กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 644 : วังบัญญัติเตา
อู่ อวี้ ขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างมั่นคง ไม่ว่าด้านหลัง
ของเขาจะมีจิตสังหารแผลออกมารุนแรงเพียงใด
หรือจะมีเสียงกรีดร้อง โหวกเหวกเต็มไปด้วยเสียง
ด่าทอ เขาก็ไม่ย้อนหันหลังกลับมามองแม้แต่น้อย
ถ้อยคำที่คนทั้งแปดพรั่งพรูออกมานั้นยากจะฟังได้
นอกจากถ้อยคำด่าทอสบประมาทสารพัด ยังมี
ถ้อยคำข่มขู่คุกคามว่าจะไปบดขยี้ทำลาย ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง กล่าวได้ว่าสิ่งที่พวกมันกระทำหา
ได้แตกต่างจากผู้ฝึกตนนอกรีตแต่อย่างใด ซึ่งมัน
ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เข้ามายัง
โลกอันโสมมนี้
ก็จริงอยู่ว่า พวกมันสามารถทำสิ่งที่ว่านี้ได้
แต่ละคนภาคภูมิใจหยิ่งทะนงในฐานะบุตรของ
สวรรค์ อีกทั้งยังมีขุมอำนาจคู่บารมีคอยหนุนหลัง
พวกมัน
ด้วยเหตุนี้มันจึงแสดงท่าทีโอหัง ใช้ถ้อยวาจาข่มขู่
คุกคามเบ่งอำนาจบารมีของตนเอง
อู่ อวี้ เบื่อหน่ายที่จะได้ยินถ้อยวาจาข่มขู่เหล่านี้
เขาถูกบีบบังคับให้ต้องตาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะ
ถอยหลังกลับ ฉะนั้นเขาจึงไม่ปล่อยให้อารมณ์ของ
ตนเองตกลงไปอยู่ในห้วงแห่งโทสะ หรือ วิตกกังวล
อีกต่อไป
ไม่มีอะไรมากไปกว่าตกตาย หรืออาจจะแย่กว่านั้น
แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องยืนหยัดต่อสู้!
ไม่ว่าจะมีขุมอำนาจสักกี่มากน้อย หรือมีจำนวนอยู่
เท่าใดก็ตาม!
ทุกถ้อยคำพูดของพวกมัน ไม่ได้ทำให้เขาหันหลัง
กลับไปมองแม้แต่น้อย เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยถ้อยวาจา
ใด พร้อมทั้งก้าวขาเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง ด้วย
สายตาอันเปียมล้นไปด้วยความมุ่งมั่น นอกจากนี้
ยังมีจิตใจที่หนักแน่นดุจหินผาไม่คิดจะยอมแพ้!
แต่ละก้าวที่ อู่ อวี้ ก้าวเดิน มันคือการเปลี่ยนแปลง
ครั้งยิ่งใหญ่!
หมิงซวง กล่าวขึ้นว่า ” มันก็แค่เรื่องโง่ ๆ ที่เข้ามา
ในชีวิตของเจ้า บางอย่างมันก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
บางอย่างมันก็บีบคั้นเจ้าทำให้อับจนไร้ซึ่งหนทาง
ข้าขอแนะนำให้เจ้าหนักแน่นแล้วอดทนเข้าไว้
เพราะตอนนี้เจ้าต้องก้าวขึ้นไปด้านบน พวกมันเลว
ทรามต่ำช้าไม่รู้จักคำว่าผิดถูกชั่วดี ทั้งยังจิตใจต่ำ
ช้าโหดเหี้ยมอย่างที่สุด เจ้าไม่สามารถแก้ไข
สันดานเลว ๆ ของพวกมันได้ ”
” ข้ารู้แล้ว ข้าเองก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก
พวกมันยังไม่มีทางออกจาก เวทีเซียนเหลียว สัก
วันหนึ่งข้าจะจัดการพวกมันต่อให้เป็นข้างนอกก็
ตาม ต่อให้หนทางข้างหน้าจะต้องพบเจอกับภัย
ภยันตรายมากมาย แต่เส้นทางนั้นยังคงอีกยาวไกล
ยิ่งนัก ไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่าจะแพ้หรือชนะ …
”
ทุกถ้อยคำพูดของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
แน่วแน่
สำหรับตอนนี้พลังฝีมือของเขา ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
พวกมัน
พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นคนของชมพูทวีปโลกธาตุ
ล้วนเป็นอัจฉริยะชั้นแนวหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดใน
โลกนี้ การที่ อู่ อวี้ จะไปถึงระดับนี้ได้มันไม่ใช่เรื่อง
ง่าย ๆ เลย
อย่างไรก็ตามเขาจะต้องต่อสู้!
เพราะเหตุใดเขาถึงไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็น
ผู้ครอบครอง ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
อย่างนั้นหรือ ?
แล้วเหตุใด พวกมันถึงเป็นผู้ตัดสินว่าผู้ใดควรเป็น
เจ้าของ หรือ ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ ?
ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ไม่มีอะไรมากไปกว่าความ
แข็งแกร่ง
” ปัญหาทุกอย่างบนโลกนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วย
ความแข็งแกร่ง! ”
ดังนั้นในขณะเขาก้าวขึ้นบันไดทีละก้าว ความเร็ว
ของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนผู้ที่กำลังด่า
ทอข่มขู่คุกคามถูกทิ้งไว้อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น องค์
หญิงโย่วเสี่ย พร้อมกับพรรคพวกซึ่งเป็นพันธมิตร
ชั่วคราวได้ใช้ถ้อยคำข่มขู่เขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่ง
พวกมันล้วนไม่มีปัญญาที่จะมายืนอยู่ในตำแหน่งที่
อู่ อวี้ ยืนได้ เมื่อเขามองลงไปดู เวทีเซียนเหลียว
ยามนี้ขนาดของมันเท่ากับไข่ใบหนึ่งเท่านั้น
บางทีพวกมันอาจจะต้องใช้เวลาอยู่ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล อีกนานมากทีเดียว แต่
สำหรับ อู่ อวี้ ยามนี้เขาได้เดินทางมาถึงตีน
พระราชวังแล้ว เขาจึงละทิ้งเรื่องของพวกมันออก
จากหัวสมอง
ขั้นบันไดหยกขาวทอดยาวไปจนถึงยอดเขา ทันทีที่
พระราชวังปรากฏขึ้นบันไดก็หายไป
อู่ อวี้ เดินเข้าไปในตัวพระราชวัง ซึ่งปกคลุมด้วย
สายอัสนีสีม่วงหนาแน่น
เบื้องหน้าของเขาคือพระราชวังนับพัน ตั้งเรียงราย
ทอดยาวออกไป ช่างเป็นภาพที่ดูงดงามยิ่ง
พระราชวังอันเก่าแก่เหล่านี้ อยู่ภายใต้อัสนีม่วงที่
สาดประหายปกคลุมไปทั่วทั้งน่านฟั้า แลดูลึกลับ
อัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
มีพระราชวังอยู่เป็นจำนวนมาก แน่นอนว่า อู่ อวี้
ย่อมอยากรู้ว่า พระราชวังเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นบน
ยอดเขาอัสนี ทั้งยังมีอสรพิษอัสนีขย้ำจำนวนมาก
คอยปกปั้องพิทักษ์อยู่ มีความลับอันใดซ่อนอยู่กัน
แน่?
เขาเข้าไปดูที่พระราชวังแรกก่อน
อิฐสีทองคำสุกสกาวสว่างไสวดูแปลกตา บนพื้นผิว
ถูกแกะสลักลวดลายซับซ้อน กระเบื้องเคลือบสี
ม่วงอ่อนเงาวาว พระราชวังนี้ถูกสร้างขึ้นด้วย
ความปราณีตบรรจง สง่างามเป็นยิ่งนัก อู่ อวี้ เดิน
ไปหน้าประตูวัง แต่มันปิดสนิทอย่างสมบูรณ์ มัน
คือประตูทองคำสีเข้ม เมื่อมองจากสายตาแล้ว
ท่าทางมันจะหนักเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย
“ข้าไม่เห็นหนทางเข้าไปข้างในได้เลย!”
เมื่อเขาเห็นความแข็งแรงของประตูนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึก
หดหู่เล็กน้อย นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาใน เส้นเซียน
บรรพกาล เขาได้เห็นประตูเพียงไม่กี่บาน ที่ถูกปิด
สนิทเช่นนี้ และประตูที่ อู่ อวี้ ต้องพยายามอย่าง
หนักเพื่อจะเข้าไป นั่นคือประตูบานเล็กภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิด
เขาได้ลองใช้พละกำลังของตนเอง ผลักประตูเข้า
ไปด้านใน ทว่ามันกลับทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ
เป็นอย่างยิ่ง เขาพบว่าประตูมิได้หนักมากมาย
อย่างที่คิด แต่บนบานประตูมีวงเวทโบราณถูกวาด
วางเอาไว้อยู่ ซึ่งบัดนี้วงเวทเหล่านั้นกำลังทำงาน
อยู่!
มันคือวงเวทที่ปั้องกันไม่ให้ อู่ อวี้ เข้าไปด้านใน
ซึ่ง อู่ อวี้ เปิดมันได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น บาน
ประตูแง้มกว้างได้แค่เพียง 1 ชุ่น และด้วยความ
ก้าวเท่านี้ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถเข้า
ไปได้
เขาหันมองรอบทิศทาง พระราชวังนี้ไร้ซึ่งหน้าต่าง!
ยกเว้นประตูที่ปิดตาย!
” ถ้าอย่างนั้น…คงต้องลองทำลายมันดู! ”
เขาดึง พลองหมื่นมังกร ออกมา แล้วฟาดลงไปบน
ประตูอย่างสุดแรง เขาหวังว่ามันอาจจะไม่แข็งแรง
นักจึงพยายามทำลายประตูต่อไป
ปัง ปัง ปัง!
เสียงที่อัดกระแทกฟาดเข้าใส่ประตู ดังกระหึ่ม
กึกก้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ประตูทองสัมฤทธิ์
ภายในสุสานเขาก็ยังไม่อาจทุบทำลายมันได้ ไม่
ต้องพูดถึงประตูพระราชวังแห่งนี้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่ง
หนทางที่จะเปิดมันได้โดยสมบูรณ์
“ ช่างเถอะ…บนยอดเขาแห่งนี้มีพระราชวังนับพัน
แห่ง ยังไงมันก็ต้องมีสักบานที่เปิดได้? ”
เขายังคงพยายามคิดในแง่ดี แล้วตอนนี้เขาก็ยังไม่
รีบร้อนจากไป แต่เลือกที่จะมองลอดช่องประตูเข้า
ไปด้าน
ส่วนคนที่อยู่ด้านล่างยังคงถูกขังอยู่ภายใน เวที
เซียนเหลียว พวกมันไม่กล้าฝั่าฝูง อสรพิษอัสนี
ขย้ำ ขึ้นมา อีกทั้งยังไม่สามารถจากไปได้ ฉะนั้น อู่
อวี้ จึงมีเวลาแลโอกาสเหลือเฟือ
เขาใช้เนตรเพลิงมองลอดผ่านประตูวังเข้าไป เขา
สามารถมองเห็นได้แค่เพียงบางอย่างเท่านั้น ครั้ง
แรกที่มองลอดเข้าไปเขาพบเห็นแต่ความมืดมิด
ส่วนที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนก็มีเพียงผนัง
โดยรอบ มีเทียนถูกจุดเอาไว้ แต่จำนวนไม่มากนัก
ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเป็นเทียนสีขาว!
เมื่อเห็นเทียนเหล่านี้ มันก็ทำให้ อู่ อวี้ นึกถึงเทียน
สีดำ ทว่าเทียนทั้งสองกับมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน
เขาไม่รู้ว่าเทียนสีขาวเหล่านี้จะจุดได้นานมากน้อย
แค่ไหน แต่สิ่งที่เห็นแต่หน้าก็คือการจะเข้าไป
ภายในพระราชวังแห่งนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอย่าง
แน่นอน
เขามองดูอีกครั้ง
” เจ้าเด็กสมองทึบ…ข้างในมีอะไร บอกข้ามั่งสิ!”
หมิงซวง กระโดดโลดเต้น พูดขึ้นด้วยความอยากรู้
อยากเห็นอย่างที่สุด
อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้เล่นเอ่ยถ้อยวาจาใด ทันใดนั้น
นางก็ยิ้มแล้วพูดว่า ” ข้ารู้ว่ามันจะต้องเป็นชั้นวาง
คำภีร์ ซึ่งมีคัมภีร์วางอยู่จำนวนมากใช่หรือไม่? ”
สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นก็เป็นอย่างที่นางกล่าว ดูเหมือนว่า
ด้านในจะเป็นชั้นวางคัมภีร์ ที่มีคัมภีร์วางเรียงราย
อยู่มากมาย
“เจ้าจะรู้ได้อย่างไร?”
หมิงซวง เบ้ปากแล้วเหยียดนิ้วก้อยออก ชี้ไปยัง
ทิศทางของลายโล่ง ซึ่งบนพื้นมีแผ่นปั้ายปักอยู่บน
พื้นดินในลักษณะเอียงแทยง แผ่นที่ว่านี้คือแผ่น
ปั้ายสีดำ บริเวณขอบทั้งสี่เป็นสีทอง ตรงส่วนกลาง
มีอักษรสีทองถูกเขียนสลักไว้
มันคือ บัญญัติเต๋าแห่งธรรมชาติ
” บัญญัติเต๋าแห่งธรรมชาติ? ”
อู่ อวี้ รีบพุ่งทะยานมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าแผ่นปั้าย
อย่างรวดเร็ว แผ่นปั้ายนี้มีลักษณะเหมือนไม้ แต่
กลับสามารถเก็บรักษาไว้ได้เนิ่นนานถึงเพียงนี้ อู่
อวี้ พยายามลองยกมันขึ้นมาดู แต่ก็ไม่สามารถ
ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวมันได้แม้แต่น้อย
” บัญญัติเต๋าแห่งธรรมชาติ หมายความว่าเช่นไร
เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสิ่งที่
อยู่ภายในคัมภีร์ยังไง? ” อู่ อวี้ ถามด้วยความ
สงสัย
เขาหันไปมองรอบ ๆ นอกจากแผ่นปั้ายไม้นี้แล้วก็
ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก แต่เสมือนกับว่ามีวัตถุ
บางอย่างจากที่สูงอัดกระแทกเข้าใส่ที่นี่
หมิงซวง ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ พร้อมกับกล่าวขึ้น
อย่างภาคภูมิใจว่า ” เฮ่อ เจ้าอยู่กับข้ามาตั้งนาน
แต่กลับไม่ได้ตกทอดสติปัญญาเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไปเลยเช่นนั้นหรือ? เอาล่ะ ในเมื่อเห็นว่าเจ้าสงสัย
คะยั้นคะยอขนาดนี้ ข้าคงไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้
ดังนั้นข้าจะบอกกล่าวถ่ายทอดประสบการณ์อัน
ยาวนานนี้ให้แก่เจ้า ตอนที่เราอยู่ด้านล่าง แลเห็น
ว่ามียอดเขาอยู่ทั้งหมด 4 ลูก ก่อนหน้านี้เจ้าเคย
คิดว่า มีกลิ่นอายของวิญญาณเซียนอยู่ แล้วตอนนี้
เจ้าพบมันบ้างหรือไม่ ไม่ใช่ว่ามันแผ่กลิ่นอาย
ออกมาจากที่นี่งั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ ลืมเรื่องวิญญาณเซียนไปเสียสนิท แต่เมื่อได้
ยินสิ่งที่นางกล่าว เขาก็นึกขึ้นมาได้ในทันทีว่า ที่นี่
เป็นจุดสูงสุดของยอดเขาแล้ว แต่กลับไม่มีกลิ่น
อายของวิญญาณเซียนแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
” นี่ก็หมายความว่า วิญญาณเซียนอยู่บนยอดเขา
อีกลูกหนึ่ง ” กล่าวอย่างมั่นใจ
” ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นไปได้ล่ะ? ”
” เนื่องจากว่าพระราชวังบนยอดเขาทั้ง 4 นี้ ครั้ง
หนึ่งอาจเคยเป็นพรรคนิกายมาก่อน ยอดเขาแต่ละ
ลูกจึงมีสมบัติแตกต่างกันออกไป เป็นไปได้ว่าหนึ่ง
ในนั้นอาจเต็มไปด้วยวิญญาณเซียน และยอดเขาที่
เจ้าเหยียบอยู่ตอนนี้ มันควรจะเป็นสถานที่ที่มีไว้
สำหรับจัดเก็บ ‘เคล็ดวิชาเต๋า’ ดังนั้นจึงมีแผ่นปั้าย
บัญญัติเต๋าแห่งธรรมชาติ นี้อยู่ยังไงล่ะ ”
การคาดเดาของนางนับว่าสมเหตุสมผลยิ่ง
หรือจะพูดอีกอย่างว่า ท่ามกลางพระราชวังนับพัน
ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ อาจมีสมบัติมากมาย
หลากหลายชนิด!
ยิ่งไปกว่านั้น บนพรรคนิกายอันแสนแปลก
ประหลาดพิสดารนี้ สมบัติที่ถูกตกทอดมา ย่อม
มิใช่ธรรมดาอย่างแน่นอน บางทีมันอาจเป็นสมบัติ
ระดับสุดยอดเลยก็ได้!
นี่ไม่ใช่เวลามัวมาเอ้อระเหยลอยชายอีกต่อไป!
อู่ อวี้ กังวลว่าผู้คนที่อยู่ด้านล่างจะตามมาทัน
ดังนั้นเขาจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบ
ของตนในเวลานี้ ค้นหาสมบัติ แล้วรีบมุ่งตรงเข้าสู่
พระราชวังแห่งอื่นทันที
” จงหยิบแผ่นปั้ายนี้ขึ้นมา แล้วกวาดทุกสิ่งทุก
อย่างที่เอาออกไปได้ ” หมิงซวงกล่าวเตือน
แม้กระทั่งแผ่นปั้ายนางก็ยังไม่เว้น คงกล่าวได้เพียง
ว่านางไม่สามารถแก้ไขนิสัยขี้เหนียวได้จริง ๆ
อู่ อวี้ เก็บแผ่นปั้ายไว้ภายในถุงจักรวาล หลังจาก
จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ผืนฟั้า
อัสนีสีม่วง เขาก็รีบมุ่งตรงไปยังพระราชวังแห่งที่ 2
ทันที ยิ่งมุ่งตรงขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นพระราชวัง
มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งตำแหน่งที่เขาอยู่ยามนี้ คือ
ด้านล่างของกลุ่มพระราชวัง
นอกจากนี้ยังทวีความงดงามมากขึ้นเรื่อย ๆ !
ไม่นานนัก เขาก็เดินเข้าไปถึงพระราชวังแห่งที่สอง
โชคร้ายที่ประตูนั้นถูกปิดไว้ และเมื่อมองลอดผ่าน
เข้าไปในช่องแคบภายในประตู ก็ยังคงแลเห็นแค่
เพียงม้วนคัมภีร์ของเคล็ดวิชาเต๋าเท่านั้น ดู
เหมือนว่ามันจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไม่
ทราบว่าเคล็ดวิชาเต๋าเหล่านี้อยู่ในระดับใดกันแน่
อู่ อวี้ ยังคงพยายามโหมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่ประตู
อย่างบ้าคลั่ง โดยหวังว่าจะสามารถบดขยี้ทำลาย
วงเวทลงได้ แต่น่าเสียดายที่มันไม่เป็นผล ดังนั้น
เขาจึงมุ่งตรงเข้าสู่พระราชวังแห่งที่ 3 ทันที!
กล่าวได้ว่าโดยทั่วไปแล้ว พระราชวังเหล่านั้นล้วน
ถูกปิดผนึกไว้ทั้งหมด
แน่นอนว่านี่ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากสภาพของ
พระราชวังดูสมบูรณ์ยิ่ง ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ จึง
มิใช่เรื่องแปลกอันใดที่วงเวททั้งหมดยังคงแสดงผล
อยู่ เพราะอย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็คือ เส้นเซียน
บรรพกาล
อู่ อวี้ ยังคงไม่ยอมแพ้
เขาค้นหาพระราชวังไปทีละแห่ง ๆ ไล่ตรวจสอบ
ว่ามีสิ่งใดอยู่ภายใน และสามารถเข้าไปได้หรือไม่
สำหรับเขาแล้วมันใช้เวลาเพียงไม่นานนัก
เนื่องจากว่าเขามีความเร็วที่สูงล้ำยิ่ง
อู่ อวี้ มุ่งตรงลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เบื้องหน้าของเขา
คือพระราชวังมากมายที่เบียดเสียดกันอยู่ จากนั้น
เขาก็เพิ่มความเร็วของตนถึงขีดสุด เมื่อใดที่พบ
ประตูก็จะผลักเปิดมันเข้าไปทันที ทั้งยังค้นหา
หน้าต่าง หรือช่องว่างอื่น ๆ แต่ด้วยความรีบร้อน
ทั้งพระราชวังยังมีจำนวนอยู่มากเกินไป ทำให้เขา
นึกถึงร่างอวตารขึ้นมา ซึ่งมันก็คงจะง่ายดายยิ่งขึ้น
ดังนั้นเขาจึงแยกร่างอวตาร พร้อมกับส่งพวกมัน
กระจายตัวไปทั่วทั้งยอดเขาทันที ถึงแม้ว่าจะมี
ช่องว่างความแข็งแกร่งระหว่างร่างอวตารกับตัว
เขาอยู่ แต่ถ้าร่างอวตารไม่สามารถผลักดันประตู
เข้าไปได้ ร่างตนอย่างเขาก็คงจะไม่สามารถทำได้
เช่นกัน
นอกเสียจากว่ามันยังคงเปิดแง้มเอาไว้ หรือไม่มันก็
ไม่ปิดเลย
เขาใช้ร่างอวตารทั้งหมด ตรวจสอบค้นหาอย่าง
ระมัดระวัง แต่ก็ยังต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งทิวา
ครึ่งทิวามานี้นอกจากความเหนื่อยล้าแล้ว ก็ยังคง
มิได้รับสิ่งใดเลย อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงสมบัติวิเศษ
และ เคล็ดวิชาเต๋า อันล้ำค่ามากมาย แม้ว่ามันอยู่
ต่อหน้าต่อตา แต่เขากลับไร้ซึ่งหนทางจะ
ครอบครองมันได้!
เช่นเดียวกับบนทุ่งหญ้า เขารู้สึกเหมือนว่าแค่เพียง
ก้าวก็จะสามารถครอบครอง ศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ ได้
เขาได้ทดลองใช้เทียนสีดำแล้ว ทว่ามันก็ยังไร้
ประโยชน์ดูเหมือนว่าสิ่งที่เคยใช้แต่บนทุ่งหญ้า จะ
ไม่สามารถใช้กับยอดเขาแห่งนี้ได้ ทั้งสองแห่งมิได้
มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
บนยอดเขาซึ่งมีพระราชวังอยู่นับพันหลัง ถูกดูแล
รักษาไว้เป็นอย่างดี ยกเว้นจุดเริ่มที่มีเพียงแผ่น
ปั้ายเท่านั้นที่ดูไร้ประโยชน์ นอกนั้นก็ไม่มีสมบัติ
พิเศษล้ำค่าใด ๆ !
อู่ อวี้ ยังคงค้นหาต่อไป ไม่พลาดแม้แต่ซอกมุมใด
เพราะอย่างไรเสียเขาก็ทุ่มเทเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อ
ขึ้นมา แต่เมื่อแสวงหาอยู่นานสองนานยังไม่
สามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรใด ๆ ได้ มันก็ทำให้เขา
รู้สึกสลดหดหู่อยู่ไม่น้อย
“ เป็นไปได้อย่างไร? ไม่เคยมีผู้ใดเปิดมันได้เลย
เช่นนั้นหรือไม่ ทั้งหมดยังคงถูกปิดสนิท? ”
อู่ อวี้ ยังคงไม่ยอมแพ้ เขาพยายามค้นหาต่อไป สั่ง
ให้ร่างอวตารกระจายไปทั่วยอดเขา
ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว
เขายังไม่ได้เข้าไปในพระราชวังเลย
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในร่างอวตารของเขาได้พบเจอ
สถานที่อันน่าอัศจรรย์เข้าโดยบังเอิญ
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ