กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 646: รุกขเทวะกําเนิดมหาวิถีเตา
ดูเหมือนว่าเขาจะพูดถึงชนชั้น
บุคคลผู้ไม่ยอมก้มหัวให้กับลิขิตฟั้า ดำรงอยู่เพื่อ
การทำลายล้าง ระบบกฎเกณฑ์ หรือ พลังอำนาจ
บางอย่าง ที่คอยควบคุมอยู่ จนหมู่มวลประชามี
ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เมื่อนั้นคนเหล่านี้จะ
ปรากฏกายขึ้น
การใช้พลังเข่นฆ่าประหัตประหาร บดขยี้ทำลาย
ล้างพลังอำนาจที่ควบคุมโชคชะตา สร้างยุคใหม่
เนื่องจากว่าท่านมิได้คอยเฝั้าดูแลยุคใหม่ แต่ได้ละ
สังขาร บรรลุนิพพาน หลุดพ้นจากสังสารวัฏ มุ่งสู่
แดนสุขาวดี
บางทีนั่นอาจจะเป็นความหมายที่ต้องการจะสื่อ
นี่คือหนทางของเขา
ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญ
ที่สุดก็ยังคงอยู่ที่คำว่า บดขยี้ทำลาย
สุรเสียงนี้ดังก้องกังวานอยู่ภายในโสตประสาทแก้ว
หู ภายในหัวใจของเขาก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจ
หยุดนิ่ง
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้เข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์ ดินแดนนี้
เป็นเสมือนดั่งสถานที่สำหรับปรับแต่งขัดเกลาเต๋า
ที่ได้รับ! แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่เข้าใจว่าสถานการณ์
ที่เป็นอยู่คือสิ่งใด แต่เขาเชื่อว่ามันคือช่วงเวลา
สำคัญมากที่สุด
แม้ว่าวิธีเส้นทางที่เขากำลังจะมุ่งไปนั่นแตกต่าง
จาก ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ แต่อย่างน้อย รายละเอียด
ต่างๆจากประสบการณ์ชีวิตก็ค่อนข้างจะมีความ
คล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ อยู่บางส่วน
สุรเสียงนี้เขายังจดจำได้อย่างขึ้นใจ หลังจากผ่าน
ไปไม่นาน ร่างกายแลจิตใจของ อู่ อวี้ ก็ก้าวเข้าสู่
อาณาจักรเต๋าที่เหนือไปอีกขั้น
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ยังคงไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่น ๆ
แล้ว การบรรลุเข้าสู่ขอบเขตการรู้แจ้งในเต๋านั้น
นับเป็นเรื่องยากเย็นอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้แข่งแกร่งใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะแข็งแกร่ง
เพียงใด ก็ไม่อาจบรรลุเข้าสู่ขอบเขตการรู้แจ้งนี้ได้
เพราะอย่างไรเสียต่อให้มีเต๋าคล้ายคลึงกัน มันก็ยัง
ไร้ประโยชน์อยู่ดี
อย่างไรก็ตามเป็นเพราะเขาอยู่ภายใต้เงาแสงของ
‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ จึงสามารถทำได้!
เมื่อกล่าวถึงประโยคนี้ ถึงแม้เขาอาจจะเข้าใจได้แค่
เพียงเล็กน้อย แต่ความก้าวหน้าของเขาก็ใหญ่
หลวงยิ่ง อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังถูกชี้นำในเรื่องอื่น ๆ อีก
มาก คำชี้แนะที่ถ่ายทอดออกมาล้วนมาจากถ้อยวลี
ที่เอื้อนเอ่ยทั้งสิ้น เขาจดจำทุกเรื่องราวทุก
ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านเข้ามา จดจำได้ทุกการ
ต่อสู้ ซึ่งเขาไม่เคยหวั่นเกรงกับภยันตรายอันเข้ามา
คุกคาม ทุกครั้งที่เขาประสบเคราะห์กรรมเขาจะ
ก้าวข้ามผ่านมันไป
อันที่จริงการต่อสู้ มักจะพานพบเจอกับ
สถานการณ์พลิกผัน
คนทั้งแปดซึ่งยังติดอยู่ภายใน เวทีเซียนเหลียว
สำหรับ อู่ อวี้ คนเหล่านี้เหนือกว่าตัวเขาแทบทุก
อย่าง ในขณะที่เขากำลังโดนต้อนจนตรอก ฉีเทียน
ต้าเซิ่น ก็ปรากฏกายขึ้นเพื่อกล่าวชี้แนะบางอย่าง
ให้แก่เขา มันคือความเมตตาอันยากจะพรรณนา
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเสียงในหัวใจของเขายามนี้
มันได้บอกเขาว่าเขาสามารถเข้าใจทุกอย่างลึกซึ้ง
เข้าใจในระดับสูงสุด!
” เต๋าแห่งผู้ทำลายล้างสรรพสิ่ง ไม่มีวันถูกทำลาย
ไม่มีวันดับสูญ!”
” ข้าจะไม่ลังเล ยอมตายแต่ไม่ยอมพ่ายแพ้
นับตั้งแต่วันนี้ ข้าจะยืนหยัดต่อต้านสวรรค์ และ
ปฐพีโดยไม่เกรงกลัวผู้ใดอีกต่อไป! ”
” ทั่วทั้งสวรรค์นี้ เต็มไปด้วยเหล่าเทพเซียนผู้เป็น
อมตะ บนจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ ไม่มีผู้ใด ไม่มีสิ่ง
ใดมาหยุดยั้งอิสระแห่งจิตใจของข้าได้! ”
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ได้ยินเสียงแห่งอิสระเสรี
ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้ทุกอณูเส้นขนบนหนังศีรษะ
ต้องสั่นสะท้านด้านชา
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักว่า อิสระเสรี คือขอบเขตที่
ยากจะไปถึงมากที่สุด มันคือการแสวงหาขั้นสูงสุด!
ไม่มีสิ่งใดมาหยุดหรือฉุดรั้งได้!
กล่าวได้ว่าทุกสรรพสิ่งที่เขาพบเจอในเวลานี้ มี
มากมายเหลือคณานับเป็นอย่างยิ่ง
ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจเลือก
บางอย่าง มันคือการตัดสินใจที่จะก้าวไปเบื้องหน้า
อย่างไม่ลังเล กวาดล้างต่อสู้กับทุกสรรพสิ่งที่ย่าง
กายเข้ามา ทำให้เขาเข้าใจเสียงที่ดังก้องกังวานขึ้น
ในจิตใจนี้
แม้สุรเสียงเหล่านี้จะฟังดูเสมือนเครื่องกลไก แต่ก็
ยังเป็นการเทศนาเต๋าดีที่สุดสำหรับเขา
เสมือนกับว่าในระหว่างที่เขากำลังก้าวหน้าอยู่ใน
เส้นทางวิถีของตนเอง และได้มีคนพาเขาก้าวเดิน
ไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่าง
ยิ่ง ส่งผลให้ อู่ อวี้ กำลังก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว!
เต๋าในใจของเขาเสมือนดั่งบุกหน้าผ่าลำไผ่
ความเร็วทะยานไปทั้งโลกหล้า สายตาของเขาได้
แลเห็นมุมมองชัดเจนยิ่งขึ้น
ภายในหัวใจของเขามีความเพียรเป็นผู้กำหนด
ทุ่มเทไปทุกอย่างที่มี มุ่งมั่นแน่วแน่มากยิ่งขึ้น!
ผู้บำเพ็ญเต๋า สามารถสลัดอารมณ์ความรู้สึก
เปลี่ยนแปลงจิตใจ ซึ่งเวลานี้มันกำลังยกระดับ
ก้าวหน้าอย่างมหาศาล
วิถีอันเรียบง่ายไร้อุปสรรค์ไม่เหมาะสำหรับ อู่ อวี้
สิ่งที่เขาปรารถนาคือการก้าวไปข้างหน้า โดยไม่มี
วันแตกดับ
เช่นดั่งการฝั่าฟันอุปสรรคภายในจิตใจ แล้วเขาก็
กำลังจะผ่านพ้นมันไปได้!
เขาไม่ทราบว่าตนเอง จมอยู่ในห้วงภวังค์นี้เนิ่น
นานสักเพียงใด เมื่อเสียงในห้วงภวังค์จิตเงียบลง
จิตใจของเขาก็สงบนิ่งเช่นเดียวกัน เขาไม่ได้รู้สึก
สงบเช่นนี้มานานมากแล้ว
ทันใดนั้น เขาก็แผดเสียงคำรามดังกึกก้องกัมปนาท
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟั้าดิน บังเกิดเป็นเกลียวคลื่น
แผ่ขยาย สะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งมหาสมุทรเมฆา
อัสนี!
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าขอบเขตเต๋าของตนเอง ก้าวหน้า
ไปกี่ขั้น
อย่างไรก็ตามนี่คือความก้าวหน้าที่เร็วที่สุด นับเป็น
ประวัติกาลเลยก็ว่าได้ เมื่อลืมตาขึ้น สายตาของ
เขาสงบนิ่งเปียมล้นไปด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่
ผสานไปด้วย เจตจำนงที่จะก้าวเดินไปในวิถีทาง
ของตนเอง อย่างไม่มีผู้ใดสามารถเปลี่ยนแปลงได้
สิ่งที่ยากลำบากมากที่สุดสำหรับผู้อื่นก็คือ ผู้ที่มี
จิตใจหนักแน่นมั่นคงดุจหินผา
ความแข็งแกร่งภายในจิตใจถือเป็นพลังพื้นฐาน
เมื่อจิตใจมั่นคงหนักแน่น เต๋าในหัวใจก็ไม่มีวันแตก
สลาย
หมิงซวง บอกว่าเขาฟังเทศนาเต๋าประมาณ 7 ถึง
8 วันได้
สำหรับ อู่ อวี้ เขารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเพียงแค่ครึ่ง
ชั่วยามหรือหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่ามันจะนานถึงเพียงนั้น”
ณ เวลานี้เงาแสงได้หายไปอย่างสมบูรณ์
ยามเมื่อเขาลืมตาขึ้น ราวกับว่าโลกทั้งใบมันช่าง
แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เป็นเพราะวิถีแห่งเต๋าของเขาได้ถูกขัดเกลา
” บางทีถ้ายามนี้ข้ามี ‘เม็ดยาจิตเทวะ’ เพียงพอ
น่าจะยกระดับพื้นฐานฝึกตนได้ 1 ถึง 2 ขั้น ” อู่
อวี้ กล่าว
“ ขนาดนั้นเลยเหรอ? ” หมิงซวง กล่าวออกมา
ด้วยความประหลาดใจ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามขึ้น
ว่า ” หมิงซวง ไฉนข้าถึงมาเจอท่านฉีเทียนต้าเซิ่น
ที่นี่ได้”
” แน่นอนว่ามันต้องเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เขาทิ้ง
เอาไว้ บางทีอาจเป็นร่างแยก ตราประทับ หรือ
อย่างอื่นที่เขาทิ้งเอาไว้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็น
เซียนอมตะ ”
” แล้วไฉน ถึงมาปรากฏกายที่นี่? ”
หมิงซวง กลอกตามองบนแล้วพูดขึ้นว่า ” ข้าจะไป
ตรัสรู้ได้อย่างไรกันเล่า ว่าเพราะเหตุใด ฉีเทียนต้า
เซิ่น อยู่ ๆ ถึงมาปรากฏกายที่นี่ ข้าเองก็รู้พอ ๆ
กับเจ้านั่นแหละ แต่ตอนนี้ข้าชักเริ่มสงสัยแล้วล่ะ
ว่า ตอนที่ข้ายังมีชีวิต ฉไนถึงไม่เคยประสบพบเจอ
กับเหตุการณ์เช่นนี้? ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเจ้า
มากกว่าข้าเสียอีก ฟั้าดินช่างลำเอียง ไยปล่อยให้
ข้าตาย… แต่เจ้ากลับมีชีวิตอยู่ดีมีสุขเช่นนี้ได้? ”
ดูเหมือนว่านางน้อยอกน้อยใจ อารมณ์เสียไม่เบา
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” คำตอบมันก็ชัด ๆ อยู่แล้ว
เพราะข้ากับต้าเซิ่นเป็นบุรุษ ส่วนท่านก็เป็นสตรี
ปากเสีย ทั้งหมดเป็นเพราะเพศของเรานั้นต่างกัน
”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หมิงซวง ก็เลือดขึ้นหน้า นาง
ถลึงตาเหลือกพร้อมกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดขึ้นว่า
” เยี่ยมมากกก อู่ อวี้ เหมือนว่าเจ้าจะหาญกล้าไม่
น้อย คิดว่าได้ของดีเข้าหน่อย แล้วท่านย่าผู้นี้จะ
จัดการเจ้าไม่ได้เช่นนั้นหรือ ? ”
” ข้าเชื่อๆ ฮ่าฮ่า? … ” หมิงซวงไม่มีกายหยาบ อู่
อวี้ ย่อมไม่เกรงกลัวนางอยู่แล้ว
นอกจากแสงเงาที่ที่พุ่งตรงลงมาจากสายธารดารา
แล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่พบเห็นสิ่งใดอีกเลย อีกทั้งร่าง
อวตารของเขายังออกสำรวจไปรอบ ๆ สมุทรเมฆา
แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งอื่นใดอีก
ดังนั้นเขาจึงพร้อมจะกลับไปแล้ว
อย่างน้อยเขาสามารถไปยังยอดเขาอีกสามยอด
เพื่อตรวจสอบดู
หลังจากย้อนกลับมาในเส้นทางอัสนี เวลาก็
ล่วงเลยมา 2-3 วัน เมื่อนั้นเขาก็พบกับทางแยก
เดิมอีกครั้ง
อันที่จริงในเส้นทางนี้สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นของ
วิญญาณเซียน
หนึ่งในยอดเขามีวิญญาณเซียนอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งคาดว่าเส้นทางนี้น่าจะแข็งแกร่งมากที่สุด
” เอาเป็นว่า… เราลองไปดูกันก่อนแล้วกัน ”
หลังจากนั้นก็ใช้วิธีเดิม โดยการสั่งให้ร่างอวตารมา
รวมตัวกัน เนื่องจากยอดเขาก่อนหน้านี้ไม่น่าจะมี
อันตรายใด ๆ ฉะนั้นทิศทางที่เขากำลังจะมุ่งไป ก็
ไม่น่าจะมีอันตรายใด ๆ เช่นกัน
เมื่อมาถึงทางแยกที่นำพาลงไปสู่ยอดเขาต่าง ๆ
เขาก็พบว่ามันรวดเร็วกว่าขาขึ้นมา เพียงไม่นาน อู่
อวี้ กับร่างอวตารจำนวนหนึ่ง ก็พุ่งทะยานออกมา
จากเส้นทางอัสนี ลงสู่ยอดเขาที่เต็มไปด้วย
วิญญาณเซียน
ในไม่ช้า อู่ อวี้ ก็พบความแตกต่างระหว่างยอดเขา
ก่อนหน้า
ยอดเขาก่อนหน้าเขาพบเจอ เคล็ดวิชาเต๋า ซ่อนอยู่
ในพระราชวัง
แต่วิญญาณเซียนในที่แห่งนี้ ถูกปลูกอยู่บนพื้นดิน
ท่ามกลางธรรมชาติ และปั่าเขา
บนยอดเขาลูกนี้มีพระราชวังตั้งอยู่น้อยมาก มี
เพียงสองสามร้อยกว่าหลังเท่านั้น หรืออาจจะ
มากกว่า ซึ่งสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน
รอยแยกประตู มันก็คือขวดหยก
” ในขวดมีอะไร ? ”
” เมล็ดพันธุ์วิญญาณเซียน ” หมิงซวง ตอบอย่าง
ไม่แยแส
เมล็ดเหล่านี้อยู่ในสถานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายฟั้า
ดิน ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้วิญญาณเซียนเติบโตได้
ดี
ซึ่งก็แน่นอนว่า พระราชวังดังกล่าวไม่สามารถเข้า
ไปได้เช่นกัน!
อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญของยอดเขาลูกนี้หาใช่
พระราชวัง แต่เป็นที่สวนวิญญาณเซียนเสีย
มากกว่า ภายในสวนมี วิญญาณเซียน อยู่มากมาย
หลากหลายชนิด พวกมันถูกปลูกไว้บนยอดภูเขา
ในที่ ๆ มีกลิ่นอายฟั้าดินหนาแน่นมากที่สุด
วิญญาณเซียนที่อยู่ภายในสวนบนยอดเขานี้ มี
ขนาดทั้งเล็กแลขนาดใหญ่หลายร้อยชนิด หลังจาก
นั้นเขาก็กระจายร่างอวตารล้อมสวนเอาไว้ กล่าว
ได้ว่าวิญญาณเซียนทั้งสวนอยู่ในสายตาของเขา
หมดแล้ว
เขาไม่ทราบว่า จะหยิบจับวิญญาณเซียนเหล่านี้มา
ครอบครองเป็นเจ้าของได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม แสงไฟส่องสว่างประกายขึ้นภายใน
ดวงตาของเขา ซึ่งบัดนี้เขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่าง
ยิ่ง เนื่องจากว่าท่ามกลางสวนวิญญาณเซียนนับ
ร้อยแห่งนี้ มีวิญญาณเซียนอัดแน่นอยู่นับหมื่น!
ทุกสวนวิญญาณเซียน อัดแน่นไปด้วยวิญญาณ
เซียน
จากสภาพของมัน ดูเหมือนไม่มีผู้ใดหยิบจับมันมา
เป็นเวลาหลายปีแล้ว
บางทีผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ อาจจะหายตัว
ไปอย่างฉับพลัน จึงทำให้วิญญาณเซียน และเคล็ด
วิชาเต๋ายังคงอยู่ในที่แห่งนี้
มันดูเขียวชอุ่มชุ่มชื้นเป็นมาก
ไม่เพียงแต่มีวิญญาณเซียนอยู่ทุกแห่งหน สิ่งที่น่า
ตระการตายิ่งกว่านั้นก็คือ วิญญาณเซียนแต่ละ
ชนิด ล้วนมีเส้นวิญญาณอยู่ 7 ถึง 8 เส้น! ส่วน
วิญญาณเซียนที่มีเส้นวิญญาณอยู่ 6 เส้น นับว่ามี
น้อยมาก!
ปรากฏการณ์ที่มี เส้นวิญญาณเซียน อยู่กันอย่าง
หนาแน่นนับหมื่นชนิดนี้ ต่อให้เป็น ดินแดนโบราณ
เหยียนหวง ก็ตาม หากล่วงรู้เรื่องนี้เข้า แผ่นดินคง
ได้เดือดพล่านร้อนระอุ
หากนำวิญญาณเซียนเหล่านี้ มาปรับแต่งกลั่นสกัด
โอสถ อาจจะสามารถปรุงโอสถคุณภาพสูงออกมา
ได้เป็นจำนวนมาก
อีกทั้ง วิญญาณเซียน บางชนิด ยังสามารถ
นำมาใช้งานได้โดยตรง
จำนวนของมันมากมายจนต้องตกตะลึง ถึงแม้ อู่
อวี้ จะล่วงรู้ว่าวิญญาณเซียนเหล่านี้มีมากมาย
หลายชนิด แต่เขากลับไม่รู้จักชื่อมันเลยสักชนิด
เดียว เป็นไปได้ว่า วิญญาณเซียน เหล่านี้คงจะ
สาบสูญสูญพันธุ์หายไปจาก ชมพูทวีปโลกธาตุ
มันยากจะเอ่ยนามของมันออกมาได้ มีเพียงไม่กี่ชิ้น
เท่านั้นที่เขารู้จัก
” บุปผาทมิฬซ่อน หญ้าหมอกบึง กำยานพิษล่า
ชีวา… ”
นอกจากนี้ยังมีวิญญาณเซียนอันแสนล้ำค่าอยู่
มากมายหลากหลายชนิด ต่อให้อยู่ที่ตีนเขาของหุบ
เขาอัสนี ก็ยังได้กลิ่นหอมอบอวลลอยออกมาจาง ๆ
ตอนนี้เขา กับร่างอวตารทั้งหมดแค่อยากทราบว่า
เขาจะสามารถเลือกวิญญาณเซียนเหล่านี้ได้
หรือไม่
ถ้าทำได้ เท่ากับว่าเขาได้รับผลกำไรครั้งใหญ่อย่าง
แท้จริง กลายเป็นผู้มั่งคั่งร่ำรวยเพียงชั่วข้ามคืน!
มีลายเส้นวิญญาณถึง 8 เส้น ต่อให้ความหาทั่วทั้ง
ชมพูทวีปโลกธาตุ ก็ยังหาได้ยากเย็นยิ่ง แถมในที่
แห่งนี้ยังมีจำนวนอยู่นับพันชิ้น
อย่างไรก็ตาม จิตใจของ อู่ อวี้ ยังคงสงบมาก
เพราะเขารู้ว่าภายในโลกนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่
จะได้รับขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งเจดีย์ล่อง
กำเนิด หรือ พลองหมื่นมังกร เขายังต้องใช้เวลา
และ ความพยายามอย่างมากล้น รวมถึงต้องเสี่ยง
ชีวิตเพื่อให้ได้รับมันมา
เขาสั่งให้ร่างอวตารที่อยู่เบื้องหน้า ก้าวเดินเข้าไป
ยัง สวนวิญญาณเซียน ซึ่งในเวลานี้ร่างอวตารก็
พยายามระมัดระวังตัวยิ่ง มันเดินวนไปรอบ ๆ ‘รั้ว’
ของวิญญาณเซียน จากนั้นก็เอื้อมมือเข้าไปเพื่อดู
ว่าจะสามารถทะลุผ่านเข้าไปได้หรือไม่
เมื่อยื่นมือออกไปแตะสัมผัสรั้วกั้น
บูมมมม!!!! บังเกิดเป็นระลอกคลื่นขึ้นมาโดย
ฉับพลัน
บังเกิดเป็นม่านปราการรูปวงกลม โอบล้อมรอบ
สวนวิญญาณเซียนไว้
เขาเชื่อว่าใต้ปฐพีนี้ยังมี ม่านปราการปั้องกันเอาไว้
ซึ่งปกคลุมห่อหุ้มไปทั่วทั้ง สวนวิญญาณเซียน แห่ง
นี้
ยิ่งกว่านั้น มันยังเป็นม่านปราการเดียวกันกับ เวที
เซียนเหลียว
” จริง ๆ ด้วย… ” ในตอนแรก อู่ อวี้ ไม่ค่อยมีหวัง
มากนัก แต่สำหรับผลลัพธ์นี้เขายังคอยยอมรับได้
เขาสั่งให้ร่างอวตารออกไปสำรวจ สวนวิญญาณ
เซียน ทั้งหมด ผลปรากฏว่าทุกแห่งถูกล้อมรั้ว
ปั้องกันเอาไว้ สิ่งเหล่านี้คืออุปสรรคที่เขาไม่
สามารถเข้าไปเก็บพวกมันได้
เขามองกลับลงไปยัง เวทีเซียนเหลียว
การเก็บเกี่ยวทรัพย์สมบัติที่นี่หาใช่เรื่องง่าย
อู่ อวี้ ยังไม่รีบออกไป เขามาถึงยอดเขาเพียงลำพัง
ผู้เดียว ฉะนั้นเขาจะต้องเป็นผู้เดียวที่ได้ครอบครอง
วิญญาณเซียน 9 เส้นวิญญาณ
ซึ่งวิญญาณเซียนชนิดนี้มีเพียงแค่ 1 เดียวในสวน
เท่านั้น
มันคือต้นไม้ใหญ่ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ที่
อู่ อวี้ เพิ่งลงมา
เขากำลังยืนมองยอดเขาที่เหลืออีกสองแห่ง ทว่า
วิญญาณเซียน ที่มีเส้นวิญญาณอยู่ 9 เส้นนี้ มันก็
ยากที่จะหักห้ามใจให้ อู่ อวี้ ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง
ย้ายไปยังยอดเขาลูกอื่น
มันมีนามชื่อ : รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ