กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 631 : สุสานถลม
ปัจจุบันพลังฝีมือของเขาคืบหน้าไปอีกขั้น
ทว่าการอยู่ใน เจดีย์ล่องกำเนิด เป็นเรื่องยากที่จะทำ
ให้ความแข็งแกร่งในด้านอื่น ๆ คืบหน้าได้โดยระยะ
อันสั้น บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด เขายังคงจดจำ
เทียนสีดำที่เคยได้รับมาได้เป็นอย่างดี
หากไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้น เทียนสีดำ จะเป็น
กุญแจสำคัญในการได้รับ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ทั้งหมด!
” ถ้าได้มากกว่านี้อีกสักหน่อยล่ะก็ … ”
การที่ อู่ อวี้ ได้ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
มาครอบครอง มันก็เสมือนกับการได้ลิ้มรสความ
หอมหวาน ถ้าผู้ใดได้ลองลิ้มรสเพียงครั้งก็จะติดใจมิมี
วันลืม สิ่งนี้ทำให้เขามีความคิดอยากที่จะกลับเข้าไป
ในสุสานอีกครั้ง
การได้ครอบครอง ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ทำให้เขามีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น ทั้งยัง
อยากได้ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ เพิ่มขึ้น
ด้วย เขาเพียงแค่อยากจะได้เทียนสีดำเพิ่มขึ้น แต่
มิได้อยากเข้าไปเปิดโลงศพทองคำ เพราะเขาได้พบ
เห็นประสบการณ์เมื่อครั้ง โอรสเล่อ กับคนอื่น ๆ
พยายามที่จะเปิดโลงศพทองคำ สุดท้ายจึงได้พบกับ
หายนะ
” อันที่จริง…หญิงชราผู้นี้ก็อยากเหมือนกันว่ามีอะไร
อยู่ในโลงศพกันแน่? ”
อู่ อวี้ ออกมาจาก เจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากนั้นก็เก็บ
เจดีย์ล่องกำเนิด ไว้กับตัว หลังจากวันเวลาผ่านไปได้
ประมาณสิบทิวา เมื่อกลับมายังด้านนอกลงสู่พื้นดิน
อีกครั้ง ก็พบว่ามิได้มีอันใดเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่
น้อย
ไม่มีผู้คนอยู่รอบ ๆ
เหนือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ยังคงเวิ้งว้างว่างเปล่าไร้
สิ้นสุด
บางทีคนส่วนใหญ่ อาจจะออกจากที่นี่แล้วไปสำรวจ
ยังสถานที่ต่อไปก็เป็นได้
อู่ อวี้ กวาดสายตามองโดยรอบ เมื่อไม่พบเห็นผู้ใด
เขาจึงรีบมุ่งหน้าออกเดินทางไปยังทิศทางของสุสาน
ระหว่างการเดินทางเขาพบเจอแค่เพียงไม่กี่คน
ท่าทางของพวกมันดูไร้จุดมุ่งหมาย อาจเป็นเพราะ
พวกมันยังไม่ได้รับผลประโยชน์เก็บเกี่ยวใด ๆ ด้วย
เหตุนี้พวกมันจึงต่างพูดคุยเดินเล่นอยู่บนทุ่งหญ้า
กว้างแห่งนี้กันอย่างอิสระ
” มีข่าวลือหนาหูบอกว่า อู่ อวี้ ได้ครอบครอง
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ เจ้าเชื่อหรือไม่? ” อู่
อวี้ ได้ยินคนพูดคุยกัน
” อืม… แต่ที่แน่ ๆ ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งได้
ครอบครอง ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ไปแล้ว
1 ชิ้น ก็อาจจะเป็น อู่ อวี้ เช่นดังข่าวลือ แต่มันไม่
น่าจะมีความสามารถทำลายวงเวทได้ ข้าคิดว่าน่าจะ
เป็นผู้อื่นมากกว่า ”
” ถ้าให้พูดมันก็ค่อนข้างลำบาก อู่ อวี้ ผู้นี้ช่างแปลก
ประหลาดยิ่งนักพลังฝีมืออยู่แค่ระดับ ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต แต่กลับแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ ยังมี
อะไรที่เป็นไปไม่ได้บ้าง ? ที่สำคัญตอนนี้ โอรสเล่อ
แห่ง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ได้ตกตายไปแล้ว
มันก็ไม่มีคนคุ้มกะลาหัวอีกต่อไป คาดว่ามันน่าจะ
กลับไปยัง นครจักรพรรดิเพลิง เพื่อฝึกฝนฝีมือต่อ ”
” พอเจ้าพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็ทำให้ข้าคิดได้ว่า อู่ อวี้
มันหายตัวไปหลายวันแล้ว ผู้คนจำนวนมากไม่มีผู้ใด
พบเห็นมันเลย คนผู้นี้ช่างลึกลับจริง ๆ! ”
” ตงกบดานได้แค่พักหนึ่งเท่านั้นแหละ มันไม่มีทาง
หลบซ่อนตัวไปได้ตลอดชีวิต หากวันใดวันหนึ่งมันพบ
เจอกับผู้แข็งแกร่งเข้า เมื่อนั้นก็จะรู้เองว่ามันได้
ครอบครอง ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ จริง
หรือไม่ ”
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ คาดคิดไว้เช่นเดียวกัน เรื่องราว
ใหญ่โตมักเกิดขึ้นได้เสมอ
เขาไม่ได้พูดอันใด เพียงแค่มุ่งหน้าต่อไปเท่านั้น ไม่
นานนักเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ใกล้ ๆ สุสาน
หลายคนยังเดินวนเวียนปั้วนเปียนอยู่รอบ ๆ สุสาน
เหลือบมองมาทางสุสานบ้างเป็นครั้งเป็นคราว แต่ก็
ไม่มีผู้ใดหาญกล้าเข้าไปด้านใน
” ว่ากันว่า โอรสเล่อ ตกตายด้วยสภาพน่าอนาถ! ”
” ขนาด โอรสเล่อ ผู้มีพลังฝีมือสูงส่งถึงเพียงนั้นยังตก
ตายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้วฝีมืออย่างพวก
เรา ๆ จะกล้าเข้าไปได้อย่างไร ได้ข่าวมาว่าหลังจาก
ฉลามนิรันดร์ ตกตายไปร่างไร้วิญญาณของมัน ได้
กลายเป็นศพหุ่นเชิดเฝั้าอยู่ภายในสุสานตราบชั่วนิ
รันดร์ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก ”
” ข่าวบอกว่า อู่ อวี้ คือผู้ลงมือสังหาร ฉลามนิรันดร์
ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของมัน นั้นเหลือล้ำอย่าง
ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ข่าวเรื่องนี้แพร่
สะพัดออกไปโดยไม่คำนึงว่า อู่ อวี้ เป็นฆาตกรจริง
หรือไม่ หากไปทำให้เผ่าพันธุ์ปีศาจสมุทรโกรธเคือง
เข้า ชีวิตของเขาก็เป็นอันจบสิ้น ”
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ใช้เทียมฟั้าจรดดิน ย่อขนาด
ร่างกายให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นก็ขี่
กระบี่บินจักรพรรดิเร่งความเร็วมาจากระยะไกล เมื่อ
เข้าใกล้สุสานก็ใช้เคล็ดวิชาก้าวเทวะ เพื่อเพิ่ม
ความเร็วให้ถึงขีดสุด!
หวืดดดดดด!
ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อู่ อวี้ ได้เข้าไปใน
สุสานอย่างไรล่องลอยเสียแล้ว
” เอ๊ะ!…เหมือนรู้สึกว่ามีสิ่งใดเคลื่อนไหวผ่าน? ”
” ใช่… เหมือนมีลมกระโชกพัดผ่าน? ” อีกคนกล่าว
เสริม
” มันช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว เรารีบออกจากที่นี่กัน
เถอะ! ถ้าเจ้าไม่ไป ถ้าเช่นนั้นข้าขอไปก่อนล่ะ ” คนที่
สามได้ยินเช่นนั้นก็กระอักกระอ่วนใจแล้วตามไป
อย่างรวดเร็ว
“ช้าก่อน? รอข้าด้วย!”
หลังจากนั้นคนอื่น ๆ ก็ติดตามมันไป
ขณะอยู่ภายในสุสาน อู่ อวี้ ได้พก เจดีย์ล่องกำเนิด
ไว้ภายในร่าง ในมือก็ถือจับ พลองหมื่นมังกรพิภพ
อนันต์ เอาไว้แน่น
ครั้งนี้เขาต้องพึ่งพา ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดวิญญาณ
เพื่อดูว่ามีอันใดให้เขาเก็บเกี่ยวได้บ้าง ดังนั้นจึงต้อง
หยิบ พลองหมื่นมังกร ออกมาเตรียมพร้อมต่อสู้
ตลอดเวลา
หลังจากนั้นเขาก็อัญเชิญ เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ออกมา
จาก เจดีย์ล่องกำเนิด ให้มันยืนพิทักษ์อยู่บริเวณปาก
ทางเข้าสุสาน โดยออกคำสั่งว่า ” ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่
ล่วงล้ำเข้ามา ให้ขับไล่มันออกไปแทนข้า ”
ความจริง เจดีย์ล่องกำเนิด ไม่ได้รับผลจากวงเวทใน
สุสานแต่อย่างใด แม้แต่ผู้มีฝีมือสูงส่งอย่าง โอรสเล่อ
ก็หาใช่คู่ต่อสู้เทียบเคียง เจ้าเทวะอัสนีโลหิต ได้
ฉะนั้นการให้มันพิทักษ์อยู่ที่นี่ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถ
ล่วงล้ำเข้ามาได้อย่างแน่นอน
จากนั้น อู่ อวี้ ก็อัญเชิญเจ้าเทวะเพลิงมารออกมา
แล้วสั่งให้มันเดินลึกเข้าไปในสุสานพร้อมกับเขา
เขาเคลื่อนไหวไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงล้ำยิ่ง
พริ้วไหวดุจสายน้ำไปมาไร้ร่องรอย
หลังจากวงเวทเขาวงกตหายไป มันก็ทำให้ อู่ อวี้
สามารถเห็นโครงสร้างเส้นทางเดินภายในสุสาน
ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เขาใช้เวลาเกือบสิบลมหายใจก็มาถึง ประตูทอง
สัมฤทธิ์ เมื่ออยู่ภายในสุสานทำให้ เจ้าเทวะเพลิงมาร
เคลื่อนที่ได้เร็วยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ ก้าวออกมาข้างหน้า แล้วทบทวนวิธีแก้วงเวท
เช่นเดียวกับ ไปั๋หลี่ จุยหุน ในตอนนั้นอีกฝั่ายอยู่
ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก แต่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็
สามารถแก้วงเวทได้ เขาคิดว่าบางทีก็อาจจะทำได้
เช่นกัน
โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในครานั้น ราวกับบังเกิด
หมอกในใจขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากไร้ซึ่งเงื่อนงำ
ใด ๆ เมื่อมาถึงเบื้องหน้าก็ทำให้เขาได้รู้ทันทีว่า
ตนเองนั้นยังห่างไกลจาก ไปั๋หลี่ จุยหุน
เขาเพิ่งมายืนอยู่ที่นี่ได้เพียงไม่นาน ฉับพลันก็มีลม
หายใจอันเย็นยะเยือกพ่นมาจากด้านหลัง เป็นเวลา
เดียวกับที่ เจ้าเทวะเพลิงมาร ได้แจ้งเตือนเขา
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็หันกลับไปมองด้านหลัง แล้ว
เห็นว่าบัดนี้มีศพหุ่นเชิดตัวหนึ่งกำลังค่อย ๆ ปีน
ขึ้นมาจากพื้น หลังจากนั้นก็ตามมากว่า 20 ตัว ซึ่ง
ผู้นำกองทัพศพหุ่นเชิดก็คือ ฉลามนิรันดร์!
เมื่อเขามองดูศพหุ่นเชิดทุกตัวแล้ว พบว่าไม่มีตัวไหน
ที่เป็น โอรสเล่อ อู่ อวี้ จึงรู้สึกหดหู่อยู่บ้าง แต่อย่าง
น้อยมันก็ไม่ได้กลายเป็นศพหุ่นเชิดเฝั้าสุสานอยู่ที่นี่
หากเป็นในยามปกติ เขาต้องรับมือกับศพหุ่นเชิด
จำนวนมากเช่นนี้เพียงลำพัง ก็คงลำบากทุลักทุเลอยู่
ไม่น้อย ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไปในมือของเขาถึงจะ
‘พลองหมื่นมังกร’ อีกทั้งยังมี เจ้าเทวะเพลิงมาร
สนับสนุนอยู่ข้างตัวไม่ห่าง อู่ อวี้ ไม่ได้เกรงกลัวแต่
อย่างใด เขาถอนความสนใจออกจาก ประตูเบื้อง
หน้า ด้วยเพราะอยากจัดการกับศพหุ่นเชิดเหล่านี้
เสียก่อน
ด้วยเหตุนี้เขากับ เจ้าเทวะเพลิงมาร จึงพุ่งทะยานเข้า
ประจันหน้ากับศัตรูทันที!
แม้พลังกายเนื้อจะไม่แข็งแกร่งถึงขนาดควบคุม
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ได้อย่างสมบูรณ์
อีกทั้งยังสามารถควบคุมได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่
เขาก็สามารถกวัดแกว่งบดขยี้ทำลายล้างศัตรูเบื้อง
หน้าได้อย่างง่ายดาย อีงทั้งพลังทำลายล้างของมันก็
น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง อู่ อวี้ รวดเร็วคล่องแคล่วกว่า
ศพหุ่นเชิดมากนัก เขาพุ่งทะยานเข้าไปยังฝูงศพหุ่น
เชิด แล้วเริ่มเปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ทันที!
อย่างไรก็ตาม พลังการโจมตีด้วยวงเวทจำนวนมาก
ของ เจ้าเทวะเพลิงมาร นั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ เรียกหุ่นเชิดตัวอื่น ๆ ออกมาจัดการกับเหล่า
ศพหุ่นเชิด ด้วยเพราะพวกมันจะไม่มีวันตาย อีกทั้ง
ต่อให้ถูกทำลายพวกมันก็จะไม่กลายมาเป็นศพหุ่น
เชิดเช่นนี้
ศพหุ่นเชิดเหล่านี้โจมตีด้วยพลังทางกายภาพเท่านั้น
อันที่จริงถ้าพวกมันอยู่ด้านนอกก็คงไม่น่ากลัวเช่นนี้
เสมือนดั่ง ฉลามนิรันดร์ ระดับพลังฝีมือของมัน
เพียงแค่ยอดฝีมือก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 2
ดาดๆก็เกือบจัดการมันได้แล้ว
อู่ อวี้ มองอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงมา
โจมตี แต่ เจ้าเทวะเพลิงมาร กับ หุ่นเชิดตัวอื่น ๆ ก็
สามารถจัดการกับศพหุ่นเชิดเหล่านี้ได้แล้ว
ส่วนตัวเขาก็ลงมือจัดการกับ ฉลามนิรันดร์ ด้วย
ตนเอง
เขาตวัดฟาดพลองออกไปเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างของ
ฉลามนิรันดร์ ก็ลอยกระเด็นออกไปอัดกระแทกกับ
พื้น เขารีบตามไปซ้ำด้วยการกระหน่ำฟาดพลองอัด
กระแทกลงไปกว่า 30 ครั้ง จนกระทั้งบัดนี้ ฉลามนิ
รันดร์ กลายเป็นเพียงเศษเนื้อ
ในที่สุด ฉลามนิรันดร์ ก็ไม่สามารถยืนหยัดขึ้นมาได้
อีก ร่างของมันนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างเงียบสงบ
หลังจากนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้น เจ้าเทวะเพลิงมาร กับ หุ่นเชิดตัวอื่น ก็
ไล่ล่าจัดการศัตรูไปทีละตัว ๆ
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่า เจ้าเทวะเพลิงมาร สามารถรับมือ
กับเหล่าศพหุ่นเชิดได้อย่างสบาย ๆ เขาจึงกลับมาให้
ความสนใจ ประตูทองสัมฤทธิ์ หลังจากที่ได้ต่อสู้กับ
ฉลามนิรันดร์ จนมันตกตายไป ซึ่งมันทำให้เขาฉุกคิด
บางอย่างขึ้นมาได้
ยามนี้เขามอง ประตูทองสัมฤทธิ์ เป็นศัตรูตรวจ
ฉกาจ หลังจากนั้นเขาก็ง้าง พลองหมื่นมังกรพิภพ
อนันต์ พร้อมทั้งใช้ปลายเท้ากดลงไปบนพื้น ก้าวไป
เบื้องหน้าทีละก้าว ๆ อย่างรุนแรงดุดัน ชั่วพริบตา
นั้นเองเขาก็รีบวิ่งไปยังด้านหน้า ประตูทองสัมฤทธิ์
เขาแผดเสียงร้องคำราม รวบรวมพลังทั้งหมด แล้วก็
ระเบิดพลังงานออกไป!
ตูมมมมมมม!
อู่ อวี้ เคยโจมตีประตูนี้มาก่อน ทว่ามันหาได้เป็นได้
ผลใด ๆ ไม่ แต่ในครั้งนี้เข้าโจมตีด้วยพลังรุนแรงดุดัน
มากกว่าเดิม ส่งผลให้ประตูทองสัมฤทธิ์เกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แน่นอน อู่ อวี้ ไม่ได้คาดหวังว่าพลองจะพังประตูได้
ตู้มมม ตู้มมมม ตู้มมมม!
หลังจากนั้น เขาก็ฟาดพลองกระแทกลงไปซ้ำแล้วซ้ำ
เล่า อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลว่า พลองหมื่นมังกร
จะไม่สามารถต้านทานแรงได้
การลงมือครั้งนี้ บังเกิดเสียงระเบิดกระหึ่มกึกก้อง
มากเกินไป หากมีผู้คนอยู่แถว ๆ นี้ คาดว่าพวกมัน
จะต้องลงมาในสุสานเป็นแน่ และเมื่อถึงตอนนั้น เจ้า
เทวะอัสนีโลหิต จะเป็นผู้จัดการพวกมัน
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าตนเองฟาดลงไปกี่ครั้ง เปลวเพลิงสว่าง
ไสวกระจายไปทั่วทุกสารทิศ ยามนี้โทสะของ อู่ อวี้
พุ่งถึงขีดสุด ทว่า ประตูทองสัมฤทธิ์ ก็ยังคงปิดสนิท
แน่นหนา แม้ว่าจะต้องพบเจอกับพลังความแข็งแกร่ง
ทางกายเนื้อ ผนวกกับความแข็งแกร่งของ พลอง
หมื่นมังกร แล้วก็ตามที หลังจากที่เขาฟาดกระแทก
อัดใส่ประตูหลายร้อยครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไป
เก็บเทียนสีดำได้
“มันไม่ได้ผล!”
อู่ อวี้ เคยคิดว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จ
แต่ผลที่ออกมาหาใช่สิ่งที่เขาคิด และแล้วเขาก็ต้อง
ยอมแพ้เพียงเท่านั้น
ขณะที่เขาหันหลังกลับมาก็เห็นว่า เจ้าเทวะเพลิงมาร
ยังคงจัดการกับศพหุ่นเชิด
เขารู้สึกกังวลยิ่งนัก บริเวณหน้าประตูด้านซ้ายและ
ขวา มีสิงโตหินสองตัวตั้งอยู่ การที่ประตูจะมีสิงโต
หินวางตั้งประดับประดาถือเป็นเรื่องปกติดธรรมดา
เป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ ระบายความโทสะลงบนสิงโตหิน ด้วยเพราะ
เขาไม่สามารถเปิดประตูทองสัมฤทธิ์ได้ สิงโตหินทั้ง
สองไม่สามารถรองรับโทสะ อู่ อวี้ ได้ พวกมันถูกบด
ขยี้จนแทบไม่เหลือชิ้นดี
หลังจากบดขยี้สิงโตหินแล้ว โทสะของเขาก็ได้หายไป
เขาเรียก เจ้าเทวะเพลิงมาร กะว่าจะช่วยสังหารศพ
หุ่นเชิดเสียให้หมด ๆ แล้วก็ออกจากที่นี่
ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้หาใช่เพียงแค่ ประตูทอง
สัมฤทธิ์ แต่กลับเป็นทั้งสุสาน
สุสานเริ่มยุบตัวลงพร้อมกับเสียงถล่มดังกึกก้อง
อู่ อวี้ ก็หวาดกลัวเช่นกัน
เขารู้ทันทีว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร
เขาอึ้งตะลึงอยู่นานมาก สำหรับตอนนี้มีประตูกั้น
กลางระหว่างเขากับเทียนสีดำเพียงเท่านั้น ทว่าเขา
กลับไม่สามารถเข้าไปได้
เขาหายใจถี่รัว มันต้องนี้เป็นเพราะสิงโตหินถูกทุบ
ทำลาย
สิ่งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ…
เริ่มจากฝูงศพหุ่นเชิดก็จมหายลงไปในพื้นทันที
หลังจากนั้นทั่วทั้งสุสานก็เริ่มสั่นสะเทือน
ปึง! ปึง! ปึง!
ผนังกับพื้นดินเริ่มปริแตกฉีกขาด ดูเหมือนว่าสุสาน
จะพังทลายในไม่ช้า
แต่เพราะสิ่งใดจึงทำให้มันพังทลายลงได้ ?
เมื่อหันกลับมามองที่ ประตูทองสัมฤทธิ์ กำแพงรอบ
ๆ ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเช่นกัน
ท่ามกลางการสั่นสะเทือนล่มสลาย บนบานประตูเริ่ม
มีรอยแตกขึ้นเล็กน้อย อู่ อวี้ มองผ่านช่องประตูเขา
ยังเห็นโลงศพทองคำอยู่ภายใน
แน่นอนว่าด้านในมีสิ่งที่เขาต้องการนั่นก็คือ เทียนสี
ดำ!
ยามนี้สุสานดูเหมือนจะถล่มแหล่ไม่ถล่มแหล่ หาก อู่
อวี้ ใช้ความกล้าโดยการนำ พลองหมื่นมังกร พัง
ประตูเข้าไปด้านใน ก็สามารถหยิบสิ่งที่ต้องการ
ออกมาได้!
ทว่าในเวลานี้แม้แต่ขยับตัวก็ยังไม่สามารถทำได้ แล้ว
เขาจะทำลายประตูเข้าไปได้อย่างไร ?
แต่เมื่อโอกาสมาถึงมือเขาก็ต้องรีบไขว่คว้า แม้ว่า
อาจจะเสี่ยงโดนสุสานพังถล่มทับตายก็ตาม ยิ่งมองดู
อู่ อวี้ ก็พบว่าตนเองไม่น่าจะวิ่งออกมาได้ทัน
สาเหตุแรกที่ทำให้สุสานถล่ม เป็นไปได้ว่าวงเวท
อาจจะถูกทำลาย เมื่อคิดได้ดังนี้เขาก็พบว่า พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วง ของเขายามนี้ไม่ได้ถูกผนึกอีกต่อไป
แล้ว!
นับเป็นเรื่องดีมากทีเดียว!
ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถใช้ลังอิทธิฤทธิ์ได้
มากมาย!
เมื่อส่วนสำคัญใช้งานได้ เขาก็เริ่มใช้ เทียมฟั้าจรดดิน
เพิ่มพูนพลังขึ้นเป็นหลายเท่า หลังจากนั้นก็ตามมา
ด้วยเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
ตูมมมมมม!
ฟาดเพียงครั้ง!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้สามารถเปิดประตูได้จริง ๆ !
ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ