
ไม่ได้เป็นเช่นในอดีตอีกแล้ว นี่จึงทำให้ท่านหญิง
หงษ์ทองคำรู้สึกกดดันอย่างสมบูรณ์
เมื่อกล่าวจบ หน้าอกของ เจียง ฉีจวิน อดไม่ได้ที่
จะลุกขึ้นเป็นฟืนไฟ พริบตาเดียวคนเร่งพุ่งทะยาน
ไปข้างหน้า กุมคอร่างอวตารของ อู่ อวี้ เล็บของ
นางจิกเข้าไปที่ลำคอ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดุ
ร้าย “ดูเหมือนว่าจะจองหองไม่เบานี่! นับว่าเป็น
เรื่องที่น่าเหลือเชื่ออยู่ที่เจ้าสามารถรอดพ้นจาก
เงื้อมมือของโอรสเล่อได้ คาดว่าตัวเจ้าเองก็คิดไม่
ถึงเช่นกันสินะ เจ้าถึงลำพองใจได้เช่นนี้! แต่เจ้าคง
ยังไม่เข้าใจถึงสิ่งไร้สาระที่เจ้ากำลังทำอยู่ใช่
หรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังตั้งตนเป็นศัตรู
อยู่กับใคร? เจ้ากำลังตั้งตนเป็นศัตรูกับอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง! ความผิดบาปครั้งนี้ทำให้เจ้า
ต้องตายไปได้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว! โอรสเล่อเป็น
ผู้ใดเจ้ารู้หรือไม่? อู่ อวี้ เจ้ายังกล้าหัวเราะอยู่อีกรึ
เจ้ารู้หรือไม่ว่าภายภาคหน้าเจ้าจะต้องเสียใจ
มากมายขนาดไหน?”
นางกล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว จึงทำให้
กล่าวถ้อยคำออกมามากมาย เปลวเพลิงในดวงตา
ของนางกำลังแผดเผาร่างอวตารของ อู่ อวี้ อย่าง
ไม่วางตา
นางคว้าจับ อู่ อวี้ จากนั้นก็ลากเข้ามาใกล้ตัวของ
นาง น่าเสียดายที่นี่เป็นเพียงแค่ร่างอวตาร มิฉะนั้น
คงได้ลิ้มรสกลิ่นอันเย้ายวนของนางด้วยตัวเองแล้ว
“ข้าไม่ใช่คนโง่ เลิกมาเปั่าหูไร้สาระ คนที่เกลียดข้า
มากที่สุดคือเจ้าเพียงคนเดียว คนอื่นต้องการเพียง
แค่นำศิลามณีกำเนิดกลับคืนไป เจียง ฉีจวิน แต่
เจ้าต้องการหาที่ลงเพื่อระบายเท่านั้น เจ้ากล้าดูถูก
ข้า และนั่นเองมันทำให้เจ้าเกิดความเคียดแค้นนี้
ขึ้นมา เพราะเจ้าไม่อาจจะทำอะไรข้าได้ มันจึงได้
ทำให้ในใจของเจ้าไม่อาจยอมรับ และสุดท้าย ข้า
อยากจะบอกว่าข้าได้ใช้ศิลามณีกำเนิดไปหมดแล้ว
เนื่องจากนั่นเป็นสิ่งที่ข้าได้รับมาอย่างชอบธรรม ที่
ผิดคือความเย่อหยิ่งภายในจิตใจของเจ้าเพียง
เท่านั้น”
หลังจากที่กล่าวจบ อู่ อวี้ ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
ยามนี้เขามีท่าทีผ่อนคลายและไร้ซึ่งความวิตก
“เจ้าคิดว่าเจ้ารู้จักตัวข้าดีแล้วรึ? สิ่งเจ้ากล่าวมา
มันก็ถูก เจ้าไม่อยู่ในสายตาของข้าแม้แต่น้อย และ
ท่าทีของเจ้ามันทำให้ข้ารังเกียจยิ่งนัก แต่ว่ามันมี
เรื่องหนึ่งที่แน่นอน เจ้าจะต้องเป็นหินรองเท้าให้
ข้า! ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ข้าเป็นถึง
ประมุขของดินแดนอันกว้างใหญ่! ข้าปิดท้องฟั้าได้
ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนตัวเจ้า….ก็เป็นเพียงแค่
คนจากทวีปผนึกปีศาจอันห่างไกล! สายเลือดของ
เจ้าต่ำต้อยมิควรค่า! ผู้คนในดินแดนแห่งนั้น เป็น
เหล่านักโทษที่ถูกอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เนรเทศออกไป เจ้าเป็นลูกหลานของอาชญากร!
บนเส้นทางเซียนบรรพกาล เจ้าสามารถหยอกเย้า
ข้าด้วยวิธีกระจอกๆ แต่สักวันหนึ่งเมื่อออกไปสู่
ภายนอก ข้าเพียงแค่เอ่ยประโยคเดียว ก็ทำให้เจ้า
ตกตายไปได้นับหมื่นครั้ง! ลูกหลานของอาชญากร
แห่งทวีปผนึกปีศาจเช่นเจ้า น่าจะสำเหนียกตัวเอง
ด้วยว่าบนดินแดนโบราณเหยียนหวงตัวเจ้ามีศักดิ์
ฐานะอะไร?”
ดวงตาทั้งสองข้างของ เจียง ฉีจวิน จ้องทะลุผ่าน
ดวงตาของ อู่ อวี้ ยิ่งเข้าใกล้ใบหน้านางมากเท่าใด
แรงกดดันก็ยิ่งทวีมากขึ้น
บางทีที่นางกล่าวมาก็มีเหตุผล ยามเมื่อออกไปจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล ย่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลัง
และความแข็งแกร่งอีกต่อไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
อำนาจ ตำแหน่ง และภูมิหลังอีกด้วย แต่นี่ไม่ใช่
เหตุผลที่ อู่ อวี้ จะก้มหัวให้กับนาง
เขาโบกมือ กล่าวว่า “ตกลง ข้ายอมรับว่าข้ามี
ฐานะต่ำต้อยกว่าเจ้า แต่ต้องขออภัยด้วย ข้าได้
กลั่นสกัดศิลามณีกำเนิดไปหมดแล้ว ข้าใช้ศิลามณี
กำเนิดจึงทำให้เอาชนะ กงซู กู่ ได้ ข้าจะบอกความ
จริงให้เจ้าได้รู้ ข้าขอแนะนำให้เจ้ายอมแพ้เสียเถอะ
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับศิลามณีกำเนิดอีกต่อไป
ข้าคิดว่าเจ้าควรจะเอาความสนใจของเจ้าไปอยู่ที่
อย่างอื่นเสียที บนเส้นทางเซียนบรรพกาลมีสิ่ง
มากมายให้เก็บเกี่ยว พวกเจ้ายังคงนึกถึงแต่ศิลา
มณีกำเนิด ช่างเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบเกินไป
แล้ว!”
“ศิลามณีกำเนิดไม่ใช่เรื่องสำคัญ! สิ่งที่สำคัญคือ
เจ้ากล้าแย่งชิงมันไปต่อหน้าต่อตาพวกข้า ทำให้
พวกข้าต้องกลายเป็นตัวตลก!” ยามนี้ เจียง ฉีจวิน
กล่าวออกมาด้วยเสียงแหบแห้งอันน่าสะพรึง
พร้อมกับเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นบนใบหน้า
“ผู้ฝึกตน จะห่วงชื่อเสียงไปใย เต๋าสิถึงจะเป็นสิ่งที่
สำคัญที่สุด”
อู่ อวี้ รู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แน่นอนว่านาง
ย่อมมีเหตุผลของนาง แต่ อู่ อวี้ ไม่เห็นด้วย ความ
เข้าใจเกี่ยวกับเต๋าของเขานั้นค่อนข้างจะเถรตรง
และบริสุทธิ์ยิ่ง แต่สำหรับ เจียง ฉีจวินแล้ว เห็นได้
ชัดว่าค่อนข้างซับซ้อนกว่ามาก
“อยู่เพียงแค่ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 5
กับหาญกล้ามาพูดเรื่อง ‘เต๋า’ กับข้าที่อยู่ในขั้นก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 3 เช่นนั้นรึ? ข้าได้รู้แจ้ง
ในเต๋าแล้ว อย่างน้อยก็เข้าใจเกี่ยวกับมันมากกว่า
คนโง่อย่างเจ้าถึงพันเท่าหมื่นเท่า และข้าจะบอก
เจ้าเอาไว้อย่าง เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ข้าไม่
สนใจว่าเจ้าจะนำศิลามณีกำเนิดไปหรือไม่ แต่เจ้า
กลับทำให้ข้ารู้สึกขุ่นเคือง บัดนี้ ที่ข้าต้องการเพียง
แค่ชีวิตของเจ้า!”
“ต้องการเอาชีวิตข้า เพื่อแลกกับการรักษาใบหน้า
ของพวกเจ้าเช่นนั้นรึ ฮ่าฮ่า!” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะ
หัวเราะออกมา
“เจ้ามันรนหาที่ตาย! ไม่เพียงแต่ข้าเท่านั้น เจ้ายัง
ทำให้โอรสเล่อต้องโกรธเคืองด้วย! โอรสเล่อกำลัง
ตามหาเจ้า ยิ่งเจ้าหลบหนีมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้
โอรสเล่อรู้สึกไม่สบอารมณ์มากขึ้น ในชมพูทวีป
โลกธาตุ เจ้ากล้าที่จะมาหาเรื่องโอรสเล่อ นับว่า
เป็นการกระทำที่โง่เง่ามากที่สุด! ถ้าข้าเป็นเจ้าใน
เวลานี้คงจะจัดงานศพรอเอาไว้แล้ว….ถึงกระนั้น
เจ้ากลับยังร่อนไปร่อนมาภายในเส้นทางเซียน
บรรพกาลอย่างสบายใจเฉิบอยู่อีก? ช่างน่าหัวเราะ
จริงๆ!”
ยิ่ง เจียง ฉีจวิน กล่าวออกมา ยิ่งทำให้นางเกิด
อารมณ์โทสะมากยิ่งขึ้น เนื่องจากยามที่ อู่ อวี้
ตอบกลับมา มันทำให้นางโกรธจนไม่สามารถนึก
คำพูดใดๆกล่าวออกมาต่อได้อีก
อู่ อวี้ ไม่รู้จัก โอรสเล่อ แต่เขารู้ว่า บุคคลผู้นี้น่าจะ
เป็นคนที่สูงส่งที่สุดในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ทั้งยังมีพลังอำนาจยังมากมายมหาศาล
“เจ้าคงยังไม่รู้ว่าโอรสเล่อต้องการตามหาตัวไปเจ้า
ไปเพื่ออะไรใช่หรือไม่! เขาจะล้วงลึกค้นลงไปในหัว
สมองของเจ้า เพื่อค้นทุกประสบการณ์ของเจ้า
จวบตั้งแต่เกิดมาจนถึงบัดนี้ เสมือนว่ามองเห็น
ด้วยตาของตนเองก็มิปาน เช่นนี้เอง เขาก็จะได้รู้
เรื่องของมารกลืนสวรรค์โดยที่ไม่จำเป็นต้องไป
ทวีปผนึกปีศาจ และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะไร้ซึ่ง
คุณค่าอีกต่อไป ขอถามเจ้าหน่อย คิดว่าโอรสเล่อ
จะสนใจพื้นที่ทุรกันดาลเช่นนั้นหรือ?”
บัดนี้นางได้หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง นับได้ว่า
การสนทนาครั้งนี้ได้ทำให้นางประสาทเสียอยู่ไม่
น้อย
“ล้วงลึก!”
คำคำนี้ทำให้ขนทั่วร่างของ อู่ อวี้ ชูชันขึ้น
“กลับกลายเป็นว่าข้าดูถูกโลกแห่งการฝึกตนมาก
เกินไป”
เขาประเมินคนเหล่านี้ต่ำเกินไป เขาประเมิณโอรส
เล่อต่ำเกินไป ถึงแม้ไม่รู้ว่าจะมีบุคคลเช่นนี้ปรากฏ
ตัวออกมา แต่ล้วงลึก…..หากมันกระทำเช่นนั้นกับ
เขาจริงๆ……..
ถ้าหากมันทำได้สำเร็จ มรดกสืบทอดจากเซียน
อมตะ เช่นพลองทองสมปรารถนา ทั้งหมดทั้งมวล
จะถูกเปิดเผย แน่นอนว่ามันจะรู้ได้ว่าเรื่องบรรพ
บุรุษมารกลืนสวรรค์นั้นเป็นเรื่องจริง อย่างไรก็ตาม
มรดกของฉีเทียนต้าเสิ้ง สำหรับตัวเขาแล้ว มัน
จะต้องก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน อู่
อวี้ เชื่อว่าทุกคนบนชมพูทวีปโลกธาตุ จะต้อง
กลายเป็นบ้าไปเพราะมรดกจากเซียนอมตะอย่าง
แน่นอน
“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว อย่าได้ประมาทผู้อื่นเชียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในดินแดนโบราณเห
ยียนหวง อย่าลืมว่าข้าตายเช่นไรในยามนั้น การที่
ถูกคนจำนวนมากรุมล้อมหมายมาดสังหาร เพื่อ
อะไร ก็เพื่อจะสืบทอดมรดกของข้าเพียงเท่านั้น”
อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
นี่คือความกลัวในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
หากไม่ได้ฝึกฝนกักตะวันมาก่อน และไม่ได้
เตรียมการให้พร้อม หวนนึกไปถึงยามเมื่อโอรสเล่อ
มาถึง ตัวเขาคงไม่อาจจะหลบหนีพ้น และเมื่อนั้น
เขาจะต้องตกอยู่ในกำมือของมัน ถ้าหากถูกโอรส
เล่อล้วงลึกเข้าไปภายในความทรงจำของเขา แล้ว
ในตอนนี้เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ?
บนเส้นทางของการฝึกตน มันช่างเป็นเต็มไปด้วย
ภัยอันตรายมากมายจริงๆ!
“การฝึกฝนคือการปล้นชิง เมื่อแข็งแกร่งแล้วจึง
สามารถปกปั้องผู้อื่นได้”
ในครึ่งประโยคแรก อู่ อวี้ เข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง
ยิ่งอ่านประโยคนี้มากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้น
เท่านั้น
ปล้นชิง ล้วงความลับ!
“โอรสเล่อกำลังจะมาในเร็วๆนี้ เจ้านั่งนอนรอ
ความตายได้เลย อู่ อวี้ ข้าอยากรู้จริงๆว่าความ
ทรงจำของเจ้ามีสิ่งใดอยู่บ้างกันแน่?” ฉับพลันนั้น
เจียง ฉีจวิน ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างดัง
สนั่น บัดนี้นางคิดว่าตนชนะแล้ว เนื่องจากนางเห็น
ว่า อู่ อวี้ กำลังหวาดกลัว
“เจ้าไม่มีโอกาสหรอก และไม่มีทางที่จะได้รู้”
หลังจากที่รู้แผนการของโอรสเล่อแล้ว เขาไม่อยาก
ที่จะเสียเวลามาพูดคุยไร้สาระกับนาง เพราะเขารู้
ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดต่อจากนี้คืออะไร ไม่ว่าจะ
อย่างไรก็ไม่อาจจะให้โอรสเล่อเข้ามาใกล้เขาได้
“ในโลกแห่งการฝึกตน ภยันตรายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
มีโอกาสเพียงแค่ 1 ในล้านเท่านั้นที่จะกลายเป็น
เซียนอมตะ เจ้าคิดว่าการได้รับสืบทอดมรดกเซียน
อมตะแล้วทุกสิ่งจะเป็นเรื่องง่ายดายเช่นนั้นรึ?
แม้ว่าจะมีคนหมื่นคนที่มีมรดกของเซียนอมตะ แต่
ผู้ที่จะกลายเป็นเซียนอมตะได้ในท้ายที่สุด มีเพียง
หยิบมือเท่านั้น ในปีนั้นเป็นเพราะข้าประมาท
ดังนั้นจึงตกตายลงที่ปากทาง” หมิงซวง เอ่ย
ออกมาด้วยท่าทีโศกเศร้า
จริงๆแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนขวัญ
หนีดีฝั่อ
“เจ้ากลัวหรือ?” หมิงซวงถาม
อู่ อวี้ ส่ายหน้า พร้อมกล่าวว่า “ความจริงต้อง
ขอบคุณ เจียง ฉีจวิน มิเช่นนั้นข้าคงไม่อาจรู้ถึง
อันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ว่าข้าไม่ได้กลัว กลับ
เป็น….เปั้าหมาย จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ความ
กล้าหาญ เสียมากกว่า! ในวันนี้ข้าอาจจะรู้สึก
หวาดกลัว แต่ต้องมีสักวันที่ข้าต้องคืนความรู้สึก
เหล่านี้กลับไปหาพวกมัน”
เขารู้ดีว่ากลัวกับหวาดหวั่นนั้นแตกต่างกัน ความ
กลัว คือความขี้ขลาด ส่วนความหวาดหวั่นมันคือ
การตอบสนองจากใจอย่างหนึ่ง กล่าวได้ว่าข่าวนี้
ช่างน่ากลัวยิ่ง แต่สิ่งนี้กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัว
เพียงแค่ทำให้เขาระมัดระวังตัวมากขึ้นมาอีกระดับ
“ไปตายซะ!” เจียง ฉีจวิน ลงมือปล่อยวงแหวน
ทองคำออกไป ทำให้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ แหลก
สลาย
แน่นอนว่านี่ทำให้นางโล่งใจขึ้นได้เพียงเล็กน้อย
เท่านั้น
ซึ่งการต่อสู้ที่แท้จริง ยังไม่ได้เปิดฉากออกมา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ