กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 643 : แทงอันนี้
เงาสีดำนี้ขนาดเท่าความสูงของเด็กน้อย มี
ความเร็วในการเคลื่อนตัวสูงล้ำเป็นอย่างยิ่ง ทั่วทั้ง
ร่างปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงทมิฬ ซึ่งมันก็คือ ‘เจ้า
เทวะเพลิงมาร’ ที่ อู่ อวี้ เคยต่อสู้ด้วยมาก่อน
ในช่วงเวลาวิกฤตคับขันชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
เขาไม่เคยเอา เจดีย์ล่องกำเนิด ออกมาใช้เลย แต่
ในวันนี้มันต่างออกไป เนื่องจากคนเหล่านี้มิได้เห็น
ความสำคัญของชีวิตเขา ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้อง
หยิบศาสตราเต๋าชิ้นนี้ออกมาใช้
เมื่อนำ เจดีย์ล่องกำเนิด ออกมา เขาก็ไม่สามารถ
หันหลังกลับไปได้อีกแล้ว
อู่ อวี้ มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่า เขาจะต้อง
กลายเป็นเซียนอมตะ ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน
นี่ไม่ใช่การยินยอมสมัครใจของเขาเอง แต่ถูกบีบ
บังคับโดยผู้อื่น
หลังจาก เจ้าเทวะเพลิงมาร ถูกอัญเชิญออกมามัน
ก็ได้ทำตามคำสั่งของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว โดยการ
แสดงพลังความสามารถด้วยการพ่นเปลวเพลิง
ทมิฬจำนวนมากออกมา พุ่งตรงดิ่งเข้าไปหาคนทั้ง
9 ที่บัดนี้อยู่ในอาการตกตะลึงอย่างที่สุด
เพียงชั่วพริบตา เปลวเพลิงก็ม้วนกวาดผ่านกลืน
กินไปทั่วทั้ง เวทีเซียนเหลียว
แม้ว่าเปลวเพลิงนี้ ยากที่จะทำให้หลายคนได้รับ
บาดเจ็บจากมัน แต่มันก็ยังมีประโยชน์สำคัญอีก
อย่างหนึ่งก็คือสามารถปิดกั้นขัดขวางพวกมันได้
ทั้งยังรบกวนการมองเห็นของพวกมันอีกด้วย
เจ้าเทวะเพลิงมาร มีหน้าตาเฉยชาไร้ซึ่งอารมณ์
ความรู้สึก ก่อนที่จะเข้าไปหาเปั้าหมายใกล้ที่สุด
การเคลื่อนไหวนี้ดึงดูดความสนใจของ อสรพิษ
อัสนีขย้ำ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง พวกมันเริ่มแสดง
ท่าทีกระสับกระส่ายตื่นเต้น เลื้อยพริ้วไหวพร้อม
กับแยกเขี้ยวขู่กรรโชก ดูเหมือนราวกับว่ามันกำลัง
เตือน อู่ อวี้ อยู่
อย่างไรก็ตามตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ใน เจดีย์ล่องกำเนิด
ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ เจ้าเทวะเพลิงมาร ต้องทำก็คือ
เกาะกุม เจดีย์ล่องกำเนิด ไว้ให้ดีที่สุด แล้วรีบพุ่ง
ทะยานฝั่าไปให้ได้!
การกระทำทั้งหมดนี้ ได้กระตุ้นต่อมยั่วโมโห
อสรพิษอัสนีขย้ำให้โกรธเสียแล้ว
คนแปดคนที่อยู่ด้านหลัง ได้เห็นการเคลื่อนไหว
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้ว่าพวกมันจะตื่น
ตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังรีบแย่งชิงกัน
พุ่งเข้าไปหา เจ้าเทวะเพลิงมาร เพื่อที่จะจับกุมตัว
ไว้
แต่ก็เท่านั้นเพราะนี่คือ เจ้าเทวะเพลิงมาร ผู้ซึ่งมี
ความเร็วสูงลิ่ว เพียงชั่วอึดใจ เจ้าเทวะเพลิงมาร ก็
พุ่งตัวแหวกฝั่าวงล้อมฝูงอสรพิษอัสนีขย้ำ เข้าสู่
ขั้นบันไดในที่สุด
การกระทำนี้ได้ไปเหยียบต่อมโมโหของ อสรพิษ
อัสนีขย้ำ เข้าอย่างจัง อสรพิษอัสนีขย้ำ โกรธ
เกรี้ยวถึงขีดสุด มันส่งเสียงขู่คำรามดังกึกก้อง
พร้อมกับทะยานติดตามไปอย่างต่อเนื่อง ในชั่ว
พริบตานั้นเอง! ขณะที่ เจ้าเทวะเพลิงมาร กำลังพุ่ง
ตัวเหยียบย่างขึ้นไปบนขั้นบันไดอย่างต่อเนื่อง
อสรพิษอัสนีขย้ำ จำนวนมากก็พุ่งเข้าใส่ร่างกาย
ของมัน
ถึงแม้พวกมันจะพยายามเจาะเข้าไปใน เจดีย์ล่อง
กำเนิด อย่างไรก็ตาม พวกมันไม่สามารถทะลวง
ผ่านเข้ามาได้อย่างแน่นอน
เจ้าเทวะเพลิงมาร เป็นสิ่งไม่มีชีวิต แถมยังถูก
หลอมสร้างด้วยสมบัติวิเศษหลากหลายชนิด มัน
ไม่ได้มีเนื้อหนังมังสาเฉกเช่นมนุษย์ ฉะนั้นความ
ร้ายกาจของ อสรพิษอัสนีขย้ำ อาจจะทำให้เหล่าผู้
ฝึกตน หรือ ปีศาจ หวาดกลัวได้ก็จริง แต่มันไม่
สามารถสร้างผลกระทบใด ๆ ให้แก่ เจ้าเทวะเพลิง
มาร ได้แม้แต่น้อย ดังนั้นเมื่อ อสรพิษอัสนีขย้ำ
จำนวนมากเข้าสู่ร่างของ เจ้าเทวะเพลิงมาร ก็
บังเกิดประกายแสงอัสนีสีม่วงเอาสว่างเกิด ทั้งยัง
ไม่สามารถชะลอความเร็วในการเคลื่อนตัวของ
เจ้าเทวะเพลิงมาร ลงได้เลยแม้แต่น้อยนิด
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงชั่วเสี้ยวลม
หายใจ
“อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
ในเสี้ยวลมหายใจต่อมา องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็เข้ามา
สมทบโจมตี โดยไม่สนว่ากำลังล่วงล้ำเข้ามาใน
อาณาเขตของ อสรพิษอัสนีขย้ำ พวกมันต่างแสดง
ฝีไม้ลายมือออกใหม่เต็มที่ เพื่อไล่ล่า เจ้าเทวะเพลิง
มาร
อย่างไรก็ตาม การที่พวกมันโจมตีเข้าใส่ ก็เป็น
เสมือนกับว่าพวกมันได้ไปทุบรังแตนก็มิปาน ก่อน
หน้านี้ อสรพิษอัสนีขย้ำ จ้องเขม็งมองพวกมันมา
เป็นเวลานานแล้ว ทว่าด้วยเพราะกฎบางอย่างจึง
ทำให้พวกมันไม่สามารถเข้าโจมตีได้ ในเมื่อกฎนั้น
ได้ถูกละเมิด จึงไม่มีกฏใด ๆ มาขวางกั้นพวกมันได้
อีก ทันใดนั้นเอง อสรพิษอัสนีขย้ำ ก็พุ่งโจมตี
เข้าใจพวกมันอย่างรวดเร็ว อสรพิษส่วนใหญ่ยอม
ถอดใจเลิกตอแยกับ เจ้าเทวะเพลิงมาร
สถานการณ์ในยามนี้ก็เป็นเหมือนกับว่าอสรพิษ
อัสนีขย้ำ ได้ขัดขวางคนทั้ง 9 ไม่ให้เข้าไปด้านใน
ปัจจุบันฝูงอสรพิษได้พรุ่งพรู่ล่วงล้ำเข้ามาในอาณา
เขตระยะ 10 จั้งของเวทีเซียนเหลียว เสมือนกับฝูง
แตนที่แตกรังก็มิปาน!
อสรพิษอัสนีขย้ำ ไม่เกรงกลัวการโจมตีหลากหลาย
ชนิดที่ถาโถมเข้าใส่ ต่อให้เป็น องค์หญิงโย่วเสี่ย
เมื่อต้องเผชิญหน้าต่อสู้กับ อสรพิษอัสนีขย้ำ พวก
มันทั้งหมดก็ต้องยอมวางมือ แล้วรีบถอยหนี
ออกไปอย่างรวดเร็ว!
เนื่องจากกลัวว่าอสรพิษอัสนีขย้ำเหล่านี้ จะไล่ล่า
สังหารพวกมันไปทั่วทั้งเวทีเซียนเหลียว ถ้าหาก
เป็นเช่นนั้น พวกมันจะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้
คนทั้งหมดจะต้องตกตายอยู่ที่นี่!
ชั่วขณะต่อมา พวกมันก็กรีดร้องออกมาด้วยความ
หวาดกลัว พร้อมกับวิ่งหลบหนีราวกับฝูงหมาปั่าที่
แตกกระเจิง ไม่กล้าที่จะไล่ล่าติดตาม เจ้าเทวะ
เพลิงมาร อีกต่อไป
อย่างไรก็ตามพวกมันก็ยังรู้สึกโล่งอกอยู่บ้าง
เล็กน้อย เนื่องจากอสรพิษอัสนีไม่สามารถออกมา
จากบันไดได้ไกลนัก หลังจากออกมาประมาณ 10
จั้ง มันก็รีบกลับไปปิดกั้นบันไดดังเดิมอย่างรวดเร็ว
จากการกระทำนี้คาดว่ามันน่าจะติดในภารกิจ
เงื่อนไขบางอย่าง
คนทั้งเก้ารอดชีวิตมาได้อย่างหวิดหวิด แต่ความ
หวาดกลัวก็ก็ยังคงแผ่ซ่านหนาวเย็นฝังลึกลงไปถึง
กระดูกของพวกมัน
” อู่ อวี้! ” พวกมันยังคงฝืนใจพูด ถึงแม้ยังคง
หวาดกลัวอยู่ก็ตาม ซึ่งสิ่งที่พวกมันเห็นในตอนนี้ก็
คือฝูง อสรพิษอัสนีขย้ำ จำนวนมากกว่าครึ่งกำลัง
ปิดกั้นเส้นทางของพวกมันอยู่ ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง
กำลังพัวพันอยู่กับการไล่ล่า เจ้าเทวะเพลิงมาร
เจ้าเทวะเพลิงมาร ยังคงพยายามก้าวไปข้างหน้า
ต่อไป มันสามารถขึ้นบันไดไปได้หลายสิบขั้น แต่
แล้วในที่สุดมันก็ถูก อสรพิษอัสนีขย้ำ ฉีกกระชาก
ออกเป็นเสี่ยง ๆ
ในช่วงวินาทีสุดท้าย เจ้าเทวะเพลิงมาร ได้พลัง
เฮือกสุดท้ายขว้าง เจดีย์ล่องกำเนิด ขึ้นไปด้านบน
จนสามารถข้ามผ่านบันไดไปได้หลายสิบขั้น ใน
เวลานี้ตำแหน่งของ เจดีย์ล่องกำเนิด อยู่ห่างจาก
กลุ่มของ องค์หญิงโย่วเสี่ย มากพอสมควรทีเดียว
เนื่องจาก อสรพิษอัสนีขย้ำ ไม่สามารถทะลวงผ่าน
เข้าไปใน เจดีย์ล่องกำเนิด ได้ด้วยอีกทั้งมันเป็น
สิ่งไม่มีชีวิต ด้วยเหตุนี้อสรพิษจำนวนมากจึงรีบ
กลับไปเฝั้าทางเข้าดังเดิม ทิ้งให้ เจดีย์ล่องกำเนิด
ตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างโดดเดี่ยว
อย่างไรก็ตาม คนทั้ง 9 ที่ยืนอยู่บนเวทีเซียนเหลียว
ต่างเห็นแลอย่างชัดเจนว่าบัดนี้ เจ้าเทวะเพลิงมาร
ที่ถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้บินย้อนคืน
กลับสู่ เจดีย์ล่องกำเนิด ถึงแม้มันจะถูกบดขยี้เป็น
ชิ้น ๆ ถึงกระนั้น เจดีย์ล่องกำเนิด ก็สามารถฟืนคืน
มันให้กลับสู่สภาพปกติดังเดิม
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ เจดีย์ล่องกำเนิด กับ เวที
เซียนเหลียว ได้ถูกแยกออกห่างกันอย่างสมบูรณ์
เนื่องจากมันถูกขวางกั้นไว้ด้วยอสรพิษอัสนีขย้ำอัน
แสนดุร้าย มันจับจ้องเหล่ามนุษย์ด้วยสายตา
ประดุจดั่งพยัคฆ์ ที่พร้อมตะครุบเหยื่อทุกเมื่อ
แม้แต่ องค์หญิงโย่วเสี่ย และ คนอื่น ๆ ก็ยังไร้ซึ่ง
หนทาง!
บัดนี้สายตาของพวกมันต่างจังจ้องไปที่ เจดีย์ล่อง
กำเนิด!
องค์ชายน้อยข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดขึ้นว่า ” อู่ อวี้!
ข้ามั่นใจว่านอกจาก ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ แล้ว เจ้ายังมีสมบัติชิ้นอื่น ๆ อยู่อีก!
เช่นเดียวกับ เจดีย์ที่อยู่เบื้องหน้านี้ มันดูเสมือนดั่ง
เจดีย์ขนาดเล็กที่ปรากฏอยู่ในมหาสมุทรเมฆา ไฉน
ถึงมาตกอยู่ในมือของมันได้! ”
เมื่อมองไปที่ เจดีย์สีขาว มันก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่
อู่ อวี้ มี
” มันไปได้เจดีย์มาตั้งแต่ตอนไหน ท่านยังไม่รู้เรื่อง
นี้เลยด้วยซ้ำ? ก่อนหน้านี้มันคอยติดตาม องค์ชาย
น้อย ทั้งหมดเป็นความผิดของท่าน สมบัติจำนวน
มากมายอยู่ต่อหน้าต่อตาของท่านแท้ ๆ แต่ท่าน
กลับไม่รู้สึกอะไรเลยเช่นนั้นหรือ? ” ในเวลานี้ องค์
ชายเฟิง กำลังสบประมาทเยาะเย้ยฝั่ายตรงข้าม
องค์หญิงโย่วเสี่ย ขมวดคิ้วแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียง
เย็นชาขึ้นว่า ” บางทีมันอาจจะครอบครอง
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อยู่ 2 ชิ้นก็เป็นได้
แต่เวลานี้มันได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในเจดีย์หลัง
เล็ก ๆ นั้นซึ่งพวกเราก็ถูก อสรพิษขย้ำ ขวางกั้น
เส้นทางเอาไว้อยู่ ”
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า อู่ อวี้ ครอบครอง ศาสตร์ตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มากกว่าหนึ่งชิ้น แต่
สำหรับพวกมันกลับไม่มีปัญญาครอบครองได้เลย
สักชิ้น!
อีกทั้งความร้ายกาจของ อสรพิษขย้ำ นั้นมากมาย
เหลือคณา ทำให้พวกมันต่างลังเลไม่แน่ใจ
” หรือเราต้องสังหารมันทิ้งเสียก่อน ? แล้วผู้ใดจะ
เป็นคนสงสารมัน ในเมื่อมันหลบซ่อนตัวอยู่ภายใน
เจดีย์นั่น!”
” ข้าอยากรู้ว่าผู้ใดควรลงมือ หึหึ … ”
พวกมันพยายามบ่ายเบี่ยงเกี่ยงกันปัดความ
รับผิดชอบอย่างที่สุด
หวัง จื่อซุน ผู้โง่เขลาเขามากที่สุด มันทำได้เพียง
มอง ยันต์เซียนบรรพกาล อย่างหมดสิ้นหนทาง
แล้วบินจากไป
สำหรับการการผสานร่วมมือต่อสู้กับอีก 8 คน ดู
เหมือนจะไม่จำเป็นอีกต่อไป
กล่าวได้ว่าในเวลานี้จิตใจของพวกมันร้อนรนไม่
เป็นสุข หงุดหงิดงุ่นง่าน โทสะพลุ่งพล่านอย่าง
ที่สุด ในระหว่างที่มันกำลังโกรธเกรี้ยวกันอยู่นั้น
เจดีย์ก็บังเกิดการเคลื่อนไหวบางอย่าง ยามนี้ อู่ อวี้
ได้ออกมาจาก เจดีย์ล่องกำเนิด ยืนอยู่บนบันได
หยกสีขาวพร้อมกับ เจดีย์ล่องกำเนิด กล่าวได้ว่า
ตำแหน่งที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นส่วนด้านล่างของบันได
การที่ เจ้าเทวะเพลิงมาร ได้ส่งเขามาถึงที่นี่ก็นับว่า
ดีมากแล้ว
หลังจากที่เขาปรากฏตัวขึ้น อสรพิษอัสนีขย้ำ ก็
ยังคงเฝั้าพิทักษ์อยู่ที่บันไดด้านล่าง ไม่ได้พุ่งเข้า
โจมตีเขาแต่อย่างใด
คราแรก อู่ อวี้ ตัดสินใจที่จะเล่นสงครามประสาท
กับ อสรพิษอัสนีขย้ำ เมื่อใดก็ตามที่พวกมันพุ่งเข้า
โจมตีเขา เขาจะรีบเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด แต่เมื่อมันกลับไปแล้วเขาก็จะ
ออกมา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยามนี้ อสรพิษอัสนีขย้ำ ยัง
ไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีเขา ซึ่งอย่างน้อยเขาน่าจะ
ผ่านการทดสอบของ อสรพิษอัสนีขย้ำ แล้ว นี่
แสดงให้เห็นว่าหลังจากนี้เขาสามารถก้าวขึ้นไปบน
บันได้อย่างปลอดภัยหายห่วงว่า เพราะอสรพิษ
อัสนีขย้ำ จะไม่ติดตามไล่ล่าเขาอีกต่อไป
นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างใหญ่หลวง
เขารอดพ้นจากอันตรายแล้ว!
แน่นอนว่าบัดนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่าง
ใหญ่หลวง อู่ อวี้ ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนอยู่ครู่
หนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่
ด้านล่าง พวกมันกำลังแสดงท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยว
ฟันใส่เขา ทุกผู้คนที่เห็นอยู่ตรงนี้ล้วนแล้วอยากจะ
สังหารเขาให้แดดิ้นดับไป
จุดนี้ไม่ใช่บน เวทีเซียนเหลียว แล้ว เช่นนั้นเขา
ย่อมสามารถใช้ ยันต์เซียนบรรพกาล ได้
ซึ่งแน่นอน อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องทดสอบ เพราะ
เวลานี้เขาไม่ยังอยากจะจากไป ซึ่งเขาปรารถนาจะ
เข้าไปดูพระราชวังก่อน!
เมื่อจัดการปัญหาออกไปได้แล้ว เขาก็ไม่ต้องหวั่น
เกรงพวกมันอีก
บางทีสิ่งที่พวกมันกลัวมากที่สุดก็คือ อู่ อวี้ จะบด
ขยี้ยันต์เซียนบรรพกาลออกไปจากที่นี่ ด้วยเหตุนี้
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา จึงกล่าวขึ้นว่า ” อู่
อวี้ เจ้าถือเป็นผู้มีความสามารถทั้งยังเป็นคน
ซื่อตรง เจ้าไม่ควรรีบเร่งกลับไปยัง ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง เจ้าควรรู้ไว้ว่าบัดนี้ สมบัติวิเศษทั้งสอง
ชิ้นได้ถูกเปิดเผยแล้ว ต่อให้เจ้าจะย้อนกลับไป
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เจ้าก็ไม่สามารถรักษามัน
ไว้ได้ เพราะข้า ปีศาจเก้าดาราสมุทร ผู้นี้ จะเป็น
คนแรกที่บดขยี้ทำลาย ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ไม่
ว่ามันจะซุกหัวอยู่ที่ใดก็ตาม! ”
” เจ้าไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ ต่อให้เจ้า
หลบหนี พี่น้องครอบครัวคนสนิทของเจ้าก็จะตก
ตายทั้งหมด! แต่ถ้าหากเจ้าหลบซ่อนอยู่ภายใน
ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ ราชวงศ์มารฟั้าของเราต่อ
ให้ต้องขุดปฐพีลึกสามฉื่อ ก็จะตามไปหาเจ้า! ”
ยามนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย แลเห็นผู้คนมากมายกำลัง
ข่มขู่คุกคาม อู่ อวี้ นางจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดุจ
เทพธิดาว่า ” เราผิดเอง อันที่จริงแล้วเราไม่ควร
ข่มขู่กรรโชกคิดเข่นฆ่าเจ้า ทั้งหมดก็เป็นเพราะ
พวกเราแค่สับสนเพียงเท่านั้น อู่ อวี้ แค่เจ้ายอมส่ง
เจดีย์นั่น กับ ไม้พลอง มาให้พวกเราดี ๆ พวกเราก็
จะไม่เกาะแกะตอแยเจ้าอีกต่อไป เพราะอย่างไร
เสียเจ้าก็ยังหลงเหลือว่าโชควาสนาอยู่ เจ้าสามารถ
ขึ้นไปสำรวจพระราชวังด้านบนได้ ที่นั่นอาจมี
สมบัติวิเศษที่มีค่ายิ่งกว่านี้รออยู่ คำชี้แนะที่ข้าบอก
กล่าวแก่เจ้า นับเป็นตัวเลือกดีที่สุดแล้ว เจ้าไม่ควร
เอาชีวิตของตนเองมาแลก ด้วยการเก็บรักษา
สิ่งของที่ไม่ใช่ของ ๆ เจ้า สิ่งนี่คือของอัปมงคล ที่
อาจนำหายนะความตายมาสู่ครอบครัวของเจ้า
ไม่ใช่หรือไร? เพียงแค่โยนสมบัติวิเศษเหล่านั้นลง
มา บางทีเจ้าอาจจะเป็นสหายกับพวกเราก็ได้ ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ใช้วิธีเกลี้ยกล่อมอย่างนุ่มนวล
ด้วยเพราะคนอื่นๆได้แสดงท่าทีก้าวร้าวรุนแรง
สารพัดคำข่มขู่ที่พรั่งพรูออกมา ล้วนแล้วแต่
หวาดกลัวว่า อู่ อวี้ จะกลับไปยัง ทวีปแห่งทวย
เทพ การที่พวกมันจะติดตามไลล่าเขาไปยังโลก
ภายนอก ค้นหาญาติมิตรที่สนิทชิดเชื้อนั้นเป็น
เรื่องง่ายดาย แต่สำหรับ อู่ อวี้ เอง หากมันเลือกที่
จะตกตาย การกระทำเช่นนี้ก็จะนำความยุ่งยากมา
ให้แก่พวกมัน อีกทั้งบนโลกภายนอก จะต้องมีผู้คน
แย่งชิงแข่งขันกับพวกมันมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
” ใช่! พวกเราหุนหันพลันแล่นมากเกินไป เจ้าจงให้
อภัยพวกเราด้วย หากเจ้ายอมขว้างสมบัติวิเศษ 2
ชิ้นนั้นมาให้พวกเรา แล้วพวกเราจะจัดการกันเอง
จากนี้มันจะไม่เกี่ยวกับเจ้าอีกต่อไป สหายผู้นี้ยินดี
ที่จะจ่ายสินน้ำใจให้แก่เจ้า ” ชิงอู๋ หยุนซื่อ รีบพูด
” อู่ อวี้ เจ้าสามารถใช้ ยันต์เซียนบรรพกาล เพื่อ
ไปยัง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง หลังจากเจ้า
ออกไปแล้วให้ไปหา จักรพรรดิบูรพา แล้วบอกเล่า
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ให้แก่ท่านฟัง ท่านจะ
ปกปั้อง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง! ” ทันใดนั้นองค์
ชายน้อยก็ร้องตะโกน พร้อมยื่นข้อเสนอที่แตกต่าง
ออกไป ฉับพลันทุกคนก็เคลื่อนตัวเข้ามาหาองค์
ชายน้อย พร้อมทั้งส่งสายตาเกลียดชังให้แก่มัน จน
แทบอยากจะสังหารให้ตกตายไป ส่งผลให้บัดนี้
องค์ชายน้อยก้าวถอยหลังกลับไปแล้วไม่กล้าเอื้อน
เอ่ยถ้อยคำใดออกมาอีก
แค่พวกมันรู้จักสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป อู่ อวี้ ก็พึง
พอใจแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็มีหลายสิ่งหลาย
อย่างที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจต่อไป เช่น ความเคารพ
และ ความอดทน
หลังจากองค์ชายน้อยจบ อู่ อวี้ ก็เริ่มตอบโต้บ้าง
เขาเลือกที่จะหันไปมอง องค์หญิงโย่วเสี่ย พร้อม
กับพูดไปยิ้มไปขึ้นว่า ” ท่านบอกว่า อยากได้แท่ง
มิใช่หรือ? ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย เห็นเขาเริ่มอ่อนข้อให้ก็รู้สึก
แปลกใจ แต่นางก็รีบพยักหน้าแล้วตอบกลับไปว่า
” ใช่! เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าหมายถึงสิ่งใด!? ”
” อื้ม ” อู่ อวี้ พยักหน้า แล้วล้วงมือเข้าไปในเปั้า
พร้อมกับพูดขึ้นว่า ” ใช่แท่งอันนี้รึเปล่า?”
ทุกคนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่
องค์หญิงโย่วเสี่ย หน้าแดงก่ำด้วยโทสะพุงสุดขีด
ในเวลานี้หากไม่มี อสรพิษอัสนีขย้ำ ขวางเอาไว้
รับรองว่าน้ำจะพุ่งเข้าไปสังหาร อู่ อวี้ อย่างไม่ต้อง
คิด
“ไปลงนรกซะ!”
หลังจาก อู่ อวี้ พูดจบหน้า สีหน้าของเขาก็เริ่ม
เปลี่ยนไปเป็นจริงจังขึงขัง จากนั้นก็เก็บ เจดีย์ล่อง
กำเนิด กลับไปแล้วก็หันหลังกลับเดินขึ้นไปบน
บันไดหยก
ปล่อยให้พวกมันทุกคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง
ด้วยเพราะพวกมันไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะกล้าหยาม
ศักดิ์ศรีของพวกมันถึงเพียงนี้
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ