กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 593 : ปศาจพิษวงน้ําเงิน
เวลา 700 วันเทียบเท่าได้กับเกือบ 2 ปี
เวลาเกือบ 2 ปีที่เขาได้รับมันมากเกินพอ ถึงแม้เขา
จะไม่สามารถเข้าไปในประตูลึกลับได้ แต่เขาก็ยัง
ได้รับประโยชน์ในด้านอื่น
นอกจากนี้ผลกำไรการเก็บเกี่ยวที่ได้มาจาก ‘ สามเจ้า
วิญญาณเทวะ ‘ ค่อนข้างมากโขทีเดียว อู่ อวี้ ไม่เคย
ประสบพบเจอกับคู่ต่อสู้ตึงมือ ลำบากยากเย็น
มากมายขนาดนี้มาก่อน
หลังจากประตูลึกลับปิดลง อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกตกตะลึง
อึ้งอยู่เล็กน้อย
” เราเกือบจะรู้แล้วว่าอะไรอยู่ภายในประตูนั่น … ”
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นสัญญาณที่ดี เขา
ต้องการที่จะท้าทายอีกครั้ง เมื่อบรรลุเทียมฟั้าจรด
ดินขั้นที่ 2 โดยทั่วไปแล้วเขาไม่ได้รู้สึกกังวลติดใจใด
ๆ
เขาไม่ได้สนใจสมบัติที่ยังเหลืออยู่ของ ‘สามเจ้า
วิญญาณเทวะ’ แม้แต่น้อย จึงเร่งเก็บผ้าไหมสีเงิน
ทองไปในทันที ผ้าไหมนี้มีวงเวทจำนวนมากอัดแน่น
อยู่ รวมถึงขั้นตอนวิธีการสร้างหุ่นเชิด ‘สามเจ้า
วิญญาณเทวะ’ วัสดุที่นำมาใช้ และ ประสบการณ์
ต่าง ๆ ที่จำเป็น
หากนำสมบัติทั้งหมดที่เขาได้รับ ไปขายทอดตลาด
ภายใน ดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็คงได้ราคาดีมาก
อย่างน้อย ๆ มูลค่าของมันก็มากกว่า เสามังกรสมุทร
คลั่ง ถึงสิบเท่า
อนุมานว่าจะต้องมียอดฝีมือชั้นแนวหน้าหลายคน
เร่งรีบเข้ามาไต่ถาม เนื่องจากพวกเขาจำต้องมีวัสดุที่
ใช้สร้างเพียงพอ ด้วยเพราะกรรมวิธีขั้นตอนการ
สร้างที่สุดยอดของมัน หากเป็นผู้ฝึกตนอยู่ใน
ระดับชั้นแนวหน้า เป็นผู้คิดสร้างหุ่นเชิดนี้ขึ้นมา
พวกเขาย่อมสามารถสร้าง สามเจ้าวิญญาณเทวะ ได้
อย่างแน่นอน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง และ อาณาจักรต่าง ๆ
ต่อสู้ห้ำหั่นกันมามาอย่างยาวนานไร้สิ้นสุด ด้วยเหตุนี้
เครื่องจักรสังหารที่ไม่เกรงกลัวความตาย จึงเป็นที่
ต้องการของทุกฝั่าย
ฉะนั้นผู้คนที่เข้ามาใน เส้นทางเซียนบรรพกาล จึงไล่
ล่าต่อสู้กับสัตว์กลไก โดยไม่สนใจเวลาที่จะได้รับจาก
เจดีย์กาลเวลา
” หากเอาชนะหุ่นเชิด และ สัตว์กลไกได้ ก็จะได้รับ
วิธีการสร้างมัน ผู้ใดกันแน่คิดการต่อสู้นี้ขึ้นมา?
ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลยังมีความลึกลับซ่อน
อยู่อีกกี่เรื่องกันแน่? ว่ากันว่ารูปแบบของมันไม่เคย
ซ้ำกันเลย ที่นี่มีความลับอีกมากมายเท่าไหร่ สถานที่
แห่งนี้มันใหญ่โตมโหฬารมากมายเพียงใด!? ”
หากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ จะทำให้รู้สึกถึงความ
น่าตื่นตะลึงอย่างล้ำลึก
” แต่ที่แน่ ๆ ความลับของสมุทรเมฆาอยู่หลังประตู
ลึกลับบานนี้ ”
ด้วยความปรารถนาใคร่รู้ ไม่ว่าจะเป็นความลับใน
เรื่องเวลาภายในสมุทรเมฆา หรือ ความลับทั้งหมด
ของ เส้นทางเซียนบรรพกาล หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็
เก็บวิธีการสร้างวงเวท สามเจ้าวิญญาณเทวะ ขึ้นมา
แล้วอุทิศตนทุ่มเทพลังกายพลังใจฝึกฝนพัฒนา
‘เทียมฟั้าจรดดิน’
เมื่อครั้งที่เขาได้ต่อสู้กับ เจียง ฉีจวิน ทำให้ อู่ อวี้
ตระหนักถึงความลึกลับของ ‘เทียมฟั้าจรดดิน’ อย่าง
แท้จริง มันคือพลังอิทธิฤทธิ์ที่ดีที่สุด ซึ่งเหมาะสมแก่
การต่อสู้อย่างแท้จริง ทั้งยังสามารถนำมาใช้ในการ
ต่อสู้ได้อย่างบ่อยครั้ง นอกจากนี้มันยังทำให้ อู่ อวี้
ฉุกคิดได้ว่า พลังอิทธิฤทธิ์นี้เป็นพื้นฐานที่ดีที่สุด อีก
ทั้งยังมีความลึกลับอย่างยิ่งซ่อนอยู่
ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจฝึกฝน หลังจากฝึกฝนอยู่เป็น
เวลานาน ทำให้เขารู้สึกว่าการยกระดับขึ้นสูงขั้นที่ 2
มันไม่ยากเกินเอื้อม
ในครั้งนี้ อู่ อวี้ ฝึกฝนขัดเกลาเป็นเวลานานกว่า 3
เดือน ซึ่งกินเวลาเกือบหนึ่งร้อยวัน แล้วในที่สุด
‘เทียมฟั้าจรดดิน’ ก็บรรลุสู่ขั้นที่ 2
ณ วันนี้ร่างกายของเขาสูงใหญ่เกือบสามจั้ง! ความสูง
พุ่งทะยานจากเดิมถึง 4 เท่า! ซึ่งถ้าหากเขาได้ลองชั่ง
น้ำหนัก จะทราบว่าน้ำหนักของเขานั้นเพิ่มขึ้นเกือบ
ยี่สิบเท่า ความยาวของท่อนขาในปัจจุบันของ อู่ อวี้
เทียบเท่าได้กับขนาดความสูงในสภาพปกติของเขา
กล่าวได้ว่ายามนี้ ขนาดร่างกายของเราเปลี่ยนแปลง
ไปมากเสมือนยักษ์ก็ไม่ปาน! ร่างกายใหญ่ยักษ์ผนวก
กับ เสามังกรสมุทรคลั่ง ที่แบกสะพายไว้ด้านหลัง ยิ่ง
ทำให้เขาดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากเทียบกับ
ร่างกายปีศาจธรรมดาสามัญ ไม่มีทางที่พวกมันจะมี
ร่างกายใหญ่โตไปกว่าเขาได้
เมื่อกายเนื้อนี้ก้าวเดินบนพื้นดิน ส่งผลให้ทั่วทั้ง เจดีย์
กาลเวลา บังเกิดเสียงคำรามกึกก้อง
หลังจากก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 2 ได้เป็นผลสำเร็จ สิ่งสำคัญ
ที่สุดของขั้นนี้ก็คือเขาสามารถย่อขนาดให้เล็กลงได้
อีก! ขนาดร่างกายของเขาจะย่อเล็กลงมา อยู่ที่ความ
สูงขนาดเท่าน่องเท่านั้น ส่วนความหนาของร่างกาย
จะอยู่ที่ 2-3 ชุ่น ความหนาของหน้าอกน้อยกว่า
สองชุ่น! แม้ขนาดตัวของเขาจะเล็กลงทว่าความเร็ว
กลับทวีเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสามเท่า! ซึ่งมันทำให้เขา
คล่องตัวเป็นอย่างมาก เขาสามารถไปมาได้อย่างไร้
ร่องรอย ราวกับใช้เคล็ดวิชาก้าวเทวะ ด้วยความเร็ว
ระดับนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพากระบี่จักรพรรดิ หากให้
กล่าวถึงการต่อสู้ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล มีเพียง
ไม่กี่คนที่สามารถเปรียบเทียบความเร็วระดับนี้ของ
เขาได้
เท่ากับว่ายามนี้เขามีความสามารถ เปลี่ยนพลังแล้วก็
ความเร็วได้อย่างอิสระ!
ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พลังความแข็งแกร่งของ
เขาเพิ่มพูนขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งหลังจากใช้เคล็ดระเบิด
พลังคลั่งในสภาวะเปลี่ยนแปลงนี้ มันมิได้พลังแค่ 4
เท่า แต่สามารถเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า! เมื่อ เทียมฟั้าจรด
ดิน ถูกยกระดับเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ 72
รูปแบบอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน การนำพลัง
อิทธิฤทธิ์ทั้ง 2 มารวมกัน ไม่ได้ทำให้พลังของมันทับ
ซ้อนกันแต่อย่างใด ทว่ากับทำให้พลังของมันเพิ่มพูน
ขึ้นเป็นทวีคูณ!
เคล็ดระเบิดพลังคลั่งคือ การเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
ให้กับร่างกายของ อู่ อวี้! เมื่อเขาใช้ เทียมฟั้าจรดดิน
เปลี่ยนเข้าสู่สถานะสูงสุด มันจะทำให้พลังความ
แข็งแกร่งทางกายเนื้อของเขา เพิ่มพูนสูงขึ้นกว่าเดิม
3 เท่า ทว่าหลังจากยกระดับพลังด้วยการเสริมความ
แข็งแกร่งของ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ความแข็งแกร่ง
ของเขาก็จะเพิ่มพูนสูงขึ้นถึง 6 เท่า!
เหตุผลที่เขาสามารถทำลาย เขตแดนทานตะวัน
ทองคำ ได้ ก็เป็นเพราะว่าในเวลานั้น พลังทางกาย
เนื้อของเขาเพิ่มพูนสูงขึ้นเป็น 4 เท่าจากเดิม
ในความเป็นจริงความเร็ว และ เคล็ดวิชาก้าวเทวะ
ล้วนมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน
ยิ่งเทียมฟั้าจรดดินแข็งแกร่งมากเท่าใด เมื่อนำมา
ผสมผสานกับ เคล็ดวิชาระเบิดพลังคลั่ง กับ เคล็ด
วิชาก้าวเทวะ ก็ยิ่งทำให้พลังความรุนแรงน่า
สะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ทว่าการยกระดับนั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง! ตัวอย่างเช่น
ตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร ถึงจะสามารถก้าว
เข้าสู่ขั้นที่ 3 ได้!
” ยังมีเวลาเหลืออีกหกร้อยวัน แต่ข้ายังไม่มีศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ กับ เคล็ดวิชาเต๋า ใหม่เลยทำได้แค่เพียง
ขัดเกลายกระดับขยายขอบเขตพลังอิทธิฤทธิ์เท่านั้น
หากมองในแง่ของขอบเขตพลังพื้นฐานฝึกตน ข้าเอง
ก็ใกล้เข้าสู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 6 เต็มที
ถ้าหากข้าอยากจะเข้าสู่ประตูลึกลับ ข้าก็จะไม่
สามารถยกระดับพื้นฐานฝึกตนได้ ถึงอย่างไรก็ยัง
สามารถใช้ 600 วันที่เหลือขัดเกลาทำความเข้าใจวง
เวทได้อยู่ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใด เพียงแค่ไม่
สามารถยกระดับพื้นฐานฝึกตนได้ชั่วคราวเท่านั้นเอง
”
” พลังอิทธิฤทธิ์อย่าง ร่างอวตารนอกวิถี ต้องการพลัง
ระดับกำเนิดจิตเทวะ ซึ่งถ้าอยากจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 3
ของเทียมฟั้าจรดดิน เวลา 600 วันที่เหลือนั้นยังไม่
เพียงพอ แต่ข้าก็สามารถฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้มันมี
ความก้าวหน้า นอกจากนี้ยังมีเนตรเพลิงขั้นที่ 4 ‘เขต
แดนเนตรทองคำ’ นี่คือระดับขั้นที่ หมิงซวง ยังก้าว
ไปไม่ถึง! ”
สำหรับ หมิงซวง ไม่ว่าจะเป็น เทียมฟั้าจรดดิน หรือ
เนตรเพลิง นางเพิ่งอยู่ขั้นที่ 3 เพียงเท่านั้น
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงจัดสรรเวลาที่เหลือไปกับการขัดเกลา
หลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงยา ,คัดลอกวงเวท ,เทียมฟั้า
จรดดิน แล้วก็ยกระดับเนตรเพลิงเข้าสู่ขั้นที่ 4
ในบรรดาเคล็ดวิชาทั้งหมดที่เขาพยายามขัดเกลา
เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการศึกษาคัดลอกวงเวท
ด้วยเพราะเขายังมีความสงสัยในวงเวทโจมตีซึ่งเป็น
พื้นฐานของ เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ นอกจากนี้
เขายังศึกษาทำความเข้าใจในวงเวทหลายชนิดที่อยู่
บนหุ่นเชิดใน เส้นทางเซียนบรรพกาล อีกด้วย
ก่อนหน้านี้เขามีเวลาไม่เพียงพอ ที่จะอุทิศทุ่มเทพลัง
กายพลังใจเพื่อเรียนรู้ศึกษาในวงเวทเหล่านี้
หากเรียนรู้ประสบการณ์จากชนรุ่นก่อน แล้วนำมา
ผสมผสานกับความเข้าใจในเต๋า จะสามารถเรียนรู้สิ่ง
ต่าง ๆ ได้มากมาย โดยไม่จำเป็นต้องยกระดับ
ขอบเขตพื้นฐานฝึกตน อีกทั้งยังไม่ขัดแย้ง
“ การฝึกฝนบรรลุ เขตแดนเนตรทองคำ นั้น
ยากลำบากมากเกินไป แม้แต่หมิงช่วงก็ไม่สามารถ
ฝึกฝนจนสำเร็จได้ตั้งแต่ครั้งแรก ”
ประเด็นสำคัญก็คือบัญญัติคาถาของ เขตแดนเนตร
ทองคำ ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งเขาจำเป็นต้องหาวิธี เพื่อ
สื่อสารกับพลองทองสมปรารถนาให้จงได้
น่าเศร้าที่พลองทองสมปรารถนา มิได้ตอบสนองกับ
อู่ อวี้ มานานแล้ว ราวกับว่ามันหายไปก็มิปาน
คาดว่าเขาคงต้องรอโอกาสให้ประสบพบเจอกับ
เหตุการณ์บางอย่าง ดังนั้นตอนนี้เขาจึงกระทำได้
เพียงใช้ความอดทนอย่างสูงล้ำเท่านั้น
สำหรับร่างอวตารนอกวิถี อู่ อวี้ ก็ยังคงมี
ความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าภายใต้สถานการณ์
เช่นนี้ ภายใน 4 ปี ย่อมน่าจะบรรลุถึงขึ้นที่ 3
บางทีมันอาจจะเร็วหรือช้าก็ได้กว่าที่คาดเอาไว้ก็ได้
แต่กล่าวได้เลยว่า อย่างน้อย ๆ มันก็รวดเร็วกว่าหมิ
งซวงมากนัก
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจดีย์ควบคุมกาลเวลา การที่ข้าจะมี
ความคืบหน้าได้ถึงขอบเขตนี้ คงเป็นเรื่องยากลำบาก
ยิ่ง! ”
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป บางครั้งเขาก็หันไปพูดคุย
กับหมิงซวง ซึ่งการพูดคุยส่วนใหญ่ของพวกเขา ก็
เป็นการครุ่นคิดไตร่ตรอง ว่าทำเช่นใดถึงจะสามารถ
ได้รับเจดีย์ควบคุมกาลเวลาแห่งนี้ได้ ส่งผลให้ยามนี้
เขารู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องกังวลเรื่องการ
หลบซ่อนตัวเอง หรือเรื่องราวอันใดที่เกิดขึ้น
ภายนอก
ซึ่งโลกภายนอกก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
” เร็วอีก เร็วมากกว่านี้ หากในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดท้าทาย
เจ้า เจ้าก็สามารถท้าทาย ‘สามเจ้าวิญญาณเทวะ’ ได้
อีกครั้ง เมื่อเวลานั้นมาถึง การที่เจ้าจะเข้าไปด้านใน
ประตู ก็มิใช่ปัญหาอันใด ”
แค่ไม่ทราบ ว่าต้องรอนานแค่ไหน
ในทุก ๆ ครั้งที่ อู่ อวี้ ใช้เวลาอย่างยาวนานอยู่ภายใน
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ก็จะมีใครบางคนก้าวเข้ามา
ท้าทาย ซึ่งก็นับว่าเป็นโชคร้ายสำหรับเขา ซึ่งอันที่
จริงแล้วมีคนไม่มากนักที่ค้นพบการดำรงอยู่ของ
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ได้ภายใน 10 วัน แต่ในทุก ๆ
ครั้งก็จะมีคนพบมัน
โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่เขาได้พบเจอกับ เจียง ฉีจวิน
มันช่างน่าตื่นเต้นเสียจริง ๆ
700 วันผันผ่านไป!
ท่ามกลางพลังอิทธิฤทธิ์ 2 ชนิด เขตแดนเนตรทองคำ
ของเขาแทบจะไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เนื่องจาก
บัญญัติคาถาของมันยังไม่สมบูรณ์ ส่วนเทียมฟั้าจรด
ดินได้มาถึงครึ่งทางที่จะบรรลุถึงขั้นที่ 3 แล้ว ซึ่งการ
จะบรรลุขั้นต่อไปนั้นคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
ความคืบหน้ามากที่สุดของเขา คือการหลอมปรุง
โอสถ และ ค่ายกลวงเวท! โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวง
เวท ไม่ว่าจะเป็น มหาเวทฟั้าดิน วงเวทศาสตรา วง
เวทแผ่นยันต์ รวมถึงวงเวทหุ่นเชิดกลไก ทั้งหมดต่าง
มีความคืบหน้าอย่างใหญ่หลวง! หากกล่าวถึงมหา
เวทฟั้าดินเพียงอย่างเดียว เขาสามารถปรับแต่ง และ
จัดเรียงมันได้มากมายหลากหลายรูปแบบ ข้อจำกัด
เพียงอย่างเดียวก็คือ เขายังไม่บรรลุระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ มีเพียงผู้ที่อยู่ในระดับจิตเทวะเท่านั้น
ถึงจะสามารถวาดค่ายกลวงเวทแท้จริงได้
อาจกล่าวได้ว่าภายใต้ระดับจิตเทวะลงไป ผู้ที่ประสบ
ความสำเร็จในระดับเดียวกับเขา มีไม่มากนัก
ด้วยเหตุนี้ หากเขามุ่งมั่นกับการปรับแต่งเม็ดยา
ปราณมรกต เขาสามารถบรรลุเข้าสู่ระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 6 ได้ภายใน 1 วัน อย่างไม่มี
ปัญหาอันใด
อย่างไรก็ตามเขากลับหยุดมันเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่า
ประตูลึกลับบานนี้ดึงดูดใจเขามากกว่า ยิ่ง 700 วัน
ใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกระสับกระส่ายร้อน
รนมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เขามักจะไปยืนอยู่ข้าง
ๆ ประตูด้วยอาการเหม่อลอยอยู่เสมอ
หลังจากผ่านไป 10 วัน เขาก็หยุดการฝึกฝนบำเพ็ญ
เพียร แล้วรอเวลาที่เหลืออย่างเงียบ ๆ
ในที่สุด 700 วันก็มาถึง
อู่ อวี้ ลุกขึ้นยืน พร้อมกับหันไปมองประตูลึกลับที่อยู่
เบื้องหลัง จากนั้นก็หันไปมองประตูทางเข้าเจดีย์
ควบคุมกาลเวลาที่เปิดอยู่ ด้วยความตึงเครียดเป็น
อย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเขาคาดหวังไม่ให้มีผู้ใดเข้ามา หากมีผู้ใด
เข้ามาเขาคงจำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก
หน่วง จึงกล่าวได้ว่านี่ถือเป็นเวลาที่สำคัญยิ่ง! ไม่ว่า
จะเป็นใคร เขาก็จะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาด!
ประตู เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ยังคงเปิดอยู่!
โดยทั่วไปแล้วหากประตูยังคงเปิดอยู่ แล้วไม่มีผู้ใด
เข้ามาในทันที โอกาสที่จะมีใครบางคนเข้ามาใน
ภายหลังก็ค่อนข้างต่ำเลยทีเดียว เนื่องจากว่าหากมี
ผู้ใดค้นพบเจดีย์ควบคุมกาลเวลา คนผู้นั้นก็จะรอ
คอยจนกว่าประตูจะเปิด แล้วเข้ามาในทันที
ดังนั้นเมื่อรอคอยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยังไม่เห็นว่ามีผู้ใด
เข้ามา อู่ อวี้ จึงรู้สึกว่า รอบนี้เขาโชคดีไม่น้อยเลย
ทีเดียว
อย่างไรก็ตามทันที่ที่ความคิดนี้แล่นเข้ามา ทันใดนั้น
ก็มีเงาร่างหนึ่งเดินผ่านประตูเข้ามาปรากฏอยู่เบื้อง
หน้า อู่ อวี้ !
คนผู้นี้มีร่างกายเป็นสีคราม!
ทั้งผิวหนัง ดวงตา ผม ทั้งหมดล้วนเป็นสีฟั้าคราม ดู
เสมือนดั่งมหาสมุทรสีฟั้าคราม รูปลักษณ์ของเขาช่าง
น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
เพียงก้าวเข้ามา ปราณปีศาจอันบ้าคลั่งก็ม้วนกวาด
ผ่านไปทั่วทั้ง เจดีย์ควบคุมกาลเวลา บุคคลผู้นี้ไม่ได้
ปกปิดความจริงว่าตนเองเป็นปีศาจเลยแม้แต่น้อย
มันคือปีศาจสมุทร!
โดยเนตรเพลิง อู่ อวี้ สามารถมองเห็นร่างที่แท้จริง
ของมันได้! ร่างของมันเป็นสีคราม ทั่วทั้งร่างเต็มไป
ด้วยปุั่มก้อนตะปุั่มตะปา มันคือปลาหมึกวงน้ำเงิน!
มันมีขนาดที่ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง แทบกินพื้นที่
ครึ่งหนึ่งของเจดีย์ควบคุมกาลเวลาเลยทีเดียว วง
แหวนสีน้ำเงินบนล่างของมันส่องประกายแพรวพราว
” ปีศาจชนิดนี้ถูกเรียกว่า : ปีศาจพิษวงน้ำเงิน เป็น
สัตว์พิษชนิดหนึ่งในมหาสมุทร นานมากแล้วตอนที่
ข้ายังเยาว์ ข้าได้ทราบมาว่า หากมันปล่อยพิษลงสู่
มหาสมุทร มันก็สามารถฆ่าล้างสิ่งชีวิตทั้งหมดในนั้น
ได้ ถือเป็นหนึ่งในปีศาจพิษที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร
จริง ๆ ! ”
หมิงซวง กล่าวอธิบายประสบการณ์ความรู้อัน
กว้างขวางของตนเอง
ดูจากชื่อเสียงอันเลื่องลือของมัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ปีศาจสมุทรที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้ ยากจะจัดการ
มากเพียงใด ซึ่งมันย่อมส่งผลกระทบต่อแผนของ อู่
อวี้ อย่างแน่นอน …
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ