กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 598 : หนึ่งพลองสังหาร
ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ยังคงไม่คิดจะออกมา
มันยังคงยืนอยู่ด้านหน้าของประตูลี้ลับ ทำการศึกษา
อย่างจริงจัง ในขณะที่ อู่ อวี้ เข้ามา มันจึงถอน
สายตาและความสนใจของมันออกจากประตูบานนั้น
“เจ้าเข้ามาทำอะไรในที่แห่งนี้อีก?” ปีศาจพิษวงน้ำ
เงินหันกายกลับไปแล้วมองเห็นว่าเป็น อู่ อวี้ ที่กำลัง
ยืนอยู่ด้านหลังของมัน ใบหน้ามันจึงเกิดความรู้สึก
ประหลาดใจ
“การที่เจ้าเข้ามาเช่นนี้ นั่นหมายความข้างในนี้มัน
ต้องมีความลับอยู่จริงๆ แต่ว่าเจ้ากลับยังไม่ได้บอกข้า
อย่างที่เจ้าไม่ได้บอกข้าเกี่ยวกับตัวตนของหุ่นเชิด
ค่ายกล ทั้ง 9” ในเรื่องนี้ ปีศาจพิษวงน้ำเงินรู้สึกไม่
ค่อยพอใจนัก
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ตัดหนวดของมันแล้ววิ่งออกไป
ทำให้กระตุ้นโทสะของมันอย่างมากล้น
“หุ่นเชิดทั้ง 9 นั้นคือสิ่งใดกันแน่? หากครั้งนี้เจ้ายัง
ไม่อธิบายออกมาให้ชัดเจน เจ้าก็อย่าหวังที่จะได้
ออกไปข้างนอกอีกเลย” สีหน้าของปีศาจพิษวงน้ำ
เงินกลายเป็นดุร้าย พร้อมกับกล่าวถ้อยคำข่มขู่ อู่ อวี้
“เจ้าท้าทายหุ่นเชิดไปถึงระดับใดแล้ว?” อู่ อวี้ ถาม
ปีศาจพิษวงน้ำเงินกล่าว “มีเพียงแค่หุ่นชิดจากค่าย
กลสีแดงเท่านั้นที่ข้าจัดการมันไป แต่จากที่เจ้าว่า ดู
เหมือนจะมีมากกว่านั้น?”
ปรากฏว่ามันเพิ่งจะท้าทายเพียงแค่ระดับแรก แต่
ด้วยขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 2 ของมัน
ก็เพียงพอที่จะสามารถเผชิญหน้ากับสามเจ้า
วิญญาณเทวะได้
เมื่อกล่าวจบ ปีศาจพิษวงน้ำเงินยิ่งทวีความโกรธขึ้น
มันกัดฟันพร้อมกล่าวว่า “เจ้าบังอาจหลอกลวงข้า!
เวลาที่อยู่ภายใน ไม่ได้แตกต่างกับเวลาที่อยู่ด้าน
นอก! เพิ่งจะผ่านไป 10 วันเจ้าก็เข้ามาได้แล้ว ไหน
ว่าเจ้าบอกว่ามันมีเวลาทั้งหมด 100 วันไงเล่า?”
หากทำการท้าทายในระดับเดียวกัน เวลาก็จะไม่มี
การเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น
เมื่อคิดไปถึงเรื่องการหลอกลวง ก็ยิ่งทำให้โทสะของ
ปีศาจพิษวงน้ำเงินทะยานสูงขึ้นไปอีก
สำหรับมันแล้ว มันไม่อาจจะยกโทษให้กับ อู่ อวี้ ได้
อีกต่อไป
“หากในวันนี้เจ้าไม่คายทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ารู้ออกมา
ข้าจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตกตายไปเสียไป! เจ้า
น่าจะรู้ดี ข้ามีวิธีการใช้พิษร้ายของข้าอยู่มากมาย
ขนาดไหน”
เมื่อกล่าวจบ มันได้เตรียมตัวที่จะลงมือ ร่างกายของ
มันแปรเปลี่ยนไปในทันที ร่างมนุษย์ของมันได้
แปรเปลี่ยนกลับกลายมาอยู่ในรูปลักษณ์ของปีศาจที่
น่าสยดสยอง!
มันกลายร่างเป็นปลาหมึกยักษ์ที่มีหนวดทั้งหมด 8
เส้น เต็มไปด้วยตุ่มพิษสีน้ำเงิน ส่องแสงเป็นประกาย
กลิ่นอายปีศาจของมันปะทุสูงไปถึงชั้นฟั้า เมื่ออยู่
ภายในพื้นที่ปิดเช่นนี้ กลิ่นอายปีศาจอันมหาศาล
ย่อมเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนหายใจได้อย่าง
ยากลำบาก!
“อู่ อวี้ เจ้าจงคายทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ารู้ออกมาซะ!”
มันรู้ว่าที่ อู่ อวี้ กลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง
จะต้องมีสาเหตุบางอย่าง ทำให้ตั้งแต่ที่เขาย่างเท้า
ก้าวเข้ามา มันจึงไม่คิดที่จะปล่อยให้เขาออกไปข้าง
ได้อย่างง่ายๆ
มันถึงขนาดคาดเดาว่า อู่ อวี้ จะต้องรู้ถึงวิธีที่จะเข้า
ไปภายในประตูลี้ลับบานนี้
อู่ อวี้ อดทนกับมันมานานแล้ว การเข้ามาของเขาใน
ครานี้จึงไม่คิดจะปล่อยมันไปง่ายๆเช่นกัน
ในขณะที่ปีศาจพิษวงน้ำเงินฟาดหนวดทั้ง 8 ออกไป
เตรียมตัวที่จะสำแดงวิชาอิทธิฤทธิ์เช่นเดียวกับครั้งที่
แล้ว แต่ทว่า อู่ อวี้ กลับสามารถลงมือโจมตีสวน
กลับไปได้อย่างรวดเร็ว!
เขายื่นมือหยิบ ยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรย ที่
โอรสเล่อมอบให้ออกมา ถ่ายโอนพลังตำหนักม่วงเข้า
ไปกระตุ้นใช้งานวงเวททั้งหมดที่อยู่ภายในแผ่นยันต์
วงเวทที่อยู่ภายในแผ่นยันต์ถูกโคจรหมุนวนจนถูก
กระตุ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นแผ่นยันต์ก็ค่อยๆสลาย
ลงไป ปลดปล่อยระเบิดพลังอำนาจของวงเวทที่น่า
หวาดกลัวออกมาอย่างฉับพลัน!
เมื่อเขาเหยียดมือออกไป แผ่นยันต์พันเปลี่ยนแปลง
เป็นเปลวเพลิงทมิฬกองหนึ่ง เปลวเพลิงทมิฬกองนั้น
ถาโถมเข้าใส่ร่างของปีศาจพิษวงน้ำเงิน
“แผ่นยันต์นี้คืออะไรกัน? เป็นยันต์เวทจากทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งงั้นรึ เป็นไปไม่ได้…….”
ไม่ต้องสงสัยเลย ปีศาจพิษวงน้ำเงินคิดว่าทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งเป็นเพียงแค่ดินแดนแห้งแล้ง
ทุรกันดาร เป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตศาสตราเต๋าวิถีแท้
หรือว่ายันต์เวทระดับสูงเช่นนี้ได้
เมื่อเปลวเพลิงทมิฬฝั่าทะลวงวงล้อม มันก็เปรียบดั่ง
อาชาทะยานมุ่งตรงแผดเผาร่างกายของมันในทันที
มันจ้องมองด้วยสายตานิ่งงัน ฉับพลันนั้นเปลวเพลิง
ทมิฬก็ได้กระจายไปทั่ว เพียงพริบตา เปลวเพลิง
ทมิฬก็เข้าปกคลุมแผดเผาไปทั่วทั้งร่างกายอันใหญ่โต
ของมัน
“ยันต์ต้องห้ามเปลวเพลิงทมิฬร่วงโรย! เจ้ามียันต์เวท
ระดับสูงเช่นนี้ได้อย่างไร! เป็นไปไม่ได้!” สีหน้าของ
ปีศาจพิษวงน้ำเงินเปลี่ยนไป น้ำเสียงของมัน
กลายเป็นทุกข์ทรมาน สีหน้าของมันแสดงออกถึง
ความตะลึงและเสียใจอย่างสุดซึ้ง!
“เจ้ามีความรู้กว้างขวางดีนี่” อู่ อวี้ กำลังรอคอย
ช่วงเวลานี้
ภายใต้การแผดเผาของเพลิงทมิฬที่เจาะทะลวงเข้า
ไปถึงกระดูก ปีศาจพิษวงน้ำเงินไม่อาจจะสลัดมันให้
หลุดพ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังไม่มีวิธีใดที่หยุดยั้ง
ไม่ให้เปลวเพลิงทมิฬลุกลามแผดเผากายเนื้อของมัน
ได้ เมื่อเลือดและเนื้อของมันถูกแผดเผา สภาพของ
มันจึงเหมือนกับกิ่งก้านของต้นไม้ที่ผลัดเปลี่ยนฤดู
เหี่ยวเฉาโดยพลัน พริบตานั้นตัวมันกลายเป็นซีด
เซียว สูญเสียซึ่งพลังจิตวิญญาณทั้งหมดไป!
ร่างกายของมันกำลังร่วงโรยไปอย่างรวดเร็วราวกับ
กิ่งไม้แห้ง ภายในเวลาสั้นๆร่างกายของมันถูกแผด
เผาจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้วถึง 1 ใน 5 ส่วน
“อู่ อวี้ เจ้ารนหาที่ตาย!” ปีศาจพิษวงน้ำเงินที่กำลัง
ถูกแผดเผา แผดเสียงคำรามดุร้ายออกมา
อู่ อวี้ อดที่จะกล่าวไม่ได้ว่า แผ่นยันต์เวทที่โอรสเล่อ
มอบให้เขามันมีอานุภาพมากเกินไป ถ้าหากว่าเขาไม่
จำเป็นจะต้องกำจัดปีศาจพิษวงน้ำเงินไปในตอนนี้
เขาก็จะเก็บมันไว้ใช้ในตอนที่เขาไปท้าทายระดับที่ 8
ใช้มันกับหุ่นเชิดที่อยู่ภายในค่ายกลสีขาว เมื่อถึงเวลา
นั้น คาดว่าเขาจะสามารถเปิดประตูลี้ลับบานนั้นได้
อย่างสมบูรณ์!
ปีศาจพิษวงน้ำเงินยังคงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานอยู่
ท่ามกลางเปลวเพลิง ในเวลานี้มันกำลังใช้กลิ่นอาย
ปีศาจและพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงเพื่อต่อต้านเปลว
เพลิงทมิฬ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ย่อมไม่ให้โอกาสมัน
ได้ทำเช่นนั้น
ในเวลานี้คนนำเสามังกรสมุทรคลั่งที่มีส่วนสึกหรออยู่
เล็กน้อยมาคร่ากุมไว้อย่างถนัดมือ เขาโบกสะบัดเสา
มังกรสมุทรคลั่งอย่างเกรี้ยวกราด จากนั้นก็สำแดง
วิชาอิทธิฤทธิ์ เทียมฟั้าจรดดิน
เขาและเสามังกรสมุทรคลั่ง ขยายขนาดใหญ่ขึ้นใน
เวลาเดียวกัน!
ภายในเวลาสั้นๆ ความสูงของเขาก็สูงมากกว่าเดิมถึง
4 เท่า! อู่ อวี้ ในตอนนี้กลายเป็นคนยักษ์ที่มีความสูง
เกือบ 3 จั้ง!
ตอนนี้ตัวเขาเหมือนกับตึกที่มีความสูงถึง 2 หรือ 3
ชั้นเลยทีเดียว
นี่คือการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทุกส่วนของ
ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ยกเว้นเพียง
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง! ทำให้โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ด้านของพละกำลังกายเนื้อจึงเพิ่มขึ้นมาถึง 3 เท่า
จากปกติ แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เปิดใช้งานเคล็ดระเบิด
พลังคลั่งก็ตามที!
ตูม ตูมมมม!
อู่ อวี้ ก้าวขาข้างหนึ่งล้ำหน้าปีศาจพิษวงน้ำเงินอย่าง
รวดเร็ว กระชับเสามังกรสมุทรคลั่งในมือ ฟาดพลอง
ทะลุผ่านเปลวเพลิงเข้าไป หมายมาดบดขยี้ร่างกาย
ของปีศาจพิษวงน้ำเงิน!
ร่างกายของเขาในยามนี้ เมื่อเทียบกับปีศาจพิษวงน้ำ
เงินแล้วถือว่ายังด้อยกว่า เพราะยังไงแล้วอีกฝั่ายเป็น
ถึงอสูรกายที่ปกครองมหาสมุทร แต่ไหนแต่ไรมาไม่
เคยมีสิ่งใดมาจำกัดขนาดและพื้นที่ของพวกมันได้
แม้ว่าจะยังไม่ได้สำแดงเคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกมา
พละกำลังกายเนื้อของเขาก็เป็นที่น่าพรั่นพรึง พลอง
ที่หวดกรพหน่ำฟาดลงไป กลับได้ยินเสียงกรีดร้อง
ของปีศาจพิษวงน้ำเงินดังตอบรับกลับมา
อู่ อวี้ ไม่ได้สำแดงแม้แต่เคล็ดวิชาเต๋าใดๆ นอกจาก
เคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน เพียงแค่ระเบิด
พลังอำนาจของกายเนื้อ พริบตาเดียวบนร่างของ
ปีศาจพิษวงน้ำเงินกลับถูกกระหน่ำฟาดลงไปหลาย
สิบที หลายสิบพลองที่ฟาดลงมาแทบจะทำให้ร่าง
ของปีศาจพิษวงน้ำเงินเละเป็นกองถ่าน น่าสมเพชจน
ทนดูแทบไม่ได้! บนร่างกายของมันแทบบุบสลายจน
มอดม้วย เมื่อร่างกายของปีศาจพิษวงน้ำเงินปริแตก
ดูเหมือนจะทำให้ยันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬค้นพบ
ช่องว่างให้ขุดแซะเข้าไป มันจึงลุกลามแทรกซึมแผด
เผาไปถึงภายในโดยไว เมื่อเปลวเพลิงลุกลามไป
ภายในร่างกายของมัน ยิ่งทำให้ทั่วทั้งร่างของมันร่วง
โรยลงไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม!
ปีศาจพิษวงน้ำเงินกรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง ไร้
ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน
“อู่ อวี้ ยกโทษให้ข้าด้วย ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ยกโทษ
ให้ข้าด้วย!”
มันตกอยู่ในสภาพน่าสังเวช กำลังอ้อนวอนขอชีวิต
จาก อู่ อวี้
“เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะออกไปจากที่นี่เอง ข้ายัง
ไม่อยากถูกขับออกจากเส้นทางเซียนบรรพกาลแห่งนี้
อู่ อวี้ ข้าสาบานว่าข้าจะไม่มากระตุ้นโทสะเจ้าอีก
ต่อไปแล้ว ยกโทษให้ข้าเถอะ!”
ปีศาจพิษวงน้ำเงินกล่าวพร้อมกับร่ำไห้ออกมา แต่
หาก อู่ อวี้ ยังไม่หยุดมือ มันก็ทำได้เพียงแค่หลบหนี
ออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาลเท่านั้น ไม่เช่นนั้น
ตัวมันจะต้องสิ้นชีพไป
อู่ อวี้ กำลังคิดว่า “ถ้าหากบังคับให้มันออกไปจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล ก็อาจจจะเป็นไปได้ว่า มัน
อาจจะกลับไปล้างแค้นที่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
อย่างไรก็ตามหากปล่อยมันไป ให้มันอยู่ในเส้นทาง
เซียนบรรพกาลนี้ต่อไป มันย่อมจะต้องมาแก้แค้นข้า
อย่างไม่ต้องสงสัย แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้มัน
กลับไปล้างแค้นทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง”
สิ่งที่เกิดขึ้นภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล กล่าวได้
ว่า อู่ อวี้ ยังคงสามารถควบคุมไว้ได้ แต่เรื่องที่อยู่
ภายนอก นับว่าเกินกว่ากำลังของ อู่ อวี้ ไปเสียแล้ว
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ
“ไสหัวไปซะ!”
“ได้ ได้ !”ขอแค่เพียงไม่ต้องออกจากเส้นทางเซียน
บรรพกาล ปีศาจพิษวงน้ำเงินก็รู้สึกปลื้มปิติ รูปร่าง
อันใหญ่โตของมัน ฉับพลันได้เปลี่ยนกลับมาอยู่ใน
รูปแบบมนุษย์ หลบหนีไปที่ทางออกในทันที แต่ใน
ตอนที่มันกำลังจะจากไป มันกลับหันมามอง กัดฟัน
ด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าของมันทะมึนทึบ และ
กล่าวออกมาว่า ”อู่ อวี้ ในวันนี้ข้ายอมให้เจ้าไปก่อน
แต่สักวันหนึ่ง ข้าจะให้เจ้าชดใช้ 2 เท่า!”
สุดท้ายมันก็กรีดร้องคำราม สายตาดูหมองหม่นไร้ที่
เปรียบ มันแทบจะกระอักโลหิตออกมาด้วยโทสะ
หลังจากที่มันกระโจนออกไปจากเจดีย์ควบคุมเวลา
ประตูของเจดีย์ควบคุมเวลาก็ปิดลง ที่แห่งนี้ก็เหลือ
อู่ อวี้ เพียงผู้เดียวอีกครั้ง
เมื่อมียันต์ต้องห้ามเพลิงทมิฬร่วงโรย เขาจึงสามารถ
เอาชนะปีศาจพิษวงน้ำเงินได้อย่างง่ายดายและแทบ
จะไม่ต้องเปลืองแรงอะไรเลยด้วยซ้ำ
อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจ ปีศาจพิษวงน้ำเงินและสหายของ
มันที่อยู่บนเส้นทางเซียนบรรพกาลแห่งนี้มากนัก
เป็นเพราะเขามีคู่ต่อสู้อยู่มากมายอยู่แล้ว ซึ่งทุกคน
ต่างก็มีความสัมพันธ์ที่เป็นศัตรูกันและกัน
สำหรับ เซียว อี้หลี อู่ อวี้ จะต้องจัดการนางในไม่ช้า
ก็เร็วนี้
บางที นางอาจจะไม่รู้สึกตัวว่ามีบางสิ่งกำลังไล่หลัง
นางมาทุกขณะ
หลังจากที่ปีศาจพิษวงน้ำเงินจากไปแล้ว ก็มาถึง
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของ อู่ อวี้ ! นั่นคือการต่อสู้กับ
‘สามเจ้าปีศาจเทวะ’!
แน่นอนคือการเข้าประตูลี้ลับ!
สำหรับช่วงเวลานี้เขารอคอยมายาวนานอย่างมาก
ในที่สุดเขาก็มีเค้ารางจะประสบความสำเร็จ!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ เป็นกังวลเล็กน้อย ใครจะรู้ว่า
ท้ายที่สุดท้ายแล้วสิ่งใดกันแน่ที่ซ่อนอยู่หลังประตู
บานนี้?
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ในขณะที่เขากำลังรอ
คอยอย่างเป็นกังวล ค่ายกลทั้ง 9 ก็ปรากฏออกมา
อีกครั้ง! อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความลังเล เขาเดินก้าวเดินตรง
ไปยังวงเวทสีดำ หลังจากที่เขาทำการตัดสินใจเลือก
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หุ่นเชิดที่อยู่ภายในค่ายกลอื่นๆ
ค่อยๆจมหายลงไป เหลือเพียงแค่ อู่ อวี้ กับ สามเจ้า
วิญญาณเทวะ!
สามเจ้าวิญญาณเทวะมีการเคลื่อนเหมือนกับครั้งที่
แล้วทุกประการ
มันไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ บุกเข้ามาโจมตีในทันที!
ในที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดคุ้นเคยกับ สามเจ้าวิญญาณเทวะ
ได้เท่ากับ อู่ อวี้ เขาจดจำได้อย่างชัดเจนว่าในครั้งที่
แล้วเขาปะทะโรมรันกับสามเจ้าวิญญาณเทวะ 1 วัน
1 คืนเต็มๆ จนถึงขนาดที่เขารู้ถึงค่ายกลและ
รายละเอียดต่างๆของสามเจ้าวิญญาณเทวะเหล่านี้
อย่างไรก็ตามในครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะ
ทำศึกระยะยาวเช่นครั้งก่อน
เนื่องจากคราวที่แล้วเขาไม่มีความสามารถใดๆให้
สำแดงอีก จึงทำได้เพียงแค่ทำให้ศึกยืดเยื้อเพียง
เท่านั้น แต่ว่าครั้งนี้มันได้เป็นเช่นเดิมอีกต่อไปแล้ว
“เทียมฟั้าจรดดิน!”
เมื่อเขาสำแดงเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์ ร่างกายของเขา
แปรเปลี่ยนกลายเป็นสูงใหญ่กว่าสามเจ้าวิญญาณเท
วะอย่างมาก ในเวลานี้เขายืนอยู่เบื้องหน้าสามเจ้า
วิญญาณเทวะอย่างห้าวหาญ ราวกับพวกมัน
กลายเป็นเพียงแค่ของเล่น!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
เพียงพริบตาเขาระเบิดพละกำลังกายเนื้อสูงขึ้น
กว่าเดิมถึง 6 เท่า ก่อเกิดเป็นพลังที่ต่อต้านฟั้าสวรรค์
อย่างโจ่งแจ้ง จนดูเหมือนว่าความสำคัญของแก่นแท้
ตำหนักม่วงจะด้อยลงไปถนัดตา ในชั่วขณะนี้ แขน
ทั้ง 2 ข้างของเขาไม่รู้ว่าขยายไปมากมายถึงเพียงใด
ด้วยการระเบิดพลังของกายเนื้อผนวกกับร่างจำแลง
เซียนวานรเพิ่มเข้าไปอีก อู่ อวี้ ในตอนนี้ จึงมีกาย
เนื้อเฉกเช่นเดียวกับเหล่าปีศาจ กระทั่งบางทีอาจจะ
เหนือล้ำเสียกว่า!
เกรงว่าไม่มีผู้ใดภายใต้ฟั้าดินแห่งนี้ที่จะมีพละกำลัง
กายเนื้อสูงส่งได้เท่ากับเขาอีกต่อไปแล้ว หากผู้คนทั่ว
ทั้งผืนพิภพสูญเสียพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงไป เขาก็
จะกลายเป็นราชันหนึ่งในใต้หล้า แม้แต่จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงหรือว่าบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์
ก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขา
ยามนี้ เมื่อสามเจ้าวิญญาณเทวะมายืนอยู่เบื้องหน้า
เขา มันกลับให้ความรู้สึกที่บอบบางและน่าเวทนา!
หลังจากที่ อู่ อวี้ มายืนอยู่เบื้องหน้า 3 เจ้าวิญญาณ
เทวะ จากนั้นสำแดงเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ไม่พูดไม่
จา ฟาดพลองหมายมาดบดขยี้มันลงในทันที!
ค่ายกลเวทนับหมื่นบนร่างของสามเจ้าวิญญาณเทวะ
ถูกกระตุ้นขึ้น โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยพลัน ซึ่ง
ส่วนใหญ่แล้วเป็นค่ายกลโจมตี มันพร้อมเผชิญหน้า
ปะทะกับ อู่ อวี้ !
ตึ่ง!
ภายใต้อานุภาพแห่งกายเนื้อ เพียงหนึ่งพลอง สาม
เจ้าวิญญาณเทวะ กลับถูกถูก อู่ อวี้ บดขยี้กลายเป็น
เศษเหล็กไปในทันที
ก่อนหน้านี้เขาต้องต่อสู้โรมรันกับมันถึง 1 วัน 1 คืน
แต่ในตอนนี้เขากลับสามารถใช้เพียงหนึ่งพลองเพื่อ
เอาชัย นี่ก็คือเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์วิชาที่ 3 ของ อู่ อวี้
พลังแห่งเทียมฟั้าจรดดิน อันไร้ต้าน!
เมื่อเปรียบเทียบกับร่างอวตารนอกวิถี หรือว่า เนตร
เพลิงแล้ว มันไม่ได้อ่อนแอกว่าแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามการเอาชนะสามเจ้าวิญญาณเทวะอีก
ครั้งไม่ได้สลักสำคัญแต่อย่างใด ในเวลานี้สามเจ้า
วิญญาณเทวะถูกบดขยี้ไป นี่จึงจะเป็นช่วงเวลาที่
สำคัญที่สุดสำหรับ อู่ อวี้ !
ร่างกายของเขาที่ใหญ่โตไร้ที่เปรียบได้ย่อส่วนเล็กลง
มาจนสูงไม่ถึง 1 ฉื่อ กลายร่างเป็นเพียงแค่คนตัว
เล็กๆที่มีขนาดเท่ากับกระเปั๋าเพียงเท่านั้น แต่ด้วย
ความเร็วอันน่าหวาดกลัวของเขา ทำให้บัดนี้เขาได้
มาถึงเบื้องหน้าของประตูลี้ลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ