กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 607 : สุดยอดความเร็วแสง
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ มีความสามารถการตรวจสอบ
ที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเขาจึงน่าจะเป็นคนแรกที่พบศาต
ราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนั้น
จากความรู้สึกที่เห็นในคราแรก วัสดุของศาสตราเต๋า
วิถีแท้ ‘กระบอง’ ค่อนข้างพิเศษ มีวงเวทซุกซ่อน
เอาไว้อยู่มากมาย แต่มีเพียงวงเวทไม่กี่วงเท่านั้นที่
ส่องแสงเป็นประกายแสง กระนั้นกลับมี
สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้
ชิ้นนี้ไม่ได้ด้อยกว่ากระบี่ขาวทอง
วงเวทของมันเลือนลางและถูกปกปิดเอาไว้
เนื่องจากว่ามันถูกผนึกเอาไว้มาเป็นเวลานานแล้ว
ราวกับมันหลับอยู่ ไม่ได้ถูกปลุกให้ตื่นมาเป็นเนิ่น
นาน
อย่างไรก็ตามหากว่ามันเป็นสมบัติประเภทเดียวกัน
ที่แม้แต่ โอรสเล่อ กับพรรคพวกก็ยังไม่อาจจะ
ทำลายค่ายกลได้ เขาจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามพุ่งเข้าไป
มิฉะนั้นเขาอาจจะสิ้นชีพเช่นเดียวกับ หลิว จื่อเฉิน ก็
เป็นได้
“มันจะต้องมีค่ายกลวางอยู่อย่างแน่นอน!”
เขาหยิบอาวุธสุ่มๆออกมาจากภายในถุงจักรวาล
พร้อมโยนไปยังตำแหน่งของ ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้
กระบอง’ และเมื่ออาวุธชิ้นนั้นเข้าไปใกล้ศาสตราเต๋า
วิถีแท้ในระยะไม่ถึง 30 จั้ง อยู่ๆเปลวเพลิงสีขาวก็
ปรากฏขึ้น พร้อมกับห้อมล้อมอาวุธเอาไว้ ภายในชั่ว
เสี้ยวอึดใจ อาวุธของ อู่ อวี้ ถูกเปลวเพลิงสีขาวแผด
เผาจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี
“อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด!”
หมิงซวงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณก็คือศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ เจ้าไม่อาจนำมันไปง่ายๆอยู่แล้ว มิเช่นนั้น
มันจะเป็นสิ่งล้ำค่าได้อย่างไร! ”
ทั้งกระบี่ขาวทองและศาสตราเต๋าวิถีแท้กระบองชิ้นนี้
แม้จะเห็นอยู่เบื้องหน้า แต่ระยะห่างระหว่างเขากับ
มันก็ราวกับปฐพีแลสวรรค์ที่มิอาจย่างกราย
“ข้ายังไม่ทันไปไหนได้ไกล กลับพบศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณชิ้นที่ 2 แล้ว ไม่แน่ว่าบนทุ่งหญ้า
ที่ไร้ซึ่งขอบเขตแห่งนี้ อาจจะมีสถานที่เช่นนี้อยู่อีก
จำนวนมาก?”
“สมบัติที่ทำให้ผู้พบเห็นตาร้อน แต่ทว่าไม่สามารถ
ครอบครองมันได้งั้นรึ?”
หากว่าคนอื่นได้พบกับศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นที่ 2 คาด
ว่าอารมณ์ก็จะแปรเปลี่ยนไป ความรู้สึกกระหายใคร่
ครอบครองแต่มิอาจกระทำได้ มันย่อมทำให้ผู้คน
กระวนกระวายใจอย่างที่สุด
“เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไรต่อ? มุ่งหน้าต่อไปงั้นรึ
หรือว่าจะอยู่ที่แห่งนี้เพื่อค้นหาวิธีที่จะครอบครอง
สมบัติชิ้นนี้?” หมิงซวง ถาม
อู่ อวี้ พยายามหาหนทางเข้าไป ทันใดนั้นก็ได้ยินสุ่ม
เสียงมาจากทางด้านหลัง เหมือนว่ามีบางคนติดตาม
เขามายังที่แห่งนี้ ซึ่งมันผู้นั้นคือปีศาจพิษวงน้ำเงิน
คิดว่ามันน่าจะเพ่งเล็งเขามาโดยตลอด และยามนี้มัน
เพิ่งจะไล่ลามตามเขามาได้ทัน
“มันจะต้องรู้แล้วแน่ๆว่าข้าเก็บเกี่ยวบางสิ่งบางอย่าง
จากภายในประตูลี้ลับบานนั้น” อู่ อวี้ พึมพำ
“คนประเภทนี้ไม่สามารถปล่อยให้มันรอดไปได้ หาก
วันใดวันหนึ่งมันคาดเดาหรือว่าหลุดปากพูดออกไป
มันจะทำให้ตัวเจ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์
อันตราย” หมิงซวง ย้ำเตือนเขา
เกิดความคิดขึ้นมามากมายภายในหัวของ อู่ อวี้
ชั่วครู่หนึ่ง ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ก็ไล่ตามจนมาถึงเบื้อง
หน้าของเขา ในขณะที่มันกำลังเข้ามาใกล้ ความ
สนใจของมันกลับแปรผัน ย้ายจากร่างของ อู่ อวี้ ไป
อยู่ที่ศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่อยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้
ในทันที
มันไม่ใช่ตัวตนธรรมดาๆ เพียงมองปราดเดียวเท่านั้น
มันก็สามารถประติดประต่อเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ
ได้ จึงรู้ว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้กระบองชิ้นนี้จะต้องเป็น
สมบัติล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย กระทั่งเป็นถึงศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณเลยก็ได้
“ที่นี่ก็มีศาสตราเต๋าวิถีแท้! แถมยังเป็นศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ!”
แววตาของปีศาจพิษวงน้ำเงินเป็นประกาย มองข้าม
ตัว อู่ อวี้ ไป เตรียมตัวที่จะทะยานพุ่งเข้าไปหา
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ แต่ทว่ามันกลับฉุกคิดถึงเรื่อง
ค่ายกลขึ้นมาทันท่วงที มันจึงหยุดลงแล้วจับจ้องไป
ยัง อู่ อวี้ ด้วยความระมัดระวัง จากนั้นมันนำสิ่งของ
บางอย่างออกมา โยนไปข้างหน้า ซึ่งของชิ้นนั้นถูก
แผดเผากลายเป็นเถ้าธุลีไปในทันที
นับว่ามันรีบร้อนมากเกินไป ตอนนี้ตัวมันกับค่ายกล
อยู่ห่างกันไม่ไกลนัก
ซึ่งสิ่งที่ทำให้มันหวาดกลัวจนต้องหลั่งเหงื่อเย็น
ออกมาก็คือ หากมันหยุดช้ากว่านี้ไปเพียงก้าวเดียว
ชีวิตของมันคงจบสิ้นไปแล้ว
มันหันหัวกลับไปจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ กล่าวด้วยน่ำ
เสียงทุ่มต่ำ “เจ้ารู้ว่ามันมีค่ายกลอยู่แล้ว แล้วทำไม
เจ้าถึงไม่เอ่ยเตือนข้า?”
“เจ้าก็ยังไม่ตายไม่ใช่รึยังไง” อู่ อวี้ มองมันด้วย
สายตาเย็นชา คนผู้นี้ลอบติดตามตัวเขา คาดว่าน่าจะ
ยังไม่รามือจากเรื่องประตูลี้ลับ
“อู่ อวี้ เรื่องที่เจ้าใช้ยันต์โจมตีข้าในครั้งที่แล้ว ข้ายัง
ไม่หายข้องใจเลยนะ” สีหน้าของ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน
ไม่สู้ดี ยามเมื่ออยู่ต่อหน้า อู่ อวี้ สายตาของมันจึงยิ่ง
ดุร้ายมากยิ่งขึ้น
มันเป็นดั่งอสรพิษที่อยู่ในทะเลลึก เต็มไปด้วยอำนาจ
บารมี แต่เมื่อมายังเส้นทางเซียนบรรพกาลแห่งนี้ มัน
กลับเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มาได้เพียงน้อยนิด
“เจ้ายังข้องใจเรื่องอันใดอีก?”
ปีศาจพิษวงน้ำเงินใช้หัวสมองของมันครุ่นคิด กล่าว
ว่า “ท้ายที่สุดแล้วภายในประตูลี้ลับบานนั้นมีสิ่งใด
ซุกซ่อนอยู่กันแน่! หากเจ้าไม่บอกข้า ข้าจะแพร่ง
พรายเรื่องที่เจ้าเข้าไปภายในเจดีย์ควบคุมเวลาหลาย
ครั้งหลายครา แน่นอนว่าเจ้าจะต้องได้รับอะไรมา
บ้างอยู่แล้ว! ข้ารู้ว่าฝีมือเจ้าในตอนนี้ร้ายกาจมาก
สามารถเอาชนะได้แม้แต่ เจียง ฉีจวิน แต่ตัวข้า
สามารถออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาลนี้ได้
ตลอดเวลา มันไร้ประโยชน์ที่เจ้าจะมาข่มขู่ข้า ข้ารู้ว่า
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งนั้นอยู่ที่ใด และข้ายังเคยไป
ละแวกนั้นมาก่อน ฮี่ฮี่…….”
ประโยคสุดท้ายนับว่าเป็นการข่มขู่ อู่ อวี้ อย่าง
ชัดเจน มันเป็นปีศาจสมุทร หากมหาสมุทรที่มันอยู่
การที่มันจะไปยังทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งก็นับว่าเป็น
เรื่องที่ง่ายดาย
การที่มันข่มขู่เช่นนี้ หาก อู่ อวี้ ไม่บอกในสิ่งที่ตัวเอง
รู้กับมัน ย่อมกลายเป็นปัญหาใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย
นับว่า ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ยังคงมีกึ๋นอยู่บ้าง บัดนี้มัน
ต้องการจะรู้ว่าเขาได้รับอะไรมาจาก เจดีย์ควบคุม
เวลา กันแน่ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แม้แต่ โอรสเล่อ ยัง
ต้องการจะล่วงรู้
เมื่อ อู่ อวี้ มาที่เส้นทางเซียนบรรพกาล สิ่งที่เขารับ
ไม่ได้ที่สุดคือการที่พวกมันต่างยกทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้งมาข่มขู่เขา
เนื่องจากว่าเรื่องของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ เขาจึง
จำเป็นที่จะต้องแยกจากร่างอวตารของตน แต่แล้วก็
เกิดปัญหาขึ้นมาจนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าศัตรูที่
นำเรื่อง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มาข่มขู่
โดนไปนานๆเข้าก็เกินจะรับไหว!
เดิมทีเขายังคงลังเลอยู่บ้างที่จะเจอกับ ปีศาจพิษวง
น้ำเงิน
แต่คำพูดของ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ในตอนนี้ มันไม่
เหลือที่ว่างให้ อู่ อวี้ ได้ถดถอยกลับ และในตอนนี้อีก
ฝั่าย กำลังคุกคามตัวเขา อู่ อวี้ สามารถมองเห็นถึง
ความเหยียดหยาม ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง บ้านเกิด
ของเขาได้จากสายตาของอีกฝั่าย
“เร็วๆ อย่ามัวแต่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์”
ปีศาจพิษวงน้ำเงิน แลบลิ้นของมันออกมาเลียริม
ฝีปาก สายตาของมันบ่งบอกว่ามันกำลังวางแผนการ
ชั่วร้ายอยู่
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจแล้ว!
เขาจึงเร่งลงมือในทันที!
เคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์ที่ 3 เทียมฟั้าจรดดิน ในตอนนี้เขา
สามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว!
ครานี้ อู่ อวี้ ไม่ได้ขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น เขากลับ
ย่อส่วนลงภายในเวลาสั้นๆจนตัวเขาหดสั้นลงถึงขีด
สุด
ชั่วพริบตาคนแคระที่มีความสูงเพียงแค่ 1 ฉื่อ มา
ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า ปีศาจพิษวงน้ำเงิน
การเปลี่ยนแปลงนี้นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่า
ตกตะลึงยิ่ง เมื่อปีศาจพิษวงน้ำเงิน มองเห็นคนแคระ
คนหนึ่งมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของมันอย่างฉับพลัน
มันจึงไม่รู้ว่า อู่ อวี้ ต้องการทำสิ่งใดกันแน่
“……..”
เมื่อมันกำลังตกตะลึงอยู่ อู่ อวี้ ก็ลงมืออย่างรวดเร็ว
ความเร็วของเขาในตอนนี้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า และ
ผนวกกับที่เขาใช้ออกด้วยเคล็ดก้าวเทวะอีก ระดับ
ความเร็วของเขาจึงเรียกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะ
ทำใจให้เชื่อได้!
เพียงแค่เวลาสั้นๆเขาก็มาปรากฏกายอยู่ต่อหน้า
ปีศาจพิษวงน้ำเงิน
แม้ว่าเสามังกรสมุทรคลั่งที่อยู่ในมือจะมีขนาดเล็ก
กระจิ๊ดริ๊ด แต่ด้วยความเร็วอันน่าหวาดกลัวของมัน
ทั้งยังผนวกกับเคล็ดก้าวเทวะของ อู่ อวี้ แม้ว่าพลอง
เล่มนี้จะเหมือนกับตะเกียบลีบๆแท่งหนึ่ง แต่เมื่อ
ฟาดเข้าไปที่หน้าอกของปีศาจพิษวงน้ำเงิน พลัง
กำลังหรือว่าอำนาจของมันก็ไม่อ่อนแอแต่อย่างใด
อีกทั้งพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงยังไม่ได้ด้อยลงไปอีก
ด้วย!
ด้วยความเร็วที่ต่อต้านสวรรค์ ถึงแม้ว่าพลังกำลังของ
มันจะลดลง แต่เมื่อเปิดใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งความ
รุนแรงของมันก็กลับคืนมาดังเดิม สิ่งที่สำคัญคือการ
โจมตีอย่างฉับพลัน มันทำให้ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ไม่
อาจจะตอบโต้ได้ทันกาล
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความเร็วที่มิอาจตอบสนอง
ได้ทัน หลังจากที่ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ถูกฟาดปลิว
กระเด็นออกไป มันยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนอะไร
ไป
อู่ อวี้ ได้หายไปจากเบื้องหน้าของมันอย่างฉับพลัน!
เพียงแค่ชั่วพริบตา มันกลับปลิวกระเด็นออกไปได้
อย่างไร?
ด้วยความเร็วอันผนวกกับพละกำลังอันรุนแรง พลอง
ที่หวดฟาดออกไปยังร่างของฝั่ายตรงข้าม ทำให้กาย
เนื้อของอีกฝั่ายสั่นสะท้าน กระดูกถูกบดขยี้จนแหลก
สลาย
จะต้องรู้ว่ายิ่งโจมตีเร็วมากเท่าใด ความรุนแรงก็ยิ่ง
เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ประดุจกระสุนปืนที่พุ่งทะยาน
แหวกฝั่าสายลม
สิ่งแรกที่ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน สงสัยคือ อู่ อวี้สามารถ
โจมตีเขารุนแรงขนาดนี้ได้อย่างไร
อย่างที่สองคือ อู่ อวี้ อยู่ที่ใด?
อย่างที่สาม ทำไมมันถึงกล้าโจมตีตนเองอีก นี่มันไม่
กลัวคำข่มขู่เลยหรือยังไง!
และขณะที่มันกำลังอยู่ในห้วงฉงนสงสัย ร่างกายของ
มันได้หลั่งเหงื่อเย็น ความนึกคิดได้แปรเปลี่ยนไป
อย่างรวดเร็ว แต่เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น มันก็
ตระหนักได้ว่า อู่ อวี้ ฟาดมันจนปลิวกระเด็นไปทาง
ที่ค่ายกลของศาสตราเต๋าวิถีแท้กระบองถูกวางไว้อยู่!
อึดใจแรก ขนหัวมันตั้งชัน!
อีกอึดใจต่อมาทั่วทั้งร่างมันสั่นเทิ้ม
อีกอึดใจหนึ่งใบหน้ากลายเป็นซีดขาว เริ่มรู้สึก
หวาดกลัวจนกระทั่งปัสสาวะแทบเล็ด!
แต่เมื่อมันคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว เนื่องจากว่า อู่ อวี้
คิดที่จะไม่ให้มันมีเวลาตอบโต้ได้ทัน ไม่ให้โอกาสมัน
ได้พลิกสถานการณ์ได้!
ความตายได้เยื้องกรายเข้ามาหามันทุกขณะจิต
มันถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปแล้วจึงคิดได้ว่า อู่ อวี้
ต้องการสังหารมันให้สิ้นซากในคราเดียว! มันพบว่า
ตัวมันได้ดูถูก อู่ อวี้ มากเกินไป ก่อนหน้าพลังรบของ
อู่ อวี้ ช่างน้อยนิด จึงดูถูกความหาญกล้าของมัน
เกินไป!
อู่ อวี้ คว้าโอกาสโดยการฟาดอีกฝั่ายเข้าไปในอาณา
เขตของค่ายกล
“ม่ายยยยย…….”
ยามปีศาจพิษวงน้ำเงิน กำลังควาญหายันต์เซียน
บรรพกาล แต่น่าเสียดายที่ช้าเกินไปเสียแล้ว…..
อู่ อวี้ มองเห็นถึงความสิ้นหวัง ความโศกเศร้า และ
ความหวาดกลัวของ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ด้วยสายตา
ของตนเอง ตัวมันกำลังถูกเปลวเพลิงสีขาวกลืนกิน
เข้าไป พริบตาเดียวกลายเป็นเถ้าถ่านไม่มีสิ่งใด
หลงเหลือ
และยิ่งไปกว่านั้นก็ยังไม่มีคนอื่นเป็นประจักษ์พยาน
เห็นเหตุการณ์นี้อีกด้วย
เหตุการณ์ที่ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ได้ตกตายไปนับว่า
หมดจดอย่างแท้จริง
“เจ้าได้ทำผิดมหันต์ที่ยกทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งมา
ข่มขู่ข้า”
เซียว อี้หลี ก็ทำเช่นเดียวกัน นางใช้เพื่อที่จะแย่งชิง
ศิลามณีกำเนิดวารีไปจากมือของ อู่ อวี้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในใจ อู่ อวี้ เกิดเป็นจิตสังหารที่
รุนแรง เป็นเพราะเขาไร้ซึ่งทางเลือกใดๆ
หากว่าที่แห่งนี้ไม่ได้มีค่ายกลสังหารที่ร้ายกาจเช่นนี้
อู่ อวี้ ก็ไม่กล้าที่จะลงมือกับ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน หาก
เขาบีบบังคับให้ปีศาจสมุทรออกไปจากเส้นทางเซียน
บรรพกาล มันจะต้องแพร่งพรายเรื่องของเขาใน
ภายหลังอย่างแน่นอน
ค่ายกลนี้เป็นเพียงโอกาสเดียวของเขา ดังนั้น อู่ อวี้
จึงไม่อาจมีช่องว่างให้กับความผิดพลาด
แม้ว่าเขาจะจัดการกับ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ได้แล้ว แต่
ก็ยังไม่เคลื่อนไหวออกไปไหน
เพราะเขาไม่ต้องการดึงดูดความสนใจของคนอื่นให้
มายังที่แห่งนี้
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ใช้เคล็ดเทียมฟั้าจรดดิน
แปรเปลี่ยนร่างกายไป ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมานี้แม้แต่
ตัวเขาเองยังรู้สึกตกตะลึง คาดว่าความเร็วในการ
หลบหนีเอาชีวิตรอด กระทั่ง โอรสเล่อ ก็น่าจะตาม
เขาไม่ทัน
หลังจากที่จัดการคู่ต่อสู้ลงไปได้แล้ว อู่ อวี้ ยังคงอยู่
ในภาวะสงบนิ่ง เขากวาดสายตาไปรอบๆ ยามนี้เขา
ได้ยินเสียงอุทานดังขึ้นจำนวนมาก คิดว่าหลายคนได้
ค้นพบศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณ
เช่นเดียวกับเขา!
“สุดท้ายแล้วทุ่งหญ้าแห่งนี้มีศาสตราเต๋าวิถีแท้อยู่
มากมายเท่าไหร่กัน?” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
เนื่องจากว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะได้พบเจอ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณ แม้กระทั่ง
โอรสเล่อ ยังกระตือรือล้นกระหายที่จะครอบครอง
มัน! หากว่ามันมีมากมายเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องบ้า
บอโลกแตกสิ้นดี!
เขาเรียกร่างอวตารออกมา ให้กระจายออกไปมุ่งไป
ยังทิศที่ได้ยินเสียงอุทาน ผ่านไปไม่นาน เขาก็เห็นคน
กลุ่มหนึ่งบนพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปประมาณ 300 ลี้
มันกำลังโอบล้อมศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นหนึ่ง เมื่อฟัง
จากบทสนทนาของพวกมันพวกมันเชื่อว่าศาสตรา
ชิ้นนี้เป็นศาตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
อย่างไรก็ตามทุกคนต่างปรารถนาอยากจะ
ครอบครองมันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังมีความรู้สึกหดหู่
เห็นได้ชัดว่าพวกมันได้ทดลองหลายวิธีแล้ว แต่ยังไม่
มีผู้ใดสามารถทำลายค่ายกลและได้รับสมบัติที่อยู่
ภายในนั้นได้!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ