กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 651: แหวกหญาใหงูตื่น
บนเวทีเซียนเหลียว
มีคนอยู่รวมทั้งหมด 9 คน
ยามนี้แต่ละคนได้แยกย้ายไปยืนอยู่กันคนละมุม
พวกมันมองออกไปยังด้านนอกกำแพง ใบหน้าของ
พวกมันแสดงให้เห็นถึงความอ่อนล้า ในแววตา
ของพวกมันเปียมล้นไปด้วยความไม่สบายใจ แต่
ยังมีความเย่อหยิ่งแฝงไว้อยู่ด้วย
ไม่ว่าจะเป็น องค์หญิงโย่วเสี่ย องค์ชายเฟิง มังกร
เหมันต์พิสุทธิ้เก้าดารา หรือว่าคนอื่นๆ
ยามเมื่ออยู่นอกเส้นทางเซียนบรรพกาล พลังของ
พวกมันล้วนยิ่งใหญ่ ทั้งยังมีสถานะที่สูงส่ง ไม่
จำเป็นจะต้องออกแรง เพียงแค่ศักด์ฐานะของพวก
มันก็เพียงพอที่จะสามารถเรียกลมเรียกฝนได้แล้ว!
ทว่าเมื่ออยู่บนเวทีเซียนเหลียวภายในเส้นทาง
เซียนบรรพกาลแห่งนี้ มันได้พยายามมาแล้วนับ
ครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่อาจจะทำลายกำแพงนี้ลงได้
และที่ด้านนอกกำแพงของบนเวทีเซียนเหลียว
พวกมันก็ยังไม่รู้ว่ามีดินโคลนทับถมกันอยู่มากมาย
ถึงเพียงไหน
และนอกจากนี้ ยันต์เซียนบรรพกาลก็ไม่อาจจะ
ใช้ได้ภายในที่แห่งนี้
เวลาผันผ่านไป จนเข้าใกล้กำหนดเวลา 1 ปี พวก
มันยิ่งมายิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น ยิ่งมายิ่งหวาดกลัว
มากขึ้น กระทั่งแทบคลั่งจนเป็ฯบ้า
ทุกคนไม่กล้าจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพราะหากเอ่ย
ถ้อยคำใดออกไปอาจจะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะ
แว้งกันได้ เนื่องจากว่าในเวลานี้ อารมณ์ของแต่ละ
คนล้วนไม่คงที่
หวัง จื่อซุน หลบอยู่ภายในมุมหนึ่งมุม ระดับของ
มันภายในที่แห่งนี้ ก็นับได้ว่าอยู่ห่างชั้นกับคนอื่นๆ
ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนสามารถสังหารมันได้ อีกทั้งตัวมัน
เองก็ยังไร้ซึ่งยันต์เซียนบรรพกาลอีกด้วย ดังนั้นจึง
ทำได้เพียงแค่หลบซ่อนตัว ยามเมื่อมันคิดไปถึง
ภายภาคหน้าก็อดไม่ได้ที่จะต้องหลั่งน้ำตาออกมา
“ข้าเสียใจจริงๆ! ในตอนแรกพวกมันได้โน้มน้าวให้
ข้าออกไปโดยเร็ว ทว่าข้ากลับไม่ฟัง จนห้อทะยาน
มาอยู่บนเวทีเซียนเหลียวแห่งนี้!”
“มันจบแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว!”
“ข้าไม่อาจจะกลับไปได้ จะต้องตกตายอยู่ภายใน
สถานที่แห่งนี้ การที่ตัวข้าไม่อาจจะกลับไปได้…
ความจริงก็รู้มานานแล้ว ข้าไม่น่ามาที่เส้นทาง
เซียนบรรพกาลแห่งนี้เลย!”
หวัง จื่อซุน ใบหน้าซีดขาว นั่งลงอยู่บนพื้นดินและ
จ้องมองไปรอบๆ
“หุบปาก หากเจ้ายังกล่าวสิ่งใดอีกละก็ ข้าจะ
สังหารใจทิ้งเสีย” องค์หญิงโย่วเสี่ย จ้องมองไปที่
มัน จนทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้ากล่าว
ออกมาอีกแม้แต่คำเดียว
นี่มันได้ผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว องค์ชายเฟิง
ขมวดขิ้ว แล้วกล่าวว่า “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เรา
คงจนปัญญาแน่ๆ! พวกเราจะมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้
พวกเราต่างมีศักดิ์ฐานะที่สูงส่งเทียมฟั้า เป็นดั่ง
อนาคตของชมทวีปโลกธาตุ หากพวกเราต้องมา
ตายภายในที่แห่งนี้ ก็เท่ากับว่าอนาคตของชมทวีป
โลกธาตุก็ต้องจบสิ้น!”
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา เอ่ยขึ้น “ยามนี้
นอกจากพวกเรา คนอื่นๆก็น่าจะหลบหนีไปจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาลแล้ว และคาดว่าคนส่วน
ใหญ่ต่างก็คิดว่าการผจญภัยภายในเส้นทางเซียน
บรรพกาลในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อย คง
จะมีเพียงแค่ญาติสนิทมิตรสหายของพวกเราที่ยัง
รั้งรออยู่”
“ข้าว่าพวกเราลองมาร่วมแรงร่วมใจกันคิดหาวิธี
ในการออกไปจะดีกว่า? ไม่เช่นนั้นหากเป็นเช่นนี้
ต่อไป ชีวิตของพวกเราล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย
เหมือนๆกัน พวกเราน่าจะวางความบาดหมางใน
อดีต แล้วมาร่วมมือกัน” องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ย
เสนอขึ้น
“เลิกกล่าวไร้สาระเสียที มีตั้งหลายครั้งที่พวกเรา
ลงมือโจมตีพร้อมกัน ก็ยังไม่สามารถสร้างรอยขีด
ข่วนให้กับกำแพงนี้ได้เลย อย่าคิดหาทางเปล่า
ประโยชน์ ความหวังเพียงอย่างเดียวของเราอยู่ที่นี่
”เฟิง เจี้ยงชิง แห่ง วิถีกระบี่นิรันดร์ชี้นิ้วออกไป ชี้
ไปยังเจดีย์ล่องกำเนิดที่อยู่ด้านนอกของเวทีเซียน
เหลียว
เมื่อมันกล่าวคำพูดนี้ออกมา ทุกคนต่างเงียบลง
อย่างพร้อมเพรียง บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่
พวกมันเห็นพ้องต้องกัน
เห็นได้ชัดว่ามีเพียง อู่ อวี้ คนเดียวที่สามารถ
ออกไปภายนอกกำแพงนี้ได้
“ตัวมันอยู่ด้านนอกกำแพงไปแล้ว เช่นนั้นก็
สามารถใช้ยันต์เซียนบรรพกาลได้ แล้วเหตุใดมัน
ถึงจะต้องมาสนใจไยดีพวกเราอีก? พวกเราล้วนคิด
ว่ามันเป็นเพียงแค่เหยื่อตัวหนึ่ง แล้วยามนี้มันจะ
มาสงสารหรือเห็นใจพวกเราหรือยังไง หากว่าพวก
เราถูกขังอยู่ภายในที่แห่งนี้ตลอดไป เรื่องที่มัน
ครอบครองสุดยอดสมบัติได้มากมายเช่นนี้ก็คงต้อง
ถูกฝังไปกับพวกเรา นี่ก็เท่ากับว่า อู่ อวี้ ได้มีชัย
เหนือพวกเราทุกคน!” องค์ชายเฟิง กัดฟันกล่าว
นับว่าเป็นความจริงที่หลีกหนีไม่พ้น
“แม้ว่าเรื่อวที่มันสามารถหลบหนีไปได้ จะอยู่เหนือ
ความคาดหมายของพวกเราทุกคน แถมยังเป็นการ
ตบหน้าพวกเราอย่างแรง แต่ข้ากลับรู้สึกว่าพวก
เรายังมีโอกาส” เฟิง เจี้ยนชิง เอ่ย
“ว่ามา”
เฟิง เจี้ยนชิง เอ่ยขึ้น “ตั้งแต่ที่มันออกไปด้านนอก
กำแพงแต่ก็ยังไม่ได้จากไปในทันที กลับซ่อนตัวอยู่
ภายในเจดีย์ นี่อธิบายได้ว่าตัวมันไม่ต้องการที่จะ
ออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล มันจะต้องมี
บางอย่างที่จะต้องจัดการให้สำเร็จอยู่”
“แล้วมันต้องการจะทำสิ่งใด?” องค์หญิงโย่วเสี่ย
ขมวดขึ้นเอ่ยถาม
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่หากข้าเป็นมัน ข้าจะ
จากไปในทันทีและทิ้งพวกเราเอาไว้ภายในสถานที่
แห่งนี้” เฟิง เจี้ยนชิง กล่าวพร้อมกับโบกมือไปมา
คนอื่นๆต่างไม่เข้าใจ
“ไม่ว่ามันต้องการจะทำสิ่งใด ตราบใดที่มันออกมา
พวกเราก็ยังพอจะมีโอกาส ยามนี้ทุกท่านน่าจะคิด
หาวิธีให้มันล่วงล้ำเข้ามาภายในนี้จะเป็นการดีกว่า
แล้วเมื่อใดที่มันเข้ามา พวกเราก็จะชิงเจดีย์หลัง
นั้นมาให้จงได้ ทุกคนควรจะร่วมมือ รอให้ได้รับ
เจดีย์หลังนั้นมาก่อน เมื่อพวกเราออกไปได้ ค่อยมา
ตัดสินใจกันในเรื่องของสมบัติเหล่านั้นกันอีกที
เวลานี้คับขันนัก ข้าคิดว่าพวกเราควรจะตั้งกฏ
ขึ้นมาสักหน่อย หากผู้ใดฝั่าฝืนกฏและข้อตกลง
ของพวกเรา มันจะต้องตายอยู่ภายในที่แห่งนี้”
ชิงอู๋ หยุนซื่อ กล่าว
“ไม่มีปัญหา”
“ไม่มีปัญหา ที่สำคัญคือ มันจะโง่เช่นนั้นหรอ? มัน
จะเข้ามาอีกทำไม?”
“ข้ารู้สึกว่ามันน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ ข้ามองเห็น
แววตาของ อู่ อวี้ มันเป็นแววตาแห่งความชิงชัง
ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลับเข้ามาแก้แค้น” หวัง จื่อ
ซุน เอ่ยแทรกขึ้น
“ไม่พอใจ แล้วมันจะทำอะไรได้? แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น
ก็วิเศษเลย! ยิ่งมันเกลียดพวกเรามากเท่าไหร่ พวก
เราก็ยิ่งมีโอกาสออกไป ข้าว่าทุกท่านน่าจะรู้แล้ว
ว่าควรจะทำสิ่งใด?” มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา
แสยะยิ้มขึ้น
จากนั้น ต้นไม้จักรพรรดิสวรรค์ ก็เอ่ยขึ้น “ข้ารู้
แล้ว เจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้เกิดในสถานที่ที่ทุรกันดาล สิ่งที่
มันเกลียดชังมากที่สุดอาจจะเพราะว่าพวกเราเกิด
มาก็มีศักดิ์ฐานะที่สูงส่งเช่นนี้ เป็นเหล่าผู้คนที่
สามารถก้าวไปถึงสวรรค์ได้ภายในก้าวเดียว อีกทั้ง
มันยังเกลียดชังพวกเรากดขี่ข่มเหงมัน โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งคือการที่พวกเรายกทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้งขึ้นมาข่มขู่มัน ดังนั้นหากมันปรากฏกายออกมา
พวกเราก็ใช้วิธีเช่นนี้ต่อ ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะบีบ
บังคับให้มันเสียสติได้”
“ข้าเห็นด้วย”
คาดไม่ถึงว่าการสนทานาในครั้งนี้ ทุกคนจะพูดคุย
เข้ากันอย่างเป็นปีเป็นขลุ่ย ทั้งหมดก็เหลือแค่รอให้
อู่ อวี้ ปรากฏตัวออกมา
พวกมันมีความเชื่อมั่นว่า อู่ อวี้ จะต้องออกมา
อย่างแน่นอน หากมันพลาดโอกาสในครั้งนี้ พวก
มันกลัวว่าจะต้องกลายเป็นบ้าไปอย่างแท้จริง
แม้ว่าจะยังมีเวลาอยู่อีกหลายเดือน แต่มันก็ไม่มี
หนทางอื่นแล้ว มันไม่อยากจะนึกถึงผลร้ายที่
ตามมาหลังจากนี้เสียด้วยซ้ำ……………
หลังจากผ่านไปอีกไม่กี่วัน
ในขณะที่พวกมันหลับตาลง ทันใดนั้นเจดีย์ล่อง
กำเนิดก็เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่าง ทุกคนพลัน
ตื่นตระหนกและรีบเตรียมการในทันที พวกมันไม่
คาดคิดว่าจะมีวันที่พวกมันต้องมากังวลในการ
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้
แน่นอนว่าเมื่อ อู่ อวี้ ออกมาจากภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ทุกคนก็กลัวว่ามันจะหลบหนีไป จึงเริ่มต้น
ล่อให้ อู่ อวี้ เข้ามาภายในเวทีเซียนเหลียว
ถ้อยคำที่พวกมันคิดว่าดีที่สุดก็คือการข่มขู่ โดยอ้าง
ว่าหากพวกมันออกไปได้ จะต้องให้ อู่ อวี้ ตอบ
แทนพวกมันในสิ่งที่เขาได้ทำกับบพวกมันไว้
………….
แต่สิ่งที่พวกมันไม่คาดคิดคือ หลังจากที่ อู่ อวี้
ออกมาเขาจะเก็บเจดีย์ล่องกำเนิดเข้าไปในทันที
จากนั้นก็ถือพลองหมื่นมังกรในมือซึ่งทำให้พวกมัน
รู้สึกอิจฉาตาร้อน และก้าวเข้ามาภายในเวทีเซียน
เหลียวด้วยตนเอง!
เขาเข้ามาแล้ว!
พวกมันทั้ง 9 คนมองหน้ากันเลิกลั่ก สีหน้าของ
พวกมันเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่
ตนเองเห็น
ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง เนื่องจากว่า อู่ อวี้
ได้นำเจดีย์ล่องกำเนิดเข้ามาด้วย นี่อธิบายได้ว่า
โอกาสของพวกมันมาถึงแล้ว เพียงแค่พวกมันต้อง
ร่วมมือกันสังหาร อู่ อวี้ และแย่งชิงเจดีย์ล่อง
กำเนิดมา ยามนี้พวกมันเปียมล้มไปด้วยความหวัง!
บัดนี้ อู่ อวี้ หนึ่งคนหนึ่งพลอง ใบหน้าไม่แยแสถึง
สิ่งใด กำลังเหินร่อยลงมาอยู่บนเวทีเซียนเหลียว
จับจ้องมองไปที่พวกมันทั้งหมด ค่อยๆย่างก้าวตรง
มาเรื่อยๆ ซึ่งทุกๆก้าวเดินเปียมล้นไปด้วยความ
มั่นคง สามารถมองเห็นถึงความหนักแน่นและ
มั่นใจได้จากการกระทำเช่นนี้ของเขา
แม้ว่าพวกมันจะมีถึง 9 คน แต่กลับรู้สึกกังวลโดย
ไม่มีเหตุผล
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ อู่ อวี้ จะเข้ามาภายในเวทีเซียน
เหลียวแห่งนี้ พวกมันลอบปรึกษากันว่าพวกมันไม่
อาจจะแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ เพื่อปั้องกันไม่ให้ อู่
อวี้ มีโอกาสจะออกไปด้านนอกอีกครั้ง ครั้งที่แล้ว
จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ อู่ อวี้ จะหนีออกไปได้
“สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ทุกท่านไม่ต้องกังวล
รอดูก่อนว่าการที่ อู่ อวี้ เข้ามานี้มันมีจุดประสงค์
อะไร! และก็อย่าลืมหาโอกาสที่เหมาะสมลงมือ
จัดการกับมัน พวกเราไม่อาจจะให้มันออกไปได้อีก
หากว่ามันออกไปได้อีกครั้ง ความหวังของพวกเรา
ทุกคนก็นับว่าจบสิ้นลงแล้ว!”
พวกมันเอ่ยเตือนกันและกัน
“ตกลง”
การที่ อู่ อวี้ มาเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นนี้ อู่ อวี้
ก็รู้ดีว่าพวกมันจะต้องมีแผนการบางอย่างเตรียม
รับมือ
เขาทำได้เพียงแค่ฉีกยิ้มขึ้น
เวลาแห่งการเดิมพันได้มาถึงแล้ว
และนี่ก็เป็นช่วงเวลาสำหรับการแก้แค้นเช่นกัน
“อู่ อวี้ ทำไมเจ้าถึงกลับมา พวกเราล้วนแล้วแต่
อิจฉาเจ้า ที่เจ้าผ่านกำแพงนี้ไปได้…….” องค์หญิง
โย่วเสี่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
อู่ อวี้ ปักพลองหมื่นมังกรลงไปบนพื้น ทำให้ทั่วทั้ง
เวทีเซียนเหลียวต้องสั่นสะเทือน ความหนักของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนี้ ได้ทำให้
ดวงตาของทุกคนสะท้าน
อู่ อวี้ จับจ้องพวกมันแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัง
กังวาล “ก่อนหน้านี้ พวกท่านทั้ง 8 ต่างคิดว่าข้า
ไม่มีคุณสมบัติในการครอบครองสมบัติล้ำค่าเหล่านี้
แต่ข้าไม่เชื่อ สาเหตุที่ตอนนี้ข้ายังไม่จากไป ก็เพียง
แค่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวข้า อู่ อวี้ มี
คุณสมบัติเพียงพอ ข้ารู้ว่าพวกท่านต่างก็คิดที่จะ
แย่งชิงสมบัติเหล่านี้ของข้า และข้า อู่ อวี้ ก็ไม่อาจ
คาดคิดได้เลยว่าการที่ตนเองได้รับสมบัติล้ำค่า
เหล่านี้แล้วจะทำให้มิตรสหายหรือว่าคนที่ข้ารัก
ต้องเดือดร้อน ดังนั้นจึงต้องการที่จะทำข้อตกลง
กับพวกท่าน ข้าต้องการมีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่
พวกท่านได้จัดขึ้นในตอนก่อนหน้านี้ เพื่อตัดสินหา
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แล้วจากนั้นค่อยมา
จัดการแบ่งสรรปันส่วนสมบัติเหล่านี้ ข้ายินดีที่จะ
พาพวกท่านทั้งหมดออกไป ซึ่งถือว่าเป็นรางวัล
สำหรับการต่อสู้ แต่ข้าเพียงต้องการให้พวกท่าน
รับประกันชีวิตของข้า ว่าหลังจากออกไปแล้ว
พวกท่านจะไม่ลงมือกับญาติสนิทมิตรสหายของ
ข้า”
เมื่อทุกคนได้ยินถ้อยคำดังกล่าวจึงรู้สึกค่อนข้างตก
ตะลึง
ดูเหมือนว่าพวกมันจะพบกับคนที่โง่ที่สุดที่พวกมัน
เคยพบในชั่วชีวิตนี้
กลับกลายเป็นว่าไม่เพียงแค่เขาจะกล้าส่งมอบ
สมบัติ ทั้งยังให้รางวัลสำหรับเพื่อที่จะสามารถเข้า
ร่วมการประลองด้วย เพื่อที่จะให้พวกมันสัญญาว่า
จะไม่ทำอันตรายใดๆกับคนที่เขารัก……
แน่นอนว่าพวกมันทั้ง 8 คนที่อยู่ที่นี่ต่างก็รับปาก
และมีผลในทันที
แต่ปัญหาก็คือ ประการแรก หากไม่มี อู่ อวี้ พวก
มันก็ไม่สามารถออกไปได้ เช่นนั้นการที่พวกมันจะ
เอ่ยข่มขู่เขาก็ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป
พวกมันคิดว่าบางที อู่ อวี้ อาจจะคิดว่าหลังจากนี้
พวกมันจะสามารถหาวิธีออกไปภายนอกได้
ประการที่ 2 มันกลับรั้งมายังที่นี่พร้อมกับยื่นสมบัติ
มาให้ พร้อมกับเสนอตัวเข้าร่วมประลอง เท่ากับ
มันหาที่ตายด้วยตัวเอง?
ทั้ง 9 คนไม่ว่าจะคิดจากมุมไหนก็ไม่อาจจะทำ
ความเข้าใจได้
แต่สำหรับพวกมันแล้ว นี่ย่อมเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม
อย่างแน่นอน! พวกมันไม่อาจจะอดทนรอให้ อู่ อวี้
นำสมบัติออกมาได้ไหว แถมมันยังเสนอตัวเข้าร่วม
ประลองด้วยตนเอง เช่นนี้ไม่นับว่าเป็นโอกาสที่ดี
ในการสังหารมันหรอกหรือ?
ยามนี้พวกมันเต็มเปียมไปด้วยความสุข
“อู่ อวี้ เจ้าแน่ใจรึว่าต้องการจะทำเช่นนี้จริงๆ?”
องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ยถาม
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องการปรับ
ความเข้าใจพวกท่าน เนื่องจากว่าพวกท่านทุกคน
เป็นถึงอนาคตของชมทวีปโลกธาตุ ข้าไม่สามารถ
ยั่วยุพวกท่านได้แม้เพียงเสี้ยว มิเช่นนั้น หลังจากนี้
มิตรสหายและคนที่ข้ารักจะต้องพบเจอกับหายนะ
”
พวกมันมองหน้ากันและกัน บางคนยังคิดไม่ถึงว่า
ทำไมจึงเกิดเรื่องที่น่ายินดีนี้ขึ้นได้ พวกมันจึงคิดได้
เพียงว่า อู่ อวี้ นั้นมาจากสถานที่เล็กๆ ทำให้ไม่มี
ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมากพอ และหวาดกลัวต่อ
คำข่มขู่เหล่านั้น
อย่างไรก็ตามนี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของพวกมัน
ชิงอู๋ หยุนซื่อ เอ่ยขึ้น “ตอนนี้พวกเรามีกันครบ 8
คน หากเจ้าคิดจะเข้าร่วมประลอง ย่อมไม่ครบคู่”
ทั้ง 8 คน จะต้องทำการต่อสู้กันเพื่อตัดสินหาผู้
เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย และหลังจากนั้นก็จะตัดสิน
หาอันดับที่ 1 2 3 สำหรับที่คนเกินเศษมา จึงเป็น
เรื่องยากที่จะจัดการให้ลงตัว
อู่ อวี้ กล่าวขึ้น “เรื่องนี้ง่ายมาก ข้าเป็นผู้ที่เข้ามา
ภายหลัง เช่นนั้นก็ให้ข้าทำการต่อสู้ทดสอบดูก่อน
พวกท่านทั้ง 8 คนเชิญลงคะแนนหาผู้ที่จะมาต่อสู้
กับข้าในรอบแรก หากสามารถเอาชนะข้าได้ ก็จะ
สามารถเข้าสู่การประลองตัดสินของพวกท่านทั้ง 8
คนได้ดังเดิม เช่นนั้นพวกท่านทั้ง 8 ควรทั้งจะส่ง
คนที่อ่อนแอที่สุดออกมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่
เหมาะสมที่สุดใช่หรือไม่?”
องค์ชายน้อยสะดุ้งขึ้น
มันไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมานานแล้ว
ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะชี้คมหอกมาที่ตัวมันเอง
อย่างไรก็ตามมันก็หาได้เกรงกลัว
ทุกคนต่างมองหน้ากัน สิ่งที่ อู่ อวี้ เสนออกมามัน
ช่างเป็นเรื่องที่ล่อตาล่อใจไม่น้อย นี่เป็นเรื่องที่เขา
เสนอออกมาเอง ดังนั้นพวกมันจึงเห็นด้วยในทันที
“เช่นนั้นก็ตกลง พวกเราจะเลือกออกมา 1 คน คน
ที่อ่อนแอที่สุดภายในกลุ่มพวกเรา ก็คือตัวข้าเอง”
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้า
ดาราชิงตัดหน้ากล่าวออกมาก่อน
ทุกคนได้หารือกันแล้ว จากนั้นก็เสนอชื่อมังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา
แต่ว่า มันไม่ใช่ผู้ที่อ่อนแอที่สุด………..
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ