กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 645 : ผูทําลายทุกสรรพสิ่ง
ภูเขามีเพียงหนึ่ง แต่กลับมีพระราชวังตั้งอยู่นับพัน
มีม้วนคัมภีร์เคล็ดวิชาเต๋าอยู่นับไม่ถ้วน แม้เขาจะ
ใช้เวลาอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถหยิบจับมา
ครอบครองได้ซักชิ้น
เพราะสุดท้ายแล้ว เขาต้องใช้ความบากบั่น
พยายามอย่างหนัก อีกทั้งยังเปียมล้นไปด้วยความ
คาดหวัง ฉะนั้นเมื่อไม่ได้ดั่งหวังเขาจึงรู้สึกหดหู่
เล็กน้อย
แต่ในเวลานี้ร่างอวตารของเขา ได้ค้นพบสถานที่
แปลกประหลาดอัศจรรย์ ไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็ละทิ้ง
ความหดหู่ แล้วมุ่งหน้าไปยังสถานที่แปลก
ประหลาดดังกล่าว พร้อมกับเรียกอวตารกลับมา
สถานที่แปลกประหลาดอัศจรรย์ที่ว่านี้ อยู่ใน
ตำแหน่งสูงที่สุดของยอดเขาแห่งนี้ และถือเป็น
ตำแหน่งที่อยู่สูงที่สุดท่ามกลางยอดเขาอัสนี
ทั้งหมด
อู่ อวี้ กำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุด เหนือศีรษะของเขา
มีสายอัสนีอยู่หนาแน่น!
สิ่งที่น่าแปลกก็คือ ตรงบริเวณจุดศูนย์กลางที่สาย
อัสนีฟาดผ่าลงมานั้น บังเกิดหลุมขนาดใหญ่แหวก
ขึ้นไปด้านบน ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่ง
จั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าหลุมนี้ หาใช่หลุมที่สามารถหลบลี้หนี
รอดจากสายอัสนีฟาดผ่าได้ แต่มันคือเส้นทางอัสนี
เป็นหลุมลึกเข้าไปเสมือนดั่งอสรพิษ ซึ่งไม่รู้ว่ามันมี
จุดสิ้นสุดลงที่ใด
หากพระราชวังที่อยู่บนยอดเขาแห่งนี้ เป็นหัวคน
แล้วละก็ หลุมซึ่งสายอัสนีสีม่วงฟาดผ่าลงมาจาก
ท้องเวหา ก็เปรียบเสมือนกับผมเปียที่กลับหัวแล้ว
ย้อนขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์
อู่ อวี้ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรจากภูเขาลูกนี้ได้
เลยสักชิ้น แม้จะมีหลุมดังกล่าวปรากฏขึ้นให้เห็น
แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงจากอันตราย เขาได้ส่ง
ร่างอวตารทะยานไปยังใจกลาง ลอดผ่านช่องแคบ
ของสายอัสนี
ตลอดเส้นทางนับร้อยจั้ง ร่างอวตารของเขาต้อง
ลอดเลาะผ่านเส้นทางอันแสนคดเคี้ยว แม้ว่าร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ จะไม่มีเนรตเพลิง ถึงกระนั้นก็ยัง
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน สามารถหลบหลีก
ฝั่าด่านสายอัสนีที่พุ่งผ่าจากรอบทิศทาง หากแล
มองลงมา ก็จะสามารถแลเห็นยอดเขาทั้งหมดของ
เขาอัสนีได้ แม้กระทั่ง เวทีเซียนเหลียว ยังดูเล็กลง
ไปถนัดตา
เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย กับเหล่า
พันธมิตรชั่วคราว จึงไม่สามารถมองเห็นเขาได้
อย่างสมบูรณ์
ด้านล่างคือเจ็ดยอดเขา ที่ดูเสมือนดั่งกระบี่อัสนี
ขนาดยักษ์ โดยมีพระราชวังตั้งทั้ง 4 ทิศ!
ทันใดนั้นร่างอวตารของ อู่ อวี้ เห็นว่าพระราชวัง
ทั้ง 4 ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา มีเส้นสายยืดออกมา
เหมือนดั่งสะพานที่ถูก ‘ถักร้อย’ ยืดขยายเชื่อมต่อ
เข้าสู่ท้องนภา อู่ อวี้ คิดว่ามันต้องเป็นเส้นทางที่
นำพาไปสู่อีกสถานที่หนึ่ง
“ มีคำร่ำลือกันว่า บนจุดสูงสุดของ ยอดเขาชิง
เทียนซูซัน สามารถมองเห็นวังเซียนบนสวรรค์ได้
แล้วหลุมอัสนีที่อยู่เบื้องหน้านี้ ใช่เส้นทางที่จะ
นำพาไปสู่สวรรค์หรือไม่? ”
หลังจากคิดได้ดังนั้น อู่ อวี้ ก็คิดจะติดตามร่าง
อวตารของตนเองขึ้นไปด้วยเช่นกัน
ซึ่งถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นปุั๊บปับ เขาก็สามารถบดขยี้
ยันต์เซียนบรรพกาล ได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นเขาจึงไม่ต้อง
ห่วงกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเอง
สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตลอดเส้นทางที่ทะยานขึ้นไป เขาใช้เนตรเพลิง
เพ่งมองอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นเขาจึงสามารถ
มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน เหนือ ยอดเขาอัสนี มี
เมฆาสีม่วงปกคลุมอยู่อย่างหนาทึบ มีสายอัสนี
จำนวนมากอยู่ภายในหมู่เมฆานั้น เสียงดังกระหึ่ม
กึกก้องกัมปนาท เฉกเช่นหนังอสูรที่ซุกซ่อนส่วน
หัวเอาไว้
ราวกับว่าลำแสงทั้ง 4 เส้นได้ถักทอให้เกิดเป็น
เส้นทางอัสนี ที่ทะลวงผ่านขึ้นไปบนก้อนเมฆา
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้ทะยานเข้าสู่มวลเมฆาอันหนาทึบ
หลังจากเข้ามาภายในก้อนเมฆา กำแพงอัสนีก็ได้
ปิดกั้นสายอัสนีท่ามกลางมวลเมฆานี้ไว้ ทำให้ อู่
อวี้ ไม่ถูกสายฟั้าโจมตีเข้าใส่ อย่างไรก็ตามมวล
เมฆานี้ ได้บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็นของเขา
อย่างสิ้นเชิง!
เสมือนกับว่า เขากำลังข้ามผ่านมหาสมุทรอัสนีอัน
ดุร้ายเกรี้ยวกราด
หลังจากเดินเข้าสู่มวลเมฆามาได้ไม่ไกลนัก ทันใด
นั้นเขาก็พบว่ามีเส้นทาแยกอยู่ด้านหน้า!
” เจอทางแยกเช่นนี้ แล้วจะเลือกไปทางไหนดีเล่า?
” หมิงซวง กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่
ดูเหมือนจะมีทางแยกอยู่ 4 ทิศทาง
อู่ อวี้ สั่งให้ร่างอวตารที่นำไปก่อนมารวมตัวกันอยู่
ที่นี่ จากนั้นก็บอกให้พวกมันแยกย้ายกระจัด
กระจายไปแต่ละเส้นทางเดิน เพื่อเฝั้าสังเกตการณ์
จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า ” มันไม่ใช่เส้นทางเดิน แต่
เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับสี่ยอดเขา หากไม่นับรวม
เส้นทางที่เราเพิ่งมา อีก 3 เส้นทางที่เหลือได้
เชื่อมต่อลงไปยังสามยอดเขาที่อยู่ด้านล่าง มีเพียง
เส้นทางนี้เท่านั้นที่จะพาขึ้นสู่ด้านบน ”
” ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ”
อู่ อวี้ ยังคงมุ่งหน้าต่อไป หลังจากแก้ไขปัญหา
เรื่องเส้นทางทั้ง 4 สายมาบรรจบรวมกัน เขาก็
เดินทางขึ้นไปต่อเรื่อยๆ
” อย่าบอกนะว่า เราสามารถใช้เส้นทางทั้งสาม
ไปสู่ยอดเขาอื่น ๆ ? ” หมิงซวง กล่าวด้วยความ
ประหลาดใจ
“ก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
ยอดเขาที่ อู่ อวี้ อยู่มีแต่เคล็ดวิชาเต๋า เขาคิดว่า
ยอดเขาอื่น ๆ น่าจะแตกต่างกัน เช่น จะต้องมียอด
เขาลูกหนึ่ง ที่มี วิญญาณเซียน อยู่จำนวนมาก
ในเมื่อไม่สามารถครอบครอง เคล็ดวิชาเต๋า ใด ๆ
บนเขาลูกนี้ได้ บางทีถ้าไปอีกสามยอดเขาอาจจะ
เก็บเกี่ยวผลกำไรได้บ้างไม่มากก็น้อย
ถึงจะคิดเช่นนั้นก็จริง ทว่าทั้งสามเส้นทางหาได้
ดึงดูดใจของ อู่ อวี้ แต่อย่างใด เนื่องจากว่ายังมีอีก
เส้นทางหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่สำคัญที่สุด
ท่ามกลางเส้นทางที่มาบรรจบกันนี้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะเส้นทางพิเศษที่บังเกิด
ขึ้น มันจะต้องมีสถานที่พิเศษรออยู่อย่างแน่นอน!
อู่ อวี้ บินทะยานตรงขึ้นไป
เขาบินลึกเข้าไปในก้อนเมฆาอันหนาทึบ ซึ่งเปียม
ล้นไปด้วยสายอัสนีมหาศาล ร้องก้องคำรามดัง
กึกก้องกัมปนาทไปทั่วทุกสารทิศ เขามองต้องขึ้น
ไปตามเส้นทางขึ้นไป ซึ่งอันที่จริงเส้นทางนี้ได้
ปกปั้องเขาไว้
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะบินขึ้นไปสูงเท่าไหร่
แต่ดูเหมือนเส้นทางนี้จะไร้สิ้นสุด!
“ หากข้ายังไปต่อ มันคงจะไม่พาข้าไปถึงสวรรค์
กระมั้ง! ” อู่ อวี้ คิด
” ความฝันของเจ้า คือการบินทะยานขึ้นสู่สรวง
สวรรค์ ตั้งแต่โบราณกาลจะมีเพียงสักกี่คน ที่
สามารถกลายเป็นเซียนนอมตะ! ” หมิงซวง กลอก
ตาบนขณะพูด
อู่ อวี้ พูดคุยกับ หมิงซวง อย่างผ่อนคลาย
ถึงแม้จะรู้สึกคนไร้จุดสิ้นสุด แต่เขาก็ยังเคลื่อนไป
ข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มที่ กว่า 3 วัน 3 คืน!
เขาไม่สามารถคำนวณระยะทางชัดเจนได้ว่า
เดินทางมาไกลมากน้อยแค่ไหนแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ณ
ปัจจุบันเขายังคงถูกล้อมรอบอยู่ในห้วงมวลเมฆาสี
ม่วง ภายในห้วงเวลานี้สายฟั้าที่แลบผ่าออกมาเป็น
เสมือนดั่งสัตว์อสูรขนาดใหญ่ นอกจากนี้เขายัง
เห็นสายอัสนีขนาดใหญ่ซึ่งมีความหนาถึงสิบจั้ง
เพียงแค่เสียงคำรามของมัน ทำให้รู้สึกราวกับว่า
สายฟั้านี้สามารถบดขยี้โลกาให้แตกสลายลงได้
แล้ว
” ทางเดินนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใดกันแน่ เราลอง
ย้อนกลับไปไม่ดีกว่างั้นหรือ ลองไปดูพระราชวังที่
อยู่บนยอดเขาทั้งสาม เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอยู่
อย่างนี้ ” หมิงซวง ทอดถอนหายใจ
นางเป็นคนไร้ความอดทนโดยสิ้นเชิง
ถ้อยคำทักท้วงของนาง อู่ อวี้ หาได้รับผลกระทบ
แต่อย่างใด เขายังคงมุ่งหน้าต่อไป
หลังจากวันเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปกว่า 5 วัน เมฆา
สีม่วงก็หายไปอย่างสมบูรณ์!
ในเวลานี้วิสัยทัศน์การมองเห็นของเขา แจ่มใส
ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด!
สายอัสนีสิ้นสุดลงแล้ว! อู่ อวี้ รีบวิ่งออกจาก
เส้นทางสายอัสนีทันที!
บัดนี้เขาได้มาบรรจบอยู่ในสถานที่อันน่าทึ่งอย่าง
ยิ่ง!
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง จะแลเห็นท้องฟั้าที่เต็มไปด้วย
หมู่มวลดารา ดวงดาวเหล่านั้นส่องสว่างเป็น
ประกายอยู่ในสถานที่ที่ห่างออกไป สายธารดารา
ทอดยาววาดผ่านท้องนภา ธารดาราแต่ละสาย
ล้วนเปล่งประกายส่องสว่างงดงามยิ่ง
และสิ่งที่อยู่ใต้ฝั่าเท้าของเขา คือมหาสมุทรเมฆา
อันไร้จุดสิ้นสุด แน่นอนว่ามันไม่เหมือนกับ
มหาสมุทรเมฆาขาวที่เคยมีเจดีย์บรรพกาลตั้งอยู่
แต่นี่คือมหาสมุทรเมฆาม่วงที่มีประกายอัสนีฟาด
ผ่าอยู่อย่างไรสิ้นสุด! ประกายอัสนีเหล่านั้นเป็น
เสมือนดั่งสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล ที่กำลังแหวก
ว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรเมฆาอันไร้จุดสิ้นสุดนี้
ใต้ฝั่าเท้าของ อู่ อวี้ คือวังวนอัสนี ที่มิได้หมุนวน
รวดเร็วเท่าใดนัก และจุดศูนย์กลางของวังวนนี้ คือ
สถานที่ที่ อู่ อวี้ เพิ่งออกมา นั่นก็คือเส้นทางอัสนีที่
จะนำไปสู่ยอดเขาทั้ง 4
นี่คือสถานที่อันไร้ซึ่งก้นบึ้ง เป็นท้องนภาที่เต็มไป
ด้วยหมู่มวลดาราอันไร้จุดสิ้นสุด
แทบไปไม่ได้เลยที่ อู่ อวี้ จะย้อนกลับไปยังช่องทาง
อัสนีที่อยู่ด้านล่าง เนื่องจากว่าเขาไม่สามารถ
ทะลวงฝั่ามหาสมุทรเมฆาอันไร้จุดสิ้นสุดนี้ไปได้
มหาสมุทรอัสนีที่ดูราวกับม่านเมฆานี้ มันช่างน่า
ตื่นตะลึงและงดงามยิ่ง
เมื่อยืนอยู่ตรงจุดนี้ อู่ อวี้ ตกตะลึงไปชั่วครู่ แลคิด
ว่าตนควรจะไปที่ไหนดี?
เขาทราบดีว่าไม่สามารถออกห่างจากเส้นทางอัสนี
ได้มากเกินไป ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่สามารถกลับมา
ได้อีก
แน่นอนว่าหากเขาออกห่างไปเพียงเล็กน้อย ใน
ห้วงมิติอันกว้างใหญ่นี้ เกรงว่าเขาจะไม่สามารถ
ค้นหาเส้นทางนี้ได้อีก
ดังนั้นเขาจึงแยกร่างอวตาร จากนั้นก็สั่งให้พวกมัน
กระจายตัวออกไปรอบทิศทาง เพื่อดูว่าจะได้รับ
อะไรบ้าง!
แล้วทันใดนั้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เกิดขึ้น!
ท่ามกลางท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารา ดู
เหมือนว่าจะมีใครเรียกเขาอยู่!
หลังจากมาถึง เส้นทางเซียนบรรพกาล เขาก็ได้พบ
พานกับสถานที่ ซึ่งเต็มไปด้วยความลึกลับอยู่ทุก
แห่งหน แน่นอนว่า อู่ อวี้ คุ้นเคยกับความแปลก
ประหลาดอัศจรรย์นี้มานานแล้ว
แต่สิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ มันอยู่เหนือล้ำยิ่ง
กว่าจินตนาการที่ อู่ อวี้ กับ หมิงซวง คาดคิดไว้
เมื่อเสียงตะโกนดังขึ้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมอง แล
เห็นว่าภายในสายธารดาราที่อยู่บนท้องนภา ซึ่งอยู่
ห่างไกลออกไป มีประกายแสงกระพริบวาบผ่าน
ประกายแสงสีทองนี้อยู่ห่างไกลจากเขามาก แต่
เพียงชั่วพริบตา มันก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ดวงตาของ อู่ อวี้ ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ แสงนี้ ก็
พุ่งทะยานข้ามผ่านห้วงมิติ เป็นสิ่งที่ยากจะ
จินตนาการได้อย่างแท้จริง
ปรากฏว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ นั้นไม่ใช่แสง
สว่าง
แต่เป็นเงาร่างที่ปกคลุมไปด้วยประกายแสงสีทอง
เงาร่างนั้นค่อย ๆ ปรากฏขึ้นแก่สายตาของ อู่ อวี้
ผู้ที่อยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ ในเวลานี้ คือผู้ที่เคยปรากฏ
อยู่ภายในภาพจำแลงหัวใจวานร นั่นก็คือ ราชา
วานรผู้ไร้เปรียบ!
ดูเสมือนกันทุกประการ
ทั้งชุดเกราะ, รองเท้า, เสื้อคลุม นอกจากนี้ทั่วทั้ง
ร่างยังถูกปกคลุมไปด้วยขนวานรทองคำ เปียมล้น
ไปด้วยอำนาจบารมีอันไร้เปรียบ
มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือพลอง
ทองสมปรารถนา!
ชั่วขณะนี้ความคิดของ อู่ อวี้ ปันปั่วนไปหมด ว่า
‘เขา’ มาปรากฏตัวที่นี่ได้เช่นไร!
หรือ เส้นทางเซียนบรรพกาล เป็นสถานที่สำหรับ
เซียนอมตะเช่นนั้นหรือ!?
เมื่อเห็นเขาปรากฏกายขึ้นที่นี่ อู่ อวี้ ก็ตกตะลึงมาก
เสียจน ‘หัวสมองว่างเปล่าไปหมด’
“ตะ … ต้าเซิ่น … ” แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ เขายัง
กล่าวมาอย่างตะกุกตะกัก
เงาร่างนั้นยังคงแสดงท่าทีเฉยชา
” มหาภัยพิบัติสองพิภพ ทำให้สวรรค์ปฐพีและ
พลิกคว่ำ เหล่าพญามารวิญญาณร้ายร่วมมือกัน
ทะลวงฝั่า แล้วผู้ใดเล่า จะพิทักษ์แดนเซียน? ”
เงาร่างที่อยู่ท่ามกลางแสงสีทอง จับจ้องมายัง อู่
อวี้ พร้อมกับกล่าวขึ้นทีละประโยค ถึงแม้ว่าเขา
กำลังแลมอง อู่ อวี้ อยู่ กลับไม่อาจสัมผัสถึงสิ่งใด
ได้ เสมือนกับว่าเป็นสิ่งที่ไร้ซึ่งชีวิต
อู่ อวี้ จดจำได้ทุกประโยค แต่เขาหมายความว่า
อย่างไรกันแน่ พิภพทั้งสองคืออันใด? สวรรค์และ
ปฐพีผิดคว่ำคือสิ่งใดกันแน่? แล้วแดนเซียน มันอยู่
แห่งหนใด?
บางทีแดนเซียนอาจอยู่บนสวรรค์ก็เป็นได้! เขา
ต้องการจะบอกว่า แม้แต่สวรรค์จะมีมหาภัยพิบัติ
เช่นนั้นหรือ?
แน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจในเรื่องนี้
” เป็นเจ้าหรือไม่? หรือเป็นคนต่อไป หรือต่อไปอีก?
”
จนกระทั่งยามนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ว่า เงาร่างที่อยู่
ท่ามกลางแสงสว่างนั้นกำลังจับจ้องมายังตนเอง
อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามในช่วงพริบตาต่อมา แสงนั้นก็พุ่ง
ทะยานเข้าสู่ร่างกายของ อู่ อวี้ ในช่วงเวลานั้นเอง
อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า แสงนั้นได้พุ่ง
ทะยานเข้าสู่พลองทองสมปรารถนา ซึ่งอยู่ภายใน
ร่างของเขา
” แก่นแท้ เต๋า ”
หลังจากนั้น ก็มีเสียงดังก้องกังวานอยู่ในหูของ อู่
อวี้ บางทีมันอาจจะดังขึ้นมาจากภายในร่างกาย
ของเขา จนเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
ท่ามกลางความเลือนราง เขาแลเห็นวานรตนหนึ่ง
ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยทองคำ และแสงสว่างที่
ส่องประกายเจิดจ้า กำลังผสานเข้าไปในจิต
วิญญาณของเขา
” เต๋าแห่งข้า คือการบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะ
เป็นสวรรค์หรือโลกา ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรก
อเวจี ไม่สนว่าจะเป็นกฎแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
ของสวรรค์ ทุกสรรพสิ่ง เต๋าแห่งข้าจะบดขยี้มันให้
สิ้น!”
” บดขยี้ทำลายสรรพสิ่ง จัดระเบียบสร้างกฎเกณฑ์
แห่งสวรรค์ขึ้นมาใหม่! เต๋าผู้ทำลายสรรพสิ่ง ก็คือ
ตัวข้าเอง! ”
” แต่ข้าไม่ใช่ผู้ปกครอง หลังจากบดขยี้ทำลาย
สรรพสิ่ง แต่งตั้งผู้ปกครอง เมื่อนั้นสวรรค์และปฐพี
จะถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ มิต้องอยู่ภายใต้
ข้อจำกัดใด ๆ ! ”
เสียงที่ดังก้องกังวานขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ อู่ อวี้ หา
ได้เข้าใจมันแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเขาสามารถ
รับรู้ได้ถึง แก่นแท้ที่แฝงเร้นอยู่ภายในคำพูดเหล่านี้
ได้ ในทุก ๆ คำ สามารถสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจิตใจ
ของ อู่ อวี้ แม้กระทั่งอาณาจักรเต๋าภายในจิตใจ
ของเขา ก็กำลังยกระดับขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ