กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 592 : สามเจาวิญญาณเทวะ
หุ่นเชิดตัวนี้ อู่ อวี้ รู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
เป็นเพราะว่า ครั้งแรกที่เขาก้าวเข้ามา ณ เจดีย์แห่งนี้
มันอยู่ในวงเวทสีขาวลำดับสุดท้าย ซึ่งเป็นหุ่นเชิดที่มี
ความแข็งแกร่ง และ ระดับความยากมากที่สุดใน
เวลานั้น
อู่ อวี้ ไม่ได้คาดหวังว่า ตัวเองจะสามารถท้าทายมัน
ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้! ซึ่งหากเปรียบเทียบเวลาภายใน
กับภายนอกแล้วละก็ สำหรับภายนอกในตอนนี้
ระยะเวลาผ่านไปแค่เพียง 1 เดือนเท่านั้น
ส่วนเขาอยู่ภายใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา มานาน
กว่าสามปี!
” ถ้าสามารถเป็นเจ้าของ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ก็จะ
สามารถยกระดับฝีมือได้ทุกเมื่อเชื่อวันตามแต่ใจ
ปรารถนา ช่างน่าเสียดายที่มันเป็นสิ่งของที่อยู่
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล อันแสนลึกลับแห่งนี้
ไม่ต้องพูดถึง เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ต่อให้เป็นเจดีย์
กาลเวลา ที่เพิ่มเวลาเป็น 2 เท่า ข้าก็ยังไม่อาจ
นำออกไปได้เลย ”
หาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา อันมีค่ามหาศาลนี้ได้ตก
อยู่ในมือของ อู่ อวี้ ล่ะก็ มันจะนำพาประโยชน์อันไร้
สิ้นสุดมาให้แก่เขา
เขาไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากมายนัก ด้วยเพราะสิ่ง
สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการสยบ ‘หุ่นเชิดสามเศียร’
ลงให้จงได้!
ความแข็งแกร่งของ หุ่นเชิดสามเศียร ตัวนี้ ย่อม
เหนือกว่า เจ้าพยัคฆ์เทวะ อย่างแน่นอน นี่เป็นการ
ต่อสู้แบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย! ฝั่ายตรงข้ามไม่
หวาดกลัวความตาย ฉะนั้นการบดขยี้หุ่นเชิดตัวนี้ลง
ให้สิ้นซากจึงไม่ใช่เรื่องง่าย พวกมันทั้งหมดถูกสร้าง
ขึ้นด้วยวัสดุที่ใช้สร้างศาสตราเต๋าวิถีแท้ อีกทั้งยังมีวง
เวทประทับอยู่บนร่างกว่านับหมื่นวง มีการ
เปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น หุ่นเชิดในร่างมนุษย์มี
สามเศียร มี 3 อารมณ์ความรู้สึก ศีรษะตรงกลาง
แสดงอารมณ์มีความสุข ศีรษะทางด้านซ้ายแสดง
อารมณ์โกรธเกรี้ยวมีโทสะ ดวงตาทั้งคู่ของมันแดงก่ำ
ราวโลหิต ศีรษะข้างด้านขวาเศร้าโศกโดดเดี่ยว
อย่างไรก็ตามอารมณ์ที่แสดงอยู่บนศีรษะทั้งสามนั้น
ได้เปลี่ยนแปลงสลับตำแหน่งเช่นเดียวกัน
” ข้าคือ สามเจ้าวิญญาณเทวะ หากเป็นมนุษย์คนอื่น
ทั่ว ๆ จะไม่หาญกล้าท้าทายข้า แต่เจ้ากล้าที่จะท้า
ทายข้าเยี่ยงนี้ แสดงว่าเจ้ายอมรับชะตาที่จะตายแล้ว
”
เขาไม่คิดว่าหุ่นเชิดจะพูดได้ แม้ว่าน้ำเสียงของมันจะ
ยังฟังได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเครื่องจักรกลไก แต่อย่าง
น้อยก็แสดงให้เห็นถึงระดับสติปัญญา เช่นดั่ง
วิญญาณศาตราที่สิงสถิตอยู่ภายในศาสตราเต๋าวิถีแท้
เมื่อกล่าวจบ สามเจ้าวิญญาณเทวะ ที่มีร่างกายสีขาว
บริสุทธิ์ ก็พุ่งเข้าโจมตีใส่ อู่ อวี้ อย่างฉับพลัน ตลอด
เส้นทางการโจมตีของมัน ปรากฏเป็นแสงสีขาวราว
กับหิมะสว่างเจิดจ้าอยู่บนพื้น ผสานกลมกลืนไปกับ
ผนังสีขาวซึ่งอยู่โดยรอบ ในชั่วพริบตานั้นเป็นเรื่อง
ยากที่ อู่ อวี้ จะจับตำแหน่งสามเจ้าวิญญาณเทวะ ได้
ว่ามันอยู่ที่ใด!
“เร็วมาก!”
นับว่าโชคยังดีที่เขามีเนตรเพลิง! แม้มันจะเป็นภาพ
ลวงตาที่หายไปในชั่วพริบตา แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจาก
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ไปได้ เนตรเพลิงของ อู่ อวี้
สามารถมองเห็นการทำงานของวงเวทต่าง ๆ บน
ร่างกายของมันได้อย่างชัดเจน
“ย่า!”
ในเวลานี้ สามเจ้าวิญญาณเทวะ เข้ามาประชิดใกล้
ตัว อู่ อวี้ ทันใดนั้นทั้งสามหัวก็เปล่งเสียงแผดร้องขึ้น
อย่างพร้อมเพรียงกัน มันคือวงเวทโจมตีโดยคลื่น
เสียง เสียงคำรามของมันดังกึกก้องสะท้อนไปทั่ว
เจดีย์ควบคุมกาลเวลา พลังคลื่นเสียงของมันนั่นช่าง
ร้ายกาจ ส่งผลให้ในยามนี้ อู่ อวี้ วิงเวียนศีรษะ จาก
การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของทั้งสามเศียร!
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
แม้ว่าการโจมตีจะมาไม่ถึง ทว่าแค่เสียงก้องสะท้อน
จากทั่วทั้งเจดีย์ ได้อัดกระแทกเข้าใส่เขาแล้ว
ความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดตัวนี้ เหนือกว่า ศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ มากนัก เป็นเสมือนดั่งศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่
สามารถโจมตีได้ด้วยตนเอง! เท่าที่ อู่ อวี้ มองเห็นมี
วงเวทโจมตีอยู่บนร่างของมันอยู่ 6 ประเภท วงเวท
แต่ละประเภทสามารถกระตุ้นวงเวทเสริมนับหมื่น
เปิดใช้งาน เมื่อนำวงเวทสองหรือสามมาชุดผสาน
รวมกัน มันก็สามารถระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัว
ออกมาได้มากยิ่งขึ้น
” ผู้ใดกันสามารถสร้างวงเวท ลึกลับซับซ้อนเช่นนี้
ขึ้นมาได้! หากวันใดที่ข้ามีความสามารถและวัสดุ
เพียงพอ ข้าจะสร้าง สามเจ้าวิญญาณเทวะ ตนนี้ล่ะ
… ”
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่ความคิด ยังไม่ได้ปฏิบัติ
หรือ ลงมือกระทำขึ้นจริงในตอนนี้
“ร่างอวตาร!”
เพื่อจะสร้างความสับสน ถ่วงเวลาฝั่ายตรงข้ามได้ชั่ว
ขณะหนึ่ง เขาจึงเรียกร่างอวตารทั้งหมดออกมา ยาม
นี้ร่างอวตารจำนวนนับพันของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้นมา
พร้อมกันภายใน เจดีย์ ควบคุมกาลเวลา ปิดล้อมฝั่าย
ตรงข้ามเอาไว้ในช่วงพริบตา เนื่องจาก สามเจ้า
วิญญาณเทวะ ถูกสร้างขึ้นมาจากวงเวท ส่งผลให้มัน
ไม่อาจแยกแยะจริงเท็จได้ เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าร่าง
ไหนคือตัวจริงของ อู่ อวี้!
หุ่นเชิดมันถูกกำหนดความสามารถเอาไว้แล้ว จึง
เป็นไปไม่ได้ที่พลังความสามารถของมันจะเพิ่มขึ้นได้
ในทางกลับกันถ้าวงเวทถูกทำลายหรือลบออกไป
ความสามารถของมันก็จะลดลง
อย่างไรก็ตามมันยังมีวงเวทหลัก ซึ่งถือเป็นวงเวทที่
ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มันจะถูกซุก
ซ่อนเอาไว้ด้วยวิธีต่าง ๆ ถ้าหากว่าวงเวทหลักนี้ถูก
ทำลาย การทำงานทุกอย่างก็จะหยุดลงทันที
วิธีอำพรางซ่อนเร้นนี้ แม้แต่เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ก็
ยังไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าต้องการจะเห็นคงต้อง
ศึกษาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง สำหรับวงเวทระดับนี้
ความสามารถของเขายังอีกห่างไกล
ตูม ตูม ตูม!
สามเจ้าวิญญาณเทวะ นั้นร้ายกาจเป็นอย่างมาก
แม้ว่า อู่ อวี้ จะเรียกร่างอวตารออกมามากมาย เพื่อ
สร้างความสับสนให้มัน อย่างไรก็ตามเพียงแค่
ช่วงเวลาสั้น ๆ พวกมันก็ถูกบดขยี้จนหมดสิ้น!
ด้วยการโจมตีจากพลังเวทโจมตีหลายประเภท ส่งผล
ให้พลังที่ปล่อยออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างนี้!
ดวงตาทั้ง 6 ข้างของมันสามารถเปล่งประกาย
สายฟั้าสีขาวออกมาได้ หลังจากเวลาผ่านไป แม้แต่
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ที่ใช้ เคล็ดวิชาประมุขฟั้าเทวะ
ก็ยังถูกทำลายเป็นกลุ่มใหญ่!
อู่ อวี้ ตระหนักดีว่า หากเขาเผชิญหน้าต่อสู้กับหุ่น
เชิดตรง ๆ พลังฝีมือของเขาในยามนี้ยังหาใช่คู่ต่อสู้
ของ สามเจ้าวิญญาณเทวะ ฉะนั้นเขาจึงหลบซ่อนอยู่
ท่ามกลางร่างอวตาร ซุ่มรอโอกาสโจมตีมัน ทั้งยัง
เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ สิ่งนี้จะทำให้
เขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
“ การต่อสู้ในครั้งนี้ พลังฝีมือของข้าอาจจะไม่ดีเท่า
อีกฝั่าย ด้วยเพราะอีกฝั่ายไม่กลัวตาย สิ่งเดียวที่
พึ่งพาได้ในตอนนี้ก็คือสติปัญญา! ”
การที่เขาท้าทายต่อสู้กับหุ่นเชิดลำดับที่ 7 ซึ่งมีความ
แข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เขาจะต้องพึ่งพา
สติปัญญาเพียงเท่านั้น!
ร่างอวตารที่ห้อมล้อมเขาอยู่นี้ล้วนมีสติปัญญาทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้เขาจึงค่อย ๆ อ้อมไปด้านหลัง สามเจ้า
วิญญาณเทวะ เพื่อลอบโจมตี
หลังจากที่เขาเรียกร่างอวตารออกมา เพื่อสร้างความ
สับสน พวกมันทั้งหมดก็ใช้ เคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอม
จักรพรรดิเจ้าเทวะ จู่โจมเขาใส่ศัตรู ส่งผลให้ในเวลา
นี้ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ลุกท่วมไปด้วยทะเลเพลิง
ทมิฬ ยิ่งทำให้ สามเจ้าวิญญาณเทวะ สับสนมากขึ้น!
ในเวลา อู่ อวี้ กำลังผสมผสานมหาพลังอิทธิฤทธิ์ทั้ง
สอง!
เมื่อเนตรเพลิงเปล่งประกาย ย่อมสามารถโจมตีเข้า
ไปที่ส่วนหัวของ สามเจ้าวิญญาณเทวะ! เนื่องจากอีก
ฝั่ายกำลังไล่ล่าร่างอวตาร โดยไม่รู้ว่าร่างจริงของ อู่
อวี้ อยู่ที่ใด ซึ่งกำลังเข้ามาใกล้มันอย่างเงียบ ๆ!
หลังจากนั้นเขาก็ใช้ เทียมฟั้าจรดดิน ย่อขนาดตัวให้
เล็กลง ขณะพยายามเข้าไปใกล้ สามเจ้าวิญญาณเท
วะ ถึงแม้ว่าหุ่นเชิดจะพบตัว อู่ อวี้ มันก็ไร้ประโยชน์!
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น แล้วโจมตีจาก
ด้านหลังอย่างกะทันหัน โดยใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
ผนวกกับเทียมฟั้าจรดดิน ส่งผลให้พลังการโจมตีนั้น
รุนแรงน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง หาก สามเจ้า
วิญญาณเทวะ ไม่มีวงเวทปั้องกัน อู่ อวี้ ย่อมสามารถ
บดขยี้ร่างของมันออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้!
น่าเสียดายที่การปลดปล่อย เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
จำเป็นต้องใช้เวลาในการฟืนตัวหนึ่งชั่วยาม
ผลที่ตามมาคือ อู่ อวี้ พุ่งโจมตี สามเจ้าวิญญาณเทวะ
อย่างเต็มกำลัง! เขายังคงซุกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางร่าง
อวตาร โดยที่ร่างต้นไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี
โต้กลับของ สามเจ้าวิญญาณเทวะ แม้แต่น้อย ถึงแม้
ร่างอวตารของเขาจะถูกทำลายไปมากก็จริง แต่
หลังจากพักฟืนร่างกายร่างอวตารเหล่านั้นก็ถูกเรียก
กลับขึ้นมาใหม่ สำหรับ สามเจ้าวิญญาณเทวะ แล้ว
อู่ อวี้ เป็นเสมือนนักฆ่าที่ติดตามไล่ล่าสังหารมัน
อย่างไม่จบไม่สิ้น!
พลังกักตะวันผสาน กับ พลังอำนาจของเทียมฟั้าจรด
ดิน สามารถสร้างความเจ็บปวดให้แก่ สามเจ้า
วิญญาณเทวะ ได้อย่างแท้จริง รวมถึง เจดีย์ประมุข
ฟั้า ก็เช่นกัน!
การต่อสู้ในครั้งนี้ อู่ อวี้ จำเป็นต้องใช้ความอดทนอด
กลั้นอย่างสูงล้ำ บดขยี้ภูมิปัญญาของ สามเจ้า
วิญญาณเทวะ ผ่านการโจมตีถึงชีวิตมาสองสามครั้ง
จนกระทั่งผ่านคืนวันไปทั่วทั้งทิวาราตรี ในที่สุดเขาก็
หมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรง แม้แต่ร่างอวตารของเขาก็ถูกบด
ขยี้ทำลายจนเกือบหมด แล้วในที่สุดหัวทั้ง 3 สามเจ้า
วิญญาณเทวะ ก็ทำลายร่างอวตารของเขาจนสิ้น
ทางด้านของ สามเจ้าวิญญาณเทวะ ได้ถูก อู่ อวี้ โหม
กระหน่ำโจมตีจนสภาพน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
แต่ในทางตรงกันข้าม อู่ อวี้ ก็มีสภาพไม่สู้ดีเท่าใดนัก
ไม่ต้องกล่าวถึงร่างกายซีดเผือดราวกับคนตาย ทั่วทั้ง
ร่างของเขายังอาบชโลมไปด้วยโลหิต อีกทั้งดวงตา
ของเขายังมืดสลัวเป็นอย่างยิ่ง การต่อสู้ในระดับนี้
โดยเฉพาะวันนี้ เขาได้ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกไป
หลายครั้งหลายครา จนเขารู้สึกปวดร้าวกล้ามเนื้อไป
หมด เขาอยากจะล้มตัวนอนลงไปกับพื้น แล้วจมลงสู่
ห้วงนิทราไปตลอดกาล
อย่างไรก็ตาม ภายใต้จิตตานุภาพอันแรงกล้า และ
ความอดทนอันแข็งแกร่ง ที่ทำให้เขายืนหยัดมาจนถึง
ตอนนี้ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ได้รับผลตอบแทน! ในที่สุด
สามเจ้าวิญญาณเทวะ ก็จมลงสู่ห้วงแห่งความโกรธ
เกรี้ยวไม่ยิมยอม มันต้องประสบพบเจอกับฝั่ายตรง
ข้าม ที่มิได้ต่อสู้ด้วยความแข็งแกร่งอย่าง
ตรงไปตรงมา แต่เลือกที่จะถอยฉากแล้วลอบโจมตีใส่
มัน! หลังจากโจมตีได้สำเร็จ 1 ครั้งเขาก็จะถอยหนีไป
ทันที ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็จะส่งร่างอวตารหลาย
ตนขึ้นมาเบื้องหน้า ซึ่งมันทำให้ สามเจ้าวิญญาณเท
วะ สับสน
อู่ อวี้ จมลงสู่ห้วงความคิด เนื่องจากเขาใช้เวลาถึง 1
วันเต็ม จึงสามารถทำลาย สามเจ้าวิญญาณเทวะ ลง
ได้ แน่นอนว่ามันมิใช่เพราะเขาสามารถต่อสู้กับผู้ที่มี
ความแข็งแกร่งในระดับ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะขั้นที่
2 ได้ แต่เขาสามารถเอาชนะมันได้ด้วยสติปัญญา
และความอดทนที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้ แน่นอนว่าหาก
เขาต้องประสบพบเจอกับคู่ต่อสู้ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 2 แล้วฝั่ายตรงข้ามมีสติปัญญา
ฉลาดเฉลียว คนผู้นั้นย่อมไม่ถูก อู่ อวี้ จูงจมูก
โดยง่าย
แต่ไม่ว่าเพราะเหตุใด! ชนะคือการชนะ!
สำหรับ อู่ อวี้ ช่วงเวลาสำคัญที่สุดกำลังใกล้เข้า
มาแล้ว!
ช่วงเวลาที่เขาสามารถเอาชนะ สามเจ้าวิญญาณเท
วะ ได้ ไม่ว่าเขาจะเหนื่อยล้าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงมาก
เพียงใด เสมือนกับว่าในเวลานี้โลหิตของเขากำลังสูบ
ฉีด พลังอำนาจอันมหาศาลได้ระเบิดโพยพุ่งออกมา
จากร่างเขาในชั่วพริบตา อีกด้านหนึ่งก็ใช้เคล็กก้าว
เทวะมุ่งตรงไปที่ประตูลึกลับ พร้อมกับใช้ออกด้วย
วิชาเทียมฟั้าจรดดิน ย่อร่างกายให้หดเล็กลงถึงขีด
สุด!
เมื่อร่างกายของเขาหดเล็กลง น้ำหนักของเขาก็เบา
มากขึ้น เมื่อผสานไปกับเคล็ดก้าวเทวะ ร่างของเขาก็
ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าประตูลึกลับในทันที ซึ่งมันใช้
เวลาไม่ถึง 1 ลมหายใจด้วยซ้ำ!
ในช่วงเวลานี้ความคิดและการคาดเดาของเขาต่างมุ่ง
ตรงไปที่ประเด็นเดียวกัน นั่นก็คือประตูลึกลับจะเปิด
ออก!
ปังครืน!
ประตูนั้นค่อย ๆ เปิดออก เข้าไปด้านในจนมีขนาด
กว้าง 2 ฉื่อ…
อู่ อวี้ ยืนอยู่หน้าประตู เขาแทบไม่สามารถอดใจมอง
เข้าไปด้านในได้ เนื่องจากว่าช่องว่างที่เปิดออกนี้ ได้
กีดกันไม่ให้เขาเข้าไปด้านในชั่วคราว จนกว่าประตู
จะเปิดออกถึงขีดสุด แล้วหลังจากนั้นมันจะปิดลง
ทันที ชั่วพริบตานี้มันขึ้นอยู่กับว่าเขาจะสามารถคว้า
โอกาสเอาไว้ได้หรือไม่!
ความรู้สึกที่คุ้นเคยได้แล่นผ่านเข้ามาอีกครั้ง บางสิ่ง
บางอย่างในประตูลึกลับนี้ ได้ดึงดูดให้ อู่ อวี้ เข้าไป
ชั่วขณะนี้เขาลืมเลือนความเหนื่อยล้าไปอย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ เบิกตากว้าง ใช้เนตรเพลิงของตนเอง จับจ้อง
มองไปยังสิ่งที่อยู่ภายใน! อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่า
อัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ต่อให้เขาใช้เนตรเพลิง อู่
อวี้ ก็สามารถแลเห็นได้เพียงความว่างเปล่าและเมฆา
สีขาวเท่านั้น ไม่สามารถแลเห็นอะไรได้อย่างชัดเจน
เลย
อย่างไรก็ตามมันยิ่งทำให้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า มี
สิ่งที่สำคัญมากอยู่ภายในนั้น
“เปิดเร็ว! เปิดเร็ว!”
หัวใจของเขารู้สึกบีบอัด มันกำลังลิงโลดด้วยความ
ตื่นเต้น ความหนาของขนาดตัวในปัจจุบันของเขา
อยู่ที่ประมาณ 3-4 ชุ่น นี่คือความหนาของขนาด
หน้าอกจากด้านหน้าไปถึงด้านหลัง เมื่อใดก็ตามที่
ประตูเปิดอ้าได้ 3-4 ชุ่น เมื่อนั้น อู่ อวี้ ก็จะสามารถ
ลอดผ่านเข้าไปได้!
อย่างไรก็ตามหากเขาไม่สามารถดันตัวเขาไปได้ คง
ไม่มีอะไรมากไปกว่าทรวงอกถูกบดขยี้จนแตกหัก
นี่คือช่วงเวลาที่กดดันมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
กระทั่ง หมิงซวง ยังไม่กล้ากล่าวอันใด แล้วเฝั้ารอ
ด้วยจิตใจจดจ่อลุ้นระทึก รอให้ประตูเปิดกว้าง
เพิ่มขึ้น!
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ามันไม่ง่ายนัก อู่ อวี้ เองก็
ไม่ได้คาดหวังว่าจะสำเร็จตั้งแต่แรก
เนื่องจากในเวลานี้ประตูลึกลับได้ถูกเปิดออก ในครั้ง
นี้มันขยายกว้างประมาณ 5-6 ชุ่น แต่กระนั้น
ช่วงเวลามันกลับกระชั้นชิดเกินไป หลังจากที่มันเปิด
ค้างอยู่ครู่หนึ่ง บัดนี้มันค่อย ๆ ปิดกลับ 2 ชุ่น อย่าง
รวดเร็ว!
ในครั้งนี้มันเปิดกว้างมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า เมื่อเทียบ
จากครั้งที่แล้ว!
แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงไม่เพียงพอ ซึ่งในช่วงเวลาสั้น
ๆ เขายังไม่สามารถดันตัวเองเข้าไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น
พลังอำนาจของประตูลึกลับนี้ค่อนข้างมหาศาล หาก
อู่ อวี้ ไม่สามารถดันตัวเข้าไปในประตูได้ในเวลานี้
แล้วถ้าหากประตูปิดลงอย่างกะทันหัน แขนของเขาก็
จะฉีกขาดออกในทันที!
” อู่ อวี้ เข้าไปไม่ได้! รีบออกมาเร็ว! ”
หมิงซวง ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก!
ส่งผลให้ยามนี้ อู่ อวี้ จำต้องยอมแพ้ ด้วยเพราะรู้ว่า
ตัวเองยังมีโอกาส อย่างน้อยเขาก็สามารถต่อสู้จน
ชนะ สามเจ้าวิญญาณเทวะ ได้
แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจะได้รับชัยชนะมาอย่าง
ยากลำบากก็ตาม
ชั่วอึดใจเขาก็ดึงแขนกลับ ต่อจากนั้นประตูก็ปิดลง
” อย่าเพิ่งถอดใจไป เมื่อใดที่เจ้าสามารถยกระดับ
เทียมฟั้าจรดดิน ขั้นที่ 2 ได้ เมื่อนั้นเจ้าก็สามารถเข้า
ไปภายในประตูได้อย่างแน่นอน ”
นั่นเท่ากับว่า เขาจะต้องรอครั้งต่อไป!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ