กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 586 : โอรสเลอผูไมชอบมาพากล
สิบวันผ่านพ้นไป
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา หลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่ม่าน
เมฆาใน 10 วันนี้มันค่อย ๆ ลอยห่างออกไป อาจ
ด้วยเพราะผู้คนกำลังยุ่งอยู่กับการไล่ล่ากลไกเพื่อ
เอาวงเวท จึงไม่มีผู้ใดให้ความสนใจกับเจดีย์นี้อีก
ต่อไป ทำให้ไม่มีผู้ใดค้นพบที่นี่
เวลาใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ฉะนั้นร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ จึงเฝั้ารออยู่ที่นี่ อันที่จริงเขารู้สึกกดดัน
ตึงเครียดอยู่ไม่น้อยทีเดียว
ด้วยเพราะเขากำลังลุ้นว่า โอรสเล่อ จะออกมา
หรือไม่ แล้วถ้ามันออกมาจะส่งผลกระทบกับ
เปั้าหมาย หรือ แผนการอันใดของ อู่ อวี้ หรือไม่
เพราะว่าตัวเขาคือผู้ที่ต้องการเวลาจาก เจดีย์
ควบคุมกาลเวลา มากกว่าใคร ๆ
ยิ่งเวลาใกล้ครบกำหนดมากขึ้นเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึก
ว่าเสมือนกับว่าวันหนึ่งนั้นยาวนานราวกับ 1 ปี
ภายในสมุทรเมฆาผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ต่างทราบดีว่า ‘กงซู กู่’ ได้ออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล ไปแล้ว เรื่องนี้ทำให้ผู้คนมี
โทสะเพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าผู้ใดที่ได้พบเจอกับร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ตรง ๆ ก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง
ต่อไป ต่างพุ่งเข้าไปปลิดชีพเขาในทันที
ร่างต้นของเขา ได้ค้นพบเจอศัตรูหลายต่อหลาย
ครั้ง แต่เพราะว่าเขามีเนตรเพลิงทำให้สามารถพบ
เห็นศัตรูก่อน เขาจึงสามารถหลีกหนีออกไปยังอีก
ทางหนึ่งได้
หากฟังจากสิ่งที่ เจียง ฉีจวิน กล่าวเอาไว้ สำหรับ
เวลานี้ศิลามณีหาใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป เรื่องสำคัญ
ก็คือพวกมันถูกหยามเกียรติทำให้ต้องอับอายขาย
หน้า
ส่วน อู่ อวี้ มิได้แยแสกับสิ่งใด
เขาสนใจแค่เพียงว่า โอรสเล่อ จะออกมาจาก
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา หรือไม่เท่านั้น
บัดนี้เวลาได้สิ้นสุดลงแล้ว ถึงเวลาที่ โอรสเล่อ จะ
ออกจาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา เสียที
อู่ อวี้ เฝั้ารอคอยอย่างลุ้นระทึกจนแทบเกือบลืม
หายใจ
ครู่ต่อมาไม่นานนักเขาก็ยิ้มออก เมื่อเห็นว่าประตู
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา เปิดออก พร้อมกับร่างของ
คนผู้หนึ่งที่เดินออกมา บนหน้าผากกลางหว่างคิ้ว
ของมันมีอักษรแปลก ๆ ปรากฏอยู่ เส้นผมยาว
สยายถึงบั้นเอว แรงกดดันแผ่ออกมาอย่างยากจะ
บรรยาย ความแข็งแกร่งของบุรุษหนุ่มผู้นี้ยากจะ
หาผู้ใดเปรียบเทียบได้
แม้ว่า อู่ อวี้ จะโจมตีเขาด้วยกักตะวันแล้วก็ตาม
แต่ดูเหมือนว่าพลังของเขา จะไม่สามารถทำให้คน
ผู้นี้รับบาดเจ็บได้เลยแม้แต่น้อย การที่เขาสามารถ
หลบหนีออกมาได้เป็นเรื่องที่โชคดีอย่างน่า
เหลือเชื่อจริง ๆ
เพียงแค่มองดู ‘ โอรสเล่อ ‘ อยู่ห่าง ๆ ก็สามารถ
สัมผัสได้ถึงพลังฝีมืออันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
ของมัน ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้นั้นเหนือกว่า
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง และ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู
อีกทั้งอายุอานามของเขายังไม่เกิน 50 ปี แม้แต่ใน
ชมพูทวีปโลกธาตุเอง ตัวของมันยังนับเป็นตัวตน
อันน่าเหลือเชื่อ
คนผู้นี้คือ โอรสเล่อ!
หลังจากที่มันออกมาสถานการณ์ก็เป็นดั่งที่ อู่ อวี้
ได้คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ เจดีย์ขาวควบคุม
กาลเวลา ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา
ซึ่งช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสทองของ อู่ อวี้ เขารีบ
ควบคุมร่างอวตารทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหา
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ในทันที ซึ่งเมื่อใดที่ร่าง
อวตารได้พบเจอตำแหน่งของเจดีย์แล้ว เขาก็
พร้อมที่จะตามไปตลอดเวลา
ร่างอวตารส่วนหนึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืด
คอยเฝั้าจับตามอง โอรสเล่อ อยู่รอบ ๆ
อู่ อวี้ ไม่สามารถต่อกรกับคนผู้นี้ได้เลย! เมื่อฟัง
จาก เจียง ฉีจวิน ได้กล่าว คนผู้นี้ต้องการล้วงลึก
คว้านความทรงจำของตัวเขา หลังจากที่คนผู้นี้
บรรลุเปั้าหมาย มันก็จะจัดการกับ อู่ อวี้! การที่มัน
ควานหาความทรงจำ สิ่งที่มันได้เห็นจะหาได้มีแค่
อู่ อวี้ เป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้เท่านั้น แต่จะเห็น
เรื่องราวอย่างอื่นด้วย
หากคนผู้นี้รู้เรื่อง พลองสมปรารถนา และ ฉีเทียน
ต้าเซิ่น แล้วมันเกิดอยากได้เข้าล่ะก็ เมื่อนั้นมรดก
ของฉีเทียนต้าเซิ่นจะต้องเสร็จมันเป็นแน่
ทันทีที่ โอรสเล่อ ก้าวออกมามันก็สังเกตเห็นร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว! หลังจากดวงเนตร
สีทองของมันกระพริบ ทันใดนั้น แรงกดดันแห่ง
จักรพรรดิอันมหาศาล ซึ่งไม่สามารถแลเห็นได้ ก็
แผ่พุ่งออกมาจากร่างของบุรุษผู้นี้ เพียงชั่วพริบตา
มันก็มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าร่างอวตารของ อู่
อวี้
” นี่เป็นแค่เรื่องอวตารของเจ้าใช่หรือไม่ อู่ อวี้ ”
โอรสเล่อ สุขุมสงบนิ่งเป็นอย่างมาก ถึงแม้มันจะได้
พบกับ อู่ อวี้ แล้วก็ตาม
” โอรสเล่อ ” อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว
” หืม? เจ้ารู้จักข้าด้วย ดูเหมือนว่าจะมีผู้ใดบางคน
บอกเจ้าแล้วสินะ ว่าข้าต้องการควานดูความทรง
จำของเจ้า ” โอรสเล่อ ยิ้มขึ้นที่มุมปาก
บุคคลผู้นี้มีสติปัญญาล้ำเลิศยิ่ง เพียงแค่ อู่ อวี้ พูด
ออกมาไม่กี่คำ มันก็สามารถคาดการณ์ทุกอย่าง
ออกมาได้
อันที่จริงแล้ว สามารถสัมผัสได้ถึงสติปัญญาอัน
เฉลียวฉลาด ที่ปรากฏออกมาจากสายตาของมันได้
อย่างชัดเจน ในเวลานี้ อู่ อวี้ เห็นอักษรที่ปรากฏ
อยู่บนหว่างคิ้วซึ่งเขียนคำว่า ‘เล่อ’ ของมันได้อย่าง
แช่มชัด
มันคืออักษรโบราณที่มีความซับซ้อน เปียมล้นไป
ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่
ร่ำลือกันว่าตระกูลของพวกมัน คือตระกูลอันดับ
หนึ่งที่มีสายเลือดบริสุทธิ์มากที่สุด หลังถือกำเนิด
เกิดขึ้นสัญลักษณ์นี้ก็จะปรากฏขึ้นบนหว่างคิ้ว ซึ่ง
อักษรที่ปรากฏก็คือนามของมัน ด้วยความยิ่งใหญ่
ของสายโลหิตทำให้ผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นมา ไม่ต้องการ
ให้ผู้ใดตั้งชื่อให้แก่มัน เสมือนบรรพชนได้ประทาน
พรให้แก่มัน ดังเช่น โอรสเล่อ เป็นต้น
” ใช่… ข้าคือผู้ที่เสี่ยงชีวิตมาเพื่อแจ้งข่าว วิธีที่
ท่านจะใช้ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่ใช่สิ่ง
ที่จักรพรรดิผู้สง่างามพึงกระทำ ” อู่ อวี้ ได้ใช้กัก
ตะวันโจมตีคนผู้นี้แล้ว แต่หาได้มีผลอันใดไม่
ถึงแม้อัตลักษณ์ของมันสูงส่งแข็งแกร่งเกินกว่าเขา
มาก แต่เขาก็ไม่คิดจะก้มนอบน้อมมัน
คิดสิ่งใดล้วนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมา
ภายในหัวใจของเขาหาได้ก้มหัวคารวะ ยอมอ่อน
ข้อให้แก่ฝั่ายตรงข้ามแต่ประการใด
แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่า โอรสเล่อ จะแสดงท่าทีตอบ
กลับมาเช่นนี้ มันเพียงยิ้มแล้วกล่าวว่า ” สิ่งที่เจ้า
กล่าวมานั้นถูกต้อง เป็นเพราะหุนหันพันแล่น
มุทะลุมากเกินไป ก่อนหน้านี้ข้าดูแคนเจ้า ทว่า
ปัจจุบันข้ารู้นะว่าเจ้าเป็นเช่นไร คนอย่างเจ้าไม่ใช่
คนกลิ้งกลอกตลบตะแลง อีกทั้งยังไม่ใช่คนโง่เขลา
ฉะนั้นเจ้าย่อมทราบดีว่าผลจากการโปั้ปดเรื่อง
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ นั้นร้ายแรงมากเพียงใด
ใช่หรือไม่ อู่ อวี้ ? ”
แววตาของ อู่ อวี้ ดูจริงจังแล้วก็ตอบกลับว่า ” ข้า
ขอรับประกันด้วยชีวิต ว่าเรื่องของ บรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ นั้นเป็นเรื่องจริงทุกประการ เวลานี้มัน
ถูก ‘ยันต์กำเนิดสองเขตแดนจองจำ’ กักขังเอาไว้
อยู่ ซึ่งยันต์นี้เป็นของใครบางคนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เป็นผู้มอบให้แก่ท่านเจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ซึ่งตอนนี้หุ่นเชิดทั้งสองคนของ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ถูกขังอยู่ในนั้น ไม่รู้ว่า
ตอนนี้มันหลุดออกมาจากที่คุมขังได้หรือยัง ไม่รู้ว่า
จะเกิดอะไรขึ้นหากคนของ ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง ไม่อาจหยุดยั้งมันได้ ซึ่งในอีกไม่นานนี้ ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง จะไม่ต่างอะไรไปจากนรกบน
ดิน แน่นอนว่า ชมพูทวีปโลกธาตุ ก็จะมีสภาพไม่
ต่างกัน ข้ารู้ดีว่า ท่านโอรส คงทราบถึงเรื่องราว
เมื่อ 5 กาลสมัยก่อนแล้ว ความน่าสะพรึงกลัว
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ที่ทำให้ทวยเทพต้องลง
มาจัดการด้วยตนเอง บางทีท่านอาจไปดูด้วยตา
ตนเองจะเป็นการดีกว่า”
หลังจาก โอรสเล่อ ยินดีพูดคุยกับเขา ก็ทำให้ อู่
อวี้ กล่าวเรื่องนี้ออกมาอย่างกล้าหาญชัดเจน
หลังจาก โอรสเล่อ ได้ฟังเรื่องราวจากอีกฝั่ายก็
พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ถ้าสิ่งที่เจ้ากล่าวมานั้น
เป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับว่าเจ้าคือวีรบุรุษผู้เข้ามาร้อง
ขอความช่วยเหลือกับ อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ของข้าสินะ ข้าคงต้องขออภัยกับการกระทำที่
หุนหันพลันแล่นของข้า โปรดอภัยให้ข้าด้วย ถ้า
เช่นนั้นข้าจะแพร่กระจายข่าวให้ผู้ที่ออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล ให้ส่งต่อข่าวเรื่องนี้ไปยังผู้
อาวุโส เจ้าวางใจได้ ”
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะกล่าวเช่นนี้กับตนเอง
สิ่งที่ โอรสเล่อ แสดงออกมาไม่เหมือนกับ เจียง ฉี
จวิน กล่าวเอาไว้ ? สิ่งที่ เจียง ฉีจวิน กล่าวว่าใน
ตอนนั้น เสมือนมันไม่ได้แยแสต่อชีวิตเขาแต่อย่าง
ใด!
อย่างไรก็ตามเนื่องจากอีกฝั่าย ได้เปิดโอกาสให้คน
ที่ออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล กลับไปแจ้ง
ข่าวนี้ให้แก่ให้ผู้สูงอายุได้รับทราบ ด้วยศักดิ์ฐานะ
แลตัวตนของ โอรสเล่อ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง
ฉะนั้นจึงไม่ต้องสนใจว่าเปั้าหมายของ โอรสเล่อ
ก่อนหน้านี้แท้จริงเป็นเช่นไร เพราะอย่างน้อย
ความคิดนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อ ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง ฉะนั้นเขาจึงตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า ”
โอรสเล่อ มองเห็นประโยชน์ส่วนรวม นับว่าเป็น
โชคดีของชมพูทวีปโลกธาตุยิ่งนัก ฉะนั้นไม่จำเป็น
ที่ท่านต้องมากล่าวคำขอโทษ หาก ทวีปแห่งทวย
เทพ ได้รับความช่วยเหลือจนรอดพ้นจากภัยพิบัติ
ข้าผู้นี้ต่างหากที่ต้องกล่าวขอบคุณท่านแทน ”
โอรสเล่อ พยักหน้าแล้วถามว่า ” มีคนบอกข้าว่า
เจ้าเอาศิลามณีของพวกเขาไป? ”
ในเวลานั้น โอรสเล่อ ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย มันจึงไม่ได้
ใส่ใจมากนัก
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ในช่วงเวลานั้นทุกคนต่างกำลัง
แข่งขันแย่งชิงกัน แล้วข้าก็เป็นผู้คว้ามันมาได้ โดย
พื้นฐานแล้วข้าเองก็เป็นคนของ อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ไฉนถ้าถึงไม่มีสิทธิ์ครอบครอง? ยิ่งไป
กว่านั้นข้าได้ใช้มันไปหมดแล้ว ”
“ฮ่า ๆ …” หลังจากฟังคำบอกเล่า โอรสเล่อ ก็
หัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า ” สิ่งที่เจ้ากล่าวนั้นก็มี
เหตุผล เพราะอย่างน้อยเจ้าก็เป็นคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เจ้าจึงมีสิทธิ์ที่จะ
ได้รับมัน ตกลงมันเป็นของเจ้าโดยสมบูรณ์ ถ้า
เช่นนั้นข้าจะไม่ให้พวกเขาระรานเจ้าอีก เพราะทุก
คนล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น หากในอนาคตมีเรื่อง
อันใดก็ขอให้เจ้ามาหาข้าที่ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ได้เสมอเพราะที่นี่คือบ้านของเจ้า ถ้าเจ้า
มา ข้าก็ยินดีต้อนรับ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นใน ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง หากผู้อาวุโสตรวจสอบแล้วว่า
เป็นเรื่องจริง เชื่อว่าพวกผู้อาวุโสจะพาเจ้ากลับไป
แล้วตบรางวัลให้แก่เจ้าเป็นแน่ ”
อู่ อวี้ ไม่อยากจะเชื่อหูของตน
เขาใช้กักตะวันโจมตีเข้าใส่ โอรสเล่อ
นอกจากนี้เขายังจำได้อีกว่าในเวลานั้น คนผู้นี้
พยายามจับกุมตนเอง แต่ก็ปล่อยให้เขาหลบหนีไป
และในตอนนี้ มันกลับไม่ยอมให้ผู้อื่นสร้างความอึด
อัดลำบากใจให้แก่ตนเอง แถมหลังจากนี้ ยังคิดจะ
ให้เขาเดินทางไปยังอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
มันคิดจะให้ตัวเขาไปหางั้นหรือ? เห็นได้ชัดว่ามัน
ตั้งใจ ‘เชื้อเชิญ’ เขา
หากให้เปรียบเทียบกับอาณาจักรมนุษย์ เวลาที่
องค์ชายได้พานพบกับยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง พวก
เขาก็จะเชิญชวนยอดฝีมือผู้นั้น มาอยู่ภายใต้สังกัด
ของตนเองเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปตามที่ อู่ อวี้ คาดไว้
ความสัมพันธ์เช่นนี้ ระหว่างเขากับโอรสเล่อแทบ
จะเป็นไปไม่ได้เลย…
เขาพยายามทำใจให้สงบ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างกะทันหัน
” ขอบคุณ โอรสเล่อ ” อีกฝั่ายได้แก้ไขวิกฤตให้แก่
ตนเอง ซึ่งหลังจากนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน
ตัวอีกต่อไป อย่างไรเสียก็นับเป็นความเมตตา
แน่นอน
จากนั้น โอรสเล่อ ก็กล่าวขึ้นว่า ” หากโชควาสนา
นำพา เราคงได้พบเจอกันอีก ”
หลังจากกล่าวจบ มันก็หันหลังจากไป โดยมิได้
เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาอีก ผ่านไปไม่นานนัก
ร่างของโอรสเล่อก็หายไปจากสายตาของ อู่ อวี้
” มันยังไงกันแน่? ข้าเข้าใจคนผู้นี้ผิดไปงั้นหรือ?
การแสดงออกของ โอรสเล่อ ในยามนี้ ได้แฝงเร้น
ไปด้วยกลิ่นอาย แห่งจักรพรรดิ อย่างไรก็ตาม ข้า
เคยเป็นองค์ชายมาก่อน ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับ
ความคิด และ การปฏิบัติของจักรพรรดิดี ”
“ คาดว่าคนผู้นี้คงรู้สึกว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งกว่า
ผิดปกติ จึงคิดจะตรวจสอบความลับที่อยู่ภายใน
ร่างของเจ้า ดังนั้นมันจึงแสดงท่าทางเป็นมิตรใช้วิธี
นี้เข้าหาเจ้า เพื่อให้เจ้าลดความระมัดระวังตัวลง ”
หมิงซวงกล่าว
“ ด้วยเพราะผลประโยชน์ โอรสเล่อจึงปฏิบัติตน
กับข้าฉันมิตร โดยไม่คิดตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า แต่ถ้า
พูดถึงในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจจะเป็นดั่งที่เจ้า
กล่าวก็ได้ เพราะเริ่มแรกมันก็ปรารถนาที่จะควาน
หา ตรวจสอบความทรงจำของข้า ดังนั้นสิ่งที่เจ้า
พูดจึงสมเหตุสมผลมากทีเดียว ”
” ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าไปยุ่งกับมันอีก ”
” อืม…”
ไม่ว่ามันจะเป็นคนเช่นไร แต่การจะไปเข้าใกล้คน
เช่นนี้ ก็นับว่าเป็นอันตรายอยู่ดี
สำหรับตอนนี้เขาได้ละวางเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
จากนั้นก็เริ่มทำการค้นหา เจดีย์ควบคุมกาลเวลา
อวตารทั้งหมดทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม โดยกวาด
สายตาควานหาไปรอบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่าคนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ไม่ได้ติดตามไล่ล่าตัวเองให้ควัก
ไปทุกหนทุกแห่งอีกต่อไปแล้ว แต่เปลี่ยนทิศทางห้ำ
หั่นสังหารสัตว์กลไกแทน
แน่นอนว่าพวกมันบางส่วน ยังคงรู้สึกไม่เต็มใจ แต่
เป็นเพราะไม่อาจปฏิเสธหรือแข็งขืนคำสั่งของ
โอรสเล่อ ได้
อย่างน้อยสิ่งนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า โอรสเล่อ ได้หยิบ
ยื่นความเมตตาโดยให้ความช่วยเหลือแก่ อู่ อวี้
ส่วนทางด้านของ เจียง ฉีจวิน ครั้งหนึ่งนางได้พบ
กับร่างอวตารของ อู่ อวี้ เข้าโดยบังเอิญ แต่ในครั้ง
นี้นางกลับไม่ได้พุ่งเข้ามาห้ำหั่นสังหารเหมือนเช่น
เคย นางทำแค่เพียงจ้องมองมาที่ร่างอวตารของ อู่
อวี้ ด้วยสายตาเย็นยะเยียบ หลังจากนั้นนั่งหันหลัง
กลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก พร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินไปที่จะสนใจนางอีก เพราะใน
ยามนี้เขาต้องการค้นหา เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ให้
พบโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากผู้อื่นมาพบเจอเข้าเสียก่อน
เขาก็จะต้องล่าช้าไปอีกสิบวัน!
ด้วยความพยายามค้นหาอย่างหนักหน่วง อีกสอง
วันต่อมาหนึ่งในร่างอวาตารก็พบ เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา ด้วยเหตุนี้ร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้
ต่างก็มารวมตัวกันอยู่หน้า เจดีย์ควบคุมกาลเวลา
จากนั้นก็ค่อยเข้าไป ซึ่งนับว่าครั้งนี้โชคดีเป็นอย่าง
มากเพราะไม่มีผู้ใดมาดักรอเขา
เพียงแต่ หลังจากนี้สิบวันอาจจะมีคนรั้งรอหมาย
จะท้าทายอยู่ภายนอกก็เป็นได้ แต่ก็แค่ความ
เป็นไปได้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น โอรสเล่อ ที่ออกมา
กลับไม่มีผู้ใดที่หาเจดีย์นี้เจออยู่ดี
” ข้าไม่รู้ว่า โอรสเล่อ ท้าทายหุ่นเชิดระดับใด?”
” มันล่วงรู้ความลับของ ประตูลึกลับ แล้วหรือยัง?
มันสามารถเปิดประตูออกได้หรือไม่? ”
ด้วยความสงสัยใคร่รู้ อู่ อวี้ จึงเข้าไปใน เจดี
ควบคุมกาลเวลา อีกครั้ง
ภายในเจดีย์ ดวงตะวันยังคงส่องแสงสว่างเจิดจ้า
ดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ หลังจากนั้น
วงเวทเก้าสีก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางวงเวท
เหลือเพียงเงาร่างเดียวที่ปรากฏอยู่…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ