กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 648: ตัดสินใจแนวแน
สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นไม่ได้มีเพียงแค่ยอดเขาวิญญาณ
แห่งนี้เท่านั้น แต่ยอดเขาทั้ง 6 กำลังถล่มลงมา!
ภาพฉากเบื้องหน้านับว่าสะเทือนขวัญเป็นอย่างยิ่ง
กระบี่อัสนียักษ์ทั้ง 7 เล่มที่ปักอยู่บนยอดเขาอัสนี
เริ่มพังทลายลง!
คาดว่าคนทั้ง 9 ที่อยู่บนเวทีเซียนเหลียวซึ่งกำลัง
เผชิญหน้ากับฉากเหตุการณ์เบื้องหน้านี้จะต้องรู้สึก
สั่นสะท้านอย่างแน่นอน จากมุมมองของพวกมัน
แล้ว อยู่ๆการที่ยอดเขาทั้ง 7 ซึ่งอยู่รอบด้านกำลัง
ถล่มลง นับว่าเป็นวันสิ้นโลกอย่างแท้จริง
“การถอนต้นรุขเทวะกำเนิดมหาเต๋า ทำให้ยอดเขา
ทั้ง 7 ถล่มลงมา?”
แต่เขาคาดว่าน่าจะไม่ใช่ อาจเป็นเพราะเขาได้
ล่วงล้ำเข้าไปยังค่ายกล จึงเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างกระทันหันและทำลายตัวเอง
บางทีนี่อาจจะเป็นการออกแบบของบรรพบุรุษ
ผู้สร้าง
ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร อู่ อวี้ ก็ได้รับ รุขเทวะกำเนิด
มหาเต๋า มาแล้วหลายร้อยลูก อีกทั้งยังได้รับ ต้นรุข
เทวะกำเนิดมหาเต๋า มาอีก นี่ถือเป็นการเก็บเกี่ยว
ครั้งยิ่งใหญ่ของเขา
แม้ว่าวิญญาณเซียนมากมาย และม้วนคัมภีร์เคล็ด
วิชาเต๋าโบราณ จะถูกกลบฝังอยู่ใต้เศษซากของ
ยอดเขา แต่ตาข่ายสายฟั้าที่อยู่เหนือหัวก็ได้
พังทลายลงมาแล้ว บางทีก็ยังมีโอกาสไปขุดค้นหา
สมบัติเหล่านั้นได้อยู่
และอีก 2 ยอดเขาที่กำลังถล่มลงมา ไม่แน่ว่า
ภายในนั้นจะมีสมบัติล้ำค่าซุกซ่อนอยู่
ฟั้าสวรรค์ย่อมมีทางให้คนเราเสมอ
แต่สิ่งที่สำคัญท่าสุด ในขณะที่ยอดเขาทั้ง 7 กำลัง
ถล่มลงมานี้ จะต้องมีชีวิตรอดอยู่ได้
คาดว่ายามนี้คงเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะบดขยี้
ยันต์เซียนบรรพกาล เพื่อหลบหนีจากไป
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รับ ผลรุขเทวะกำเนิด
มหาเต๋า จำนวนมหาศาลนี้ไปแล้ว อู่ อวี้ ก็ยังไม่คิด
ที่จะจากไปอยู่ดี
บัดนี้ท้องฟั้ากำลังพังทลาย สายอัสนีสีม่วงบนท้อง
นภาก็เริ่มขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ อู่ อวี้ จึงจำต้อง
เปลี่ยนทิศทางดำดิ่งสู่เบื้องล่างในทันที
สายอัสนีสีม่วงที่อยู่รอบด้านเช่นนี้ มันเรียกได้ว่า
เขย่าขวัญอย่างไม่มีที่เปรียบ!
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ กำลังทำการค้นหาอย่าง
รวดเร็ว ค้นหาถึงสถานที่ที่ปลอดภัย แต่หากหาไม่
เจอจริงๆ เขาก็ยังมีไม้ตายก้นหีบคือการเข้าไปซ่อน
ตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
แม้ว่ามันอาจจะถูกฝังลงไป แต่เขาก็สามารถ
ออกมาได้ในภายหลัง
ในไม่ช้าเขาก็เล็งเห็นถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
เวทีเซียนเหลียว
เนื่องจากเขาเห็นว่าก้อนหินที่ตกกระทบไปบนเวที
เซียนเหลียว ไม่สามารถเจาะเข้าไปภายในได้ ซึ่ง
น่าจะเป็นเพราะกำแพงที่มองไม่เห็นของเวทีเซียน
เหลียว
ยามนี้ค่ายกลและกำแพงที่อยู่บนยอดเขาทั้ง 7 ได้
หายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ากำแพงของเวที
เซียนเหลียวยังคงดำรงอยู่ และไม่ว่ายอดเขาทั้ง 7
จะพังทลายลงมาเช่นนี้ เวทีเซียนเหลียวที่ตั้งอยู่
ตรงจุดศูนย์กลางของยอดเขาทั้ง 7 ก็ยังให้
ความรู้สึกตั้งตระหง่านไม่สั่นไหว
บางทีนี่อาจจะเป็นสถานที่เพียงหนึ่งเดียวที่
ปลอดภัย!
“ต้องไปที่นั่น!”
โดยไม่ลังเล อู่ อวี้ มุ่งดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว อันที่
จริงแล้วสายอัสนีที่ไล่ตามหลังเขามาก็รวดเร็วมาก
อย่างไรก็ตามเขากลับเร็วกว่า คนเร่งหลบหนีออก
จากพื้นที่วิกฤต ก่อนที่จะถูกก้อนหินและสายอัสนี
บดขยี้ ยามนี้เขาเป็นเหมือนกับดาวตก ตรงดิ่งเข้า
ไปภายในเวทีเซียนเหลียวอย่างรวดเร็ว!
ตูม ตูม ตูม!
พริบตาที่เขาเข้ามาข้างในแล้ว ยอดเขาทั้ง 7 ก็
พังทลายลงไปอย่างสมบูรณ์ แหลกสลายอยู่บน
ด้านบนสุดของยอดเขาอัสนี
ผืนปฐพีพลิกคว่ำจนเกิดโกลาหนไปทุกหนแห่ง ทั่ว
ทั้งเวทีเซียนเหลียวในเวลานี้ ไม่รู้ว่าถูกฝังอยู่
ภายใต้ก้อนหินดินโคลนมากมายถึงกี่ชั้น ซึ่งถูกฝัง
กลบจนมองไม่เห็นสิ่งใดอีกต่อไป
หาก อู่ อวี้ ไม่เลือกที่จะเข้ามาภายในที่แห่งนี้ คาด
ว่าในตอนนี้เขาก็คงถูกฝังอยู่ท่ามกลางดินโคลน ซึ่ง
หากมันมีปริมาณและน้ำหนักที่มากพอก็สามารถ
บดขยี้เขาได้ในทันที
อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ยังพอมีพื้นที่ให้ขยับ
เคลื่อนไหว
บัดนี้ด้านบนของเวทีเซียนเหลียวกลายเป็นทิวทัศน์
อันมืดทมิฬไร้ซึ่งแสงใดๆ แต่ทว่าหยกขาวที่อยู่ด้าน
ใต้ยังคงส่งแสงสลัวๆออกมา และเพียงพอที่จะส่อง
ให้เห็นภายในเวทีเซียนเหลียวทั้งหมด
เขากลับมาแล้ว
แต่การกลับมาในครานี้สภาพจิตใจของเขาไม่
เหมือนเดิมอีกต่อไป
พริบตาที่ อู่ อวี้ ร่อนมาถึงภายในนี้ ด้วยความเร็ว
และพละกำลังอันมหาศาลที่เขาใช้มันทำให้เขาต้อง
หอบหายใจออกมา เมื่อเขายืนขึ้นและเงยหน้ามอง
ไป เบื้องหน้าเป็นคนทั้ง 9 ที่กำลังมองมายังเขา
ด้วยสายตาอันตกตะลึง
กว่า 10 วันที่ผ่านมา พวกมันถูกขังอยู่ภายในนี้
ต้องอยู่ภายใต้การกดดันของอสรพิษอัสนีขย้ำ พวก
มันก้าวเดินไปไหนมาไหนอย่างยากลำบาก ทำได้
เพียงแค่รอคอยอย่างขมขื่น ค้นหาวิธีการ แต่
สุดท้ายล้วนคว้าน้ำเหลว
ยามที่พวกมันกำลังสิ้นหวัง และคิดว่าพวกมัน
อาจจะต้องติดอยู่ภายในนั้นไปตลอดชีวิตแล้ว ไม่
คาดคิดว่าทันใดนั้น ฟั้าดินจะถล่มทลายลงมา นี่มัน
ยิ่งทำให้พวกมันหดหู่ขึ้นไปกว่าเดิม ซึ่ง
พริบตาเดียวเวทีเซียนเหลียวแห่งนี้ก็ถูกฝังไปอย่าง
สมบูรณ์
แม้ว่าปราการของ อสรพิษอัสนีขย้ำ จะหายไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าพวกมันก็ยังไม่มีทางที่จะ
ออกไปได้อยู่ดี
จากนั้น พวกมันก็มองเห็น อู่ อวี้ กำลังล่วงหล่นลง
มาจากท้องฟั้า
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ยังคงเหมือนเดิม ขอบเขตของเขาก็ยัง
อยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต ดูอ่อนแอ และเมื่อ
เทียบกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย องค์ชายเฟิง กับคน
อื่นๆแล้ว ก็ยังเลวร้ายกว่ามาก
พวกมันแต่ละคนล้วนเป็นสุดยอดอัจฉริยะผู้มีพลัง
แข็งแกร่ง มีกลิ่นอายอันองอาจอยู่เหนือทุกผู้ ไม่
จำเป็นจำต้องลงมือ เพียงแค่ชายตามองก็ทำให้
ศัตรูต้องกลัวจนปัสสาวะราดแล้ว
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ รู้สึกหวาดกลัวพวกมัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกมันเล็งเปั้าหมายไปที่
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง และคนที่เขารัก
เพราะสุดท้ายตัวเขาก็ไม่มีภูมิหลังหรือบุคคลผู้ให้
การสนับสนุน
แต่ว่า! ตั้งแต่ที่เขาขึ้นไปบนมหาสมุทรสายฟั้า ทุก
สิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
คนทั้ง 8 ไม่นับรวม หวัง จื่อซุน พวกมันคือกลุ่ม
คนที่ทั้งแข็งแกร่งและมีสถานะที่สูงส่งที่สุด ที่เข้า
มาภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลในครั้งนี้!
ยามนี้พวกมันอยู่ในหนทางทีมืดบอด แต่กลับได้
เจอกับ อู่ อวี้ อีกครั้ง!
ผ่านไปสักพักแววตาของทุกคนก็เปลี่ยนกลายเป็น
เดือดพล่านอีกครั้ง
องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่อยู่ในกลุ่มเอ่ยขึ้นในทันใด “อู่
อวี้ การพังทลายของยอดเขาทั้ง 7 มันเกี่ยวข้องกับ
เจ้าใช่หรือไม่! แล้วเจ้าได้รับสิ่งใดมา!”
ช่วงเวลาก่อนหน้านี้พวกมันมักจะคิดถึงเรื่องของ อู่
อวี้ กังวลว่าเขาจะได้รับสมบัติใดบ้างที่ด้านบน
ยามนี้พวกมันไม่กังวลอีกต่อแล้ว แต่กลับตื่นเต้น
แทน เนื่องจากว่า อู่ อวี้ มาปรากฏตัวอยู่ที่เบื้อง
หน้าของพวกมัน
“ท่านล้อเล่นอันใดกัน ข้าเพิ่งเจอภัยพิบัติใหญ่
หลวงมา จึงกลับเข้ามาหลบที่นี่” อู่ อวี้ ตอบ
กลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อมองเห็นแรงกดดันและสายตาอันดุดันของพวก
มัน และเมื่อนึกไปถึงวิธีการของพวกมันก่อนหน้า
จึงทราบได้ทันทีว่ายามนี้พวกมันคิดจะทำอะอะไร
ไม่ว่าพวกมันจะออกไปข้างนอกได้หรือไม่ พวกมัน
ก็คิดที่จะแย่งสมบัติของ อู่ อวี้ แล้วค่อยตกลงกันที
หลัง เนื่องจากว่าเขาเป็นคนแสนจะอ่อนแอ แต่
กลับมีสมบัติล้ำค่า!
“อย่าไปคุยไร้สาระกับมันอีกเลย มันจะกลายเป็น
เสียเวลาเปล่า เรามาใช้กฎกติกาก่อนหน้ากัน
ดีกว่า” องค์ชายเฟิง ยิ้มพลางกล่าว
“ใช่แล้ว ไม่ว่าเขาจะได้รับสิ่งใด เราก็แค่สังหารมัน
และชิงมาก็พอ ไม่ว่าจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ หรือเจดีย์แปลกๆที่มันใช้ก่อนหน้านี้
และสมบัติอื่นๆ ข้าขอแนะนำให้สังหารมันก่อน
จากนั้นก็นำสมบัติทั้งหมดมาทำการต่อสู้แย่งชิงกัน
อย่างยุติธรรม บางที 3 ใน 8 อันดับแรกของพวก
เราอาจจะได้รับรางวัลไป”
เฟิง เจี้นชิง ผู้ที่มาจากวิถีกระบี่นิรันดร์ กล่าวขึ้น
ในตอนนี้ “ข้าเห็นด้วยที่จะสังหารมัน และค่อยมา
แบ่งกันอย่างยุติธรรม พูดคุยกันด้วยกำลัง หากผู้ใด
เห็นด้วย ก็ให้ยกมือขึ้น ไหนๆก็ไม่มีทางให้ออกแล้ว
เช่นนั้นเรื่องสมบัติค่อยว่ากันทีหลัง”
คำกล่าวเหล่านี้ชี้ชัดว่าพวกมันไม่ได้เห็นชีวิตของ อู่
อวี้ ไว้ในสายตาของพวกมันแม้แต่น้อย
ชิงอู๋ หยุนซื่อ พยักหน้าจากนั้นมองไปยัง อู่ อวี้
ด้วยสายตาอันเย็นชาพร้อมกล่าวว่า “เมื่อสวรรค์
ไม่เหลือทางเดินให้กับเจ้า นรกก็ไม่ยอมให้เจ้ากลับ
เกรงว่าต้องตำหนิตัวเจ้าเองแล้วว่าปล่อยให้สมบัติ
ล้ำค่าเหล่านี้มันอยู่ในมือของเจ้าได้อย่างไร? ทุกคน
ต่างก็ใช้ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มาข่มขู่เจ้า แต่
ทว่าเจ้าก็ไม่ฟัง เช่นนั้นก็ดี พวกเราไม่เพียงแต่จะ
สังหารเจ้า แต่หลังจากนี้ข้าจะทำให้บุคคลอันเป็นที่
รักของเจ้าต้องได้รับความทรมาน!”
อู่ อวี้ ฟังคำพูดต่างๆนานาของพวกมันอย่าง
เงียบๆ
ปีศาจต้นไม้จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยขึ้น “ตกลง ข้า
เห็นด้วย ก่อนอื่นนำสมบัติมาตั้งก่อน แล้วค่อยแย่ง
ชิงกันอย่างยุติธรรม ”
“วิธีนี้ดีที่สุด แถมไม่เกิดความวุ่นวายด้วย ทุกท่าน
โปรดวางใจ”
สุดท้ายเป็น องค์หญิงโย่วเสี่ย เมื่อนางเห็นว่าทุก
คนเห็นเช่นเดียวกัน นางจึงมองไปยัง อู่ อวี้ และ
ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า
“เป็นเพราะว่าเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหาญกล้ามา
แข่งขันแย่งชิงกับพวกเรา เจ้าในตอนนี้ยังไม่มี
คุณสมบัติที่จะทำเช่นนั้น ข้าว่าเจ้าจงนำสมบัติ
ต่างๆออกมา ไม่แน่ว่าข้าจะช่วยคุยกับทุกคนให้ไว้
ชีวิตเจ้าเอาไว้”
หลังจากที่ หวัง จื่อซุน ได้ยิน มันก็รีบกล่าวว่า
“อย่านะ อย่าไว้ชีวิตมัน ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลับมา
แก้แค้นเราอีกในภายหลัง พรสวรรค์ของมันล้ำเลิศ
ยิ่ง และหากมันไม่ตาย แล้วข้าจะไปเอา ยันต์เซียน
บรรพกาล จากที่ไหน”
“อู่ อวี้ พวกเราจะไม่อดทนกับเจ้ามากนัก ข้าจะให้
เวลาเจ้าเพียง 3 อึดใจ” องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ย
ออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เห็นหัวใครอยู่ในสายตา!
ประโยคสุดท้าย ทำให้ อู่ อวี้ ตัดสินใจบางอย่างได้
เขากล่าวด้วยท่าทีสบายๆว่า “ทุกท่านไม่ได้เห็นว่า
ข้าเป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง แม้แต่การให้เกียรติสักนิดก็ยัง
ไม่มี ท่านคิดว่าข้าควรจะทำเช่นไร?”
อีกฝั่ายระเบิดเสียงหัวเราะ จากนั้น องค์ชายเฟิง
เอ่ยขึ้น “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใดกัน แล้วทำไมถึง
ต้องมองเจ้าในฐานะมนุษย์ผู้หนึ่งด้วย”
“มันช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นเสียจริง อย่าได้เสียเวลาอีก
เลย หากพวกเจ้าไม่ฆ่ามัน เดี๋ยวข้าจัดการเอง และ
ก็ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะแย่งชิงสมบัติของมัน ”
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ก้าวขึ้นมาเบื้องหน้า
ทะยานเข้าใส่ อู่ อวี้
เมื่อคนอื่นได้ยินเช่นนี้ คนอื่นๆจึงไม่ลดความระวัง
ลง เกรงว่าหากมีคนขโมยสมบัติไปเสียก่อน ดังนั้น
จึงไม่กล้าล่าช้า ทุกคนพุ่เร่งงทะยานไปหา อู่ อวี้
อย่างพร้อมเพรียง แต่ละคนชักศาสตราเต๋าวิถีแท้
ออก กระทั่ง หวัง จื่อซุน ก็ยังเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
การต่อสู้เปิดฉาก!
อู่ อวี้ ส่ายหน้า ถึงจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
แต่เขาก็ยังยิ้มอยู่และกล่าวออกมาว่า “ทุกท่าน
การต้อนข้าจนจนมุมเช่นนี้ พวกท่านจะต้องเสียใจ
ภายหลัง”
พรืดด!
เมื่อทุกคนได้ยินคำกล่าวนี้จึงพากันระเบิดเสียง
หัวเราะออกมา!
“เจ้าเศษสวะ ไปตายซะ!” องค์ชายเฟิง ลงมือ
โจมตีคนแรก บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณชั่ว
ร้าย พร้อมทะยานไปอย่างรวดเร็ว
คนอื่นๆก็โจมตีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง พริบตาเดียว
พลันปรากฎเป็นกลุ่มก้อนจิตสังหารที่สะเทือนไปถึง
สวรรค์!
“ตกลง ข้าตัดสินใจแล้ว” อู่ อวี้ ได้ทำการตัดสินใจ
บางอย่าง เนื่องจากเขาได้ถูกพวกมันบีบบังคับ
เขารอคอยช่วงเวลานี้มาเนิ่นนานแล้ว
เมื่อพวกมันลงมือ มันคือการประกาศว่าหากไม่ฆ่า
ไม่มีทางเลิกราอย่างแท้จริง! ยามนี้ อู่ อวี้ เข้าไปอยู่
ใน เจดีย์ล่องกำเนิด พร้อมกับอัญเชิญ เจ้าเทวะ
เพลิงมาร ออกมา
เจ้าเทวะเพลิงมาร ทะยานสู่เบื้องหน้า ส่วน เจดีย์
ล่องกำเนิด ทะยานไปเบื้องหลัง ยามนี้ เจดีย์ล่อง
กำเนิด ลอยทะลุผ่านกำแพงออกไปอย่างราบลื่น
เมื่อเข้าสู่ชั้นโคลนกำแพงดินภายนอก จึงขลับให้
ตัว เจดีย์ล่องกำเนิด เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้น
ปัง ปัง ปัง!
ในชั่วพริบตานั้น ร่างเล็กๆของเจ้าเทวะเพลิงมาร
ถูกพวกมันฉีกทำลายเป็นชิ้นๆ! หากว่า อู่ อวี้ ไม่ได้
ลงมือแต่แรก ยามนี้ผู้ที่จะถูกฉีกกระชากคงจะ
กลายเป็นเขาเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้พวกมันทั้ง 9 ต้องตกตะลึงจน
อ้าปากค้าง
“มันออกไปแล้ว…….”
พวกมันถูกขังอยู่ในที่แห่งนี้ แม้ว่าจะใช้ทุกหนทาง
แล้วก็ยังไม่อาจจะหาวิธีที่จะออกไปได้
สำหรับพวกมันแล้ว การหลบหนีไปจากที่นี่ มัน
สำคัญกว่าการแย่งชิงสมบัติเสียอีก
อู่ อวี้ ที่อยู่ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด ได้ออกไปอย่าง
ง่ายดาย พวกมันกำลังพยายามดิ้นรนหมายโจมตี
เจดีย์ล่องกำเนิด แต่กลับไม่สามารถแตะต้องได้
เพราะยามนี้มีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นเอาไว้
อยู่
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ออกมาจาก เจดีย์ล่อง
กำเนิด อีกเลย
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ