กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 615 : ฉลามนิรันดร
ภายใต้การยอมรับและไว้วางใจจาก โอรสเล่อ เขาจึง
มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมกลุ่มเป็นคนที่ 5
นอกจากการเสียอิสภาพแล้ว เขาก็ไม่สูญเสียสิ่งใด ไม่
รู้ว่ามีคนมากมายเท่าไหร่ที่ยอมแม้กระทั่งก้มหัว
กราบกรานเพื่อให้ได้เข้าร่วมกลุ่มนี้
แน่นอนว่าเมื่ออยู่ในกลุ่มนี้ มันไม่ได้สบายอย่างที่คิด
เพราะความคิดของ โอรสเล่อ เป็นดั่งกับเผด็จการ
ส่วน ชวี่ ห้าวเหยียน เป็นคนที่ซื่อตรง แต่กลับเย็นชา
ไร้ความรู้สึก สำหรับ ไปั๋หลี่ จุยหุนกับ ชวี่ เฟิงหยู๋
พวกมันยากที่จะปล่อยวางความทะนงของตนเองลง
และไม่ได้มองเห็น อู่ อวี้ เป็นคนที่อยู่ในระดับ
เดียวกับพวกมัน
อย่างไรก็ตามพวกมันไม่อาจจะฉีกหน้าของ โอรสเล่อ
ได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะเมินตัวตน อู่ อวี้ แทน
อู่ อวี้ ก็ชอบที่จะอยู่อย่างสันโดษ ดังนั้นจึงตัดสินใจ
เดินอยู่ทางด้านหลังของกลุ่ม คุ้มกันทางท้ายขบวน
เอาไว้
“องค์ชาย ข้าได้ลองวาดโครงร่าง ‘ค่ายกลวงกต’ ดู
แล้ว ค่ายกลนี้มีระดับสูงมาก กำแพงที่อยู่รอบด้านดู
เหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลเช่นกัน แต่ทว่า
พวกเรายังไม่รู้ตำแหน่งที่ตั้งค่ายกล การเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในเวลาสั้นๆ
อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงนับหมื่นรูปแบบ หากคิดที่
จะทำลายมันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นยิ่ง อย่างไรก็
ตามข้าพอจะมีความเชี่ยวชาญในด้านค่ายกลอยู่บ้าง
ให้เวลาข้าอีกสักหน่อย แม้ว่าจะไม่สามารถทำลาย
ค่ายกลนี้ลงได้อย่างสมบูรณ์ แต่ไม่แน่ว่าอาจจะพบวิธี
ฝั่าทะลวงไปได้”
ไปั๋หลี่ จุยหุย ที่มีรูปลักษณ์หล่อเหลายิ่ง ขณะนี้มัน
เดินตามอยู่ด้านข้างของ โอรสเล่อ และกำลังศึกษา
ค่ายกลตลอดทาง เห็นได้ชัดว่ามันเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญ
ค่ายกลมากที่สุดในกลุ่มนี้
ไม่น่าแปลกใจที่ โอรสเล่อ ยอมให้มันมาเดินอยู่ข้าง
กาย
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” อู่ อวี้ ก็ศึกษาค่ายกลนี้ด้วย
เช่นกัน แต่ทว่าเขาไม่อาจจะเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้ ยามนี้
ตัวตนของเขาราวกับเป็นเพียงแค่หมอกควันมิ
ผิดเพี้ยน
โอรสเล่อกล่าว “เร่งมือหน่อย อย่ามัวแต่ชักช้า
ยืดยาด หากเราไม่พบหนทางไม่แน่ว่าคนอื่นอาจจะ
ชิงตัดหน้าเราไปแล้วก็ได้ และพวกมันอาจจะฝั่า
ทะลวงไปยังพื้นที่สำคัญ”
“ขอรับ องค์ชาย ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่!” ไปั๋หลี่
จุหุย พยักหน้ากล่าวตอบรับ ”ถ้าไม่ใช่เพราะไม่
สามารถใช้แก่นแท้ตำหนักม่วง ข้าก็คงไม่สับสน
เช่นนี้”
อันที่จริงค่ายกลผนึกพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงมัน
ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง
ชวี่ ห้าวเหยียน กล่าว “องค์ชายท่านไม่ต้องกังวลไป
เมื่ออยู่ภายในสุสานแห่งนี้ พวกมันไม่อาจจะใช้ยันต์
เซียนบรรพกาล ถุงจักรวาลก็เปิดไม่ได้ หากผู้ใดได้รับ
สมบัติไป มันก็ต้องถือไว้ในมือ ไม่สามารถซุกซ่อนได้
ตราบใดที่มันมิได้ซ่อนสมบัติเอาไว้พวกเราก็ย่อมมี
โอกาส ท้ายที่สุดพวกเราก็ยังคงครอบครองอาวุธ
สังหารที่แข็งแกร่งที่สุดภายในสุสานแห่งนี้”
ขณะที่มันกล่าวก็เหลือบมองไปทาง อู่ อวี้
โอรสเล่อ ก็หันกลับไปมอง อู่ อวี้ ด้วยรอยยิ้มที่ดูพึง
พอใจ
เมื่ออยู่ภายในสุสานแห่งนี้พวกเขาถือว่า อู่ อวี้ เป็น
อาวุธสังหารที่ร้ายกาจที่สุด!
“อู่ อวี้ นี่ถือเป็นเวทีการแสดงฝีมือที่ดียิ่ง การที่
สถานที่เช่นสุสานแห่งนี้ปรากฏขึ้นถือว่าเป็นวาสนา
ครั้งใหญ่ที่สุดของเจ้า การได้ต่อสู้เพื่อองค์ชายถือป็น
โอกาสอันดีที่เจ้าจะสร้างชื่อเสียงให้โด่งดัง” ชวี่ ห้าว
เหยียน เอ่ย
“ข้าเข้าใจแล้ว” อู่ อวี้ รู้ตระหนักถึงความนึกคิดของ
พวกมันเป็นอย่างดี โชคดีที่เขามีกายเนื้ออัน
แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ทำให้มีประโยชน์ในสถานที่
แห่งนี้ ชวี่ ห้าวเหยียน และทุกคน จึงคิดว่า อู่ อวี้
โชคดีอย่างมาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสรับใช้ โอรส
เล่อ ได้ง่ายๆ
“ข้าเชื่อในความสามารถของ อู่ อวี้ ยังไงซะข้าก็มอง
คนไม่มีทางผิดไปได้” โอรสเล่อ มองไปที่ อู่ อวี้
พร้อมกับยกยิ้มขึ้น หลังจากที่กล่าวจบ มันหัน
กลับไปและเดินหน้าไปต่อ
เมื่อได้ยินคนทั้งสองสนทนากัน ชวี่ เฟิงหยู๋ กับ ไปั๋หลี่
จุยหุน จึงมองหน้ากันและกัน ก่อนหน้า ชวี่ เฟิงหยู๋
ได้ใช้ถ้อยคำมากมาย เพื่อให้ ไปั๋หลี่ จุยหุย แสดง
ฝีมือของตนเองให้ โอรสเล่อ ได้เห็น
แต่เมื่อ อู่ อวี้ เข้ามามันได้ส่งผลกระทบต่อตำแหน่ง
ไปั๋หลี่ จุยหุย อย่างยิ่งยวด มันเป็นถึงนายน้อยแห่ง
แคว้นวิญญาณทมิฬ แต่ด้วยตัวตนเช่นนั้นมันกลับ
หวังที่จะมีโอกาสได้รับใช้ โอรสเล่อ
อย่างไรก็ตามนอกจากการที่ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะ
ได้ถึง 2 คน ความสำคัญในด้านอื่นก็แทบจะไม่มี เขา
เดินตามโอรสเล่อไปเบื้องหน้า และคอยดู ไปั๋หลี่ จุย
หุน วิเคราะห์ศึกษาค่ายกลภายในสุสานแห่งนี้
ระหว่างทางเขาได้พบกับคนอื่นๆอยู่ไม่กี่คน ไม่ว่าจะ
เป็นคนหรือแม้แต่จะเป็นปีศาจ เมื่อได้พบกับ โอรส
เล่อ ก็จำต้องแสดงความเคารพและยอมเปิดทางให้
อย่างรวดเร็ว ไม่กล้าไปขวางทางเดินของ โอรสเล่อ
แน่นอนว่าพวกมันทุกคนต่างมองเห็นว่า อู่ อวี้ ก็อยู่
ภายในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาจาก อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ อยู่ในกลุ่มนี้จึงไม่อาจจะ
ทำใจให้เชื่อได้
พวกมันได้แต่หลอกตัวเองว่าพวกมันคงตาฝาดไป
แต่ถึงพวกมันจะรู้สึกตกตะลึง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไป
เอ่ยถามถึงเหตุผลกับ โอรสเล่อ เรื่องนี้แพร่กระจาย
ออกไปยอ่างรวดเร็ว ช่วยไม่ได้ที่ทุกคนจะรู้สึกสงสัย
ในตัว อู่ อวี้ มากขึ้น
ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล แม้ว่าพลังรบของ อู่
อวี้ จะไม่ถือว่าแข็งแกร่ง แต่ก็นับได้ว่าทุกคนรู้จัก
ชื่อเสียงเรียงนามของเข้าเป็นอย่างดี
บางครั้ง อู่ อวี้ ก็ได้พบกับคนที่ไม่ยอมเปิดทางให้
โอรสเล่อ ง่ายๆ
บางคนเป็นถึงบุคคลที่มีสถานะเป็นถึงองค์ชาย ใน
อาณาจักรอื่นบน ดินแดนโบราณเหยียนหวง
บางคนเป็นปีศาจสมุทรที่ทรงพลังอำนาจ! สืบทอด
สายเลือดสูงส่ง! แม้กระทั่งเป็นถึงสัตว์เทวะ!
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมมองไม่เห็นถึงขอบเขตอันลึกซึ้ง
ของพวกมัน
ทุกคนที่อยู่ภายในสุสานแห่งนี้ ต่างคอยมองหา
หนทางอย่างระมัดระวัง
สถานการณ์ในตอนนี้ยังคงสงบนิ่ง
ยามนี้ โอรสเล่อ และพรรคพวก เข้ามาค่อนข้างลึก
กว่าคนอื่นๆ ด้านหน้าปรากฏเป็นทางเดินยาวที่มืด
มิด ภายในนั้นมองไม่เห็นสิ่งใดและแทบจะมองไม่
เห็นถึงจุดสิ้นสุด หลังจากที่ อู่ อวี้ เข้ามาบนเส้นทาง
ที่มืดมิดนี้ เขาได้ยินเสียงก้าวเดินบนส้นทางที่ไม่
สิ้นสุดจากเบื้องหลัง เห็นได้ชัดว่ากำลังมีคนเดินมา
ทางนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม โอรสเล่อ และคนอื่นๆก็ไม่ได้สนใจ
ยังคงเดินทางมุ่งหน้าต่อไป
ทั้ง 2 ฝั่ายเดินเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ
เสียงฝีเท้าของอีกฝั่ายค่อนข้างดังยิ่งขึ้น เมื่อ อู่ อวี้ ได้
ยินถึงเสียงฝีเท้าของอีกฝั่ายเขาก็รู้ได้ทันทีว่ากายเนื้อ
ของฝั่ายตรงข้ามแข็งแกร่งอย่างยิ่ง การที่สามารถทำ
ให้เขาได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งเช่นนี้ แน่นอนว่า
จะต้องไม่ธรรมดา
เมื่อพิจารณาจากกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมา อีก
ฝั่ายน่าจะเป็นปีศาจ กลิ่นอายระดับนี้ ถึงกับสามารถ
ทำให้ กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
ของเขารู้สึกกดดันได้ เกรงว่าปีศาจตัวนี้น่าจะเป็น
ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดบน เส้นทางเซียนบรรพกาล
อย่างแน่นอน!
และเขาก็สังเกตเห็นว่าอีกฝั่ายมีความแข็งแกร่งอย่าง
ยิ่ง อีกทั้งยังไม่มีการปกปิดซ่อนเร้น ทำให้เขามั่นใจ
ว่าอีกฝั่ายจะต้องเป็นปีศาจอย่างแน่นอน
ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อได้ยินเสียงก้าวเดินอันหนัก
แน่นดังขึ้นกว่าเดิม อู่ อวี้ ก็สามารถมองเห็นถึงเงา
ร่างที่อยู่เบื้องหน้าหน้า ร่างกายของอีกฝั่ายสูง
มากกว่า 1 จั้ง เป็นยักษ์ขนาดมหึมา! คนผู้นี้มีบุคลิค
ดูองอาจกล้าหาญ เกรี้ยวกราด สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน
ที่สุดก็คือร่างกายอันซีดเซียว แต่ในร่างอันซีดเซียวยัง
มีสายสีฟั้าครามพาดผ่าน ราวกับเป็นท้องทะเล
ผิวหนังของมันคล้ายคลึงฉลามหรือวาฬ ซึ่งดูจาก
ความหนาและองค์ประกอบต่างๆ มันน่าจะเป็น
ปีศาจประเภทปลาฉลาม
เมื่อหันมองไปยังส่วนหัวของอีกฝั่าย จะเห็นได้ว่าบน
ปลายหัวของมันปรากฎแสงวิววับซึ่งมองเห็นได้อย่าง
ชัดเจน จมูกที่ราวกับหอกอันแหลมคม มันทั้งแหลม
คมไร้ซึ่งส่วนคดงอ จงอยปากที่ทั้งแคบและยาว
เมื่อใดที่ฉีกยิ้ม มันก็ฉึกกว้างจนถึงใบหู ขณะที่ยิ้มจะ
เห็นได้ถึงคมเขี้ยวอันแหลมคม จะเห็นได้ว่ามีคมเขี้ยว
จัดเรียงซ้อนกันอยู่หลายแนว เมื่อดูจากร่างกายของ
ปีศาจสมุทรตัวนี้ น่าจะเป็นเผ่าปลาฉลามผู้เป็นราชัน
แห่งท้องทะเลอย่างแน่นอนที่สุดแล้ว
ตำแหน่งของปลาฉลามในมหาสมุทร เปรียบ
เหมือนกับพยัคฆ์ในพงไพร สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ ล้วน
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงหลังจากที่มันได้
เปลี่ยนกลายมาเป็นปีศาจ
ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบมนุษย์ แต่ด้วยใบหน้า
ร่างกาย และผิวหนังแล้ว มันได้ปลดปล่อย
บรรยากาศที่เย็นชา เลือดเย็น โหดเหี้ยม ซึ่งเป็น
เอกลักษณ์ของฉลามออกมา ดวงตาที่เฉียบคมทั้งคู่
ของมัน ดูเหมือนจะมองเห็นทุกผู้คนเป็นแค่เหยื่อรอ
ให้มันเข้าไปขย้ำ
และคนผู้นี้ก็รู้เป็นอย่างดีว่าผู้กำลังจะเผชิญหน้าเป็น
คนที่ทรงพลังอำนาจ แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่ามัน
จะต้องหลีกทางให้
บัดนี้มันได้เห็น โอรสเล่อ แล้ว ท่าทางของมันไร้ซึ่ง
ความหวาดกลัว มันแสยะยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ข้าก็นึก
ว่าคนที่ขวางทางข้าคือใครที่ไม่ยอมวิ่งหนีหางจุกตูด
ปรากฏว่าเป็น โอรสเล่อ นี่เอง ทั้งยังมีคนช่วย
เหลืออยู่รอบด้านเสียด้วย”
โอรสเล่อ ยังคงย่างก้าวต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนำ
อู่ อวี้ และคนอื่นๆเดินทางต่อ ในขณะที่กำลังเดินอยู่
มันก็ยกยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฉลามนิรันดร์ ดูเหมือนว่า
เจ้าจะมั่นใจเหลือเกินนะ? หากเจ้าพบเจ้าข้าที่
ภายนอกสุสาน ตัวเจ้าก็คงทำได้เพียงแค่หลีกทาง
ให้กับข้า”
“แต่น่าเสียดายที่ ที่นี่มันอยู่ภายในสุสาน” บุรุษผู้ถูก
โอรสเล่อเรียกขานว่า ‘ฉลามนิรันดร์’ เอ่ยออกมา
อย่างเย็นชา
ฉลามนิรันดร์ เป็นชื่อที่น่าเกรงขาม แน่นอนว่ามัน
เป็นปีศาจที่มีสายเลือดระดับสูงชนิดหนึ่ง
ทันใดนั้น ชวี่ ห้าวเหยียน ก็หยุดก้าวเดิน และมันได้
ดึงไหล่ อู่ อวี้ ไม่ให้ อู่ อวี้ ก้าวเดินไปข้างหน้าต่อ
ส่วนโอรสเล่อ ไปั๋หลี่ จุยหุย และ ชวี่ เฟิงหยู๋ ยังคงไม่
หยุดเดิน จนก้าวนำ โอรสเล่อ และ ฉลามนิรันดร์ ไป
“ไม่มีทาง พวกเราเผ่าพันธุ์ปีศาจเมื่ออยู่ภายในสุสาน
แห่งนี้ ถือว่ามีข้อได้เปรียบ โอรสเล่อ คงต้องยอมรับ
เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ใช่หรือไม่” ฉลามนิรันดร์ยิ้มขึ้น
อย่างดุร้าย มันยืนขวางทางและมองดูโอรสเล่อกับ
ผู้ติดตามอีก 2 คนที่อยู่ข้างกายเดินผ่านไป
โอรสเล่อ กล่าวในขณะที่กำลังเดินอยู่ “มันก็ไม่แน่
เสมอไป”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ มันพบว่าด้านหลังของโอรสเล่อ
ยังมี อู่ อวี้ และ ชวี่ ห้าวเหยียน อยู่ ใบหน้าของ
ฉลามนิรันดร์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา มันกล่าว
ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “โอรสเล่อ ดูเหมือนว่าเจ้าคิดจะ
จัดการข้าผู้นี้เช่นนั้นรึ?”
เรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ดูออกเช่นกัน
มิฉะนั้นคงไม่ทำการล้อมมันเอาไว้เยี่ยงนี้?
เขาไม่รู้ว่าฉลามนิรันดร์มีความแค้นเคืองใดๆกับ
โอรสเล่อ ถึงจะเห็นว่าโอรสเล่อมีสีหน้าที่ผ่อนคลาย
แต่ทว่าในแววตาของมันซุกซ่อนเอาไว้ซึ่งจิตสังหาร
เห็นได้ชัดว่ามันเล็งเปั้าหมายไปที่ฉลามนิรันดร์ผู้นี้!
โอรสเล่อยิ้มขึ้นและพยักหน้า มันไม่ได้พยักหน้าให้
ฉลามนิรันดร์ แต่ว่าพยักหน้าให้กับ ชวี่ ห้าวเหยียน
ชวี่ ห้าวเหยียน กระซิบไปที่ข้างหูของ อู่ อวี้ “ใน
บรรดาเหล่าปีศาจทั้งหลายทั้งหมดที่เข้ามาภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล ฉลามนิรันดร์ ถือว่าเป็น
ปีศาจมีพลังรบติดอันดับผู้แข็งแกร่ง 1 ใน 5 ตัวมัน
อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 5 ทั้งยัง
แข็งแกร่งกว่าข้า แต่ทว่าเมื่ออยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
เจ้าสามารถปลิดชีพมันได้อย่างง่ายดาย ”
เป็นอย่างที่คาด โอรสเล่อ ต้องการให้ อู่ อวี้ เป็นผู้
สังหารมัน!
ยิ่งไปกว่านั้นระดับความแข็งแกร่งของของ ฉลามนิ
รันดร์ ผู้นี้มีฝีมือใกล้เคียงกับโอรสเล่อ!
ถ้าหากอยู่ภายนอก แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่กล้าที่
จะลงมือโจมตีมัน เนื่องจากอีกฝั่ายสามารถสังหาร อู่
อวี้ ได้อย่างสบายๆ ทำให้มันคือคนที่ อู่ อวี้ ไม่
อยากจะยั่วยุด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อดูจากจิตสังหารที่
โอรสเล่อ ปลดปล่อยออกมา มันก็พอจะอธิบายได้ว่า
ตำแหน่งของมันในเผ่าพันธุ์ปีศาจไม่ได้ด้อยไปกว่า
โอรสเล่อ เลยแม้แต่น้อย!
อย่างน้อยก็เห็นได้ชัดมันผู้นี้มีบิดาหรืออาจจะเป็น
มารดาที่เป็นถึงราชัน!
ด้วยระดับของราชันมันย่อมสามารถทำลายกวาดล้าง
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ได้ง่ายดายราวกับพลิกฝั่า
มือ!
หากอยู่ที่ด้านนอก ฉลามนิรันดร์ และขุมกำลังที่
สนับสนุนมัน สามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้รับครั้งไม่ถ้วน
ราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่มดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้า
ปีศาจตนนี้
“อู่ อวี้ เจ้าฉลามนิรันดร์มันได้ทำการท้าทายโอรส
เล่อหลายต่อหลายครั้ง องค์ชายหมายปลิดชีพของ
มันมานานแล้ว และนี่คือโอกาสขององค์ชาย นี่เป็น
โอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตของเจ้าที่จะได้แสดงฝีมือต่อ
หน้าองค์ชาย หากเจ้าทำงานนี้ได้สำเร็จ ข้า
รับประกันได้ว่าในอนาคตเมื่อเจ้าอยู่เคียงข้างองค์
ชาย เจ้าจะเหมือนกับพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้าได้
ภายในก้าวเดียว อย่างน้อยเมื่ออยู่ภายใน อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ก็จะไม่มีผู้ใดกล้าลงมือกับเจ้า”
ชวี่ ห้าวเหยียน กล่าวประโยคนี้กับเขา
หลังจากที่กล่าวจบ มันก็ก้าวถอยหลัง กลับไปยัง
ตำแหน่งปากทางเข้า คาดว่ามันจะคงจะคอยดูต้น
ทาง เพื่อกันไม่ให้ผู้อื่นล่วงล้ำเข้ามามองดูสถานการณ์
ที่เกิดขึ้นภายใน
ส่วนไปั๋หลี่ จุยหุย กับ ชวี่ เฟิงหยู๋ ได้หายไปอยู่
ท่ามกลางความมืดมิด คาดว่าพวกมันแยกย้ายกันไป
อยู่คนละด้านคอยกันเอาไว้
ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่ โอรสเล่อ และ อู่ อวี้ ที่โอบ
ล้อม ฉลามนิรันดร์เอาไว้
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ