กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 597 : ยันตตองหามเพลิงทมิฬรวงโรย
หนุ่มน้อยผู้มาจากทวีปทุรกันดารที่แสนห่างไกล ซึ่งมี
วาสนาได้รับศิลามณีกำเนิดอัคคีไป ย่อมเพียงพอที่จะ
ทำให้ผู้คนรู้สึกริษยา และไม่พอใจ
หากไม่ใช่เพราะ โอรสเล่อ เป็นผู้ออกหน้า ในตอนนี้
อู่ อวี้ ก็ยังคงไม่อาจสลัดการไล่ล่าสังหารนี้ไปได้
แต่ในตอนนี้กลับมีข่าวลือว่าหนาหูอีกว่าเขาได้รับ
ศิลามณีกำเนิดยักษ์ถึง 2 ก้อน สมบัติที่ล้ำค่าเช่นนี้
หากว่ามันตกอยู่ในมือของใครบางคนที่ไร้ซึ่ง
พละกำลัง ไร้ซึ่งภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนก็พร้อมใจที่
จะลงมือเคลื่อนไหวไปแย่งชิงมันมา
หากผู้ใดค้นหา อู่ อวี้ ได้พบก่อน นั่นหมายความว่าก็
จะมีโอกาสที่จะได้รับศิลามณีกำเนิดทั้ง 2 ก้อน เมื่อ
นำไปเปรียบเทียบกับการใช้เวลาเก็บเกี่ยวกับสัตว์
กลไก นับว่าคุ้มค่ากว่ามากทีเดียว
อู่ อวี้ รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าในตอนนี้มหาสมุทร
หมอกกำลังเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
หลายคนเพื่อที่จะค้นหา อู่ อวี้ แล้ว จึงพลิกแผ่นดิน
ควานหากันให้ควั่ก แน่นอนว่าที่พบล้วนแต่เป็นร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ทั้งสิ้น
“อู่ อวี้ เจ้าน่าจะรู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร และต้นกำเนิด
ของเจ้าคืออะไร ด้วยความสามารถและภูมิหลังของ
เจ้า ย่อมไม่มีทางที่จะครอบครองสมบัติมหาศาล
เหล่านี้ได้”
“อย่าได้กระตุ้นความริษยาของคนอื่นนักเลย หาก
เจ้ายังคงดึงดันเช่นนี้อยู่ ก็รังแต่จะเกิดอันตรายต่อตัว
เจ้า กระทั่งลุกลามไปถึงคนรอบกายเจ้า”
พวกมันพบแต่ร่างอวตารของ อู่ อวี้ จึงอดทนไม่ไหว
จนต้องเอ่ยคำพูดโน้มน้าวใจออกมา
“ศิลามณีกำเนิดอัคคีในมือข้านั้นล้ำเลิศยิ่ง ข้าจึงใช้
มันไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนศิลามณีกำเนิดวารี แท้จริง
แล้วไม่ได้อยู่ในมือของข้า ต่อให้พวกเจ้าฆ่าข้าให้ตาย
มันก็ไม่มีประโยชน์ ”
อู่ อวี้ กล่าวออกมาตรงๆ
ในตอนแรกเขาคิดที่จะเปิดโปง เซียว อี้หลี ว่าเป็น
นางที่ชิงศิลามณีกำเนิดวารีไป
แต่ถึงจะกล่าวเช่นนั้น เซียว อี้หลี ย่อมต้องปฏิเสธ
อย่างแน่นอน และคนที่เชื่อใจนางก็มีจำนวนค่อนข้าง
เยอะ
และหลังจากที่ไตร่ตรองดูแล้ว หากมีผู้มากมายรู้ว่า
บนร่างของ เซียว อี้หลี มีศิลามณีกำเนิดวารีอยู่ นาง
ย่อมไม่อาจจะเก็บรักษามันเอาไว้ได้ นั่นไม่ได้
หมายความว่าเขากำลังอำนวยความสะดวกให้ผู้อื่น
อยู่หรอกหรือ?
ในเมื่อของชิ้นนั้นอยู่ในมือของ เซียว อี้หลี แล้ว เขาก็
เพียงแค่ไปแย่งชิงจากมือนางกลับมาก็เพียงเท่านั้น
ดังนั้น เขาจึงไม่เพียงแต่ไม่ปั่าวประกาศถึงที่อยู่ที่
แท้จริงของตัว ศิลามณีกำเนิดวารี และเก็บงำเอาไว้
อยู่ในใจ
แน่นอนว่าเขามั่นใจว่าเขาสามารถนำของที่เป็นของ
ตัวเองกลับคืนมาได้
เขาไม่ได้วอกแวกแต่อย่างใด และกำลังรอคอยเวลา
รอให้ปีศาจสมุทรออกมาจากเจดีย์ควบคุมเวลา
เสียก่อน
อยู่มาวันหนึ่งร่างอวตารของเขาได้พบกับโอรสเล่อ
ซึ่งมันอยู่เพียงลำพัง คาดว่าโอรสเล่อก็สังเกตเห็นร่าง
อวตารของเขาเช่นกัน ฉับพลันนั้นเองมันจึงมา
ปรากฏอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
“ยากจะแยกเท็จจริง ช่างเป็นร่างอวตารที่วิเศษยิ่ง”
โอรสเล่อ สังเกตเขาอย่างละเอียด พร้อมเอามือไพล่
หลัง และยกยิ้มออกมา
อย่างที่ทุกคนรู้ ร่างอวตารของ อู่ อวี้ อยู่ทุกหนแห่ง
ภายในทะเลหมอกแห่งนี้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
หากต้องการค้นหาร่างอวตารของ อู่ อวี้ ย่อมแทบจะ
เป็นไปไม่ได้
“พบโอรสเล่ออีกแล้ว”
ทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ มันเป็นคนที่มีตำแหน่งสูง
ที่สุด ไม่เพียงแต่จะมีความแข็งแกร่งที่น่าหวาดกลัว
แต่ยังมีการสนับสนุนจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ผู้สูงส่งอีกด้วย
แน่นอน เขาไม่อาจจะผิดใจกับคนผู้นี้ได้
ไม่สำคัญว่ามันจะมีความคิดเช่นไร
“ว่ากันว่า ศิลามณีกำเนิดวารีมันได้หายไป เป็นเจ้าที่
นำมันไปใช่หรือไม่?”
มันประสานสายตากับ อู่ อวี้ ราวกับว่าต้องการใช้
สายตาคอ่านความรู้สึกนึกคิดของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ยังไม่ได้ตอบกลับไปในทันที แต่โอรสเล่อยิ้มขึ้น
ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าได้นำศิลามณีกำเนิดอัคคีมา
ปรับแต่งร่างกายของเจ้า ศิลามณีกำเนิดอัคคีและวารี
มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน จึงสมเหตุสมผลทีเดียว
ที่จะดึงดูดซึ่งกันและกัน”
จิตใจของ อู่ อวี้ สั่นสะท้าน โอรสเล่อก็คือโอรสเล่อ
กระทั่งมันสามารถมองข้อเท็จจริงนี้ออก
แต่ว่า อู่ อวี้ ได้กล่าวออกมาด้วยท่าทีอันเฉยเมย
“แต่มันกลับแปลกๆ ข้ายังไม่เคยเห็นแม้แต่เศษ
ชิ้นส่วนของศิลามณีกำเนิดวารี กระนั้นกลับมีข่าวลือ
ว่าตัวข้าครอบครองศิลามณีกำเนิดแพร่กระจายไปทั่ว
นอกจากนี้ข้าจะเก็บมันไว้ทำไม ในเมื่อ ศิลามณี
กำเนิดวารี มันไม่มีประโยชน์อะไรกับข้าเลยแม้แต่
น้อย”
“มันไม่มีประโยชน์กับข้าเช่นกัน” โอรสเล่อกล่าว
มันกล่าวพร้อมยังคงจ้องมองที่ อู่ อวี้ “เช่นนั้นก็
หมายความได้ว่า มีบางคนปล่อยข่าวลือนี้ออกไป
เพื่อที่จะทำร้ายเจ้าเช่นนั้นรึ?”
อู่ อวี้ กล่าวตอบ “ข้าพอจะเดาออกว่ามันเป็นผู้ใด”
โอรสเล่อเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีสนใจ “เป็นใครกัน
เจ้าลองเอ่ยนามมันออกมา”
สายตาของ อู่ อวี้ ทะมึนลง พร้อมกับกล่าวออกมาที
ละคำว่า “ข้าคิดว่าน่าจะเป็น เจียง ฉีจวิน”
โอรสเล่อ จ้องมองอย่างฉงน “ทำไมเจ้าถึงคิดว่าเป็น
นาง?”
อู่ อวี้ กล่าวว่า “บางทีท่านอาจจะยังไม่รู้ ในตอนที่
ท่านกำชับกับเหล่าอัจฉริยะแห่งอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ห้ามไม่ให้พวกมันมายุ่งเกี่ยวกับข้า แต่กลับ
มีคนผู้หนึ่งเพิกเฉยต่อคำพูดของท่าน นางลงมือโจมตี
ข้า และคนผู้นี้ก็คือ เจียง ฉีจวิน นางกล่าวว่าข้าไปฉีก
หน้านาง จึงต้องการให้ข้าชดใช้ ถ้าหากท่านไม่เชื่อ
ท่านสามารถถามนางได้ ข้าว่านางไม่กล้าที่จะโกหก
ท่าน“
เขาไม่ต้องการให้ โอรสเล่อ รู้ว่าศิลามณีกำเนิดวารี
ก้อนนั้นอยู่ในมือของ เซียว อี้หลี แต่เขากลับหยิบยก
เรื่องที่ เจียง ฉีจวิน มาเล่าให้โอรสเล่อฟัง ซึ่งเรื่องที่
นางจู่โจมตัวเขาก็เป็นเรื่องจริง
“ท่านหญิงหงษ์ทองคำไม่ให้ความสำคัญกับคำพูด
ของข้าเช่นนั้นรึ ช่างเป็นคนที่อวดดียิ่งนัก” โอรสเล่อ
หรี่ตามอง จากนั้นก็กล่าวว่า “ความหมายของเจ้าคือ
นางต้องการให้เจ้าชดใช้ ต้องการบีบบังคับให้เจ้าต้อง
หลบหนี จึงปล่อยข่าวลือเช่นนี้ออกไป เพื่อดึงดูดให้
คนอื่นจัดการกับเจ้า?”
“เป็นเช่นนั้น”
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่า โอรสเล่อ ผู้นี้เป็นมิตรหรือศัตรู อย่างไร
ก็ตาม อู่ อวี้ เบื้องหน้าเป็นเพียงแค่ร่างอวตาร จึงไม่
หวาดกลัวว่า โอรสเล่อ จะทำอะไรกับเขา
การต่อสู้กับตัวตนเช่นนี้ ความจริงมันช่างเป็นเรื่องที่
น่าหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน
“ตกลง ข้าจะไปหาท่านหญิงหงษ์ทองคำ โอ้ ใช่แล้ว
ไม่ว่ายังไงเจ้าก็เป็นคนของนครจักรพรรดิเพลิง
เหมือนกัน ถือเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงของข้า อีกทั้งคุณสมบัติของเจ้าก็ไม่เลว มี
ความกล้าหาญเหนือล้ำ ข้าจะรับผิดชอบปกปั้องเจ้า
เอง แผ่นยันต์สื่อสารแผ่นนี้ข้าขอมอบให้กับเจ้า หาก
เผชิญหน้ากับอันตรายที่เจ้ารับมือไม่ไหว เจ้าสามารถ
ขอความช่วยเหลือจากข้าได้ พวกเราต่างก็มาจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เป็นคนรุ่นหลังของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เจ้าไม่จำเป็นต้อง
เกรงใจ”
มันหยิบเอาแผ่นยันต์สื่อสารออกมา 1 แผ่น วางไว้ใน
มือของ อู่ อวี้ คาดว่าที่มันมอบแผ่นยันต์ให้กับ
เพราะต้องการให้ อู่ อวี้ ติดต่อกับตนได้
ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามาดีหรือร้าย แต่ อู่ อวี้ ก็รับยันต์
สื่อสารแผ่นนั้นมาไว้ก่อน
ทีแรกเขานึกว่า โอรสเล่อ จะจากไปทันที แต่ไม่
คาดคิดว่า โอรสเล่อ กลับมอบยันต์สื่อสารอีกแผ่น
ให้กับเขา ทั้งยันต์แผ่นนี้ยังเป็นสีดำสนิท บนแผ่น
ยันต์มีวงเวทเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น เป็นแผ่น
ยันต์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน วงเวทเคลื่อนไหวไป
มาอย่างน่าสยดสยอง มีเปลวไฟสีดำทมิฬหมุนวนอยู่
บนวงเวทแต่ละวง ทำให้ประเมินได้ว่ามันย่อมมีราคา
ค่างวดที่สูงล้ำ
“นี่คือ ‘ยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรย’ ยันต์แผ่นนี้
มีพลังอำนาจร้ายกาจ มันสามารถปกปั้องชีวิตเจ้าได้
1 ครั้ง รับมันไปเถิด”
กระทั่งมันส่งมอบแผ่นยันต์ล้ำค่าเช่นนี้มาให้กับ อู่
อวี้!
หากเขาไม่รู้ว่าบุคคลผู้นี้คิดที่จะล้วงความทรงจำของ
เขาในตอนแรก เกรงว่าเขาก็คงซาบซึ้งในบุญคุณของ
โอรสเล่อไปแล้ว!
อย่างไรก็ตามความประทับใจแรกมันยากที่จะเปลี่ยน
กันได้ ดังนั้นตั้งแต่ต้นจวบจนถึงตอนนี้ ส่วนลึกใน
จิตใจของ อู่ อวี้ ยังคงมีความระมัดระวังต่อ โอรสเล่อ
ผู้นี้อยู่
“ข้าอยากจะดูว่าเจ้าจะสามารถก้าวไปได้ไกลเพียง
ไหนบนเส้นทางเซียนบรรพกาลอันลึกลับเหลือคณา
นับแห่งนี้”
หลังจากที่มอบ ‘ยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรย’
ให้กับ อู่ อวี้ แล้ว โอรสเล่อ ก็ได้ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
ร่างของมันบินลอยจากไป หลังจากนั้นไม่นานก็
หายไปจากสายตาของร่างอวตารของ อู่ อวี้
“หมิงซวง เจ้าว่าคนผู้นี้มันมีเปั้าหมายอะไร?”
มันได้ทิ้งยันต์สื่อสารและยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วง
โรยไว้ให้กับร่างอวตาร ซึ่งเขาก็รู้สึกหวาดกลัวต่อ
ยันต์แผ่นนี้ว่าจะมีอะไรในกอไผ่
“ข้าไม่รู้ แต่บุรุษผู้นี้ เติบโตท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิง
อำนาจ เติบโตขึ้นท่ามกลางการต่อสู้ของวิชาเต๋า
อย่าได้ประมาทมันโดยเด็ดขาด ที่มันทำเช่นนี้ย่อม
ต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน ข้าสามารถรู้สึกได้ว่ามัน
ใช้เจ้าเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง และเจ้าจะต้องรีบออกมาจาก
หมากกระดานนี้ให้ได้”
“อย่างน้อยก็อย่าเพิ่งไปแตะยันต์ 2 แผ่นนี้ก่อน” อู่
อวี้ ผงกหัวแล้วกล่าวออกมา
ปล่อยให้ยันต์อยู่กับร่างอวตารเป็นเรื่องที่ดีแล้ว
หากร่างจริงของ อู่ อวี้ ใช้งานแผ่นยันต์เหล่านี้ ผู้ที่
ครอบครองตราประทับสื่อสาร ก็สามารถติดตาม
ตำแหน่งของเขาได้
หมิงซวงกล่าวว่า “ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ยันต์
สื่อสาร แต่หากเจ้ามีอันตรายที่ไม่อาจจะรับมือได้ไหว
เจ้าก็ยังจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากมัน แค่ให้
ร่างอวตารของเจ้าเป็นผู้ใช้มันก็น่าจะไม่เป็นไร
สำหรับยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรย นี่นับว่าเป็น
ของขวัญที่ไม่เลว”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ปีศาจพิษวงน้ำเงินเป็นปีศาจสมุทร สิ่งที่มันกลัว
ที่สุดก็คือเปลวเพลิงจาก ‘ยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬ
ร่วงโรย’ ยันต์แผ่นนี้จะต้องสร้างผลกระทบใหญ่
หลวงอย่างแน่นอน หากมียันต์แผ่นนี้อยู่กับตัว นับว่า
เป็นการเพิ่มโอกาสที่เจ้าจะเอาชนะปีศาจพิษวงน้ำ
เงินอีกหลายส่วน แน่นอนว่าหากปีศาจพิษวงน้ำเงิน
เต็มใจออกมาจากภายในเจดีย์ควบคุมเวลา เจ้าก็ไม่
จำเป็นจะต้องใช้งานมัน”
ดูเหมือนว่าค่อนข้างจะเสี่ยงอยู่พอสมควร
สุดท้ายเขายังคงพะวงว่าภายในยันต์ต้องห้ามเพลิง
ทมิฬร่วงโรยแผ่นนี้จะมีอะไรในกอไผ่
“ในอดีตข้าเคยพบยันต์แผ่นนี้ค่อนข้างบ่อย จึงพอจะ
มองแยกแยะได้พอสมควร เจ้าแค่ส่งมอบยันต์
ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรย ให้กับร่างอวตารร่างใด
ร่างหนึ่งเป็นผู้เก็บไว้ก็พอ ส่วนยันต์สื่อสารน่าจะไม่มี
ปัญหาอะไร”
ในตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับเจดีย์ควบคุมเวลา กำลังรอ
คอยให้ปีศาจพิษวงน้ำเงินออกมา
แต่หากปีศาจพิษวงน้ำเงินไม่ยอมออกมา เขาอาจ
จำเป็นจะต้องใช้ยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรยของ
โอรสเล่อ
เขาให้ร่างอวตารร่างหนึ่ง นำยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬ
ร่วงโรยแผ่นนี้ มาส่งให้กับร่างจริงของ อู่ อวี้ เพื่อจะ
ให้หมิงซวง ทำการตรวจสอบ นางกล่าวว่า “ยันต์
แผ่นนี้ไม่มีปัญหา ไม่มีการวางกลอุบายอะไร มันเป็น
เพียงแค่ยันต์โจมตีที่เรียบง่ายไม่สลับซับซ้อน หาก
กลัวว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ ก็แค่จำเอาไว้ว่าอย่าให้ยันต์
แผ่นนี้อยู่ใกล้กับร่างต้นก็พอแล้ว”
ด้วยความสามารถของ หมิงซวง จึงสามารถ
รับประกันได้เป็นอย่างดี เพราะนางมีประสบการณ์
มากมาย ส่วนทางด้าน อู่ อวี้ ก็ได้พิจารณายันต์แผ่น
นี้เช่นกัน และเห็นว่าน่าจะไม่มีการวางกลอุบายใดๆ
ซึ่งหลังจากที่ดูอย่างแช่มชัดแล้ว กล่าวได้ว่า ยันต์
แผ่นนี้มีพลังอำนาจที่รุนแรงอย่างแท้จริง
“ดูเหมือนว่าโอรสเล่อต้องการช่วยเหลือข้าจริงๆ
หากปีศาจพิษวงน้ำเงินไม่ออกมา ข้าจะใช้ยันต์แผ่นนี้
ไปทักทายมัน จะได้ไม่ต้องถูกบีบบังคับให้ออกมา
เหมือนครั้งที่แล้ว”
ซึ่งเวลานั้นกำลังจะมาถึงในไม่ช้า อู่ อวี้ เก็บร่าง
อวตารส่วนใหญ่กลับคืนมา ยกเว้นร่างอวตารที่พก
ยันต์แผ่นนี้ เขายังคงปล่อยให้มันอยู่ด้านนอก
เขารอคอยอยู่ด้านนอกของเจดีย์ควบคุมเวลา
เขารอคอยมาเนิ่นนานอย่างมากเพื่อที่จะเข้าไปสู่
ประตูบานนี้ เวลาสิบวันยาวนานราวกับเป็นปี!
หากไม่มีปีศาจพิษวงน้ำเงิน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะ
ประสบความสำเร็จไปแล้ว
ประตูเจดีย์ควบคุมเวลากำลังจะครบกำหนดเวลาเปิด
ออก อู่ อวี้ มองจากที่อันห่างไกล ตามเหตุตามผล
แล้ว หากปีศาจพิษวงน้ำเงินไม่ได้ทำการศึกษาประตู
บานนั้นอย่างถ่องแท้ มันจะต้องเสียดายวันเวลาที่มัน
ได้สูญเสียไป และจากประตูออกมาอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ รอคอยอย่างสงบ
ครู่ต่อมา ประตูก็ได้เปิดขึ้นโดยสมบูรณ์ แต่หลังจากที่
ประตูเปิดออกมา กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น อันที่จริง
เวลาของเจดีย์ควบคุมเวลามันจะเร็วกว่าข้างนอกอยู่
เล็กน้อย เขารู้สึกว่าหากอีกฝั่ายต้องการจะออกมา
มันควรที่จะออกมานานแล้ว
หากมันยังไม่ออกมา และไม่มีคนเข้าไป ประตูเจดีย์
ควบคุมเวลาก็จะปิดลง
“มันยังไม่ออกมาอีกหรือ?”
อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่ ตามการคาดเดาของเขา อีกฝั่ายย่อม
ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ภายในนั้นอีกต่อไปนี่
“ไม่มีทางแล้ว”
เขาทำได้เพียงแค่บุกเข้าไปภายในเจดีย์ควบคุมเวลา
อย่างรวดเร็ว เข้าไปข้างในก่อนที่ประตูจะปิดลง
นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาปรากฏตัวภายในเจดีย์ควบคุม
เวลา!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ