กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 630 : เจาเทวะเพลิงมาร
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ อู่ อวี้ จะไม่สามารถควบคุมมัน
ได้อย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย ๆ อู่ อวี้ ก็ถือเป็นผู้
ควบคุมมัน และยังสามารถดึงประสิทธิภาพของ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ออกมาใช้ได้
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ถึงแม้ว่า พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ของเขาจะอยู่ใน
ระดับที่ 7 แต่มันก็มีคุณภาพสูงล้ำยิ่ง ซึ่งเป็นผลมา
จากมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ทำให้เขามีความ
แข็งแกร่งเหนือกว่าระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้น
ที่ 9 ขึ้นไปอย่างทาบไม่ติด
นอกจากนี้เขายังมี เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เคล็ดก้าวเท
วะ และ กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับ
สูญ รวมถึงศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ที่ไม่มีผู้ใด
สามารถครอบครองมันได้ ฉะนั้นการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่
อยู่เหนือกว่าระดับของตนเอง 7 ขั้น ก็ยังหาใช่ปัญหา
อันอันใดไม่
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ กายาเจ้ามังกรสักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ
แน่นอนว่า รวมถึงมหาวิถีเทวะทั้ง 3 ที่มีพลังในการ
ขัดขืนชะตาฟั้าอีกด้วย ได้แก่ ร่างอวตารนอกวิถี
เนตรเพลิง และ เทียมฟั้าจรดดิน
ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ล้วนมาจาก ฉีเทียนต้าเสิ้ง ผู้
หาญกล้าท้าทายพระพุทธองค์ วิชาแต่ละชนิด ล้วน
เป็นมหาสมบัติหนึ่งในใต้หล้า กล่าวได้เลยว่ามรดก
ของเซียนอมตะนั้น มีความสำคัญยิ่งกว่าเจดีย์ล่อง
กำเนิด
นอกจากเรื่องที่ว่าขอบเขตการฝึกตนของเขายังไม่สูง
พอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีล้วนยอดเยี่ยมและสมบูรณ์
แบบ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่มีขอบเขตฝึกตนอยู่ในระดับ
เดียวกับเขา ย่อมแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรลุได้
ถึงขอบเขตนี้
ด้วย พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์ ทำให้จุดอ่อนด้าน
ศาสตราเต๋าวิถีแท้เพียงหนึ่งเดียวของ อู่ อวี้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นจุดแข็ง ที่ไม่มีผู้ใดสามารถ
เทียบเคียงได้
มีเพียงแค่ผู้ที่รู้จักตัวเขาจริง ๆ เท่านั้น ถึงจะทราบว่า
แท้จริงแล้วเขานั้นฝืนชะตาฟั้าท้าลิขิตมากเพียงใด
หลังจากการทำพันธสัญญา อู่ อวี้ ออกมาจากโลก
แห่งหมู่มวลมังกร ต่อมาเขาก็เข้าท้าทายในเจดีย์ล่อง
กำเนิดอีกครั้ง โดยถือ ‘พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์’
ซึ่งเปียมล้นไปด้วยพลังอำนาจและน้ำหนักอัน
มหาศาลเอาไว้ในมือ
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับคอยหันไป
จ้องมองพลองหมื่นมังกรเป็นพักๆ และสิ่งที่เขาสัมผัส
ได้ในตอนนี้ก็คือ พลังที่แผ่ออกมาจากวงเวทนับแสน
วงบน ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อย่างแช่มชัด
ส่วนวงเวทอีกแสนวงที่ อสูรอนันต์ ครอบครองอยู่
คือหัวใจหลักที่อยู่ตรงตำแหน่งแกนกลาง ซึ่งมี
ความสำคัญอย่างยิ่งยวด อู่ อวี้ จำต้องทะลวงเข้าสู่
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะให้ได้เสียก่อน ถึงจะสามารถท้า
ทายมันได้อีกครั้ง
นอกจากนี้วงเวทโจมตีอีกหลายวง ก็ดำรงอยู่ตรง
ตำแหน่งใจกลางของแกนหลักด้วยเช่นกัน ดังนั้นใน
เวลานี้ อู่ อวี้ จึงไม่สามารถใช้งานวงเวทโจมตีได้
แน่นอนว่า วงเวทหลักที่ผสานหลอมรวมวงเวทนับ
แสนวงไว้ด้วยกัน ช่วยหนุนเสริมเพียงแค่การโจมตี
ธรรมดา ซึ่งคล้ายคลึงกับเสามังกรสมุทรคลั่งของ อู่
อวี้ เพียงแต่ศาสตาทั้งสองต่างกันราวฟั้ากับเหว
ยามนี้หลังจากที่ อู่ อวี้ ยกระดับพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง เขาก็ลองโคจรพลังเข้าสู่ พลองหมื่นมังกร เป็น
ครั้งแรก
ชั่วขณะนั้นเอง บนพลองสีดำทมิฬ และ มังกรเทวะ
นับหมื่นตัวที่ขดพันอยู่บนพลอง ก็เริ่มสาดประกาย
แสงสีทองเจิดจ้า พร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโหม
กระหน่ำขึ้น บัดนี้ราวกับว่ามังกรทั้งหมดมีชีวิตขึ้นมา
จริง ๆ และพลองหมื่นมังกรก็เป็นเสมือนดั่ง
มหาสมุทรที่พวกมันอาศัยอยู่ มังกรนับหมื่นตนแหวก
ว่ายอยู่บนมหาสมุทรอย่างอิสระเสรี บิดม้วนเป็น
เกลียว เปล่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างต่อเนื่อง
อู่ อวี้ ที่ถือพลองหมื่นมังกรเอาไว้มือ แลสัมผัสได้ถึง
มังกรแกะสลัก ที่เจาะชอนไชเข้าสู่มือของเขาอย่าง
ต่อเนื่อง
ในเวลานี้กล่าวได้ว่า พลองหมื่นมังกร ถูกเปิดใช้งาน
เท่ากับว่ามันได้ตื่นจากการหลับไหลอย่างสมบูรณ์
แล้ว เมื่อมองดูมหาสมุทรที่ก่อตัวขึ้นมาจากทะเล
โลหะผสมทองคำนี้ คงเห็นได้ว่าพลองด้ามนี้ทรงพลัง
มากเพียงใด
เมื่อถือพลองหมื่นมังกรเอาไว้ในมือ แม้กระทั่ง อู่ อวี้
ก็ยังสัมผัสได้ถึงความหยิ่งทะนง เสมือนดั่งกำลัง
เหยียบย่ำผืนฟั้าเอาไว้ใต้ฝั่าเท้า ท่ามกลางพลัง
อำนาจที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะเมื่อมันผสานหลอม
รวมกับกายเนื้อของเขา บัดนี้ได้บังเกิดเป็นคลื่น
อำนาจมหาศาลพวยพุ่งทะยานขึ้น จนเหนือล้ำยิ่ง
กว่าผู้คนจำนวนมากไปหลายขุม
“ พลัง ”
หลังจากครอบครองพลองหมื่นมังกร เขาก็สามารถ
กวัดแกว่งหมุนควงมันได้อย่างอิสระ จากนั้นก็โคจร
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ถ่ายโอนเข้าสู่วงเวทนับแสน
วง วงแหวนอันประณีตบรรจง ค่อย ๆ ถูกกระตุ้นไป
ทีละวง ๆ สิ่งที่ อู่ อวี้ สัมผัสได้ คือพลังอำนาจอันน่า
สะพรึงกลัว อย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
หากลองนึกภาพ เขาปลดปล่อยวิชาเทียมฟั้าจรดดิน
ถึงขีดสุด ผสานกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง จากนั้นก็
กวัดแกว่งตวัดฟาด ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ด้ามนี้ออกไป มันจะทรงพลังอำนาจมากเพียงใด
อู่ อวี้ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ” ตอนที่ข้าเข้ามาใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล ครั้งแรก ฝีมือความ
แข็งแกร่งของข้าต้อยต่ำที่สุด ท่ามกลางหมู่คน
จำนวนมาก ”
” ทว่ายามนี้ฝีมือของข้าได้ใกล้เคียงสูสีกับ โอรสเล่อ
แล้ว ซึ่งคนระดับนี้มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนใหญ่
เหล่าอัจฉริยะผู้มาจากทั่วทุกมุมโลกหาใช่คู่ต่อสู้ของ
ข้า ”
ความก้าวหน้าเช่นนี้ อันที่จริงแทบเป็นไปไม่ได้เลย
แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยังค่อนข้างมึนงงเล็กน้อย
” ความสำเร็จของข้าในวันนี้ สามารถจัดอันดับกับ
เหล่าอัจฉริยะของชมพูทวีปโลกธาตุได้หรือไม่? ”
ชมพูทวีปโลกธาตุ นั้นกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างมาก
การที่ฝีมือความแข็งแกร่งของเขามาถึงระดับนี้ได้
นับว่าเกินความคาดหมายไปมากนัก
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้สถานะของเขานั้นต่ำต้อย ต้อง
คอยหลบซ่อนหัวซุกหัวซุนตรงนั้นทีตรงนี้ที จากผู้คน
จำนวนมาก ทว่าพลังฝีมือในปัจจุบันของเขา ไม่
จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป!
ถ้าให้กล่าวตามตรง การที่เขายอมอดทนมากมาย
ขนาดนี้ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกี่ยวกับผลประโยชน์ของ
ผู้คนในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้
ทำให้เขาไม่สามารถระเบิดอารมณ์ออกมาได้ทั้งหมด
แต่หลังจากที่เขาได้รับ ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ความคิดของ อู่ อวี้ ก็เริ่มเปลี่ยนไป
” อันที่จริงแล้วในระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต
ความสามารถและความแข็งแกร่งของเจ้า ถือเป็น
ประวัติการเลยก็ว่าได้ ไม่มีใครเทียบเคียงกับเจ้าได้
หรอก ตอนนี้เจ้าเป็นเสมือนดั่งอัญมณีที่หายาก จน
ทุกทุกคนต้องริษยา แต่เจ้าจะต้องพยายามอดทน
เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเจ้า และจง
อย่าได้ทำลายความสมดุลระหว่างเส้นทางทั้งสอง
ด้านนี้ ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง ”
” ความอดทน และ การปิดซ่อนความรู้สึกของตน
อาจส่งผลกระทบต่อเจตจำนงแห่งเต๋าของเจ้า มือก็
มือเจ้า เท้าก็เท้าเจ้า จงปล่อยตัวให้เป็นอิสระเสีย แต่
ก็อย่ามากเกินไป เนื่องจากผลลัพธ์จากการกระทำ
ทุกสิ่งจะตามมาทีหลัง มันอาจจะดึงดูดผู้คนให้ตาม
ล่าเจ้าอย่างไม่หยุดหย่อน และถึงแม้เจ้าจะหลบหนี
ไปได้ แต่พวกมันก็ย่อมไปลงครอบครัวคนรักของเจ้า
แทน ”
สิ่งที่ หมิงซวง กล่าวมานั้นนับว่าสมเหตุสมผล
นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น
หากไม่อดทนอดกลั้น แล้วปลดปล่อยความเกรี้ยว
กราดออกมามากเกินไป โดยที่ไม่สนใจหน้าอินทร์
หน้าพรหมใด ๆ อาจไม่เป็นผลดีนัก
ภายในใจของเขายามนี้รับรู้ได้อย่างชัดเจน ควรทำสิ่ง
ใด ไม่ควรทำสิ่งใด
สิ่งที่ต้องทำต่อไปมีอยู่สองแนวทาง
อันดับแรกก็คือการท้าทาย ‘เจดีย์ล่องกำเนิด’ ใน
ระหว่างที่เหล็กยังร้อนอยู่!
อันที่จริงแล้ว เจ้าเทวะอัสนีโลหิต นั้นแข็งแกร่งเป็น
อย่างมาก แต่เขายังไม่มีโอกาสได้ใช้มัน อีกทั้ง
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ทำให้เขา
สามารถท้าทายหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ได้
เขาเข้ามาในเจดีย์ล่องกำเนิด พร้อมกับเรียกหุ่นเชิด
ทั้ง 9 ตัวออกมา!
หลังจากนั้นก็เลือกท้าทายหุ่นเชิดในวงเวทสีดำ ซึ่งมี
การเปลี่ยนแปลงเวลา 7 เท่า
เขาต้องการจะทดสอบว่าแท้จริงแล้ว ศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ ทรงพลังมากเพียงใด!
แน่นอนว่าการต่อสู้กับหุ่นเชิดอมตะ ย่อมเป็น
ตัวเลือกที่ดีที่สุด
ทั้งโอรสเล่อ และ ปีศาจพิษวงน้ำเงิน ได้ตกตายไป
แล้ว จึงทำให้เวลานี้ ไม่มีผู้ใดรู้ว่า อู่ อวี้ ได้รับเจดีย์
ล่องกำเนิดมา
ดังนั้นแม้กระทั่งหุ่นเชิดเหล่านี้ อู่ อวี้ ก็สามารถนำ
มันออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องหวั่นเกรงใด ๆอีกต่อไป
หลังจากเรียกหุ่นเชิดทั้ง 9 ตัวออกมาแล้ว เขาก็เดิน
เข้าไปหาหุ่นเชิดที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับ
ระดับของตนเอง นั่นก็คือก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่
4
อย่างที่รู้กันหุ่นเชิดตนนี้ ทรงพลังเสียยิ่งกว่า จอม
จักรพรรดิ แห่งนครจักรพรรดิ์เพลิงเสียอีก
ทั่วทั้ง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ผู้ที่แข็งแกร่งมาก
ที่สุดก็คือเจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ซึ่งอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 5
หากพิจารณาให้ดีแล้วล่ะก็ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะ
กลับไปที่ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เขาก็สามารถ
รับมือ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา กับ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
ได้พร้อม ๆ กันเลยทีเดียว
การก้าวกระโดดเข้าสู่ขอบเขตนี้ ทำให้ อู่ อวี้ มีความ
มั่นใจมากยิ่งขึ้น เส้นทางสู่การกลายเป็นเซียนอมตะ
มหาวิถีสู่จุดสูงสุด บัดนี้เขาได้ก้าวเดินขึ้นมาถึงส่วนที่
สำคัญที่สุดของมันแล้ว!
หลังจาก อู่ อวี้ เลือกหุ่นเชิดเรียบร้อยแล้ว หุ่นเชิดตัว
อื่น ๆ กับ วงเวทสีดำก็หายไปในทันที หลงเหลือ
เพียงหุ่นเชิดผู้พิทักษ์ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 4 ปรากฏการณ์อยู่เบื้อง
หน้าสายตาของ อู่ อวี้!
ตูม!
แน่นอนว่ามันเป็นหุ่นเชิดอันแข็งแกร่ง ทันทีที่ปรากฏ
กายขึ้น แรงสะกดข่มอันมหาศาลก็ระเบิดพวยพุ่ง
ออกมา เมื่อเทียบกับเจ้าเทวะอัสนีโลหิต มัน
เหนือกว่ามาก!
อีกทั้งหุ่นเชิดตัวนี้ยังมีขนาดเล็กกว่า เจ้าเทวะอัสนี
โลหิต มากนัก มันมีขนาดเท่ากับเด็กทารกเพียง
เท่านั้น ทั่วทั้งร่างดูเสมือนดั่งเหล็กกล้าสีดำทมิฬ ราว
กับถ่านหินก็มิปาน เบื้องหลังมีปีกค้างคาวคู่หนึ่งที่
กำลังโบกสะบัดอยู่ ส่งผลให้ร่างของมันลอยคว้างอยู่
บนท้องเวหา นอกจากนี้ในมือยังถือจับหอกสั้นเอาไว้
ด้วย
ดวงตาของมันเป็นสีแดงโลหิต ซึ่งโลหิตที่อยู่ภายใน
นั้นก็ดูเสมือนดั่งเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ก็มิปาน
ทำให้รูปลักษณ์ของผู้พิทักษ์หุ่นเชิดทารกตัวนี้ ดู
แปลกประหลาด กระหายเลือดและ หนาวเย็นน่า
สะพรึงกลัวยิ่ง
อย่าได้ดูถูกรูปลักษณ์ของมัน ถึงแม้ว่ามันจะตัวเล็ก
แต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วบนร่างของมัน มีวงเวทซ่อนอยู่
มากเพียงใด
ซึ่งวงเวททั้งหมดกำลังหมุนวนทำงาน หนุนเสริมซึ่ง
กันและกันอยู่
“ข้าคือ เจ้าเทวะเพลิงมาร ” ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของ
หุ่นเชิดผู้พิทักษ์ตนนี้จะดูเหมือนทารก ทว่าน้ำเสียง
ของมันกลับหยาบกร้านเหมือนชายชรา
หลังจาก เจ้าเทวะเพลิงมาร กล่าวจบ มันก็พุ่งทะยาน
แทงหอกสั้นเข้ามาทันที
ถึงแม้ว่าร่างกายจะเล็กจ้อย แต่ความเร็วของมันกลับ
สูงล้ำยิ่ง เร็วยิ่งกว่าประกายอัสนีของ เจ้าเทวะอัสนี
โลหิต หลายเท่า
จากนั้นมันก็อ้าปากพร้อมกับพ่นอะไรบางอย่าง
ออกมา ถึงแม้ว่าปากของมันจะเล็กมาก แต่เปลว
เพลิงสีแดงฉานที่พวยพุ่งออกมานั้น ดูน่าตื่นตะลึง
อย่างแท้จริง!
ต่อให้เป็นกายเนื้อของ อู่ อวี้ หากต้องเผชิญหน้ากับ
เปลวเพลิงนี้ ก็อาจถูกแผดเผาจนไหม้เกรียมได้
เพียงชั่วพริบตา ทั่วทั้งเจดีย์ล่องกำเนิด ก็ถูกปกคลุม
ไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงโลหิต
มีเป็นเปลวเพลิงสีโลหิต ทั้งยังแฝงไปด้วยบรรยากาศ
แห่งความแค้นและชั่วร้ายของวิญญาณอาฆาตอีก
ด้วย ซึ่งมีแต่วิชาเวทของผู้ฝึกตนนอกรีต ถึงจะ
สามารถสร้างวงเวทเช่นนี้ออกมาได้
เมื่อเพลิงโลหิตนี้สัมผัสถูกร่าง มันมิได้เผาพลาญแค่
เพียงร่างกายเท่านั้น แต่ยังกัดกร่อนแและเผาผลาญ
ไปจนถึงจิตวิญญาณ
เจ้าเทวะเพลิงมารพ่นไฟหมุนวนอยู่รอบกายของ อู่
อวี้ เปลวเพลิงพวยพุ่งโหมกระหน่ำม้วนกวาดเข้าใส่
อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง ส่วนหอกสั้นในมือของเจ้าเทวะ
เพลิงมารก็ถูกจ้วงแทงเข้ามานับครั้งไม่ถ้วน จนท้อง
เวหาปกคลุมไปด้วยเงาหอกที่พุ่งทะลวงแทงเข้ามา
“ตรงนั้น!”
ท่ามกลางเปลวเพลิงโลหิต อู่ อวี้ สามารถค้นหา
ตำแหน่งของเจ้าเทวะเพลิงมาได้อย่างชัดเจน
เขายังไม่ได้ลงมือโจมตีในทันที ทว่ากลับระเบิดพลัง
อำนาจสะเทือนฟั้าสะเทือนดินออกมาแทน
คร่ากุม พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์ ในมือแน่น
พร้อมกับพุ่งทะยานออกไปในช่วงพริบตา ในช่วง
เวลานั้นเสมือนราวกับว่า หมื่นมังกรร้องคำราม
ทะยานเหินหาวหมายมาดบดขยี้ศัตรูเบื้องหน้า!
ภายใต้เคล็ดก้าวเทวะ ส่งผลให้ความเร็วของเขา
ทะยานสูงขึ้นไปอีก
เพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของ
เจ้าเทวะเพลิงมาร จากนั้นก็ฟาดพลองลงมาจากท้อง
เวหาอย่างรุนแรง อัดกระแทกเข้าใส่ศีรษะของเจ้าเท
วะเพลิงมาร!
ตูม!
เจ้าเทวะเพลิงมาร อัดกระแทกลงสู่พื้นดิน ในสภาพที่
ศีรษะถูกขยี้จนบี้แบน
นี่คือพลังของศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ พลัง
อำนาจของการโจมตีธรรมดาเพียงหนึ่งครั้ง!
หากใช้เสามังกรสมุทรคลั่ง โจมตีลงไป ด้วยวัสดุที่ใช้
สร้างเจ้าเทวะเพลิงมาร คงยากที่จะบดขยี้ทำลาย
หรือ สร้างความเสียหายให้มันได้!
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการบดขยี้ศีรษะของหุ่นเชิด
เจ้าเทวะเพลิงมาร ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ทันใด
นั้นเองมันตำแหน่งหน้าอกของมันก็ปรากฏวงเวทสี
แดงโลหิตขึ้น มีขนาดประมาณครึ่งฉื่อ เมื่อวงเวทสี
แดงเริ่มหมุนวนทำงาน มันก็ดูเสมือนราวกับปาก
ขนาดใหญ่ ชั่วพริบตานั้น เปลวโลหิตก็พวยพุ่ง
ออกมาอย่างล้นหลาม ลุกโหมกระหน่ำปกคลุมไปทั่ว
ทั้งเจดีย์อย่างสิ้นเชิง
ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ ก็ถูกโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิง
โลหิต ภายในเปลวเพลิงโลหิต มีแม้กระทั่งเงาร่าง
ของวิญญาณร้ายปรากฏขึ้น พวกมันกัดเซาะชอนไช
เข้าสู่ร่างกายและจิตวิญญาณของ อู่ อวี้
บังเกิดเป็นความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง หาก
เปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้วละก็ ในเวลานี้คนผู้นั้นคงถูก
เผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
อู่ อวี้ พยายามอดทนอดกลั้นสุดฤทธิ์ ถึงแม้ว่าจะมี
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ แต่เขาก็ไม่สามารถ
ทนรับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้นานนัก!
” เทียมฟั้าจรดดิน! ”
ชั่วขณะนี้เอง ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้น จนดู
เสมือนดั่งคนยักษ์ที่มีความสูงกว่า 3 จั้ง นอกจากนี้
พลองหมื่นมังกร ก็ขยายใหญ่ขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
กระทั่งบัดนี้มันดูราวกับเสายักษ์ขนาดใหญ่ก็มิปาน!
“ย๊าก!”
ด้วยเนตรเพลิง ทำให้เขาสามารถแลเห็นตำแหน่ง
ของพวกมันได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งแบบนี้ความ
แข็งแกร่งเขายังเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า จากนั้นก็ฟาด
พลองลงสู่เบื้องล่างทันที ชั่วพริบตานี้เขาก็โคจรพลัง
แก่นแท้ตำหนักม่วงเข้าสู่วงเวทศาสตรา บัดนี้พลัง
อำนาจของ พลองหมื่นมังกร ได้ถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง!
เจ้าเทวะเพลิงมารไม่อาจหลีกหนีการโจมตีครั้งนี้ได้
มันก็ทำได้เพียงปล่อยให้พลอง อู่ อวี้ พุ่งอัดกระแทก
เข้าใส่ร่างของมัน
ภายใต้การระเบิดพลังอำนาจอันมหาศาลของ อู่ อวี้
เจ้าเทวะเพลิงมาร ถูกพลองฟาดอัดกระแทกลงสู่
พื้นดิน จนแตกกระจายออกเป็นชิ้น ๆ วงเวทภายใน
และ วงเวทชนิดอื่น ๆ ถูกบดขยี้ทำลายจนไม่เหลือ
ซาก
เพียงการโจมตี 2 ครั้งของ อู่ อวี้ เขาก็สามารถบดขยี้
ศัตรูได้อย่างหมดจด ซึ่งหลังจากนี้เขาจะกลายเป็นผู้
ครอบครองเจ้าเทวะเพลิงมารโดยสมบูรณ์
การที่เขาได้รับ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
มาครอบครอง ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกพออกพอใจเป็น
อย่างยิ่ง
จริงอยู่ว่าภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด นั้นปลอดภัยมาก
ทว่าอย่างไรเขาก็ต้องออกไปข้างนอกอยู่ดี
” ข้าไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ จะสามารถเปิดประตูทองสัมฤทธิ์ได้
หรือไม่ ?”
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ