กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 649: ทะลวงระดับอยางบาคลั่ง
เจดีย์ล่องกำเนิด ลอยเข้าไปท่ามกลางดินโคลน
พวกมันทุกคนที่อยู่ภายใน เวทีเซียนเหลียว ทำได้
เพียงแค่มองตาปริบๆเท่านั้น
ปล่อยให้พวกมันรู้สึกหดหู่ ก่นด่า ตะโกนเกรี้ยว
กราด แต่ อู่ อวี้ ก็มิได้สดับรับฟัง เมื่อเขาเข้าไป
ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด แล้ว ไม่ว่าด้านนอกจะ
เกิดการถล่มทลายใดๆ ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด ก็
ไร้ซึ่งสุรเสียงใดๆ
อู่ อวี้ นั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลาง เจดีย์ล่องกำเนิด โดย
ไม่สนภัยคุกคามจากด้านนอก แล้วหยิบเอาถุง
จักรวาลมาวางไว้ในมือ จากนั้นเมื่อเปิดถุงจักรวาล
ขึ้น ‘รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า’ ที่อยู่ด้านไหน ก็
ลอยออกมากองอยู่รอบด้านเขา ภายใน เจดีย์ล่อง
กำเนิด ถูกโรยไปด้วย ผลรุขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า
อย่างเนืองแน่น
พริบตาเดียวภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด ก็คละคลุ้งไป
ด้วยกลิ่นหอมฟุั้ง กลิ่นของวิญญาณเซียนอันสดชื่น
“เก็บไว้ให้ท่านพี่สักหน่อยดีกว่า”
อู่ อวี้ คิดไปถึง อู่ หยู๋ จึงเก็บมันกลับเข้าไปหลาย
ผล จิตใจพลันปรากฎความมุ่งมั่นมากขึ้น เขาจะไม่
ยอมให้ อู่ หยู๋ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง หรือว่ามิตร
สหายใกล้ตัวของเขา ต้องได้รับอันตรายแม้เพียง
เล็กน้อย
เขาหยิบ ‘ผลรุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า’ ออกมา
ตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ผลไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์
นี้ สามารถมองเห็นวิญญาณเซียน 8 เส้นได้อย่าง
เลือกลาง หากมองจากไกลๆ มันมีรูปร่าง
เหมือนกับไข่มุกเม็ดใหญ่
เมื่อนำมารวมกันไว้อยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมอันเตะ
จมูกได้ซึมผ่านชั้นผิวหนัง ทำให้วิญญาณที่อยู่
ภายในเดือดพล่านขึ้น ราวกับมันได้กระตุ้น
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่ลึกและเงียบสงบ
เขากัดไปหนึ่งคำเล็กๆ รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า
ก็เปลี่ยนกลายเป็นกระแสที่เย็นชุ่มช่ำ เข้าไปใน
ท้อง จากนั้นก็แพร่กระจายไปถึงแขนขาทั้ง 4 และ
ทั่วร่างของเขา
ยามนี้เป็นเหมือนกับดวงตะวันในฤดูร้อนที่ลอยอยู่
บนท้องนภา ซึ่งตกลงไปอยู่ในกระแสน้ำเย็นอย่าง
ฉับพลัน ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ให้ความรู้สึก
ราวกับขึ้นสวรรค์
แต่ไม่คาดคิด หลังจากที่กระแสความเย็นไหลผ่าน
ไป แพร่กระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย มันเกิด
การลุกไหม้ขึ้น กระแสน้ำไหลเย็นสดชื่น มันเปลี่ยน
กลายเป็นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงไร้ที่เปรียบ!
ว่ากันว่า รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า นี้ยังมี
ประสิทธิภาพกับขั้นก่อร่างกำเนิดจิตเทวะอีกด้วย
ดังนั้น ไม่เพียงแต่กายเนื้อของ อู่ อวี้ เท่านั้น
แม้แต่วิญญาณก็ราวกับว่าถูกหลอมอยู่ภายใน
เตาเผา
หึ่ง หึ่ง หึ่ง!
ถึงแม้จะไม่เห็นว่าบนร่างมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่
แต่พลังอันแสนบ้าคลั่งก็กำลังพุ่งทะลักออกมา!
“พลังอำนาจของรุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋านี้ มัน
แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเม็ดยาจิตเทวะอย่างมหาศาล
หากเป็นคนธรรมดาคงรับกระแสพลังของมันไม่
ไหว”
นี่แค่การปรับแต่งในขั้นต้น ก็แทบจะเกินขีดจำกัดที่
อู่ อวี้ รับภาระได้ไหวไปแล้ว
โชคยังดี ที่เมื่อไม่นานมานี้เขาได้ยกระดับขอบเขต
ของตัวเองขึ้น ทำให้กายเนื้อแข็งแกร่งกว่าเดิม
และด้วยความมุ่งมั่นของเขา ทำให้สามารถสะกด
ข่มการระเบิดพลังนี้เอาไว้ได้ ชักนำพลังมา
ยกระดับขอบเขตของตนเอง นำมันมาผสาน
ภายในตำหนักม่วง!
ภายใต้พลังอำนาจที่รุนแรงนี้ ราวกับว่าตำหนัก
ม่วงที่แห้งขอดมานานได้รับหยดน้ำชโลม มันดูด
ซับพลังเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง พลังของรุกขเทวะ
กำเนิดมหาวิถีเต๋าลูกนี้ ถูก อู่ อวี้ ดูดกลืนไปและ
นำไปใช้ไปขยายตำหนักม่วงภายในร่างทุกหยาด
หยดอย่างแท้จริง!
เป็นเพราะพลังความมุ่งมั่น และเพราะเหตุบังเอิญ
ที่สภาพจิตใจของเขาได้ถูกยกระดับขึ้นอย่าง
มหาศาล
ขั้นตอนทั้งหมดเกิดขึ้นไม่ถึง 60 ลมหายใจ
จากนั้น อู่ อวี้ ก็เริ่มกลืนกินผลที่ 2 ผลที่ 3 …….
สำหรับเขาแล้ว ช่วงเวลาที่น่าเบื่อเช่นนี้ กลับ
สามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากว่า
ตำหนักม่วงของขยายอย่างบ้าคลั่งในทุกขณะ
อัตราความเร็วในการขยายจึงแทบจะสามารถ
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ขอบเขตของมันยิ่งมายิ่ง
กว้างใหญ่ขึ้น มหาสมุทรภายในร่างกายของเขา
ราวกับมีฝนห่าใหญ่ตกลงมาเพิ่มความชุ่มฉ่ำ
ตลอดเวลา และฝนที่โหมกระหน่ำนี้คือการตกผลึก
ของความรู้แจ้งและพลังจากรุกขเทวะกำเนิดมหา
วิถีเต๋านี้!
และในเวลาเดียวกันนี้ แม้ว่าจิตเทวะจะยังไม่ก่อ
รูปร่างขึ้นมา แต่พลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่ง
ขึ้นจากการบำรุงของรุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า
ยิ่งผ่านไปยิ่งแข็งแกร่งขึ้น อยู่เหนือกว่าคนส่วน
ใหญ่ที่อยู่ในระดับเดียวกันไปไกลโข
หมิงซวงได้กล่าวเอาไว้ เขาจะต้องมาถึงขั้นก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 2 ให้ได้เสียก่อน จึงจะ
สามารถใช้ร่างกายของบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์
ได้ และเมื่อถึงเวลานั้นจิตวิญญาณของเขาจำต้อง
แข็งแกร่งกว่านี้ ซค่งยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
เดิมทีคนปกติก็ไม่อาจจะทัดเทียมกับเขาได้แล้ว
และยามนี้เขากลับได้รับรุกขเทวะกำเนิดมหาวิถี
เต๋ามามากมายขนาดนี้อีก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ขั้น
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 2 คงจะไม่ใช่ปัญหา
แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันมาก
ถึง 3-4 เท่าก็นับว่าสูงล้ำแล้ว แต่ทว่าระดับของ อู่
อวี้ ในตอนนี้ บางทีเหนือกว่าผู้อื่นในระดับเดียวกับ
ถึง 10 เท่าเสียด้วยซ้ำ รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า
ได้ถูกใช้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่เห็น
รูปเห็นร่าง แต่ว่าเมื่อเขาฝั่าทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะได้สำเร็จ ความรวดเร็วย่อมทวีคูณ
กว่าเดิมเป็นแน่!
ยามนี้ เจดีย์ล่องกำเนิด ตกอยู่ในความเงียบสงัด
แต่ภายในร่างของ อู่ อวี้ เกิดเป็นกระแสคลื่นวนที่
หมุนวนอย่างบ้าคลั่งเป็นเวลานาน
ตำหนักม่วงของเขาขยายอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้
เขามีฉีเทียนต้าเซิ่นเป็นผู้นำทาง แม้ว่าเขาจะทำ
การย่อย รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า ไปเป็น
จำนวนมาก แต่กลับเป็นไปอย่างมั่นคง อย่างน้อย
ในตอนนี้ ตำหนักม่วงของเขาก็กำลังขยับขยายมา
อย่างมหาศาล และยังห่างไกลกับคำว่าขีดจำกัดที่
รับไหว!
เขายังมีหนทางอีกมากมาย ในการที่จะสร้าง
ตำหนักม่วงของเขาให้สมบูรณ์แบบ!
ด้วย รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า อีกมากกว่า 80
ลูกนี้ พลังอำนาจของพวกมันทั้งหมดจะถูกถ่าย
โอนไปไว้ในตำหนักม่วง อู่ อวี้ ทำลายขีดจำกัดของ
ตนเองวนซ้ำอยู่หลายรอบ จนกระทั่งเขาก็ประสบ
ความสำเร็จในการฝั่าทะลวงไปถึงขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกตระดับที่ 8!
เขาจำได้ว่าขอบเขตนี้เป็นขอบเขตของจอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งซูซัน นึกย้อนไปในตอนที่
เขาพบกับ เฉิน ซิงเหยา ตัวของ เฉิน ซิงเหยา ก็
อยู่ในขอบเขตนี้
ไม่คาดคิดว่าตัวเขาเองจะไต่มาถึงระดับนี้ได้สำเร็จ
อันที่จริงแล้วตัวเขาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่า เฉิน
ชิงเหยา ในตอนนั้นอย่างมหาศาล!
กล่าวได้ว่าทั้งคู่อยู่กันคนละระดับอย่างสิ้นเชิง
แถมแท้จริงแล้วมันยังเพิ่งผ่านมาไม่นานอีกด้วย อู่
อวี้ รู้ดีว่ามันช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ บางที
เหล่าผู้อาวุโสบน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ก็ไม่
อาจจะจินตนาการได้ว่าเขาจะมีความคืบหน้าก้าว
กระโดดมาได้ถึงขั้นนี้!
ตามการคาดเดาของ อู่ อวี้ ในตอนนี้เขาน่าจะอยู่
ในระดับที่ไม่ต่างกับ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
ในตอนที่เขาเพิ่งจะออกมาจาก ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง เขายังไม่สามารถต่อกรกับ ขั้นก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ ได้แม้เพียงเสี้ยว
การที่ อู่ อวี้ มีความแข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้ก็
นับได้ว่าเขายอดฝีมือคนหนึ่งแล้ว! แม้กระทั่ง
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะแห่งชมพู
ทวีปโลกธาตุเลยก็ว่าได้!
ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล เขาสามารถ
ยกระดับจากอัจฉริยะแห่ง ทวีปทวยเทพตงเสิ้ง ให้
มาอยู่ในระดับเดียวกับยอดฝีมือบน ชมพูทวีป
โลกธาตุ ได้สำเร็จ
นับว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ!
อย่างไรก็ตามตัวเขาก็ยังคงไม่พอใจไปกับมัน
“ช่างก้าวหน้าได้รวดเร็วยิ่ง! แล้วจะทำยังไงต่อ?
เจ้าต้องการที่จะเรียนเคล็ดอิทธิฤทธิ์วิชาที่ 4 หรือ
ว่าต้องการที่จะทำการท้าทายหุ่นเชิดของเจ้า
ก่อน?”
ปกติแล้วหลังจากที่เขายกระดับขอบเขตขึ้นมา อู่
อวี้ จะทำการท้าทายหุ่นเชิด แต่ทว่ายามนี้เขาอยู่
ในขั้นที่ 8 แล้ว จึงเป็นเวลาที่สามารถฝึกฝนเคล็ด
วิชาอิทธิฤทธิ์วิชา ที่ 4 ได้! ขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกตในเวลานี้มีวิชาอิทธิฤทธิ์ 3 วิชา แต่เมื่อไต่ไป
ถึงระดับที่ 8 ก็จะเข้าสู่ช่วงปลายของขั้นตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ยิ่งไปกว่านั้น มหาสมุทรภายใน
ของเขาจะสามารถควบแน่นจนกำเนิดเป็นจิตเทวะ
หมิงซวงคิดที่จะใช้เคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์วิชาที่ 4 มา
หยอกเย้า อู่ อวี้ เล่นให้ไขว้เขว แต่ทว่าเขากลับมี
ท่าทีเฉยชา ซึ่งเวลานี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมนัก
อู่ อวี้ ตอบโดยไม่คิด “อย่ารีบร้อน เรื่องของ เคล็ด
วิชาอิทธิฤทธิ์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แถมยังต้องใช้
เวลามหาศาล ซึ่งข้าก็เหลือเวลาอีกมาก เอาไว้เป็น
ลำดับต่อไปก็ไม่สาย……”
หมิงซวง แสดงสีหน้าอึ้งเล็กน้อย พร้อมกล่าวว่า
“เจ้าคิดจะทะลวงกำเนิดจิตเทวะจริงๆ…….”
“ใช่ นี่เป็นเวลาและโอกาสที่ดีที่สุด หากครานี้ข้า
พลาดไป ข้าก็จะต้องผลัดมันไปเรื่อยๆ!” อู่ อวี้
กล่าวอย่างหนักแน่นราวกับเฉือนตะปูตัดเหล็กกล้า
เดิมที หมิงซวง คิดว่า เขาเพียงแค่ล้อเล่น ไม่
คาดคิดว่าเขาจะตัดสินใจเช่นนี้จริงๆ แถมภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้ กลับตอบออกมาได้อย่างไม่ลังเล
ใจ
“จะไม่พูดก็ไม่ได้ แต่ว่ามันคือเรื่องสำคัญสำหรับ
เจ้าเรื่องหนึ่ง! หากสำเร็จ อนาคตของเจ้าจะไร้
ขีดจำกัด กระทั่งก้าวล้ำหน้าข้าไปก็ไม่กล่าวเกิน
จริง! ”
อู่ อวี้ ส่ายหัว กล่าวว่า “ใครจะไปรู้”
“ก็ถูกของเจ้า” หมิงซวง พยักหน้า นางรู้ดี หาก
เทียบพลังใจของ อู่ อวี้ กับคนอื่นๆ นับว่าอยู่คนละ
ระดับไปอย่างสิ้นเชิง
“สิ่งที่เจ้ากำลังทำไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เจ้าจะต้องรีด
เฟั้นสติปัญญาและความกล้าหาญออกมา ใครจะ
ฆ่ารันฟันแทงกับใครก็ทิ้งไว้เบื้องหลังเสียก่อน” หมิ
งซวง เอ่ยเตือนสติเขา
“วางใจเถอะ ตราบใดที่ยังไม่สูญสิ้นพลัง ข้าจะไม่
ยอมแพ้” แววตาของ อู่ อวี้ เด็ดเดี่ยว ยามที่เขา
เอ่ยประโยคนี้ออกมา ดูเหมือนจะไม่สั่นคลอนใดๆ
การตัดสินใจของเขาในตอนนี้คือการขยายตำหนัก
ม่วงของเขาต่อไป!
ระดับที่ 8 ยังไม่ใช่จุดหมายของเขา!
จุดหมายของเขาในยามนี้คือขอบเขตตำหนักม่วง
ทะเลมรกตระดับที่ 9!
ขณะนี้ อู่ อวี้ ยังเหลือ รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า
อยู่อีก 200 กว่าผล
ตั้งแต่สมัยโบราณกาลก็ยังไม่มีผู้ใดจะสามารถย่อย
รุกขเทวะกำเนิดมหาวิถีเต๋า ได้มากมายได้ภายใน
เวลาสั้นๆแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อรากฐานมาก่อน
อู่ อวี้ เป็นเพียงคนเดียวที่ทำเรื่องที่บ้าคลั่งเช่นนี้ได้
เขาไม่กล่าวสิ่งใดต่อ ยังคงดำเนินกระบวนการที่น่า
เบื่อเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่อง
ในครั้งนี้เขาต้องใช้เวลาไปอย่างเนิ่นนาน
มันเกินระดับที่ยากจะทานทนไหวมาหลายเท่าแล้ว
ข้อผิดพลาดและปัญหาจำนวนมากพลันปรากฏมา
มากขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดคือปัญหาที่ อู่ อวี้ ต้องเผชิญ
แต่มันก็ไม่อาจจะทำให้เขาต้องหวาดกลัว
“เมื่ออยู่ในสถานที่เช่นเวทีเซียนเหลียว คุณธรรม
ล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป ต้องขอโทษตัวข้า และขอ
โทษสหายทุกท่านด้วยที่ต้องทำให้ผิดหวัง”
“ข้าไม่ใช่คนที่ไม่มีความรู้สึก แต่เป็นพวกมันที่ไม่มี
ความยุติธรรม ตั้งแต่ที่พวกมันต้อนข้าจนจนมุม
แล้วทำไมข้าจะต้องอดทนกับพวกมันด้วย!”
“นอกจากพลองหมื่นมังกรแล้ว ข้าจะไม่ให้ใครได้
ล่วงรู้ถึงความลับของข้าอีก”
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคุกคามและถูกเหยียดหยาม
ทั้งหลาย
เขาจดจำใบหน้าของพวกมันได้อย่างชัดเจน
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะกลายเป็นแรงผลักดัน หลาย
ครั้งที่เขาคิดอยากจะยอมแพ้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา
ได้กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้
ในที่สุดตำหนักม่วงของเขาที่ขยับขยายไปอย่าง
ต่อเนื่อง ราวกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ขนาดของ
แก่นแท้ตำหนักม่วง ได้ยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล
รุกขเทวะมหากำเนิดวิถีเต๋า ที่ซึ่งล้อมตัวเขาไว้ยัง
เหลืออยู่สิบกว่าลูก และบัดนี้เขาก็สามารถฝั่า
ทะลวงถึงขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 9 ได้
สำเร็จ!
ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 2 ระดับ!
การที่เขามาสู่จุดนี้ได้มีอยู่ 3 ประการ!
ประการแรก คือแนวทางรู้แจ้งแห่ง ฉีเทียนต้าเซิ่น
ประการที่สอง รุกขมหาเทวะวิถีเต๋า ที่มีจำนวน
เพียงพอ
ประการที่สาม ความปรารถนาของ อู่ อวี้ ที่
ต้องการสังหารพวกมัน หากพวกมันไม่ตาย เขาก็
จะไม่หยุด
เมื่อทั้ง 3 รวมเข้าด้วยกัน ได้แปรเปลี่ยนก่อเกิด
เป็นพลัง!
ความคืบหน้าในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องยากจะ
ก้าวผ่าน ซึ่งเขาไม่เคยทำได้มาก่อน
สำหรับเขาแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งในชีวิต
ของเขา! ครั้งนี้เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ทำให้
เขาเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เขาจะไม่ปล่อย
ให้ผู้ใดมาข่มขู่คุกคามตัวเขาและครอบครัวของตน
อีกต่อไปแล้ว
จากพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงที่อ่อนแอที่สุด ได้ไต่
ขึ้นมาถึงขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 9
ซึ่งอยู่ห่างกับขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะอีกไม่
ไกล
“ความคืบหน้าของข้ามันก็น่าจะทำให้ลั่วผินต้อง
ประหลาดใจได้บ้าง! ระยะห่างระหว่างข้ากับนาง
เริ่มใกล้ขึ้นเข้าไปทุกขณะแล้ว!”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่มีทางที่จะลืมนาง เขายังคง
คิดถึงและคอยตามหานางอยู่เสมอมา
แต่ตอนนี้เขายังมีสิ่งสำคัญที่ยังต้องทำอยู่
นั่นก็คือทำการทำสิ่งที่เขาตัดสินใจก่อนหน้านี้ให้
สำเร็จ
แน่นอน ก่อนที่เขาจะลงมือ เขายังต้องทำเรื่อง
บางอย่างที่ไม่อาจล่าช้าได้เสียก่อน
นั่นคือการมองหาผู้ช่วยเหลือ
ผู้ช่วยเหลือที่ว่านี้ก็คือหุ่นเชิดผู้พิทักษ์นั่นเอง
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ