กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 617 : เงารางของผีดิบ
ด้วยเพราะไม่สามารถทำอันใดกับศาสตราจารย์วิถี
แท้นี้ได้ ศาสตราชิ้นนี้จึงถูกทิ้งไว้ภายในสุสาน
โอรสเล่อ ก็ไม่ได้เหลียวแลร่างไร้วิญญาณของอดีต
ศัตรูอย่าง ‘ฉลามนิรันดร์’ อีกต่อไป
ขณะที่กลุ่มของพวกเขาเดินตรงไปด้านหน้า ไปั๋หลี่
จุยหุน กับ ชวี่ เฟิงอวี๋ แลมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตา
แปลก ๆ ชอบกล
” การตายของ ฉลามนิรันดร์ มีเพียงแค่เราห้าคน
เท่านั้นที่ล่วงรู้ หากใครคิดปากสว่างแพร่กระจายข่าว
ออกไป คงจะรู้ตัวนะว่าจะมีจุดจบเช่นไร ” ขณะ
กำลังเดิน โอรสเล่อ ได้กล่าวขึ้น
“รับทราบ” ชวี่ เฟิงอวี๋ กับ ไปั๋หลี่ จุยหุน ตอบอย่าง
รวดเร็ว
อู่ อวี้ ก็พยักหน้า แน่นอนว่าเขาจะต้องเก็บมันเป็น
ความลับอยู่แล้ว เพราะเขาคือผู้ลงมือสังหารฉลามนิ
รันดร์ หากข่าวเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายแพร่สะพัด
ออกไป เขาจะกลายเป็นผู้ที่ถูกหมายหัวตามมาแก้
แค้นเป็นอันดับแรก ของขุมกำลังผู้อยู่เบื้องหลังฉลาม
นิรันดร์
ชวี่ ห่าวเหยียน เป็นผู้จัดการขั้นตอนสุดท้ายนั่นก็คือ
กลบเกลื่อนร่องรอยของฉลามนิรันทร์ เขาหยิบ ผง
ทองคำ ออกมาจากตัวแล้วโรยผงทองคำที่ว่าลงบน
ร่างของ ฉลามนิรันดร์ จากนั้นก็จุดประกายไฟโยนลง
ไปบนร่าง ชั่วพริบตาทั่วทั้งสรรค์พางร่างของฉลามนิ
รันดร์ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีทองเผาไหม้จน
ทั่ว
หลังจากถูกเพลิงสีทองเผาไหม้ ร่างกายของฉลามนิ
รันดร์ก็จะหายไปอย่างสมบูรณ์
นับจากนี้ จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าง ฉลามนิรันดร์ ได้ตก
ตายลงไปแล้ว ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล อะไร
ก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาตกตายได้
อย่างไร ทั้งยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด ซึ่งไม่มีทางจับ
มือใครดมได้
ไม่นานนักภายในสุสานก็เหลือกันอยู่แค่เพียงไม่กี่คน
สิ่งที่พวกเขาไม่เห็นก็คือ เมื่อพวกเขาจากไปแล้วร่าง
ที่กำลังถูกเผาไหม้ไหม้ของ ฉลามนิรันดร์ ก็ร่วงลงไป
ในหลุมพื้นดิน ซึ่งในขณะนี้ได้บังเกิดระลอกคลื่นขึ้น
เสมือนดั่งคลื่นวารีก็มิปาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างไร้วิญญาณได้ถูกระลอกคลื่น
วารีกลืนกินหายไปแล้ว พื้นดินก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
แข็งแกร่งนิ่งสงบอีกครั้ง
อู่ อวี้ รู้เรื่องนี้ดี เมื่อเขาหันหลังกลับไปมองก็พบว่ามี
หลุมบนพื้นดินปรากฏขึ้น แล้วเพลิงที่ไหม้ท่วมร่าง
ของศพก็ค่อย ๆ มอดดับลง
“ไฟมอดดับแล้ว” อู่ อวี้ กล่าวกลับ ชวี่ ห่าวเหยียน
” นั่นหมายความว่า ศพได้ถูกเผากลายเป็นเถ้าธุลีไป
แล้ว ” ชวี่ ห่าวเหยียน กล่าว
“ อืม ” อู่ อวี้ ไม่ได้ซักถามต่อ การลงมือสังหาร
ฉลามนิรันดร์ จนตกตกตาย จะถือเป็นการสร้าง
ความดีความชอบให้กับตนเองอย่างใหญ่หลวง
ถึงแม้ว่า โอรสเล่อ จะยอมรับตัวเขาแล้วก็ตาม แต่
มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลายเป็นสหายร่วม
กลุ่มอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ยังไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกนึก
คิดของคนเหล่านี้ ไม่ว่าเขาจะกลายเป็นสมาชิกใน
กลุ่มที่แท้จริงได้หรือไม่นั้นหาได้สำคัญ เพราะ
ท้ายที่สุดแล้วการรวมกลุ่มค่อนข้างขัดกับอุปนิสัย
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นหากคนเหล่านี้ก้าวล้ำ
เส้นที่เขาวางเอาไว้ เขาจะไม่ยอมทนอย่างเด็ดขาด
ส่วนทางด้านของ ไปั๋หลี่ จุยหุน ยังพยายามคิดค้นหา
วิธีออกจากสุสานแห่งนี้
แท้จริงแล้วมันเป็นอีกผู้หนึ่ง ที่มีความรู้เกี่ยวกับค่าย
กลวงเวทอย่างลึกซึ้ง คาดว่ามันจะต้องมีมรดกชั้นเลิศ
และบริสุทธิ์มาก อีกทั้งยังถูกชี้แนะสั่งสอนจากผู้
อาวุโสระดับสูง มาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย มันจึงเลื่องชื่อ
เกี่ยวกับ วงเวทค่ายกล ว่าเป็นผู้มีความรู้แจ้งลึกซึ้ง
อู่ อวี้ ฟังการวิเคราะห์สันนิษฐานของมันแล้ว ทำให้
เขาได้ประโยชน์รู้แจ้งขึ้นมาไม่น้อยทีเดียว
” นี่จะต้องเป็น แผนภูมิเวท ที่เก่าแก่โบราณเป็นอย่าง
มาก วงเวทที่ซับซ้อนลึกซึ้ง ทุกวันนี้จึงไม่มีปรากฏให้
เห็นอยู่บนโลกแล้ว ข้าเองก็เพิ่งได้ศึกษา แผนภูมิเวท
ที่คล้าย ๆ กันมาบ้าง แต่ความซับซ้อนล้ำลึกของมันก็
ง่ายกว่านี้มาก ”
” วงเวทค่ายกลประเภทนี้ มีขนาดใหญ่มากอีกทั้งยัง
เปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระต่อเนื่อง ด้วยเพราะมัน
เปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระเช่นนี้ จึงยากที่จะเข้าใจใน
รูปแบบของมัน แต่อย่างไรมันจะต้องมีจุดสำคัญ ๆ
อยู่เสมอ ท่ามกลางเงื่อนงำรวมถึงการเปลี่ยนแปลง
อย่างต่อเนื่องของค่ายกลนี้ มันจะต้องเผยเบาะแส
บางอย่างออกมาให้เห็นบ้าง เราจะต้องมองหา
เบาะแสที่ว่านี้แหละ ”
ตลอดการเดินทางสำรวจสุสาน กลุ่มของพวกเขาได้
พบเจอกับผู้ฝึกตน และ ปีศาจสมุทร ฯลฯ ซึ่งดู
เหมือน ปีศาจสมุทร เหล่านี้จะไม่ทราบเลยว่า ฉลาม
นิรันดร์ ได้ตกตายลงด้วยน้ำมือของ อู่ อวี้ แล้ว
” อู่ อวี้ ข้าอยากให้เจ้าสังหารอีกซักสองสามคน เจ้า
จะทำได้หรือไม่? ” ระหว่างเดิน โอรสเล่อ หันหลัง
กลับมายิ้มแล้วพูดกับ อู่ อวี้
อู่ อวี้ คิดเอาไว้แล้วว่าตนเองจะต้องตกอยู่ในห้วงวัง
วนเช่นนี้ ฉะนั้นเขาจึงเตรียมคำพูดเอาไว้ก่อนแล้ว ”
ศัตรูของ โอรสเล่อ ล้วนมีแต่ผู้แข็งแกร่ง บางคนข้า
อาจจะไม่สามารถสังหารได้ ”
โอรสเล่อ กล่าวขึ้น ” เมื่ออยู่ภายในสุสานแห่งนี้ ด้วย
กายเนื้ออันแข็งแกร่งประดุจดั่งอยู่ยงคงกระพันของ
เจ้า ต่อให้ตอนนี้เจ้าตัดสินใจสังหารพวกเราทั้ง 4
พวกเราก็คงไม่อาจทำอันใดได้ ”
อาจจะฟังดูเหมือนเป็นแค่คำพูดหยอกเย้าขำขัน ทว่า
แท้จริงแล้วมันคือการทดสอบลองใจ
อู่ อวี้ รีบตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า ” อู่ อวี้ มิกล้า ข้า
ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ข้าเป็นผู้มาจาก นครเพลิง
จักรพรรดิ ซึ่งก็ถือเป็นอาณาจักรของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เช่นกันแน่นอนว่าข้าจะต้อง
จงรักภักดีต่อ โอรสเล่อ ”
เขาได้ก้าวเข้ามาในวังวนการละเล่นของ โอรสเล่อ
เข้าให้เต็มเปา อันที่จริงตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้คิดว่า
โอรสเล่อ เป็นคนดีแต่อย่างใด ทว่ามันถือเป็นคนใจ
กล้าบ้าบิ่นไม่น้อย
โอรสเล่อ ยิ้มแล้วพูดว่า ” เจ้าจงมั่นใจได้ ถึงข้าจะ
ต้องการสังหารคนที่ฆ่าเกลียดชังที่นี่ อย่าง ฉลาดนิ
รันดร์ แต่ข้าก็ยังเคารพการตัดสินใจของเจ้า ข้าจะ
ไม่ให้ฝืน หรือ ให้ต้องทรยศในเจตจำนงของตนเอง
ฉะนั้นเจ้าสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะฆ่า หรือ ไม่
อยากจะฆ่าผู้ใด เชื่อมั่นในตัวข้า เช่นดั่งพวกเขาทั้ง 3
ที่ยินดีติดตามข้า…ใช่หรือไม่? ”
แน่นอนว่า ชวี่ ห่าวเหยียน พยักหน้ารับโดยไม่
จำเป็นต้องพูดอันใด
มันหาได้รู้สึกอับอายอันใด เพราะทั้งหมดที่กล่าวมา
ล้วนถูกต้อง
ด้วยความสามารถในการดมกลิ่นสะกดรอยของ ไปั๋ห
ลี่ จุยหุน กลุ่มของพวกเขาก้าวไปข้างหน้าด้วย
ความเร็วที่สูงขึ้น พวกเขานับว่าเป็นกลุ่มแข็งแกร่ง
มากที่สุดในสุสานแห่งนี้
” ที่นี่มีคนกำลังต่อสู้กันอยู่! ”
โอรสเล่อ ชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน แล้วก็เปลี่ยน
เส้นทางเดิน แม้ว่า ไปั๋หลี่ จุยหุน อยากจะออกจาก
ที่นี่เสียเต็มประดาแล้วก็ตาม แต่เมื่อ โอรสเล่อ
ต้องการที่จะไปต่อทุกคนก็ต้องติดตามไปอย่างไม่อาจ
อิดออด
หวืด!
พวกเขาเดินผ่านเส้นทางมืดทะมึน
ถ้าให้กล่าว อู่ อวี้ ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้เช่นเดียวกัน
ดูเหมือนว่าการต่อสู้เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น ทว่าไม่นาน
เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น ด้วยเสียงกรีดร้องรุนแรงเช่นนี้
จะต้องมีคนตาย!
“ตามมาเร็ว!”
มีคนตายเช่นนี้ จะต้องเป็นเรื่องใหญ่!
โอรสเล่อ รีบเร่งคนอื่น ๆ ทันที!
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่หลังท้ายเริ่มเร่งความเร็วสูงขึ้น เมื่ออยู่
ภายในสุสานแห่งนี้ความเร็วของเขาไม่มีผู้ใดเทียบกับ
เขาได้ ดังนั้นในชั่วพริบตาเดียวเขาก็วิ่งแซงหน้า
โอรสเล่อ กลายเป็นผู้นำทางไปยังตามทิศทางของ
เสียงทันที!
ดูนั่น!
ท่ามกลางความมืดมิด มีคนสองคนกำลังยืนล้อมคนผู้
หนึ่ง ซึ่งกำลังนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
โอรสเล่อ สนใจในการต่อสู้ครั้งนี้ ด้วยเพราะ
คาดการณ์ว่าผู้คนกำลังต่อสู้ไป เขาจึงปล่อยให้ อู่ อวี้
วิ่งแซงหน้า เพื่อสังเกตสถานการณ์
บัดนี้คนทั้งสองได้ร่วมมือกันปิดล้อมคนผู้หนึ่ง
อันตรายที่บังเกิดขึ้นในยามนี้ อาจทำให้สิ้นชีพได้
ตลอดเวลา!
ในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ ก็ตระหนักได้ว่า คนทั้งสองที่
ปิดล้อมบรุษผู้หนึ่งอยู่ ดูค่อนข้างแข็งแกร่งมาก
ทีเดียว! นอกจากนี้พวกมันยังมิได้ใช้อาวุธใด ๆ
“ ยังมีคนที่มีกายเนื้อแข็งแกร่งเช่นนี้อยู่อีกงั้นหรือ?
” อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย บุรุษสองคนที่
กำลังรุมปิดล้อมคู่ต่อสู้อยู่นั้น มีกายเนื้อที่แข็งแกร่ง
ไม่ได้ด้อยไปกว่า ฉลามนิรันดร์ เลย
เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาจะมีตัวตนอันยิ่งใหญ่
เทียบเคียงได้กับ โอรสเล่อ ?
อู่ อวี้ มิได้ขัดขวางการโจมตีของพวกเขา แต่มุ่งตรง
เข้าไปใกล้อาณาเขตการต่อสู้ของทั้งสองฝั่าย!
อย่างไรก็ตามไม่คาดคิดว่าเมื่อเข้าไปใกล้ อีกฝั่ายจะ
สัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของตน
“ช่วยข้าด้วย! คนพวกนี้เป็นผีดิบ !” ชายที่ถูกล้อม
นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ร่างกายของมันเต็มไป
ด้วยริ้วรอยบาดแผล มันอยู่ในสภาพโรยรินจวนเจียน
จะตายแหล่ไม่ตายแหล่
ทันใดนั้นเมื่อเห็น อู่ อวี้ ก็เสมือนดั่งสวรรค์มาโปรด
มันรีบกรีดร้องขอความช่วยเหลือ โดยหวังว่าตนเอง
จะรอดพ้นจากวิกฤติความตายนี้ไปได้
ผีดิบ?
ยังไม่ทันที่ อู่ อวี้ จะตอบสนองใด ๆ ทั้งสองก็แผด
เสียงคำรามพุ่งโจมตีหมายมาดสังหาร อู่ อวี้ ทันที!
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นอาภรณ์ที่คนทั้ง 2 สองสวมใส่ เขาก็
ต้องตกตะลึงหัวใจหล่นวูบตกไปถึงตาตุ่ม ดวงตาเบิก
โพลง จนเกือบจะหลุดเสียงร้องอุทานออกมา
มันเป็นคนของ จักรวรรดิเปั่ยหมิง !
อู่ อวี้ รู้จักนางคือหนึ่งในนันคือสตรีผู้ติดตาม เซียว อี้
หลี
ส่วนอีกคนยังคงโจมตีคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง หากมอง
จากสรีระท่าทางแล้วคนผู้นี้ก็เป็นสตรีอีกคนหนึ่งที่ถูก
อู่ อวี้ สังหารตกตายลงไปแล้ว
อู่ อวี้ แน่ใจว่าเขาได้ส่งคนทั้งสองไปยังปรโลกเป็นที่
เรียบร้อยแล้วอย่างแน่นอน
การได้เห็นคนทั้งสองสามารถลุกขึ้นมาต่อสู้เช่นนี้ได้
อาจเป็นไปได้ว่าพวกนางยังไม่ตกตาย!
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมกังวลอยู่แล้ว ก็เขาดันไป
สังหารผู้คนของ จักรวรรดิเปั่ยหมิง ตกตายไปแล้ว
มากมาย
ฉะนั้นในช่วงแรกเขาจึงค่อนข้างตกตะลึง
ทว่าไม่นานเขาก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า หญิงสาวที่พุ่ง
เข้ามาโจมตีเขาได้กลายเป็นศพไปเสียแล้ว เป็นศพที่
โชยกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ผิวพรรณที่เคยกระจ่างใส
เรียบเนียน บัดนี้กลายเป็นสีม่วงคล้ำช้ำเลือดช้ำ
หนอง แม้แต่บาดแผลก็ยังดูว่าไม่ต่างจากผิวหนังของ
สัตว์ประหลาด พวกนางอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่ายาก
ที่จะเชื่อว่าเคยมีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดามาก่อน
กลิ่นเหม็นเน่าที่โชยคละคลุ้งเข้าปากเข้าจมูก อีกทั้ง
ร่างกายยังบิดเบี้ยวผิดแผกจากรูปลักษณ์ดั้งเดิมอย่าง
สิ้นเชิง
ในที่สุดก็ อู่ อวี้ ก็เข้าใจแล้วว่า เพราะเหตุใดชายผู้นี้
ถึงบอกว่าถูกผีดิบทำร้าย
สตรีทั้งสองถูกสังหารจนตกตายไปแล้วจริง ๆ ที่เห็น
อยู่ในตอนนี้เป็นเพียงแค่ซากศพร่างไร้วิญญาณ
เท่านั้น ทว่าพวกนางกลับเคลื่อนไหวได้! ยิ่งกว่านั้น
ร่างกายของพวกนางได้ถูกดัดแปลงบางอย่าง ๆ ไม่
อาจเป็นไปได้ ถ้าให้กล่าวถึงร่างกายดั้งเดิม เป็นไป
ไม่ได้ที่ซากศพจะมีพลังกายเนื้อเช่นนี้!
อู่ อวี้ มั่นใจว่า พวกมันอาจถูกสุสานอันแปลก
ประหลาดนี้พาตัวไป จากนั้นก็บังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างน่าเหลือเชื่อขึ้น ซึ่งมันคล้ายคลึง
กับวิชาของผู้ฝึกตนนอกรีต ที่เปลี่ยนร่างกายของ
คนเราให้กลายเป็นผีดิบ แถมยังเป็นผีดิบที่มีกายเนื้อ
แข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวอีกด้วย
สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีต การสร้างผีดิบ จำเป็นต้องมี
ซากศพของผู้ฝึกตน วงเวท และ วัสดุอันชั่วร้าย
บางอย่าง ถึงจะสามารถสร้างผีดิบขึ้นมาได้ แน่นอน
ว่ามันอาจไม่ได้เป็นถึงหุ่นเชิดกลไก แต่ในบางครั้งมัน
ก็น่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าหุ่นเชิด เนื่องจากร่างกาย
ของพวกมัน มีความสามารถของผู้ฝึกตนในระหว่างที่
ยังมีชีวิตอยู่
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดอันใดให้มากความ
เนื่องจากว่ายามนี้ผีดิบสตรีได้ยื่นกรงเล็บอันแหลมคม
ที่ดูเสมือนดังคมมีดพุ่งกระโจนเข้าใส่ อู่ อวี้ แล้ว!
อู่ อวี้ ดึงเสามังกรสมุทรคลั่งออกมาในทันที พร้อมทั้ง
โจมตีตอบโต้กลับไป ด้วยพลังอำนาจอันเด็ดขาดใน
ชั่วพริบตา ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ยังพอรับมือกับหุนเชิดผีดิบ
เหล่านี้ได้ แท่งเสาถูกเหวี่ยงฟาดเข้าใสหัวของมัน จน
บังเกิดเสียงดังสนั่น ตูม!! ถึงแม้ว่าการโจมตีในครั้งนี้
จะไม่สามารถบดขยี้ศีรษะของมันจนแหลกเหลว แต่
ด้วยพลังทำลายล้างอันหน้าสะพรึงกลัว ศีรษะของ
มันก็ยังคงถูกทุบจนบี้แบน!
“ช่วยข้าด้วย!” มีเสียงร้องขอความช่วยเหลืออัน
อเนจอนาถดังขึ้น ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ขว้างเสามังกร
สมุทรคลั่งออกไปทันที ก่อนที่ชายคนนั้นจะถูก
สังหาร เสาก็อัดกระแทกเข้าใส่ร่างของผีดิบจน
กระเด็นลอยไป
ในช่วงเวลานี้เอง โอรสเล่อ และพรรคพวกก็มาถึง
และได้ทันเห็นว่า อู่ อวี้ จัดการคนผู้หนึ่ง และ ขับไล่
คนผู้หนึ่งออกไป พวกมันก็ก้าวเข้ามาเบื้องหน้า แล
เห็นว่า อู่ อวี้ โจมตีเข้าใส่ฝั่ายตรง ด้วยพลังทำลาย
ล้างมหาศาล จนเกิดเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว
ทุกทิศทาง ร่างกายของผีดิบสตรีโดนบดขยี้จนบี้แบน
ด้วยพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของ อู่ อวี้ ทำให้คิ้ว
ของ ชวี่ เฟิงอวี๋ และพรรคพวกของนางขมวดเข้าหา
กันด้วยความตื่นตะลึง
อย่างไรก็ตามเนื่องจากซากศพทั้งสอง นั้นน่าเกลียด
น่ากลัวทั้งยังดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้พวกเขา
หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
“อะไรกันนี่!” ชวี่ ห่าวเหยียน เตรียมพร้อมเข้า
ช่วยเหลือ
แต่ทันใดนั้นซากศพสตรีทั้งสองกลับหลบหนีจากไป
ต่อหน้าผู้คนอยู่กันเป็นจำนวนมาก ซากศพได้กระทำ
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อ โดยการพุ่งทะลุกำแพงหายไป ราว
กับว่ากำแพงนี่คือม่านวารีก็มิปาน ขณะเดียวกัน
นั้นเอง อู่ อวี้ ก็ได้ใช้ เสามังกรสมุทรคลั่ง ฟาด
กระแทกเข้าใส่กำแพง จนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่!
หนีไปแล้ว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ