กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 599 : อสูรภายในสายธารแหงกาลเวลา
ตุ้บตุบ? ตุ้บตุบ? ตุ้บตุบ!
นี่คือเสียงเต้นของหัวใจ อยู่ในสภาวะตึงเครียดกดดัน
เต็มที่
ก่อนจะมาถึงประตู นับว่าเป็นเวลาเพียงชั่วพริบตา
บัดนี้เขาได้มายืนอยู่ตรงหน้าประตูแล้ว ทำให้เขารู้ได้
ในทันทีว่า ประตูลึกลับ บานนี้ยังไม่ได้ถูกเปิดออก
อันที่จริง ประตูลึกลับ ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังเลย
แม้แต่น้อย
อู่ อวี้ สามารถเอาชนะ สามเจ้าวิญญาณเทวะ ซึ่งอยู่
ลำดับ 7 ซึ่ง ประตูลึกลับ ก็เปิดแง้มอ้าออก
เช่นเดียวกับครั้งก่อนหน้า
สำหรับเวลานี้เขาได้เตรียมการมาอย่างน้อยสี่ปี
ในอดีตสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็คือ การยกระดับ
ขอบเขตพื้นฐานฝึกตน แต่ในปัจจุบันเขากลับสะกด
ข่มมันเอาไว้ มิเช่นนั้นเขาคงบรรลุระดับตำหนักม่วง
มรกตขั้นที่ 6 ไปแล้ว
สุดท้ายรอคอยอันแสนเนิ่นนานก็มาถึง ด้วยเวลาผ่าน
ไปแค่เพียงชั่วอึดใจ แต่ให้ความรู้สึกยาวนานเหมือน
แรมปี! และแล้ว ประตูลึกลับ ก็เริ่มแง้มออกในที่สุด!
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ได้ย่อขนาดร่างกายให้เล็กลง เขายืน
เฝั้ารออยู่ข้าง ๆ ประตู ด้วยเพราะหวังว่า เมื่อใดก็
ตามที่ประตูเปิดแง้มออกแม้แค่เพียงเล็กน้อย เขาจะ
พุ่งล่างเข้าไปด้านในในทันที
บัดนี้ แขน และ ขาข้างอย่างละข้างของเขาเข้าไปได้
แล้ว เหลือเพียงทรวงอกกับศีรษะที่ยังเหลืออยู่
เมื่อตราบใดที่เขาเบียดร่างกายทั้งสองส่วนเข้าไป ร่าง
ของเขาก็จะเข้าไปด้านในได้โดยสมบูรณ์
แล้วตอนนี้ประตูลึกลับยังคงเปิดอยู่! จาก 1 ไปถึง 2
ชุ่นเท่านั้น!
หากเปิดแง้มในระดับสูงสุดของมัน ก็เป็นเรื่องง่ายที่
อู่ อวี้ จะแทรกตัวผ่านเข้าไป เพียงแต่เขาต้องหดตัว
ให้เล็กลงกว่านี้อีกเล็กน้อย
ทว่าในเวลานี้เขากลับสามารถผ่านเข้าไปใน ประตู
ลึกลับ ก่อนที่มันจะเปิดงานในระดับสูงสุดเสียอีก
หลังจากที่เขาผ่านเข้ามาในประตู บานประตูแง้มอยู่
ในระดับสูงสุดพอดี ต่อจากนั้นมันก็รีบปิดลงอย่าง
รวดเร็ว ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรีบฝั่าเข้าไปด้านในทันที เมื่อ
เขารู้ตัวว่าตนเองประสบความสำเร็จแล้ว บานประตู
ลึกลับที่อยู่ด้านหลังก็ถูกปิดลง
“ในที่สุดข้าก็เข้ามาได้!”
อู่ อวี้ ปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง! หลังจากดีใจอยู่ชั่วครู่ ไม่
นานนักความอยากรู้อยากเห็นของเขาก็เริ่มจุด
ประกายขึ้นมา!
อย่างไรก็ตามเขาก็ตระหนักว่า ถึงแม้เขาจะอยู่
ภายในประตู แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี
อันตรายใด ๆ ฉะนั้นสิ่งแรกที่เขากระทำคือ
ระมัดระวังตัว เฝั้าสังเกตสถานการณ์รอบด้าน
เตรียมพร้อมปั้องกันตนเอง
แล้วเขาก็ใช้เนตรเพลิง ตรวจสอบทุกสรรพสิ่งที่อยู่
รอบตัวอย่างรวดเร็ว
ด้วยวิธีนี้จะทำให้เขาสามารถเห็นสรรพสิ่ง ในมุมมอง
ที่กว้างขึ้น และ ละเอียดขึ้น
หากคาดการณ์โดยประมาณแล้ว พื้นที่ภายในมีขนาด
เล็กมาก มันเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ภายใน
ห้องมีผนังปิดกั้นอยู่ทั้งหกด้าน พื้น และ เพดานเป็น
สีขาวบริสุทธิ์ เปร่งประกายกระจ่างใสเฉกเช่นดั่งอัญ
มณีก็มิปาน นอกจากนี้ยังส่องประกายแวววาว
ระยิบระยับ
เป็นกำแพงหยกที่บริสุทธิ์มาก ไร้ซึ่งลวดลาย
ปราศจากความลึกลับใด ๆ
ภายในห้องเล็ก ๆ นี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น!
ตรงกลางพื้นห้อง มีโต๊ะหยกขาวบริสุทธิ์ เหนือโต๊ะ
หยกขาวมีสิ่งของบางอย่างอยู่ มันคือสิ่งเดียวที่อยู่
ภายในประตูลึกลับแห่งนี้
ไม่นานนักดวงตาของ อู่ อวี้ จับจ้องไปที่มันด้วยความ
สงบสนใจ
มันคือ กรวย ซึ่งมีความสูงราว ๆ 1 ฉือ ตรงส่วนฐาน
ทรงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 ชุ่น
จากบนลงล่างมีเก้าชั้น
ทั่วทั้งตัวเป็นสีขาว
มันคือ เจดีย์ ที่เขาเคยพบเห็นมาก่อน
” นี่มันอะไร มันคงไม่ใช่ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ? ”
หมิงซวง กล่าวขึ้นมาด้วยความกังขา
ภายใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา มี เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา อยู่อีกหลังเช่นนั้นหรือ ?
อู่ อวี้ พยายามไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน อันที่
จริง เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ตรงเบื้องหน้าเขาในยาม
ทั้งรูปทรงลักษณะเหมือนกับ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา
ที่อยู่ภายในสมุทรเมฆาทุกประการ จะต่างกันตรงที่
แค่มันถูกย่อขนาดให้เล็กลงเท่านั้น
สีขาวบริสุทธิ์ดูไร้ซึ่งมลทิน เปรียบเสมือนกับหยกขาว
ที่ดูเรียบง่ายบริสุทธิ์ อีกทั้งดูเหมือนมันจะมีอายุ
เก่าแก่โบราณมากทีเดียว
อู่ อวี้ ยืนอยู่หน้าเจดีย์ย่อส่วนขนาดเล็ก ใช้เนตร
เพลิงตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้น หมิงซวง
ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกอย่างที่สุดว่า ” มัน
แตกต่างกัน! เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ที่อยู่ด้านนอก
โดยปกติแล้วสิ่งก่อสร้างที่ปลูกภายใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล จะเป็นส่วนหนึ่งของ เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ซึ่งไม่สามารถนำออกไปด้านนอกได้ แต่เจดีย์
ขนาดเล็กนี้มันดูเหมือนศาสตราเต๋าวิถีแท้ ก็เท่ากับ
ว่าถ้าเจ้าสามารถทำพันธสัญญากับมัน เจ้าสามารถ
นำมันติดตัวออกไปได้ ”
” ว่าอะไรนะ!? ” อู่ อวี้ ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
เขาไม่คาดคิดว่ามันเป็น สมบัติวิเศษ ที่สามารถ
นำออกไปได้ มันอาจจะเป็นหัวใจหลักของ เจดีย์
ควบคุมกาลเวลา แล้วเป็นส่วนหนึ่งของ เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาใช้เนตรเพลิงตรวจสอบมัน กลับ
ไม่เห็นวงเวทซึ่งอยู่บนเจดีย์ขนาดเล็กหลังนี้แม้แต่
น้อย แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกว่ามันคือ ศาสตราเต๋าวิถีแท้
ชนิดหนึ่งจริง ๆ หากมองอย่างผิวเผินมันก็ดูแตกต่าง
จาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ที่อยู่ภายนอก
ว่ากันว่าภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล เป็นแหล่ง
ขุมทรัพย์สมบัติวิเศษอันไร้สิ้นสุด เป็นเพราะเขาท้า
ทายลำดับที่ 7 แล้วสามารถเอาชนะผ่านมันมาได้
เขาจึงได้รับศาสตราเต๋าวิถีแท้ นี่คือความเป็นไปได้
ทั้งหมด! ซึ่งโดยปกติแล้วตามเงื่อนไขของ เจดีย์
ควบคุมกาลเวลา เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ที่มาท้าทาย
ต้องผ่านลำดับที่ 8 ให้ได้เสียก่อน ถึงจะสามารถเข้า
มาได้?
ในขณะที่เขากำลังเฝั้าสังเกตการอยู่นั้น ก็พูดขึ้นอย่าง
ระมัดระวังว่า ” ถ้ามันเป็น ศาสตราเต๋าวิถีแท้ จริง ๆ
ถ้าเช่นนั้นข้าขอลองทำพันธสัญญากับมันได้หรือไม่?
”
หมิงซวง กรอกตามองบนแล้วพูดว่า ” เจ้าเซ่อเอ้ย!
เงื่อนไขการได้มันมายากเย็นถึงเพียงนี้ แล้วมันจะ
เป็น ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ธรรมดา ๆ ได้อย่างไรกันเล่า!
ไอ้ของชิ้นนี้มันต้องเป็นสมบัติวิเศษอย่างแน่นอน
คุณค่าของ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ชิ้นนี้มันเหนือกว่า
ศิลามณีกำเนิดอัคคี ที่เจ้าเคยได้ครอบครองมากกว่า
ร้อยเท่า! หากเป็น ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ธรรมดา ๆ มัน
ย่อมไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเช่นนี้ ความล้ำค่าของ
มันนั้นเหนือกว่าหุ่นเชิดกลไก และ ศาสตราเต๋าวิธีแท้
ทั้งหมด หากข้าเดาไม่ผิดของชิ้นนี้มันจะต้องเป็น
‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ‘ หรือไม่ก็ ‘ศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณนภา’ กระทั่งเป็น ‘ ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ เลยก็ได้! ”
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงและค่อนข้างสับสน อย่างไรก็ตาม
ท่ามกลางความสับสนนั้นยังมีความตื่นเต้นอยู่ด้วย
เขาเอ่ยถามขึ้นว่า ” ‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’
กับ ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา’ คืออะไร?”
เมื่อ หมิงซวง มีโอกาสได้อวดความฉลาดของตน นาง
ก็แสดงท่าทางภาคภูมิใจพร้อมกับกล่าวขึ้นทันทีว่า ”
ข้าบอกแล้วว่าเจ้าซื่อบื้อ เจ้าก็ไม่ยอมเชื่อข้า ข้า
เข้าใจนะว่า เพราะเจ้าเป็นพวกบ้านนอกชนบท จึงไม่
ทราบเรื่องนี้ แต่อย่าปล่อยให้คนอื่นดูถูกเจ้าสิ ”
” เลิกพูดไร้สาระสักทีเถอะน่า ” อู่ อวี้ กล่าว
” เจ้ากล้ากล่าวกับท่านย่าเช่นนี้หรือ? ” หมิงซวง จับ
จ้องไปยังเขาพร้อมกับกล่าวขึ้น
เนื่องจากว่าเขากำลังอารมณ์ดีอยู่ อู่ อวี้ จึงมิได้ขัดใจ
นาง ดังนั้นเขาจึงเกลี้ยกล่อมนาง ด้วยการแสดง
ท่าทางเตรียมพร้อมเชื่อฟัง จากนั้น หมิงซวง ก็เริ่ม
อธิบายอย่างช้า ๆ ว่า ” เจ้าน่าจะรู้อยู่แล้ว ในโลก
ของผู้ฝึกตน มีทั้งศาสตราเต๋า และ ศาสตราเต๋าวิถี
แท้ ท่ามกลางศาสตราทั้งสอง ศาสตราเต๋าวิถีแท้ จะ
เหนือกว่าศาสตราเต๋าทั่วไป ความแตกต่างของพวก
มันอยู่ที่วงเวทคัดลอก กับ วงเวทที่แท้จริงซึ่งถูกวาด
ไว้บนศาสตราทั้ง 2 ชนิด และแน่นอนว่า วงเวทที่ถูก
วาดไว้บน ศาสตราเต๋าวิถีแท้ คือวงเวทที่แท้จริง ”
” ภายในศาสตราเต๋า วิญญาณศาสตรา จะมีระดับภูมิ
ปัญญาที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีการจัดแบ่งระดับตามนี้
คือศาสตราเต๋าสามัญ ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต และ
ศาสตราสถิตวิญญาณ ซึ่งศาสตราสถิตวิญญาณ มี
ระดับใกล้เคียงกับศาสตราเต๋าวิถีแท้ ”
” และวงเวทที่ถูกวาดประทับบน ศาสตราเต๋าวิถีแท้
ยังมีความแข็งแกร่งที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ
หรือจะให้กล่าวง่าย ๆ ว่า ยิ่งมีวงเวทจำนวนมาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนั้น ก็จะทรงพลังตามไปด้วย
โดยทั่วไปแล้ว ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ที่มีวงเวทถูกวาด
ประทับเอาไว้เกิน 100,000 วงขึ้นไป เราจะเรียกมัน
ว่า ‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’ การจะวาด
ประทับวงเวท 100,000 วงนี้ แม้แต่ยอดฝีมือผู้
แข็งแกร่งในอันดับสูงสุดก็ยังต้องใช้เวลากว่า 10 ปี
ในการวาดมัน ดังนั้นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
จึงเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกหล้านี้ แต่ใน
ขณะเดียวกัน มันก็ทรงพลังอำนาจอย่างยิ่งยวด ”
“ แล้วศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาละ? ”
หมิงซวงกล่าวต่อว่า ” ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
นั้นน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่า เนื่องจากมันมีวงเวทถูก
วาดประทับไว้กว่า 500,000 วง นี่คือคุณสมบัติ
พื้นฐานที่จะกลายเป็น ‘ ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
‘ กล่าวตามตรง นับตั้งแต่สมัยโบราณกาลภายในโลก
มนุษย์แห่งนี้ แทบจะไม่มีผู้ใดสามารถปรับแต่งหลอม
สร้างศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาได้ ต่อให้บรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ ก็อาจจะไม่สามารถปรับแต่ง
มันได้ เนื่องจากว่าท้ายสุดแล้วมันต้องใช้เวลาถึง 50
ปีในการปรับแต่ง เว้นเสียว่าจะมีใครบางคนจะ
พยายามขัดเกลาฝีมือทุ่มชีวิตไปยังเต๋าแห่งศาสตรา
ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภา’ ภายในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ เป็นสิ่งที่ผู้ฝึก
ตนโบราณ ท่ามกระแสแห่งกาลเวลาอันยาวนานไร้
สิ้นสุด เป็นผู้ส่งลงมา ”
หากลองคิดถึงวงเวท 500,000 วงแล้ว มันคือสิ่งที่น่า
สะพรึงกลัวมากจริง ๆ ยิ่งวงเวทมากเท่าไหร่ การ
ปรับแต่งให้มันสมดุลก็ยากมากขึ้นเท่านั้น
” ถ้าเจดีย์เล็ก ๆ นี้คือ ‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ’ ก็ถือเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่สำหรับเจ้า
เลยทีเดียว ถ้าหากมันเป็น ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภา’ ข้าก็คงกล่าวได้เลยว่า การเก็บเกี่ยวตลอดการ
เดินทาง นับตั้งแต่อดีตกาลภายใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล แห่งนี้ มีแค่ไม่กี่คนที่สามารถเทียบเคียง
กับเจ้าได้ ในปัจจุบันนี้ ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ต่างถูกครอบครองโดยกลุ่มคนในโลก ที่คาดว่าจะ
กลายเป็นเซียนอมตะ ”
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขาคิดอยู่แต่แรกว่ามันไม่ใช่
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ทั่วไปอย่างแน่นอน
“ อันที่จริงแล้วนอกจาก ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ยังมีศาสตราที่แบ่งแยกออกมาโดยเฉพาะ มันถูก
เรียกว่า ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ มาตรฐาน
ขั้นต่ำสุดของมันคือจำต้องมีวงเวท 1 ล้านวง!
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่หาได้ยาก
ยิ่งในโลกมนุษย์นี้ โดยทั่วไปแทบจะไม่มีเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน อย่างน้อย ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งกาลสมัยก่อนในช่วงเวลาของข้า
ข้าก็ไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดครอบครองศาสตราวิถีแท้
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าในยุคของ
เจ้า เคยมีมันปรากฏขึ้นมาหรือไม่? ”
“ ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ” ชื่อของมันทำ
ให้ผู้คนเปียมล้นไปด้วยความปรารถนาอย่างแท้จริง
” แน่นอนว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องอิจฉา หากวันหนึ่งเจ้า
สามารถใช้งาน พลองทองสมปรารถนา ซึ่งเป็นสมบัติ
ของเซียนอมตะ แม้แต่ศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับมันได้ ”
“นั่นมัน…”
เช่นนี้แล้ว อู่ อวี้ จะไม่รู้สึกตื่นเต้นได้ยังไงเล่า
แน่นอนว่ามันยากมากที่จะใช้ พลองทองสม
ปรารถนา หากมี ‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’
คอยช่วยเหลือในการฝึกฝนก็คงจะดีไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้สายตาของเขาจับจ้องไปบนเจดีย์หลังเล็ก
นี้
” ว่าแต่… แล้วข้าจะจากไปพร้อมกับนำ ศาสตราเต๋า
วิถีแท้ ชิ้นนี้ออกไปได้ยังไง? ”
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วมาหยุดอยู่ที่
ประตูหลัง ดูเหมือนว่าไม่มีช่องทางไหนที่จะไปได้เลย
หากไม่มีผู้ใดมาท้าทาย แล้วเขาสามารถใช้ ยันต์
เซียนบรรพกาล ออกไปข้างนอกได้หรือไม่?
“ หากเจ้าได้รับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้มาครอบครอง ต่อ
ให้มีปัญหาจนต้องออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล
ก็ไม่ต้องเสียดายแล้ว ”
อู่ อวี้ คิดว่าเขาไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับเจดีย์หลังเล็กนี้
เลย เขายังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่แข็งแกร่งพอ จนไม่
สามารถควบคุม ศาสตราเต๋าวิถีแท้ นี้ได้ เขาจึง
ตัดสินใจจะเก็บเจดีหลังเล็กนี้เอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องอื่น
ค่อยว่ากันภายหลัง บางทีหลังจากรับมันมาแล้ว เขา
อาจจะสามารถกลับออกจากประตูลึกลับแล้วมีเวลา
ศึกษามันอีกเจ็ดร้อยวัน
เขาเอื้อมมือออกไป แล้วเตรียมจะเก็บเจดีย์หลังเล็กนี้
ไว้ในถุงจักรวาล
ในขณะที่เขากำลังจะสัมผัสเจดีย์ขาวหลังเล็กนี้ ไม่
ต้องสงสัยเลยว่าภายในจิตใจของเขาจะรู้สึกกังวล
มากเพียงใด
เมื่อเขาหยิบเจดีย์หลังเล็กขึ้นมา ทันใดนั้นทั่วทั้งโลกก็
คำรามกึกก้อง ทันใดนั้นจิตวิญญาณของเขาก็ถูกดึง
เข้าไปภายในเจดีย์อย่างฉับพลัน! อย่างไม่อาจ
ต้านทานได้!
ตูมตูมตูม!!!
เขาถูกล้อมรอบไปด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง
กัมปนาทจากทั่วทุกสารทิศ
อู่ อวี้ ไม่สามารถรักษาสมดุลขณะยืนอยู่ได้ จาก
ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาดึงสติเอาไว้ แล้ว
ทันทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้น! เขาก็ต้องตกตะลึงในสิ่งเห็น
สิ่งที่เขาเห็นก็คือโลกอันไร้สิ้นสุด!
รอบ ๆ คือท้องนภาอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยหมู่มวล
ดาราอันไร้สิ้นสุด
ท่ามกลางท้องนภาอันมืดมิด ที่เต็มไปด้วยหมู่มวล
ดาราอันไร้สิ้นสุด ในเวลานี้มีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่
ปรากฏขึ้นต่อหน้า อู่ อวี้! มันคือสัตว์ยักษ์ที่อยู่
ภายในกระแสสายชลธี กระแสสายชลธีเต็มไปด้วย
หมอกควันอันหนาแน่น หมอกควันเหล่านี้มัน
คล้ายคลึงกับเมฆาที่เขาเคยเห็นอยู่ทั่วไป
ชลธีสายนี้ได้หมุนวนเป็นรูปวงแหวน เสมือนดั่งดวง
ดาราบนท้องนภาก็มิปาน ดูเหมือนว่ามีวงแหวนเก้า
วงซึ่งกำลังก่อตัวเป็นรูปเจดีย์
“ นี่คือสายน้ำแห่งกาลเวลา แม่น้ำสายนี้ไหลจาก
ด้านบนลงล่าง หมุนวนเป็นเกลียว กลับกลายเป็น
ชลธี 9 สาย ก่อรูปเป็นเก้าเจดีย์ขาว … ”
แม้ อู่ อวี้ จะยืนอยู่ห่าง ๆ แต่เขาก็ยังสามารถสัมผัส
ได้ถึงความลึกลับเหล่านี้ได้
ดูเหมือนว่าจะมีหลายสิ่งอยู่ในใจของเขา
เขารู้สึกอยู่ตลอดว่ามีบางสิ่งบางอย่าง กำลังหมอบ
คลานอยู่ในกระแสชลธีแห่งกาลเวลาอันไร้สิ้นสุดนี้
ทางกลางกระแสสายชลธีแห่งประวัติศาสตร์ มี
ดวงตาคู่หนึ่งกำลังเฝั้าสังเกตตรวจสอบตัวเขาอยู่
ราวกับว่าสัตว์ยักษ์ กำลังเดินวนไปวนมาอย่างไร้
ทิศทางอยู่ภายในสายชลธีอันไร้สิ้นสุดนี้
” อู่ อวี้ เจ้ายังไม่สามารถควบคุมข้าได้ แต่เป็นเพราะ
เจ้าได้บรรลุการท้าทายแล้ว ด้วยเหตุนี้เจ้าจึง
กลายเป็นเจ้านายของข้า ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้สิทธิ์เจ้า
ในการใช้งานส่วนเล็ก ๆ ไปก่อน รอจนกว่าจะมี
คุณสมบัติ และ พลังอำนาจเพียงพอ ที่จะควบคุมข้า
ได้ ”
ทันใดนั้นสัตว์ยักษ์ที่อยู่ในสายชลธีก็เอ่ยขึ้น …
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ