กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 614 : กายานิพพานเกาเพลิงสงคราม
เนื่องจากว่าไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ทั้งคู่จึงต้อง
เผชิญหน้ากันอย่างซึ่งๆหน้า
โครม!
ไปั๋หลี่ จุยหุน รู้สึกเหมือนฟาดเข้ากับท่อนเหล็กอย่าง
รุนแรง ด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ทำให้มันต้องถอย
หลังผงะไปถึง 3 ก้าว กว่าจะสามารถหยัดยืนได้อย่าง
มั่นคงอีกครา!
หน้าอกของมันถูกกระแทก จนมันต้องร้องอุทาน
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ โอรสเล่อ และคน
อื่นๆหยุดก้าวเดินต่อ โอรสเล่อ กับ ชวี่ ห้าวเหยียน
หันกลับไปมอง และ ชวี่ เฟิงหยู๋ ที่อยู่ด้านข้างก็
เช่นเดียวกัน พวกมันจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ที่ชนเข้า
กับ ไปั๋หลี่ จุยหุน จนใบหน้ากลายเป็นน่าเกลียด
พร้อมตะโกนก่นด่าไปว่า “เจ้าทาสรับใช้ กล้าบังอาจ
ไม่แสดงความเคารพนายน้อยไปั๋หลี่ งั้นรึ!“
นางไม่รู้ว่านี่เป็นเจตนาของ ไปั๋หลี่ จุยหุน หรือว่าเป็น
อู่ อวี้ แต่อันที่จริงเป็นฝั่าย อู่ อวี้ นั่นเองที่ไม่คิดจะ
หลบ
เมื่อกล่าวจบ นางง้างฝั่ามือหมายมาดจะตบลงไปบน
ใบหน้าของ อู่ อวี้
แต่ อู่ อวี้ สามารถปัดปั้องฝั่ามือของนางได้อย่าง
ง่ายดาย ฝั่ามือของนางอยู่ห่างไม่ไกลพุ่งทะยานเข้า
มาอย่างรวดเร็ว ทว่าข้อมือของนางถูก อู่ อวี้ คว้าจับ
เอาไว้ จนไม่อาจจะขยับเขยื้อนไปไหนได้!
ด้วยพละกำลังอันน่าหวาดกลัวในด้านกายเนื้องของ
อู่ อวี้ เขาบีบข้อมือของนาง จนทำให้ใบหน้าของ ชวี่
เฟิงหยู๋ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด
พยายามดิ้นรนสลัดจากการคว้าจับของ อู่ อวี้ ปากก็
คอยสบถถ้อยคำด่าทออย่างต่อเนื่อง “ปล่อยมือข้า
เดี๋ยวนี้! เจ้ากล้าใช้กำลังกับข้า ช่างรนหาที่ตายนัก!”
หลังจากที่นางกล่าวจบ สายตา อู่ อวี้ เปลี่ยนเป็นเย็น
ชา เขาคลายมือออกเล็กน้อยพร้อมกับค่อยๆเดินบีบ
เข้าไปเรื่อยๆจน ชวี่ เฟิงหยู๋ แทบจะล้มลง หากไม่ใช่
เพราะ ไปั๋หลี่ จุยหุน ช่วยพยุงอยู่เบื้องหลัง นางก็คง
ล้มลงไปนั่งอยู่บนพื้นแล้ว
กล่าวตามตรง เขารู้ว่าคนเหล่านี้มีสถานะสูงส่งและ
ต้องการให้คนทั้งหมดเคารพตนเองมากเพียงใด แต่
ความอดทนของ อู่ อวี้ มีขีดจำกัด ดังนั้นเมื่อถูกอีก
ฝั่ายยั่วยุ เขาไม่จึงไม่สนใจเหตุผลใดๆทั้งสิ้น
“เอะอะโวยวายอะไรกัน!” โอรสเล่อ กล่าวออกมา
ด้วยท่าทีไม่พอใจ
ไปั๋หลี่ จุยหุน และ ชวี่ เฟิงหยู๋ ต่างก็เคารพในตัวมัน
ในเวลานี้ทั้ง 2 คนรีบก้มหัวต่ำลง จิตใจของ ไปั๋หลี่
จุยหุน กลายเป็นสั่นสะท้าน มันรู้ดีว่าการเคลื่อนไหว
ของตนไม่อาจจะเล็ดรอดสายตาของ โอรสเล่อ ไปได้
จึงรีบฉวยโอกาสพูดตัดหน้า ชวี่ เฟิงหยู๋ “โปรดอภัย
ให้ข้าด้วย จุยหุน ได้ยินมาว่ากายเนื้อของคนผู้นี้
แข็งแกร่งยิ่ง ทั้งยังมีพลังต่อสู้ที่เทียบเท่ากับขอบเขต
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ในใจข้าเกิดความสงสัย ดังนั้น
จึงต้องการทดสอบความสามารถของเขาดู แต่ไม่คาด
ว่าคนผู้นี้จะมีความแข็งแกร่งทางกายเนื้อที่อยู่
เหนือกว่าจินตนาการของข้าน้อย”
มันไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น
แน่นอนเมื่อยามที่มันตัดสินใจพุ่งชน มันไม่ได้ใช้แรง
อะไรมากมาย มิเช่นนั้นมันคงไม่จบเพียงแค่นี้อย่าง
แน่นอน
โอรสเล่อ จึงเอ่ย “โอ้ว? เมื่อเจ้ามีความตั้งใจเช่นนี้
เช่นนั้นข้าจะให้ อู่ อวี้ สำแดงความแข็งแกร่งของเขา
พวกเจ้าทั้ง 3 คนจะได้ยอมรับเขาเสียที อู่ อวี้ เจ้าจง
ทำให้นายน้อยเหล่านี้ได้เห็นถึงความร้ายกาจของเจ้า
สักหน่อยสิ”
บัดนี้ โอรสเล่อ ปล่อยให้ อู่ อวี้ แสดงศักยภาพอย่าง
เต็มที่
แม้กระทั่งก่อนหน้านี้ที่ อู่ อวี้ จัดการโค่นล้ม เจียง ฉี
จวิน มันก็ยังคงให้ความช่วยเหลือ อู่ อวี้
ไปั๋หลี่ จุยหุน สีหน้าไม่สู้ดี มันไม่คาดคิดว่า โอรสเล่อ
จะยืนอยู่ข้างเดียวกับ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่ามันรู้สึกขุ่น
เคืองใจยิ่ง แต่เมื่อพิจารณาไตร่ตรองแล้ว จุดเด่น
เพียงอย่างเดียวของ อู่ อวี้ ผู้นี้ก็คือการที่มีกายเนื้อที่
ไม่ธรรมดา หากว่า อู่ อวี้ ไม่อาจจะสู้กับมันได้
เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็จะสูญเสียซึ่งสถานะและกลายเป็น
เพียงแค่ภาระเท่านั้น มันจึงพยักหน้า “ขอบพระทัย
โอรสเล่อ ที่เติมเต็มความปรารถนาของข้า ให้ข้าได้
ทดสอบระดับของ อู่ อวี้”
ดูเหมือน อู่ อวี้ จะหมดทางเลือก อย่างไรก็ตามเมื่อมี
คนรนหาที่ เขาก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไป ก่อนหน้านี้
มันเป็นผู้ดูถูกดูแคลนเขาเสมอมมา
เขาไม่อยากที่จะรวมกลุ่มกับพวกมัน แต่ โอรสเล่อ
เอ่ยปากเช่นนี้แล้วจะมีวิธีใดที่จะหลบเลี่ยงอีก?
“ฮึ่ม!” ชวี่ เฟิงหยู๋ ช่วยจัดระเบียบเสื้อผ้าให้ ไปั๋หลี่
จุยหุน และเอ่ยกระซิบข้างหูของมัน ทั้ง 2 คนเป็นคู่
ที่เหมาะสมราวกับกิ่งทองกับใบหยก ทำให้ผู้คนไม่
น้อยต้องคอยอิจฉา สำหรับ โอรสเล่อ และ ชวี่ ห้าว
เหยียน ยืนอยู่อีกฝัง ใบหน้าของ โอรสเล่อ ยกยิ้มขึ้น
ส่วน ชวี่ ห้าวเหยียน ก็กำลองกอดอก สีหน้าค่อนข้าง
เย็นชา ทว่ากลับดูเหมือนจะมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้น
ในแววตา
ตึ้งงง!
ไปั๋หลี่ จุยหุน นำศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่เหน็บอยู่ข้าง
หลังของมันออกมา จากนั้นมันย่างก้าวไปข้างหน้า
แน่นอน อู่ อวี้ ก็เช่นเดียวกัน แต่ศาสตราเต๋าวิถีแท้
ในยามนี้เปรียบเสมือนเป็นเพียงแค่ศาสตราวุ
ธธรรมดา
ศาสตราเต๋าของมันเป็นหอกยาวสีม่วงเข้ม บนตัว
หอกเป็นเหมือนกับทะเลแห่งดวงดาว มีดวงดาว
ระยิบระยับ ยิ่งส่วนปลายของหอกก็ยิ่งส่องแสงสว่าง
มันมีความแหลมคมไม่อาจหาที่ใดเปรียบ! เมื่อหอก
เล่มนี้อยู่ในมือของ ไปั๋หลี่ จุยหุน ก็ไม่อาจคาดเดา
การโจมตีที่เข้ามาได้
“ข้าฝึกฝน ‘กายาหมื่นดวงดาว’ ข้าใช้พลังจาก
ดวงดาวมาหลอมกลั่นร่างกายมาตั้งแต่ยังเล็ก จบจน
ปัจจุบันข้าได้ปรับแต่งร่างกายมาแล้วกว่า 38 ปี!
หากวัดกันในด้านกายเนื้อแล้ว ปีศาจสามัญย่อมไม่ใช่
คู่มือของข้า!”
ไปั๋หลี่ จุยหุน ทำท่าทางจริงจัง น่าจะเป็นการข่มขู่ อู่
อวี้ แต่อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่เหลียวมองมันแม้แต่
น้อย เขากระชัดเสามังกรสมุทรคลั่งในมือ พร้อมเชิด
หน้าขึ้น และเอ่ยถามไปว่า “เราจะเริ่มกันได้หรือ
ยัง?”
เมื่อนายน้อยผู้แสนสง่าผ่าเผยต้องมาเผชิญหน้ากับ
คนเช่น อู่ อวี้ ไม่ว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ดีเพียงใดแต่
มันย่อมมิอาจระงับโทสะได้ ยามนี้ ไปั๋หลี่ จุยหุน ไม่
พูดพร่ำทำเพลง กระชับหอกยาวในมือ พร้อมกับมุ่ง
ทะลุทะลวงไปยังเบื้องหน้าด้วยกายเนื้อลุ่นๆ!
อู่ อวี้ จับจ้องการโจมตีนี้โดยไม่ละสายตา!
เขารู้ดีว่า โอรสเล่อ อยากจะเห็นว่าภายในค่ายกลนี้
เขาจะมีพลังรบมากมายขนาดไหน
เขาจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป
รับมือ!
ร่างกายส่งเสียงคำราม ทั่วทั้งร่างขยับไหว ทุก
ส่วนบนร่าง ราวกับเป็นมังกรเทวะ ระเบิดเสียง
คำรามออกมาอย่างฉับพลัน
หอกยาวของ ไปั๋หลี่ จุยหุน ที่เป็นเหมือนกับมังกร
บุกทะลวงเข้าไปหา อู่ อวี้ อย่างฉับไว!
อู่ อวี้ ที่ดุร้ายราวกับพยัคฆ์ เสมือนกับว่าเขา
ย้อนกลับไปอยู่ในยุคที่เขาเป็นทหาร ทะยานไปเบื้อง
หน้าอย่างรวดเร็ว กวาดผ่านไป พลันปลดปล่อยพลัง
อันมหาศาลเข้าปะทะกับหอกยาวของ ไปั๋หลี่ จุยหุน!
“ย๊ากกกกก!”
เสียงหวีดหวิวของหอกยาวดังออกไป ส่งเสียงสะท้อน
กับกำแพง ยามนี้ลำแขนทั้ง 2 ข้างขอก ไปั๋หลี่ จุยหุน
ชาหนึบ มุมปากปรากฎโลหิตไหลออกมา!
ฟึบบบบ!
เสียงฉีกกระชากความว่างเปล่าดังสนั่น ในวินาที
สุดท้ายเสามังกรสมุทรคลั่งของ อู่ อวี้ หยุดอยู่เหนือ
หัวของ ไปั๋หลี่ จุยหุน หากว่า อู่ อวี้ ไม่หยุด ศีรษะ
ของ ไปั๋หลี่ จุยหุน คงบี้แบนอย่างไม่ต้องสงสัย!
นี่คือผลลัพธ์ของการทดสอบ
นี่คือพลังอำนาจที่ อู่ อวี้ ครอบครองเมื่ออยู่ภายใน
ค่ายกลปิดผนึกแห่งนี้!
ภายในนี้เขาเป็นบุคคลไร้พ่าย ราชาเหนือราชา!
หากเขาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เขาสามารถสังหารทุก
คนที่อยู่ภายในสุสานแห่งนี้!
นี่คือดินแดนของเขา ภายในที่แห่งนี้ เขาคือสุดยอด
จักรพรรดิไร้ผู้ต้าน!
แน่นอนว่ายามนี้ ไปั๋หลี่ จุยหุน รับรู้ได้ถึงวิกฤตแห่ง
ความตาย!
เมื่ออยู่ภายในนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิด
จิตวิญญาณระดับที่ 3 หรือว่าระดับที่ 6 เมื่อมาอยู่
ต่อหน้า อู่ อวี้ มันก็ไร้ซึ่งความหมาย
บางทีเมื่ออยู่ภายนอก ไปั๋หลี่ จุยหุน อาจจะมีวิธีการ
มากมายในการบดขยี้ อู่ อวี้ แต่ทว่าเมื่ออยู่ในสถานที่
เช่นนี้มันก็เป็นได้เพียงแค่ลูกไก่ในกำมือของ อู่ อวี้
ยามนี้ใบหน้าของมันกลายเป็นซีดขาว หอกยาวที่อยู่
ในมือยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด ช่วงเวลาก่อนหน้ามัน
ได้ลิ้มรสสัมผัสแห่งความตาย แม้ว่าใบหน้าของ อู่ อวี้
ไม่แยแสสิ่งใด แต่ทว่าในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิต
สังหารอันรุนแรง ทำให้ ไปั๋หลี่ จุยหุน ต้องรีบล่าถอย
กลับไป หลบหนีออกจาพลองของ อู่ อวี้
“แปะ แปะ” เสียงปรบมือดังออกมาจากความมืด อู่
อวี้ ไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่า โอรสเล่อ พึงพอใจ
กับการโจมตีของเขามาก ไปั๋หลี่ จุยหุน กับ ชวี่ เฟิง
หยู๋ ที่อยู่เบื้องหน้าหน้าของเขา เป็นความภูมิใจของ
สวรรค์ที่สรรสร้างพวกมัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า อู่ อวี้
พวกมันทำได้เพียงแสดงสีหน้าเลิ่กลั่ก เกรงว่าพวก
มันยังไม่อาจตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทัน
“ยอดเยี่ยม สั่งสอนผู้ท้าทายแถมยังทบดอกเบี้ยให้
ด้วยนะเนี่ย” โอรสเล่อ ปรบมือไปพร้อมกับเอ่ย
หยอกล้อ
“ร้ายกาจยิ่ง” ชวี่ ห้าวเหยียน รู้สึกตื่นเต้น
ขณะเดียวกันมันได้หันไปเอ่ยขอร้องกับ โอรสเล่อ
“องค์ชาย การที่เขาสามารถครอบครองกายา
ระดับสูงเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง พอดีข้าก็
พอจะมีความมั่นใจในกายเนื้อของตนอยู่บ้าง หากไม่
รับเกียจ ให้ข้าไปทำการทดสอบเขาสักหน่อยได้
หรือไม่”
ฝีมือที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาทำให้มันรู้สึกตกใจ ดังนั้น
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้จึงลุกโชน แน่นอนว่ามัน
ไม่ได้อคติต่อตัวกับ อู่ อวี้ และไม่ได้อ่อน
ประสบการณ์เช่นเดียวกับน้องสาวและ ไปั๋หลี่ จุยหุน
ฝีมือของ อู่ อวี้ ได้ทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของ
มันลุกโชนขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าไปลองดูเสียเถอะ” โอรสเล่อ
กล่าว
จากนั้นมันก็หันไปกล่าวกับ อู่ อวี้ “ยังมีคนต้องการที่
จะทดสอบฝีมือของเจ้าอยู่ นับว่านี่คงเป็นโอกาสครั้ง
เดียวในชีวิตของเจ้า หากว่าเมื่อใดที่ออกไปโลก
ภายนอก เขาคงสามารถบดขยี้เจ้าได้ด้วยนิ้วเพียงนิ้ว
เดียว ชวี่ ห้าวเหยียน ผู้นี้ฝึกฝน ‘กายานิพพานเก้า
เพลิงสงคราม’ ทั้งยังเป็นแม่ทัพมังกรเพลิงคนแรก
กายเนื้อของเขาเปรียบดั่งมังกร เพียงแค่ฝั่ามือก็
สามารถบดภูเขาผ่าทะเลได้แล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับ
เจ้า ใครกันแน่ที่จะเป็นฝั่ายชนะ!”
ฝั่ายตรงข้ามแข็งแกร่งและทรงพลังมากกว่า ไปั๋หลี่
จุยหุน!
แต่เมื่ออยู่ภายในสุสาน อู่ อวี้ นับว่าเป็นราชาไร้พ่าย
คนหันไปยัง ชวี่ ห้าวเหยียน ด้วยท่าทีดุดัน ยามนี้เขา
คร่ากุม เสามังกรสมุทรคลั่ง พร้อมชี้ไปที่คู่ต่อสู้ของ
ตน
“ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ แค่แลกหมัดก็เพียงพอแล้ว”
เสียงคำรามของ ชวี่ ห้าวเหยียน เปรียบได้กับพยัคฆ์
ทองคำตัวหนึ่ง ด้วยกายาที่ค่องแคล่วปราดเปรียว
มันมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ อย่างฉับพลัน
ตัวมันมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ แต่ทว่าไม่ได้หยิบมัน
ออกมาใช้
บัดนี้ร่างกายของ ชวี่ ห้าวเหยียน ระเบิดพลังอย่าง
รุนแรง ราวกับมีเปลวเพลิงอันร้อนแรงกำลังโหม
กระหน่ำอยู่บนร่างกายของมัน ยามนี้ตัวมันราวกับ
เป็นปีศาจที่ผุดออกมาจากนรก ด้วยเปลวเพลิง 9
ชนิดที่อยู่บนร่าง ทำให้พลังที่กดดันข่มขี่ทุกผู้พวยพุ่ง
ออกมา
“ท่านพี่ แก้แค้นมันให้ข้าด้วย!” ชวี่ เฟิงหยู๋ กัดฟัน
กรอด คนรักของนางถูก อู่ อวี้ โค่นล้ม มันทำให้นาง
รู้สึกเดือดดาลอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุดหากคนกลุ่มนี้ออกไปภายนอกสุสน อู่ อวี้ ก็
ไม่อาจจะต่อกรกับผู้ใดได้เลย แม้กระทั่งตอนที่นาง
กล่าวนางก็รู้สึกว่า อู่ อวี้ ไม่มีคุณสมบัติจะมายืนอยู่
ตรงนี้ด้วยซ้ำ
เมื่อนางก่นด่าออกมา อู่ อวี้ ไม่พูดไม่จา ปักเสามังกร
สมุทรคลั่งลงไปบนพื้น ระเบิดพลังอันบ้าคลั่งราวกับ
มังกรที่แท้จริง พริบตานั้นเขาพุ่งเข้าไปปะทะกับ ชวี่
ห้าวเหยียน อย่างดุเดือด!
ปัง ปัง ปัง!
กายเนื้อของทั้ง 2 คนแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด พวกเขา
ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด การต่อสู้นี้เปรียบได้กับอสูร
กาย 2 ตัวกำลังประหัดประหารกัน เป็นการต่อสู้
ระหว่างพยัคฆ์และมังกร!
“ท่านพี่!”
ปัง!
ชวี่ เฟิงหยู๋ กรีดร้องอุทาน ร่างกายกำยำใหญ่โตของ
ชวี่ ห้าวเหยียน กระแทกกับพื้นดินอย่างรุนแรง
จากนั้น อู่ อวี้ ก็กระโดดมาคร่อมตัวและเตรียม
ปลดปล่อยหมัดสุดท้ายไปยังใบหน้า แต่ท้ายที่สุดเขา
ก็หยุดมือก่อนที่หมัดจะกระแทกเข้าไปที่จมูกของอีก
ฝั่าย
ร่างกายของ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน แต่ทว่าร่างของ
คู่ต่อสู้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำมากมาย บาดแผล
ทั้งหมดล้วนมาจาก อู่ อวี้ ยามนี้ ชวี่ ห้าวเหยียน
หอบออกมาอย่างรุนแรง เมื่อ อู่ อวี้ หยุดมือในช่วง
สุดท้าย มันโบกสะบัดมือกล่าวว่า “ข้ายอมแพ้ นับว่า
หมดรูปทีเดียว”
อู่ อวี้ ยื่นมืออกไปดึงเขาขึ้นมา ชวี่ ห้าวเหยียน ผู้นี้ไม่
เลวเลยทีเดียว เป็นคนตรงไปตรงมา นิสัยใจคอ
คล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ แพ้ก็คือแพ้ ยอมหักไม่ยอมงอ
หลังจากที่เขาแพ้แล้ว ในสายตาก็ปรากฏความชื่นชม
ในตัว อู่ อวี้ ไม่ได้เป็นเช่นเดียวกับ ชวี่ เฟิงหยู๋ และ
ไปั๋หลี่ จุยหุย ที่มีเพียงแค่ความไม่พอใจและเดือด
ดาล
“ออกไป!” ชวี่ เฟิงหยู๋ ก้าวเข้ามา พยุง ชวี่ ห้าวเห
ยียน และปัดมือ อู่ อวี้ ออก
อู่ อวี้ เกียจคร้านจะไปยุ่งเกี่ยวกับนาง เขายกเสา
มังกรสมุทรคลั่งขึ้นมา และผูกเอาไว้บนหลังของเขา
ดังเดิม จากนั้นหันไปเผชิญหน้ากับ โอรสเล่อ อีกครั้ง
เวลานี้ โอรสเล่อ ยังคงยิ้มให้เขาและปรบมืออย่าง
ต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่า โอรสเล่อ รู้สึกพอใจในตัว อู่
อวี้ มาก
ยามนี้ ชวี่ เฟิงหยู๋ ไม่มีอะไรจะกล่าว ในที่สุดพวกมัน
ก็รู้ซึ้งถึงเหตุผลที่ โอรสเล่อ ชักชวนให้ อู่ อวี้ เข้าร่วม
กลุ่ม
“ไปกันเถอะ” โอรสเล่อ ไม่กล่าวสิ่งใดมากความ มัน
ไม่ได้ทำการทดสอบ อู่ อวี้ ต่อ บางทีมันคงรู้ว่า
ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวมันเองก็ไม่อาจจะเอาชนะ อู่ อวี้
ได้
“อู่ อวี้ อย่านึกว่าเจ้าชนะแล้วจะทำเช่นไรก็ได้ จง
เจียมตัวเอาไว้ให้ดี อย่าลำพองให้มันมากไป หลังจาก
ที่ออกไปจากสุสานแห่งนี้แล้ว เมื่อเจ้าอยู่ต่อหน้าพวก
ข้า ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกสุนัขตัวหนึ่ง เจ้าเข้าใจ
หรือไม่?” ชวี่ เฟิงหยู๋ เอ่ยกระซิบข้างกายเขา
“เห….ลูกสุนัขออกจะน่ารัก” อู่ อวี้ ยกยิ้มขึ้น
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ