กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 601 : เจาเทวะอัสนีโลหิต
อย่างน้อยหากเข้าไปในตอนนี้เวลาก็จะเพิ่มพูนขึ้น
เป็น 2 เท่า
” แต่ข้าควรจะกลับเข้าไปในประตูลึกลับภายหลัง
เพราะยังไงตอนนี้ข้าไม่สามารถเพิ่มเวลาเป็น 70
หรือ 80 เท่าได้แล้ว ”
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเวลาดังกล่าวได้อีก ทว่าสุดท้าย
แล้วเขาก็คือผู้ครอบครอง เจดีย์ล่องกำเนิด
” อย่างไรก็ตามเก็บสมบัติวิเศษเอาไว้ก่อนดีกว่า เพื่อ
ความสบายใจ ”
” ในตอนนี้ข้าจะต้องทะลวงฝั่าเข้าสู่ ??’ระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 6 ‘ ให้จงได้ ”
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เขาได้ยกระดับขัด
เกลา การหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงยา และ การวาด
วงเวท ซึ่งมันก็หนักมากแล้ว
ถึงแม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาใช้ เม็ดยาปราณ
มรกต ไปมาก ทว่าก็ยังมีเหลืออยู่ ซึ่งจำนวนของมัน
นั้นมีเพียงพอที่จะทำให้เขาทะลวงผ่านเข้าสู่ ระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 6
แต่ถ้าเขานำ เม็ดยาปราณมรกต มายกระดับร่าง
อวตาร ยาที่เขาจะต้องใช้ก็จะมีเหลือไม่เพียงพอ ซึ่งก็
เท่ากับว่าหลังจากมหาสงครามวิบัติเทพมารนอกรีต
ผ่านพ้นไป เขาอาจจะกลับมายากจนอีกครั้ง
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว ทรัพยากรฝึกตนนั้นมี
ความสำคัญอย่างยิ่งยวด
” โดยปกติแล้ว เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ที่ปรากฏอยู่
ด้านนอกยังมีผู้พบเจอไม่มากนัก แล้ว เจดีย์ล่อง
กำเนิด ของข้าที่มีขนาดไม่ถึงหนึ่งฉือย่อมหายากยิ่ง
กว่า”
ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโล่งใจที่จะเข้าไปด้านใน เพราะว่า
มันต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน
ยามนี้หัวใจของเขากำลังสั่นไหว เมื่อ ‘ เจดีย์ล่อง
กำเนิด ‘ ที่อยู่บนฝั่ามือของเขาค่อย ๆ ดูดร่างเขาก็ไป
หลังจากเข้ามาด้านในแล้ว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสำรวจ
พื้นที่ด้านใน เจดีย์ล่องกำเนิด ก็พบว่าทุกอย่างยังเป็น
เหมือนเช่นในอดีต
สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ ประตูลึกลับของ ซึ่งเคยมี
อยู่ภายใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา แต่ภายใน เจดีย์
ล่องกำเนิด นั้นไม่มี ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะ อู่
อวี้ ได้ผ่านการทดสอบจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว
เขาก็ได้รับ เจดีย์ล่องกำเนิด มาครอบครองแล้ว
นอกจากนี้ทุกอย่างก็เป็นปกติ เมื่อเห็นว่าด้านใน
เจดีย์ล่องกำเนิด ไม่มีอะไร เขาก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย
แต่ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกไม่ค่อยวางใจเท่าใดนัก
สถานการณ์ด้านใน นอกเหนือจากความเร็วของเวลา
ที่เพิ่มเป็นสองเท่า เขาก็ยังสามารถเลือกท้าทายหุ่น
เชิดได้อยู่
นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาอัญเชิญหุ่นเชิดทั้ง 18 ตัว
ออกมา ในเวลานี้บนพื้นได้ปรากฏวงเวทหลากสี 18
วงขึ้นบนพื้น ซึ่งภายในนั้นก็มีหุ่นเชิดอยู่ทั้งหมด 18
ตัว
พวกมันทั้งหมดถูก อู่ อวี้ ควบคุม ไม่ว่าเขาจะสั่งอัน
ใดพวกมันก็จะต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจบิดพลิ้ว
พวกมันเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับ อู่ อวี้ เป็นอย่าง
มาก อย่างเช่น สามเจ้าวิญญาณเทวะ กับ เจ้าพยัคฆ์
เทวะ แต่สำหรับตัวอื่น ๆ อาจจะไม่ช่วยในการฝึกฝน
การต่อสู้เท่าใด แต่ก็ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์
บางอย่างให้กับเขาได้
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ปล่อยให้พวกมันเฝั้าคุ้มกันอยู่เช่นนั้น
ด้วยเพราะเขาต้องการใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้
เร่งรีบทะลวงเข้าสู่ระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่
6
แต่ด้วยเพราะเขามี มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ฉะนั้น
การปรับแต่งยกระดับจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
แล้วในที่สุดเขาก็มาถึงขีดจำกัดในการทะลวงฝั่าเข้าสู่
ด่านต่อไป เขาต้องการเพียงแค่ เม็ดยาปราณมรกต
ในปริมาณที่มากเพียงพอต่อการยกระดับ หลังจาก
นั้นเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ ตำหนักม่วงปราณมรกต ขั้นที่ 6
ต่อมาทั้งพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง, เพลิงตำหนักม่วง
ก่อกำเนิด , ก็ได้มีการปรับปรุงยกระดับขึ้นเป็นอย่าง
มาก!
แม้กระทั่งเข้าใกล้ขอบเขต ตำหนักม่วงปราณมรกต
ขั้นที่ 7!
การเข้าสู่ ตำหนักม่วงปราณมรกต ขั้นที่ 7 ใช้เวลา
ไม่นานนัก เนื่องจากว่ามันคือผลลัพธ์ความสำเร็จใน
ช่วงเวลา 4 ปีที่สะกดข่มเอาไว้
มันเป็นช่วงเวลาภายใน เจดีย์กาลควบคุมเวลา ทั้ง
1,300 วัน โดยไม่มีการยกระดับขอบเขตฝึกตน
” ขอบเขตพื้นฐานฝึกตนของข้ายามนี้ หาก
เปรียบเทียบกับ โอรสเล่อ ยังนับว่าห่างไกลมาก อายุ
อานามของ โอรสเล่อ มิได้มากมายกว่าข้าเท่าใดนัก
แต่ขอบเขตพื้นฐานฝึกตนของมันกลับอยู่ใน ก่อร่าง
กำหนดจิตเทวะ ขั้นที่ 6 ซึ่งเหนือกว่าข้าหลายเท่า!
นับว่าขอบเขตพื้นฐานฝึกตนของข้ายังตามหลังมันอยู่
มาก ”
มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน มีความสัมพันธ์บางอย่าง
เกี่ยวข้องกับการแสวงหาระดับพลังที่สูงขึ้น นับว่า
โชคดีอย่างใหญ่หลวงที่เขาปลูกฝัง กายาเพชรอมตะ
อีกทั้งยังมีตัวช่วยอย่าง 3 มหาพลังอิทธิฤทธิ์ กับ 72
รูปแบบอิทธิฤทธิ์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะ
สามารถต่อสู้กับผู้ที่อยู่ในขอบเขต กำเนิดจิตเทวะ ได้
อย่างทัดเทียม
โชคดีที่ เจดีย์ล่องกำเนิด ทำให้เวลาการฝึกฝนใน
อนาคตลดลงได้ และหลังจากที่คำนวณเวลาภายใน
สมุทรเมฆาผ่านไปประมาณแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น
” ต่อไปคือการเข้าระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้น
ที่ 7! ”
เวลานี้เขาเรียกร่างอวตารออกมาทั้งหมด โดยปล่อย
ให้พวกันดูดซับ เม็ดยาปราณมรกต ในที่สุดร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ก็ถูกยกระดับเพิ่มขึ้นจนมาถึง
ขีดจำกัดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเขาได้ใช้ เม็ดยาปราณมรกต ไปจน
หมดสิ้นแล้ว ทว่าก็ยังมีร่างอวตารส่วนใหญ่ที่ระดับ
พลัง ยังไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดได้ ยามนี้เขา
ต้องการโอสถอีกจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่าใน
อนาคตเขาจะต้องขาดแคลนมัน
” ถึงคราวอับจนหนทาง สงสัยข้าคงคงต้องไปฉกฉวย
จากผู้อื่นเสียแล้ว! ”
เมื่อ อู่ อวี้ นึกถึง เจียง ฉีจวิน กับ เซียว อี้หลี เขาก็
หัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย โดยเฉพาะ เซียว อี้หลี
นางได้แย่งชิง ศิลามณีกำเนิดวารี ไปจากเขา พลัง
ฝีมือของเขาในตอนนี้ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่านาง เรียก
ได้ว่าเท่าเทียมกันเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นถึงเวลาที่เขาจะ
ไปทวงคืนสิ่งของ ๆ ตนเองกลับคืนมา
” ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้าจะต้องยกระดับเข้าสู่ ก่อ
ร่างกำเนิดจิตรเทวะ ให้เร็วที่สุด เพื่อจะให้มีร่างแยก
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จิตเทวะดวงที่ 2 ! เสมือน
ดั่งที่ หมิงซวง ได้กล่าวเอาไว้ ว่ามันมีคุณค่ายิ่งกว่า
เจดีย์ล่องกำเนิด! ”
สำหรับตอนนี้ความปรารถนาสูงสุดของเขาคือการ
เข้าสู่ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ
เขาพร้อมที่จะออกจาก เจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อไป
แสวงหาโอกาส ทดสอบพลังฝีมือที่สู้อุตส่าห์ฝึกฝน
อย่างพากเพียร
แต่ก่อนที่เขาจะจากไป เขาจะต้องทำสิ่งสำคัญมาก
เสียก่อน
ตอนนี้ พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ของเขาเพิ่มขึ้นเป็น
อย่างมากทำให้เขาสามารถเอาชนะ สามเจ้าวิญญาณ
เทวะ ได้อย่างง่ายดาย หลังจากที่เขาได้ต่อสู้กับ สาม
เจ้าวิญญาณเทวะ หุ่นเชิดกลไกตนนี้ก็ถูกลดระดับลง
อีกครั้ง!
ครั้งแรกสุด อู่ อวี้ เห็นมันอยู่ในวงเวทสีขาว แต่แล้วก็
ถูกลดระดับลงมาในวงเวทสีดำ แล้วในเวลานี้ สาม
เจ้าวิญญาณเทวะ ได้ตกลงมายังวงเวทสีม่วง
ระดับพลังฝีมือของ อู่ อวี้ ในตอนนี้สามารถเอาชนะ
ผู้พิทักษ์นภาเงิน ได้อย่างง่ายดาย ผลลัพธ์ที่ได้นี้ทำ
ให้ภายในใจของเขาสั่นสะท้าน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำ
ได้แค่เพียง 2 อย่างเท่านั้น
หลังจากครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ สามเจ้าวิญญาณเทวะ ก็
จมลงไปในพื้นดินพร้อมกับหุ่นเชิดทั้ง 18 ตัว พร้อม
ถูกแทนที่ด้วยวงเวท 9 สีที่ปรากฏขึ้น อู่ อวี้ ยังคง
เลือกท้าทายวงเวทสีดำ ซึ่งเป็นการต่อสู้กับระดับ 7 !
เมื่อเขาเลือกวงเวทสีดำ วงเวทสีอื่น ๆ ก็จางหายไป
หลังจากนั้นวงเวทสีดำก็สว่างขึ้น ทันใดนั้นเองหุ่นเชิด
ก็หายไปมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้!
หุ่นเชิดตัวนี้มีร่างกายสูงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ร่างกาย
ของมันจะเป็นมนุษย์ แต่มีความสูงถึงสามจั้ง! ความ
สูงระดับนี้เทียบเท่าได้กับตอนที่ อู่ อวี้ ขยายร่าง
สูงสุด ร่างอันผอมเพรียวของมันแข็งแกร่งเป็นอย่าง
ยิ่ง ทั่วทั้งสรรพางค์ร่างเป็นสีแดงโลหิต ลักษณะโดด
เด่นชัดที่สุดของมันก็คือ มีหัวเป็นเหยี่ยว ถึงแม้
ร่างกายของมันจะเป็นมนุษย์ก็ตาม หัวเหยี่ยวของมัน
มีจะงอยปากงุ้มงอแหลมคม บนแผ่นหลังของมันมี
ปีกอยู่คู่หนึ่งดูสง่างามเป็นอย่างมาก หลังจากที่มัน
สยายปีกทั้งสองมีความยาวถึงเจ็ดจั้ง ทั้งแข็งแกร่งแล
ทรงพลังอย่างยิ่งยวด!
มันคือเหยี่ยวในร่างมนุษย์, ดวงตาคมชัด, ความเร็ว
ของมันอยู่ในระดับที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง!
ร่างกายของหุ่นเชิดวันนี้เต็มไปด้วยสมบัติวิเศษล้ำค่า
ร่างกายของมันถูกสร้างจากวัสดุชั้นเลิศมากกว่า 10
ชนิด วัสดุแต่ละชิ้นมีเส้นวิญญาณเซียน 7 เส้น มีวง
เวทประทับทั้งหมดทั้งหมด 53,817 วง ส่วนวงเวท
หลักก็คือ ‘วงเวทสายอัสนีแดงโลหิต’!
ภายใต้วงเวทหลัก มีวงเวทโจมตีระดับสูงอยู่ 3 วง มี
ชื่อว่า ‘วงเวทอัสนีเงาโลหิตล่าวิญญาณ’, ‘วงเวทอัสนี
พิฆาตทะเลโลหิตคลั่ง’, ‘อัสนีพิฆาตสลายวิญญาณ!
นี่แสดงเห็นว่าหุ่นเชิดตนนี้ เชี่ยวชาญอำนาจเทวะวง
เวทอัสนี
ดังนั้นชื่อของมันคือ: เจ้าเทวะอัสนีโลหิต
ข้อมูลทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ เจดีย์ล่องกำเนิด บอกให้ อู่
อวี้ ล่วงรู้ เมื่อ อู่ อวี้ เลือกที่จะท้าทาย เจ้าเทวะอัสนี
โลหิต ข้อมูลทั้งหมดของมันก็ปรากฏขึ้นภายในหัว
เขา
ยามนี้ บนร่างของ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต มีสายอัสนี
โลหิตอยู่นับพันนับหมื่น เปล่งประกายแล่นผ่านไปทั่ว
ทั้งร่างโลหะของมัน ไม่ว่าจะเป็น แขน, ต้นขา,
หน้าอก , หน้าท้อง, ปีก, แม้แต่กรงเล็บอันแหลมคม
ของมัน ต่างท่วมท้นไปด้วยสายอัสนีโลหิต
หุ่นเชิดตัวนี้ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อหังการอย่างที่ อู่
อวี้ ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทั้งเฉียบคม ทรงพลัง และ
รวดเร็ว!
มันแข็งแกร่งยิ่งกว่า สามเจ้าวิญญาณเทวะ อย่าง
ทาบไม่ติด
” ข้าต้องเอาชนะมันให้ได้ ถึงจะสามารถควบคุมมัน
ได้! ”
” หากข้ามี เจ้าเทวะอัสนีโลหิต เพียง 1 ตัวก็จะ
เหมือนกับมีผู้ช่วยที่มีฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ ขั้นที่ 3 อีกทั้งยังจงรักภักดีเป็นอมตะไม่มีวัน
ตาย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้คล่องตัวเท่ากับผู้ฝึกตนที่อยู่
ในระดับเดียวกัน หรือมีเคล็ดวิชาอันหลากหลาย
อย่างไรก็ตามหากมันช่วยต่อสู้สนับสนุน ก็นับว่าไม่
เลวเลยเลย! ”
เพื่อให้ได้มันมาครอบครอง เขาจะต้องเอาชนะมันให้
จงได้!
ในอนาคตเขาจะสามารถคุมหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ได้มาก
ขึ้น
เมื่อหุ่นเชิด เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ปรากฏขึ้น อัสนี
โลหิตก็ระเบิดออกมาจากร่างมันอย่างรุนแรง ชั่ว
พริบตานี้หุ่นเชิดบุรุษเหยี่ยวได้ปลดปล่อยเสียงคำราม
สั่นสะเทือนไปทั้งโลกหล้า เสียงกรีดร้องเจาะทะลวง
เข้าสู่โสตประสาทแก้วหูของ อู่ อวี้ เข้าอย่างจัง!
เปรี๊ยงงงงง!
ขณะที่มันกำลังพุ่งทะยานอยู่ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด
ทั่วทั้ง เจดีย์ล่องกำเนิด ก็ถูกปกคลุมด้วยเสียงร้อง
คำรามจากสายอัศนีที่โหมหระหน่ำฟาดผ่าลงมาอย่าง
รุนแรง เมื่อสายอัสนีโลหิตฟาดพาเข้าใส่ร่างของ อู่
อวี้ แม้ว่าเขาจะมี กายาเจ้ามังกรสักการะราชัน
อรหันต์ ก็ยังยากจะทานทนได้!
แต่เขาก็ยังต่อสู้อย่างไม่ยี่หระ!
อู่ อวี้ ได้ปลดปล่อยมหาอิทธิฤทธิ์ทั้ง 3 วิถีร่วมกัน!
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ กระจายอยู่โดยรอบพร้อมใช้ท่า
เคล็ดวิชาประมุขฟั้าเจ้าเทวะ ตามด้วย เคล็ดวิชา
หมื่นเตาหลอม พลังโจมตีมากมายมหาศาลปะทะเข้า
กับ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต!
ท่ามกลางดวงเนตรทั้งสองข้าง ตอนเขาได้เริ่มหลอม
รวมเปลวเพลิงจากดวงตะวันไว้ แผ่รังสีความ
อุณหภูมิความร้อนมหาศาล เหนือ เจดีย์ล่องกำเนิด
ปรากฎเป็นดวงตะวันอีกหนึ่งดวง ซึ่งดวงตะวันดวงนี้
ไม่เกี่ยวของกับโลกภายนอก มันคือดวงตะวันที่เป็น
เอกเทศน์! นี่คือดวงตะวันของ เจดีย์ล่องกำเนิด
แม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่ได้เข้ามาก็ตามที แต่ดวงตะวัน
ยังคงล่องลอยอยู่ตรงตำแหน่งเดิมไม่จางหาย
บางทีดวงตะวันนี้ก็เป็นหนึ่งในความลับของ เจดีย์
ล่องกำเนิด
ล่องกำเนิด หมายถึงชีวิตของบุคคล ซึ่งบางทีเจดีย์
กำเนิด อาจนำโชควาสนาตลอดช่วงชีวิตของใครบาง
คนมารวมเข้าด้วยกัน เช่นการควบคุมเวลา หุ่นเชิด
หรือแม้กระทั่งดวงตะวัน ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ไม่รู้ว่าเขานั้น
เดาถูกหรือผิด
บัดนี้เขาได้ปลดปล่อยพลังอำนาจของร่างอวตาร
และ เนตรเพลิงออกมาถึงขีดสุด!
“เทียมฟั้าจรดดิน!”
บัดนี้ร่างกายของ อู่ อวี้ สูงใหญ่เทียบเท่ากับ เจ้าเท
วะอัสนีโลหิต ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะ
ค่อนข้างเชื่องช้า แต่ด้วยเคล็ดก้าวเทวะ ซึ่งอันที่จริง
แล้วความเร็วของเขาหาได้ด้อยกว่าฝั่ายตรง แต่
เพราะ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต รวดเร็วกว่าเมื่อยามเขา
ได้ขยายร่างจนถึงขีดสุด!
สายอัสนีโลหิตฟาดผ่า ส่งเสียงร้องคำรามดังกึกก้อง
กังวานอยู่โดยรอบ ซึ่งส่งผลให้โจมตีมันได้ยากยิ่งขึ้น!
เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ใช้ ‘วงเวทอัสนีเงาโลหิตล่า
วิญญาณ’ ส่งผลให้บัดนี้ร่างเขาของมัน ได้ถูกปกคลุม
ไว้ด้วยเงาอัสนีสีโลหิต ไม่สามารถแลเห็นตำแหน่งที่
แท้จริงของมันได้ ร่างของเจ้าเทวะอัสนีโลหิต ได้
ผสานกับสายอัสนีจำนวนนับไม่ถ้วน ไม่ว่า อู่ อวี้ จะ
หันไปทางใดจำนวนของสายฟั้าก็ยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น
เสมือนราวกับว่ามันกำลังไล่ล่าวิญญาณ บัดนี้เงา
โลหิตได้ปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน จนไม่มีที่ใดให้หลบ
ซ่อนแม้แต่น้อย!
อย่างไรก็ตามเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ยังคงเปิดใช้งาน
อยู่
แม้ว่าอีกฝั่ายจะรวดเร็วปานใด หรือจะมีเงาโลหิตไล่
ล่าติดตามเขามากมาย แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตา
ของ อู่ อวี้ ไปได้ สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดของวงเวทนี้ ก็
คือความเร็ว กับ ภาพมายาที่มันสร้างขึ้น ทว่าภาพ
มายานี้กลับไปประโยชน์ ไม่มีผลอันใดเมื่ออยู่ต่อหน้า
ของ อู่ อวี้
ในช่วงเวลานี้ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ได้หลอมรวมผสาน
สายอัสนีจำนวนมากเข้าด้วยกัน ผนวกกับภาพมายา
มันหมาดมาดพุ่งจู่โจมสังหารปิดชีพ อู่ อวี้ ทันที ส่วน
อู่ อวี้ รู้เห็นตำแหน่งของมันมานานแล้ว เขาจึงร้อง
คำรามพร้อมหันหลังกลับมาแล้วใช้ ‘ กักตะวัน ‘ ยิง
ลำแสงอันเจิดจ้าร้อนแรงประดุจดวงตะวัน สาด
ปะทะเข้าใส่ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต อย่างรุนแรงดุเดือด!
ตูมมมมมมมมม!
ร่างของ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ลอยกระเด็นออกไปตาม
แรงโจมตี!
อู่ อวี้ คว้าโอกาสนี้ ติดตามไล่ล่าพร้อมกับใช้ เคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง บดขยี้มันจนบี้แบนทันที
แน่นอนการโจมตีผสานนี้ เป็นกลยุทธ์ใช้สะกดข่ม
ศัตรูรุนแรงมากที่สุดของ อู่ อวี้ โดยเฉพาะ เทียมฟั้า
จรดดิน ผสานกับเคล็ด ระเบิดพลังคลั่ง ไม่ว่าจะเป็น
อะไรมันจะต้องถูกบดขยี้ทันที
แน่นอนว่า เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ไม่สามารถยืนหยัดลุก
ขึ้นได้อีก
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้
อันที่จริง อู่ อวี้ ล่วงรู้ว่า เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ยังมิใช้
ไม้เด็ดอีก 2 กระบวนท่า ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่า ‘วงเวท
อัสนีเงาโลหิตล่าวิญญาณ’ โดยเฉพาะกระบวนท่า
สุดท้าย แต่น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ ไม่ยอมเปิดโอกาส ให้
มันได้แสดงกระบวนท่าที่เหลือออกมา นั่นเพราะ อู่
อวี้ เผด็จศึกด้วยความเฉียบคม รวดเร็ว รุนแรง
และกลยุทธ์นี้ย่อมสามารถใช้กับศัตรูอื่นได้ดียิ่ง
ทีเดียว….
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ